พิมพ์ไทยออนไลน์// จังหวัดภูเก็ตประกาศความพร้อมจัดการแข่งขันกีฬา SAT-PHUKET Sports World Invitation 2020 ซึ่งเป็นสนามแรกในมหกรรมกีฬาใหญ่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ชิงชัย 2 กีฬา อีสปอร์ต และกระดานยืนพาย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว หลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 พร้อมเป็นการเปิดเวทีคัดตัวทีมชาติ
ที่ ลานกิจกรรม Public house ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีงานแถลงข่าวการแข่งขันกีฬารายการ SAT-PHUKET Sports World Invitation 2020 โดยมี นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ คณะกรรมการกกท(บอร์ด กกท.) และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดภูเก็ต และนายดํารง ไชยเสนา ผู้อำนวยการสำนักงานกกท. จ.ภูเก็ต

การแข่งขันกีฬา “SAT-PHUKET Sports World Invitation 2020” เป็น 1 ใน 2 สนามแข่งขันของมหกรรมกีฬาใหญ่ “SAT Thailand World Invitation 2020” โดยสนามแรกนี้จัดที่ จ.ภูเก็ต ชิงชัย 2 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย อีสปอร์ต วันที่ 18-20 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า และกระดานยืนพาย (SUP) วันที่ 19-21 กันยายนนี้ ที่ปลายแหลมสะพานหิน จ.ภูเก็ต โดยจะจัดตามมาตรฐานการแข่งขันระบบของสหพันธ์อีสปอร์ตนานาชาติ และสหพันธ์กีฬากระดานโต้คลื่นนานาชาติ
นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย กล่าวว่า หลังจากต้องเจอกับวิกฤตโควิด-19 ทำให้จังหวัดภูเก็ตซบเซา จึงได้วางแผนจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวให้มีเงินหมุนเวียนภายในจังหวัดตามยุทธศาสตร์ของการเป็น สปอร์ต ซิตี้ โดยครั้งนี้ได้จัดการแข่งขันอีสปอร์ต และกระดานยืนพาย เพื่อดึงดูดผู้คนให้มาท่องเที่ยวที่ภูเก็ต คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 500 คน และทำให้มีเงินหมุนเวียน ทั้งการใช้จ่ายการกินอยู่ที่พัก และอื่นๆ ที่จะทำให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“ภูเก็ตมีความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬา ซึ่งรายการนี้จะมีนักกีฬาทีมชาติมาเข้าร่วมชิงชัยด้วย และแมวมองมาคัดเลือกตัวต่อยอดสู่ทีมชาติ โดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่สนใจกีฬาอีสปอร์ตจำนวนมาก รวมทั้งกีฬายืนพายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ตยืนยันความพร้อมจัดอีเวนต์กีฬาตามนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในทุกเดือน เพื่อช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัด”
นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ กล่าวว่า อีสปอร์ต และกระดานยืนพาย กำลังได้รับความนิยมสูง มีผู้สนับสนุน และติดตามชมจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย โดยการแข่งขันครั้งนี้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนต่างๆ ภายในภูเก็ต และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500-1,000 คน แต่เราจะมีการเว้นระยะห่างทางสังคมตามมาตรการสาธารณสุข นอกจากนี้การแข่งขันกระดานยืนพาย ก็จะจัดกิจกรรมออกร้านค้า และคอนเสิร์ตด้วย ชวนผู้คนที่สนใจจากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งกระบี่, พังงา และจังหวัดอื่นๆ มาร่วมกิจกรรมกัน

