วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 5, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก

ONSENS ดัน KLAI X SAN ยกระดับเสน่ห์สงขลา สู่ประสบการณ์ Elevated Thai Spa ผ่านกลิ่น ศิลปะ & Wellness

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// ONSENS ประกาศความร่วมมือระหว่าง KLAI สปาไทยร่วมสมัย และ SAN แบรนด์เครื่องหอมจากสงขลา ผสานอัตลักษณ์ปักษ์ใต้เข้ากับศาสตร์การบำบัด สะท้อนศักยภาพวัฒนธรรมไทย รังสรรค์บริการสปาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ชูแนวคิด “Pause. Observe. Reconnect.” สร้างประสบการณ์ร่วมสมัยที่สัมผัสได้ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 รับเทรนด์ Wellness & Well-beingนายสมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS เปิดเผยว่า ONSENS มีแผนยกระดับการให้บริการของแบรนด์ต่าง ๆ ภายใต้การบริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กลุ่มลูกค้าอย่างหลากหลาย พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์และบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ความร่วมมือระหว่าง KLAI สปาไทยร่วมสมัยในเครือของบริษัท กับ SAN แบรนด์เครื่องหอมและงานออกแบบร่วมสมัยชั้นนำจากจังหวัดสงขลา มีเป้าหมายเพื่อรังสรรค์บริการสปาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สะท้อนอัตลักษณ์ปักษ์ใต้ ผ่านการบูรณาการมรดกทางวัฒนธรรม ศาสตร์แห่งการบำบัด และแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ต่อยอดประสบการณ์ Wellness ที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ได้ทั้งคนไทยและต่างชาติ พร้อมขยายฐานลูกค้าที่ใส่ใจการดูแลสุขภาพ สร้างความแตกต่าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

การทำงานร่วมกันครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์ โดย KLAI นำความเชี่ยวชาญด้านเดย์สปาและศาสตร์การนวดไทยโบราณมาประยุกต์ร่วมกับเทคนิคการบำบัดสมัยใหม่ ขณะที่ SAN เติมมิติด้านกลิ่นและงานออกแบบ เพื่อพัฒนาบริการสปาเฉพาะบุคคลที่มีเอกลักษณ์และเพิ่มคุณค่าให้กับการใช้บริการ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ทั้งสองแบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ และต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในอนาคต

นายกอบลาภ ไทยทัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซาน เมซง จำกัด กล่าวว่า SAN เป็นแบรนด์เครื่องหอมร่วมสมัยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดสงขลา โดยนำแรงบันดาลใจจากสถานที่ วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของภาคใต้ผ่านกลิ่นและงานออกแบบ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความทรงจำของแต่ละพื้นที่ การร่วมงานกับ KLAI จึงเป็นโอกาสในการขยายบทบาทของกลิ่นหอม จากผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไปสู่ประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถรับรู้และมีส่วนร่วมได้ผ่านประสาทสัมผัสอย่างรอบด้าน

นายธีติ พฤกษ์อุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซาน เมซง จำกัด กล่าวเสริมว่า บริการที่พัฒนาร่วมกันคือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสร้างสรรค์กลิ่นเฉพาะตัว ผ่านกิจกรรมผสมน้ำมันนวดจาก Essential Oils ของ SAN ก่อนนำมาใช้ในโปรแกรมนวด 90 นาที ซึ่งรวมการนวดไทย การนวดน้ำมัน และเทคนิคการยืดเหยียดไว้ในบริการเดียว โดยนำความอ่อนช้อยของศิลปะการรำโนราห์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบท่าทางและการเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบร่วมสมัย

บริการดังกล่าวถ่ายทอดผ่านแนวคิด “Pause. Observe. Reconnect.” ชวนผู้ใช้บริการหยุดพักจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน สังเกตและรับรู้ประสาทสัมผัสรอบตัว ตลอดจนการกลับมาเชื่อมโยงกับร่างกายและความรู้สึกของตนเอง ผ่านการผสานกลิ่นหอม ศาสตร์แห่งการสัมผัส และการผ่อนคลายในรูปแบบเฉพาะตัว

ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอดเป็นบริการร่วมสมัย สร้างคุณค่าให้กับอัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมเปิดมิติใหม่ของการเชื่อมโยงธุรกิจสปา เครื่องหอม และวัฒนธรรมไทยเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบริการที่ให้ความสำคัญทั้งกับร่างกาย ความรู้สึก และความหมายของการใช้ชีวิต ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าระดับบนและนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านเครือข่ายสปาที่ได้มาตรฐานสากล :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

 

“ดีพร้อม” ปลื้มการขับเคลื่อน BCG เชิงรุก 4 ปี ดึงผู้ประกอบการร่วมได้กว่า 4.5 พันราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 1.5 แสนตัน พร้อมต่อยอดการเปลี่ยนผ่านด้วย BCG GREEN HORIZON 2026 ปั้นอนาคตกลุ่มอุตฯ ยั่งยืน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ภายใต้นโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียวและกลไก DIPROM FLEXi มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เผยผลดำเนินงาน 4 ปี มีผู้เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมกว่า 4,590 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 150,000 tCO₂eq ต่อยอดสู่การจัดงาน “BCG GREEN HORIZON 2026” ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทรัพยากร ให้เป็นโอกาสธุรกิจที่ยั่งยืน” เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาธุรกิจจริง
มุ่งผลักดันผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ท่ามกลางทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องยกระดับการดำเนินธุรกิจจากการแข่งขันด้านต้นทุนและคุณภาพสินค้าสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบริหารต้นทุนและเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในตลาดโลก โดยเฉพาะมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ที่เป็นความท้าทายสำคัญต่อการปรับตัวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การนำโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งประกอบด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวมาประยุกต์ใช้ จึงเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากรและความสูญเสีย นำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและสอดรับกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

“โมเดลเศรษฐกิจ BCG ไม่ได้เป็นเพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs
เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและบริหารต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมสามารถลดต้นทุนพลังงานได้มากกว่าร้อยละ 10 ภายใน 3 ปี และอาจลดได้สูงถึงร้อยละ 60 ในระยะยาว สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการลดค่าใช้จ่ายผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวทาง BCG ขณะเดียวกัน การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรืออัปไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ยังช่วยเพิ่มมูลค่าจากทรัพยากรเดิมและต่อยอดสู่แหล่งรายได้ใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงมุ่งส่งเสริมให้ SMEs นำแนวทาง BCG ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจเพื่อเปลี่ยนข้อจำกัดด้านต้นทุนและทรัพยากรให้เป็นโอกาสในการเติบโตและสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้มากยิ่งขึ้น”

นางสาวณัฏฐิญา กล่าวต่อว่า ดีพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับบริบท
ของแต่ละธุรกิจผ่านนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยกลไกของ DIPROM FLEXi ซึ่งมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในหลายมิติ ทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การนำทรัพยากรและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน การขยายตลาด และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการผลิตเบื้องต้น ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและมาตรฐานเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า

โดยในปี 2566 – 2569 มีผู้เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ รวม 4,590 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างรายได้กว่า 2,516 ล้านบาท และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 150,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการนำแนวคิด BCG มาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ทั้งในมิติการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับทิศทางตลาด

“สำหรับการจัดงาน BCG GREEN HORIZON 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทรัพยากร ให้เป็นโอกาสธุรกิจ ที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Star Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยจะเป็นกลไกสำคัญในการขยายผลการส่งเสริม SMEs ตามแนวทาง BCG โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาธุรกิจจริงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ตลอดจนเปิดโอกาสทางการตลาดผ่านการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โดยภายในงานมีการนำเสนอแนวทางการใช้ทรัพยากรชีวภาพสร้างผลิตภัณฑ์ มูลค่าสูง การต่อยอดวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมส่งเสริม การพัฒนาสิ่งทอไทยและการต่อยอด Thailand Recycled Textiles Tag เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดผลิตภัณฑ์ จากวัสดุรีไซเคิล”

นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้ายว่า ในระยะต่อไป ดีพร้อมจะมุ่งขยายผลการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG
ให้เข้าถึงผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ การออกแบบผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานและฉลากสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด ควบคู่กับการรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อนำไปกำหนดแนวทางสนับสนุนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ โดยมุ่งให้การขับเคลื่อน BCG ไม่หยุดอยู่เพียงการสร้างความตระหนักรู้ แต่สามารถต่อยอดสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรม :Cr;มณสิการ รามจันทร์

