https://linevoom.line.me/post/1177871523819525902
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://linevoom.line.me/post/1177871523819525902
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
สุราษฎร์ธานี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมผลักดันการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยสู่ระดับนานาชาติ
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับ และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ดำเนินการภายใต้แนวคิด BCG มุ่งเน้นการพัฒนากีฬาควบคู่กับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว พัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา และส่งเสริมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ควบคู่กับการสร้างสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดและประเทศ

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสนามแข่งขัน ที่พัก การอำนวยความสะดวก และการรักษาความปลอดภัยสำหรับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 17 พฤษภาคม 2569 มีการแข่งขันรวม 45 ชนิดกีฬา และกีฬาสาธิต 1 ชนิดกีฬา กระจายสนามแข่งขันในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” และประทับใจในความพร้อมเพรียงของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมการกีฬาของชาติให้มีความก้าวหน้า พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่าการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชนไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติได้อย่างมีคุณภาพ
พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึงนักกีฬาทุกคนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความยุติธรรม มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และร่วมกันทำให้การแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ทุกประการ นางโสภา กาญจนะ นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ สส.ตุ๊ก กานสินี โอภาสรังสรรค์ ดร.ธนาคม รื่นพานิช รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ หน่วยงานข้าราชการทุกภาคส่วน ได้เข้าร่วมชมพิธีเปิดการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 41 สุราษฎร์ธานีเกมส์ ด้วย
เขียนข่าว: ผศ.ดร พิมพาภรณ์ วงศ์เตชะนนท์ เสนอข่าว : บริษัท มหานครเอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ภาพข่าว :นายณัฎฐ์ธนัน วงศ์เตชะนนท์ / น.ส.ชลิตา วิริยะตั้งสกุล
https://linevoom.line.me/post/1177863488716634361
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์//กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดกิจกรรมการประกวด ‘Thailand Franchise Award 2026’ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยสุดยิ่งใหญ่แห่งปี รับฟังเสวนาสุดพิเศษ ‘เรียนรู้ เติบโต ท้าทาย ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงไปกับเทรนด์แฟรนไชส์ยุคใหม่’ พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจแฟรนไชส์ที่จะมาเผยเคล็ดลับ เส้นทางสู่ความสำเร็จเพื่อคว้ารางวัลไปครอบครอง และเปิดทางลัดให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ผ่านประสบการณ์ตรง จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นการเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมชิงรางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ไทยประจำปี 2569 โดยการค้นหาและคัดเลือกอย่างเข้มข้นพร้อมประกาศผลผู้ชนะในเดือนสิงหาคม 2569 นี้
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมการประกวดรางวัลธุรกิจแฟรนไชส์ ครั้งที่ 7 (Thailand Franchise Award 2026 : TFA 2026) ณ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ ว่า กิจกรรมในวันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) เป็นการเฟ้นหาผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยที่มีศักยภาพที่จะได้รับรางวัล Thailand Franchise Award 2026 เพื่อเชิดชูเกียรติ ในฐานะเป็นธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพ โดยรางวัลดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ไทย สะท้อนถึงคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพของแบรนด์ไทยในสายตานักลงทุน ผู้บริโภค และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจ
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า การประกวด Thailand Franchise Award 2026 : TFA 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟรนไชส์ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมฯ มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้รางวัลนี้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากลมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย รวมถึงเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ด้วย
“ในวันนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จะได้รับความรู้เชิงลึกด้านการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์และเคล็ดลับการสร้างธุรกิจให้อยู่ในระดับแนวหน้า ผ่านกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ ‘เรียนรู้ เติบโต ท้าทาย ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงไปกับเทรนด์แฟรนไชส์ยุคใหม่’ โดยได้รับเกียรติจาก 2 วิทยากรผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างนักแสดงชื่อดังเจ้าของธุรกิจแบรนด์ YOLK (โยล์ค) ทาร์ตไข่ชื่อดัง คุณอิน สาริน รณเกียรติ ที่สามารถสร้างยอดขายได้สูงกว่า 100 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 9 เดือน และคุณวิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร หรือ มิ้นท์ ชี้ช่องรวย ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมธุรกิจ SME ของไทย และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่นำเสนอไอเดียธุรกิจที่น่าลงทุน และพาไปดูแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จจริงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ธุรกิจที่อยากจะเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์”
“ทั้งนี้ ภายในกิจกรรมผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทราบถึงรายละเอียดการเข้าร่วมประกวด TFA 2026 และเงื่อนไขต่างๆ โดยรางวัล Thailand Franchise Award 2026 : TFA 2026 แบ่งเป็น 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 11 รางวัล ได้แก่ ประเภทที่ 1 รางวัลแฟรนไชส์ไทยยอดเยี่ยมตามขนาด จำนวน 3 รางวัล ประเภทที่ 2 รางวัล แฟรนไชส์ไทยยอดเยี่ยมรายอุตสาหกรรม จำนวน 4 รางวัล ประเภทที่ 3 รางวัลธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้าน จำนวน 2 รางวัล และ ประเภทที่ 4 รางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ไทยแห่งปี จำนวน 2 รางวัล โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 สำหรับธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์ตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้จะได้รับโล่ เชิดชูเกียรติในพิธีมอบรางวัล ‘Thailand Franchise Award 2026’ ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ต่อไป”
“ผู้ชนะจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่านสื่อของกรมฯ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนโอกาสเข้าร่วมงานแสดงธุรกิจเจรจาธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ขยายโอกาสทางการตลาดของธุรกิจในระดับสากล และสร้างความน่าเชื่อถือให้แฟรนไชส์ไทยต่อไป จึงกล่าวได้ว่ารางวัล ‘Thailand Franchise Award 2026’ คือสัญลักษณ์แห่งความน่าเชื่อถือ และโอกาสในการขยายตลาด สร้างการรับรู้ และก้าวสู่เวทีธุรกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างมั่นใจ สำหรับกิจกรรมการประกวด Thailand Franchise Award เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 36 แบรนด์ แบ่งเป็น ธุรกิจอาหาร 13 แบรนด์ (36%) ธุรกิจบริการ 8 แบรนด์ (22%) ธุรกิจเครื่องดื่ม 8 แบรนด์ (22%) ธุรกิจค้าปลีก 4 แบรนด์ (11%) และธุรกิจการศึกษา 3 แบรนด์ (8%)”
“ที่ผ่านมากรมฯ เป็นหน่วยงานราชการแห่งเดียวที่ให้การส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การสร้างแฟรนไชส์รายใหม่ การยกระดับแฟรนไชส์รายเดิมให้มีมาตรฐาน และสร้างการตลาดให้แก่ธุรกิจแฟรนไชส์ซึ่งเป็นการดำเนินการแบบครบวงจรทั้งระบบ” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 5953 www.dbd.go.th และสายด่วน 1570#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์:Cr;มณสิการ รามจันทร์
https://linevoom.line.me/post/1177854355913406836
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยมอบหมายให้ ดร. กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เข้าร่วมเป็นวิทยากรในฐานะผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในงานเสวนา ASEAN–EU Sustainability Summit 2026 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ Tambuli Seaside Resort & Spa เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ภายใต้หัวข้อ Food Security, Animal Health, and Climate Resilience: A Sustainability Imperative for ASEAN เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายด้านความมั่นคงอาหาร สุขภาพสัตว์ และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเกษตรและอาหารต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