“ทั้ง 2 ชนิดกีฬากำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มนักกีฬาหน้าใหม่ และเข้าถึงกลุ่มนักกีฬาเยาวชนได้เป็นอย่างดี อย่างอีสปอร์ตมีมูลค่าทางการตลาดสูงมาก จึงต้องหันมามอง และพัฒนาเพื่อรองรับวิถีการเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสร้างรากฐานการพัฒนาเตรียมสู่การเป็นทีมชาติในอนาคต ส่วนกระดานยืนพายก็ได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศเช่นกัน ทำให้นักกีฬาไทยเองจะได้มีเวทีในการพัฒนาฝีมือไปสู่ระดับโลก”
นายธรรมวรรธ กล่าวอีกว่า เชื่อมั่นว่ารายการนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการเฟ้นหานักกีฬาอีสปอร์ตช้างเผือกประดับวงการอีสปอร์ตได้แน่นอน และต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในจังหวัดภูเก็ตสนใจในตัวอีสปอร์ตด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยืนยันว่า จังหวัดภูเก็ตพร้อมที่จะจัดการแข่งขันอีสปอร์ตในปีหน้าต่อไป รวมทั้งมีแผนจะขยายไปจัดการแข่งขันใน 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้กีฬาอีสปอร์ตเกิดการแพร่หลายมากขึ้น

ด้าน นายดำรง ไชยเสนา กล่าวว่า รายการนี้จะได้เห็นนักกีฬาสุดยอดฝีมือ ทั้งอีสปอร์ต และกระดานยืนพาย ระดับท็อปของประเทศ มารวมตัวกันที่จังหวัดภูเก็ต โดยนักกีฬาจำนวนถึง 99 เปอร์เซ็นต์มาจากต่างจังหวัด ขณะที่สถานที่แข่งขัน ทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า และปลายแหลมสะพานหิน มีความพร้อมอย่างมาก ในการจัดการแข่งขันเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยการแข่งขันกระดานยืนพายจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกให้ได้เห็นความสวยงามของจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย
“ปัจจุบันนี้อีสปอร์ตมีมูลค่าทางการตลาดสูงมาก และถือเป็นกีฬาอาชีพที่นักกีฬาไทยมีค่าตัวหลักแสนบาท การแข่งขันอีสปอร์ตรายการนี้จะเป็นการทดสอบฝีมือคัดเลือกนักกีฬาเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลกของสหพันธ์กีฬาอีสปอร์ตนานาชาติ และกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชี่ยลอาร์ทเกมส์ ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพกลางปีหน้าอีกด้วย” ผู้สนใจสามารถติดตาม และส่งกำลังใจได้ที่ เฟซบุ๊กเพจ SAT Thailand World Invitation
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์





















วันที่ 15 ก.ย.63 เวลา 13.30 น. บริเวณด้านหน้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กรุงเทพฯ นพ.เหวง โตจิราการ พร้อมด้วย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ และ นายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง ผู้ต้องขังคดีการเมือง ซึ่งได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวในรอบแรก ได้เดินออกมาพร้อมกัน โดยมี นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช. และ มวลชนคนเสื้อแดง มาร่วมให้กำลังใจมอบพวงมาลัย ท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมาอย่างต่อเนื่อง
นพ.เหวง กล่าวว่า ขอบคุณครอบครัวและพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่มาให้การต้อนรับ ซึ่งรู้สึกดีใจที่ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระจากเรือนจำพร้อมกับผู้ต้องขังอีกหลายรายทั่วประเทศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงพระเมตตากรุณา โดยตนเข้าเกณฑ์ในพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2563 ตามมาตรา 6 (จ) เป็นคนมีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีคนี้ใช้บังคับ ตามที่ปรากฎในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือทะเบียนรายตัวของเรือนจำ ในกรณีไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดีซึ่งมีโทษจำคุก ตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ หรือ เป็นคนมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
“ส่วนการชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ผมคงติดตามข่าวสารอยู่ที่บ้านพักเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพต้องฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้าเกณฑ์ปกติแต่ทราบว่าการชุมนุมดังกล่าวของนักศึกษานั้นต้องการให้ได้มาเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ส่วนตัวมองว่าต้องมีการชุมนุมอย่างสันติวิธี ต้องยึดความถูกต้องชอบธรรม ต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศ และต้องระมัดระวังอย่าให้ละเมิดกฎหมาย”