สศอ. ร่วมกับสถาบันอาหาร แถลงผลสำเร็จ “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ปี 69” สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.4 พันล้านบาท

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันอาหาร เผยผลสำเร็จการดำเนินงาน “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยรวม 120 ราย นำร่องศึกษาตลาดตุรกี และอินเดียแบบเจาะลึก หวังรุกช่องทางการค้าใหม่ ๆ ยกระดับ 42 กิจการ สู่มาตรฐานฮาลาลในทุกมิติ ตั้งแต่ภาคการผลิตจนถึงการตลาด หนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูปต้นแบบด้วยนวัตกรรม รวม 20 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Functional Food และโปรตีนทางเลือก ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมนำทัพผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทย 58 ราย ร่วมอีเว้นท์เวทีนานาชาติเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในภาพรวมคาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 1.4 พันล้านบาท

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลกภายในปี 2570 ซึ่งทางสศอ.ได้มอบหมายให้สถาบันอาหาร เป็นหน่วยงานรับดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก กำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้อย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาตลาดฮาลาลเชิงลึกในต่างประเทศ การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล ไปจนถึงการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงสู่ตลาด ผ่านงานแสดงสินค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับคู่ค้าที่มีศักยภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ได้ดำเนินงานผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การสำรวจและประเมินศักยภาพตลาดอาหารฮาลาลในต่างประเทศเพื่อการส่งออก เพื่อค้นหาโอกาสทางการค้าและข้อมูลความต้องการของตลาดเป้าหมาย ในครั้งนี้พบว่าในตลาดตุรกี สินค้าฮาลาลของไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดผ่านรูปแบบ OEM การส่งออกวัตถุดิบเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน HORECA และการใช้จุดแข็งด้านวัตถุดิบปลอดการดัดแปลงพันธุกรรม หรือ Non-GMO ขณะที่ตลาดอินเดียมีโอกาสจากการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคมุสลิมและผู้บริโภคมังสวิรัติ รวมถึงการวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดหลากหลายช่องทาง ได้แก่ ช่องทาง Quick Commerce ร้านค้าเฉพาะทาง กลุ่มโรงแรมและภัตตาคาร หรือ HORECA ไปจนถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่

นายศุภกิจ กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมการเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของโครงการฯ โดยตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไปพบกับตลาดและคู่ค้าจริง ซึ่งเป็นการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตลาดภายในประเทศ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการจำนวน 38 กิจการ เข้าร่วมงาน GRAND HALAL BANGKOK 2026 เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจภายในงานถึง 140 คู่ และมีแนวโน้มสร้างรายได้รวมกว่า 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 32.18 ด้านการขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการจำนวน 20 กิจการ เข้าร่วมงาน SIAL Guangzhou 2026 ณ เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติ เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจภายในงานถึง 118 คู่ และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 195 ล้านบาท หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15.32

“ในภาพรวมเมื่อประเมินจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้ พบว่ามีมูลค่าราว 1,438 ล้านบาท เป็นผลลัพธ์และความสำเร็จที่เกิดจากการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า อาหารฮาลาลไทยมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน นวัตกรรม และศักยภาพที่พร้อมจะเติบโตแบบก้าวกระโดดสู่เวทีสากล ผมเชื่อมั่นว่าโครงการฯ นี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ‘ศูนย์กลางฮาลาลแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Halal Hub)’ ได้ตามเป้าหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายศุภกิจ กล่าว

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ในฐานะที่สถาบันอาหาร เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงานโครงการดังกล่าว จึงได้ใช้จุดแข็งด้านความพร้อมของบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ดำเนินกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล แก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 42 กิจการ เพื่อยกระดับความพร้อมด้านมาตรฐานฮาลาลในทุกมิติ ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดขยายโอกาสทางธุรกิจและเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยผลจากการเชื่อมโยงสู่ตลาดสามารถสร้างยอดสั่งซื้อและประเมินมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 483 ล้านบาท หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 73.57

นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูป แก่ผู้ประกอบการ 20 กิจการ ครอบคลุมกลุ่มอาหารเชิงหน้าที่ (Functional Food) และอาหารโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) โดยนำแนวคิด Halal by Design, Quality by Design และ Risk-based Approach มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องตามมาตรฐาน ฮาลาล ควบคู่กับการวิเคราะห์ตลาด กลุ่มผู้บริโภค และข้อกำหนดของตลาดเป้าหมาย

ทั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลรูปแบบใหม่ที่ตอบรับกระแสการบริโภคยุคปัจจุบัน จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ อาทิ โปรตีนถั่วเหลืองทอดกรอบ เส้นก๋วยจั๊บญวนเสริมโปรตีนกึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มโปรตีนจากพืชชนิดผงชงดื่ม และข้าวผสมถั่วเขียวพองกรอบเสริมพรีไบโอติกส์ เป็นต้น ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบจากพืชและวัตถุดิบท้องถิ่นมาผสานกับนวัตกรรมอาหาร ประเมินว่าสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าได้มากกว่า 395 ล้านบาท และมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 21.64 เป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทย นับเป็นการผลักดันผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจของประเทศอย่างมีคุณภาพ :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

 

Hacked by trenggalek6etar

0

Hacked by trenggalek6etar

– JATIM4U –

Jangene_Cakep – Panataran – 0x1999 – 0xIDiot – Unlucky – Mr.Optimuz_Root

เชิญชวนร่วมกิจกรรม “BCG GREEN HORIZON 2026” ระหว่างวันที่ 30 ตค. – 1 พย. 69 ชั้น 5 สยามพารากอน

0

ไอเดียรักษ์โลกของคุณ…อาจเป็นธุรกิจตัวต่อไป!สายครีเอทีฟ สายกรีน เจ้าของธุรกิจ มาหาแรงบันดาลใจใหม่ แล้วต่อยอดให้ไกลกว่าเดิมที่

✨ BCG GREEN HORIZON 2026 “เปลี่ยนทรัพยากร ให้เป็นโอกาสธุรกิจที่ยั่งยืน” DIPROM ชวนมาเปิดโลกของวัสดุ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมจาก SME ที่จะทำให้คุณมอง “ทรัพยากร” และ “ของเหลือใช้” ด้วยสายตาใหม่ 👀  3 วัน ชม ช้อป ลองทำ และต่อยอดธุรกิจ!
– เห็นของจริง — ชมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ พร้อมฟังเบื้องหลังความสำเร็จของ SME
– เจอคู่ค้า — เปิดโอกาสเจรจาธุรกิจและพบพันธมิตรใหม่
– เติมไอเดีย — อัปเดตเทรนด์ BCG และ Sustainability
– ลองวัสดุใหม่ — ชมสาธิตวัสดุชีวภาพและบรรจุภัณฑ์ที่นำไปต่อยอดได้
– ลงมือสร้าง — สนุกกับ Workshop เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ และการออกแบบเพื่อใช้ซ้ำ

ช้อปแบบรักษ์โลก — พบสินค้า Eco Product พร้อมกิจกรรมและลุ้นของรางวัล
มาเจอวัสดุที่ใช่ ไอเดียที่ชอบ และคนที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน
📅 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569
📍 Star Hall ชั้น 5 สยามพารากอน
เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ลงทะเบียนเยี่ยมชม รับของที่ระลึกรักษ์โลกฟรี
จำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อน!
👉 จองวันไว้ แล้วลงทะเบียนเลย: [ https://forms.gle/hkJMMwUz5RUac7nv7 ]
แท็กเพื่อนสายครีเอทีฟ แล้วชวนกันมาเปิดไอเดียใหม่! ✨
☎️ คุณศรัญญา (ญา): 088-452-4373
☎️ คุณพิรุณพร (หยก): 094-983-9650 :Cr;มณสิการ รามจันทร์

ออมสินเผยโฉม 10 แฟรนไชส์คุณภาพ ยกระดับ SME ไทย ในงาน Selected GSB Smart Franchise 2026

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ธนาคารออมสิน ในบทบาทผู้นำขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตอกย้ำความสำเร็จ 5 ปีเต็ม จัดงาน “Selected GSB Smart Franchise 2026” ประกาศมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ 10 สุดยอดแฟรนไชส์ดาวเด่นที่มีโมเดลธุรกิจยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ จากผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 50 ราย เผยตลอดระยะเวลาโครงการช่วยสร้างอาชีพทั่วประเทศแล้วกว่า 2,900 สาขา และหนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทะลุ 600 ล้านบาท