งานเสวนาดังกล่าว จัดโดย สภาธุรกิจสหภาพยุโรป–อาเซียน (EU–ASEAN Business Council: EU–ABC) ร่วมกับ หอการค้ายุโรปแห่งฟิลิปปินส์ (European Chamber of Commerce of the Philippines: ECCP) โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48 มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายจากอาเซียนและสหภาพยุโรปเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน ความมั่นคงอาหาร และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โอกาสนี้ รองเลขาธิการ สศก. ได้นำเสนอทิศทางนโยบายเกษตรของประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบูรณาการความยั่งยืนและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ เข้าสู่ระบบเกษตรและอาหาร ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG การส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะและเกษตรแม่นยำ การบริหารจัดการน้ำและความเสี่ยงเชิงรุก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลขนาดใหญ่ และระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรในการปรับตัวต่อความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศและตลาดโลก

สำหรับประเด็นด้านสุขภาพสัตว์ ได้นำเสนอภาพรวมเชิงนโยบายของไทย โดยบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคสัตว์ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร พร้อมเน้นย้ำว่า สุขภาพสัตว์เป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงอาหาร เศรษฐกิจชนบท และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดโลก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ปศุสัตว์ถือเป็นสินทรัพย์สำคัญของครัวเรือน