ธนาคารออมสินเดินหน้ายกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทย ภายใต้โครงการ GSB Smart Franchise 2026 ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 บ่มเพาะความรู้ให้ผู้ประกอบการผ่าน 2 หลักสูตรสำคัญ คือ “Jump Start Franchise” สำหรับธุรกิจเริ่มต้นที่ต้องการพัฒนาสู่ระบบแฟรนไชส์ และ “GSB Franchise Standard” ซึ่งเป็นหลักสูตรเชิงลึกเพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากลและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีธุรกิจเข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพเชิงลึกรวมทั้งสิ้น 268 กิจการ

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม  สร้างองค์ความรู้พื้นฐานให้แก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์รวมแล้วกว่า 5,000 ราย  อีกทั้งยังก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพด้วยธุรกิจแฟรนไชส์ รวมกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ และที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารออมสิน รวมทั้งสิ้น 668 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 600 ล้านบาท

สำหรับไฮไลต์ของงาน Selected GSB Smart Franchise 2026 ในครั้งนี้ คือการเฟ้นหาธุรกิจแฟรนไชส์ต้นแบบที่มีแผนธุรกิจและโมเดลการบริหารจัดการที่โดดเด่นที่สุดในแต่ละด้าน โดยรายชื่อธุรกิจแฟรนไชส์ 10 กิจการคุณภาพที่คว้า 5 รางวัลใหญ่ประจำปีนี้ คือ           

  • รางวัลระบบปฏิบัติการมาตรฐาน (Standard Operations Award): ได้แก่ 39 Ramen และ Golden Brain
  • รางวัลแบรนด์อัตลักษณ์แข็งแกร่ง (Strongest Brand Award): ได้แก่ บ้านอุ๋ม
  • รางวัลแฟรนไชส์พร้อมขยายการลงทุน (Investment-Ready Expansion Award): ได้แก่ ต้นตี้หมูทอดในตำนาน, RICHIMO และ ข้าวมันส์
  • รางวัลธุรกิจแฟรนไชส์ดาวรุ่ง (Franchise Rising Star Award): ได้แก่ BAO SOHO และ TARUKA
  • รางวัลแฟรนไชส์สร้างคุณค่าสู่สังคม (Franchise Social Impact Award): ได้แก่ เจ-ปัง และ Miruku Pan-Ya

โครงการ GSB Smart Franchise 2026 มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มความแข็งแกร่ง สู่การยกระดับเป็นแฟรนไชส์รายใหม่ที่มีมาตรฐานพร้อมขยายธุรกิจสู่ตลาดให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน  ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ผ่านหลักสูตร “Jump Start Franchise” สำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นสู่ระบบแฟรนไชส์ และ หลักสูตร “GSB Franchise Standard” หลักสูตรเชิงลึกเพื่อยกระดับสู่แฟรนไชส์มาตรฐาน  พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอีกด้วย ธนาคารออมสินพร้อมเดินหน้าตามจุดยืนการเป็นธนาคารที่ช่วยสนับสนุนคนไทยทุกชีวิต โดยเฉพาะการผลักดันและส่งเสริมให้ธุรกิจเหล่านี้ เป็นต้นแบบแฟรนไชส์ยุคใหม่ที่มีมาตรฐาน  ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและมั่นคง  พร้อมก้าวหน้าในตลาดต่อไป :Cr;มณสิการ รามจันทร์

Hacked by trenggalek6etar

0

Hacked by trenggalek6etar

– JATIM4U –

Jangene_Cakep – Panataran – 0x1999 – 0xIDiot – Unlucky – Mr.Optimuz_Root

Hacked by trenggalek6etar

0

Hacked by trenggalek6etar

– JATIM4U –

Jangene_Cakep – Panataran – 0x1999 – 0xIDiot – Unlucky – Mr.Optimuz_Root

Hacked by trenggalek6etar

0

Hacked by trenggalek6etar

– JATIM4U –

Jangene_Cakep – Panataran – 0x1999 – 0xIDiot – Unlucky – Mr.Optimuz_Root