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคสัตว์เชิงรุกตามแนวทาง One Health ผ่านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ การฉีดวัคซีน การเฝ้าระวังโรค การบริหารจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน และการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนจากโรคระบาด ลดการใช้ยาต้านจุลชีพโดยไม่จำเป็น และสนับสนุนการผลิตปศุสัตว์ที่ปลอดภัย ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยสนับสนุนให้อาเซียนยกระดับการทำงานร่วมกันจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่ความร่วมมือเชิงระบบที่มีข้อมูลเป็นฐาน โดยเฉพาะการแบ่งปันข้อมูล ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการประสานนโยบายเพื่อรับมือความเสี่ยงข้ามพรมแดน ทั้งโรคระบาดสัตว์ ภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ภูมิภาคสามารถเฝ้าระวัง ตอบสนอง และบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ภาคเกษตรไม่ใช่เพียงฐานการผลิตอาหารของประเทศ แต่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การขับเคลื่อนเกษตรไทยในระยะต่อไป จึงต้องอาศัยทั้งข้อมูล เทคโนโลยี มาตรฐาน ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการบูรณาการจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้ระบบอาหารของไทยและอาเซียนมีความมั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งการเข้าร่วมเวที ASEAN–EU Sustainability Summit 2026 นับเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนบทบาทของประเทศไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรสู่ระบบที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ พร้อมแสดงความพร้อมของไทยในการทำงานร่วมกับอาเซียน สหภาพยุโรป และภาคีระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงอาหาร ความปลอดภัยอาหาร สุขภาพสัตว์ และความสามารถในการปรับตัวของภาคเกษตรอย่างยั่งยืน

https://linevoom.line.me/post/1177845679210275766
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์//ธนาคารออมสินเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เปิดโครงการ GSB Smart Franchise 2026 หลักสูตร Jump Start Franchise ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพและเติมองค์ความรู้แบบรอบทิศ ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดในวงการแฟรนไชส์มายาวนาน อีกทั้งยังมีเจ้าของแฟรนไขส์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย มาร่วมแชร์ประสบการณ์จากสนามจริง พร้อมทัพโมเดลแฟรนไชส์โชว์เคสหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ


ธนาคารออมสิน โดยคุณชาลิณี คันธวณิช ผู้อํานวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs Start up เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ GSB Smart Franchise 2026 หลักสูตร Jump Start Franchise โดยโครงการฯ ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของธนาคารออมสิน ตามยุทธศาสตร์ใหม่ มุ่งสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต” (SMART SOCIAL BANK FOR ALL LIVES) โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ได้เติมเต็มองค์ความรู้ ยกระดับธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผลักดันให้เกิดธุรกิจแฟรนไชส์หน้าใหม่ก้าวเข้าสู่ตลาดได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

หลักสูตรนี้รวบรวมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในวงการแฟรนไชส์มายาวนาน อย่าง ดร.วิชัย เจริญธรรมานนท์ และอาจารย์ชานนท์ มหาสิงห์ ผู้บริหาร PMG Academy ที่มาให้ความรู้ในเรื่องระบบแฟรนไชส์ วิธีการเลือกซื้อแฟรนไชส์ เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ในยุคปัจจุบัน และยังเสริมทัพด้วยผู้ประกอบการแฟรนไชส์ตัวจริงอย่างคุณประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณสถาปัตย์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแฟรนไชส์ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารแฟรนไชส์จากสนามจริง อีกทั้งยังมีแฟรนไชส์รุ่นพี่อย่าง ซูชิ นาเอะกิ โต้วน้ำเต้าหู้ และเฮงปังปั๊ว ที่ขยายสาขาไปแล้วทั่วประเทศและต่างประเทศ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้จริง และยังเติมความรู้ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา อาทิเช่น เครื่องหมายทางการค้า ลิขสิทธิ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ คือ ทัพแฟรนไชส์ชั้นนำมากมายมาร่วมโชว์เคสภายในงาน เป็นโมเดลสำหรับผู้สนใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็น แบล็คแคนยอน, กาแฟพันธุ์ไทย, ซูชินาเอะกิ, โต้วน้ำเต้าหู้, เฮงปังปั๊ว, Ramenga, เส้นซ่าส์, QUICK WASH บริการล้างรถอัตโนมัติ , โหว ไฉ่ เล่ย ชาไต้หวันพรีเมี่ยม, La Meow ร้านอาหารจีนและหม่าล่า DIY แม่ประณาม ลูกชิ้นภูเขาไฟลาวา , เหนียวหมูไส้แตก, โยมากิ โยเกิร์ตสดผสมคอลลาเจน , กุยช่ายไฮโซ, สถาบันกวดวิชาอีดียู, MOOM GAPAO, CLUO Laundry, ชิกกี้ชิก, Colla tea และอีกมากมาย สำหรับผู้สนใจเริ่มต้นธุรกิจยังมีแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสินเสิร์ฟครบจบในงานอีกด้วย

ธนาคารออมสินยัง มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีไทย
และผู้ประกอบการรายย่อยอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ ได้ทาง https://www.gsb.or.th/ และทาง Facebook Fanpage : GSB SMEs Startup :Cr;มณสิการ รามจันทร์
https://linevoom.line.me/post/1177811321799080771
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)