https://linevoom.line.me/user/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://linevoom.line.me/user/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์// Mr.Li Xuan รองเลขาธิการ สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย–จีน (TSAST) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 8-11 ธันวาคม 2568 ได้ต้อนรับคณะ “ BeiDou ASEAN Tour 2025 ” โดยการนำของ Mr. Yu Pang Deputy General Manager บริษัท Guangxi Land and Resources Planning and Design Group Co., Ltd. เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อจัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน BeiDou เชื่อมโยงอาเซียน” ร่วมกับบริษัท Bangsheng Shikong (Guangxi) Technology Co., Ltd. มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการบูรณาการระบบนำทางด้วยดาวเทียมเป่ยโต่ว (BeiDou Satellite Navigation System) เข้ากับภาคส่วนสำคัญของประเทศอาเซียน อาทิ เศรษฐกิจทางทะเล ระบบคมนาคมอัจฉริยะ และการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนสร้างสะพานเชื่อมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมระหว่างจีนและไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
รองเลขาธิการ สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย–จีน (TSAST) กล่าวว่า ไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือการจัดการประชุมจับคู่ความต้องการ–อุปทานตลาดไทยของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนครหนานหนิง และกิจกรรม ” BeiDou ASEAN Tour 2025″ ภายใต้การนำของสำนักงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเทศบาลนครหนานหนิง โดยตัวแทนจากทั้งจีนและไทยได้กล่าวสุนทรพจน์ แสดงความเชื่อมั่นร่วมกันต่อแนวโน้มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเป่ยโต่ว และเติมพลังความเชื่อมั่นให้กับการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Mr. Yu Pang กล่าวว่าระหว่างการจัดงานคณะผู้แทนเป่ยโต่ว ได้เข้าเยี่ยมหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง อาทิ สภาหอการค้าไทย–กว่างซี , สมาคมเทคโนโลยีจีน–ไทย มีการหารือเชิงปฏิบัติอย่างลึกซึ้งกับพันธมิตรฝ่ายไทยในประเด็นต่าง ๆ เช่น การปรับใช้เทคโนโลยีเป่ยโต่วให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น และนวัตกรรมการประยุกต์ใช้บริการข้อมูลจากดาวเทียม ซึ่งได้วางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือในอนาคต
Mr. Yu Pang กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สำคัญหลายประการ อาทิ บริษัทจีนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของไทย AI Plus Solution Co., Ltd. ทั้งสองฝ่ายจะผสานจุดแข็งของตนเพื่อร่วมกันพัฒนา “โมเดลการพยากรณ์เชิงพื้นที่–เวลาแบบแม่นยำระดับโลกภายใต้แนวคิด AI + BeiDou” พร้อมทั้งสำรวจแนวทางนวัตกรรมที่ผสานการตัดสินใจอัจฉริยะเข้ากับเทคโนโลยีการกำหนดตำแหน่งที่มีความแม่นยำสูง ขณะเดียวกัน ยังได้บรรลุฉันทามติที่ชัดเจนกับสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย–จีน (TSAST) ในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ระบบเป่ยโต่วในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้บริการเทคโนโลยีเป่ยโต่วเข้าสู่ระยะการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย
ดังนั้นความสำเร็จของการเดินทางเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงแนวคิดความร่วมมือแบบเปิดและการให้บริการในระดับโลกของระบบเป่ยโต่วเท่านั้น แต่ยังช่วยผลักดันการเชื่อมโยงโครงการและนวัตกรรมความร่วมมือในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูงระหว่างจีนและไทยอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเปิดโอกาสใหม่ให้เทคโนโลยีเป่ยโต่วเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม และการบริหารจัดการความปลอดภัยสาธารณะของภูมิภาคอาเซียนอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง อันเป็นการเสริมพลังทางเทคโนโลยีในการสร้างประชาคมจีน–อาเซียนที่มีอนาคตร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น:Cr;มณสิการ รามจันทร์
ผู้ตรวจการอัยการลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 8 (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
นายสัญจัย. จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 8 (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) วันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยมีนายปิยวัฒน์. พรไชยา อธิบดีอัยการภาค 8 พร้อมทั้งอธิบดีอัยการ ศาลสูงภาค 8 รองอธิบดีอัยการ อัยการพิเศษฝ่าย อัยการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรในพื้นที่ร่วมต้อนรับ และรายงานผลการปฏิบัติราชการ
การลงพื้นที่ตรวจราชการในครั้งนี้ ผู้ตรวจการอัยการได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านต่างๆ ตามแผนปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2569 พร้อมทั้งได้กำชับให้ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรปฏิบัติงานตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด และได้เน้นย้ำเรื่องการบันทึกข้อมูลใน ระบบ e – survey และสารบบคดีอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน รวมทั้งได้รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อคิดเห็นของสำนักงานอัยการในพื้นที่เกี่ยวกับอัตรากำลังของข้าราชการอัยการและข้าราชการธุรการ อุปกรณ์สารสนเทศและ การสื่อสาร อาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัย ยานพาหนะที่ใช้ในราชการที่มีไม่เพียงพอ ตลอดจนปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่น ค่าธรรมเนียมคดีความแพ่ง การดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ การดำเนินคดีอาญา เป็นต้น ซึ่งจะได้สรุปข้อมูลดังกล่าวส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป นอกจากนั้นยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงการก่อสร้างทั้งที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างดำเนินการ และมีปัญหาผู้รับจ้างทิ้งงานอีกด้วย

โอกาสนี้ ผู้ตรวจการอัยการได้ชื่นชมและให้กำลังใจบุคลากรที่ร่วมกันปฏิบัติงาน ในการให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจะสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้นในสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็น สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความร่วมมือกันในการพัฒนาองค์กรอัยการภายใต้แนวคิด “ซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม สร้างความยุติธรรมแก่ประชาชน”
https://linevoom.line.me/post/1176575999873056268
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://linevoom.line.me/post/1176567295970425202
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์// บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด ร่วมกับ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี จัดงาน “Lumpinee: Next Step Together – 69th Anniversary & 2026 Vision” เพื่อประกาศทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมกีฬามวยไทยของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการบริหารจัดการความเสี่ยงตามกรอบสากล


การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน บุคลากรชั้นนำในวงการมวยไทย และสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียต่อทิศทางการพัฒนาองค์กร ภายในงานได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ และประธานที่ปรึกษา บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด, พลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี, นายต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด , นายสรพงษ์ จิตต์สุนทร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัดพร้อมด้วยตำนานมวยไทยระดับประเทศ ได้แก่ เขาทราย แกแล็คซี่, สำราญศักดิ์ เมืองสุรินทร์, ขาวผ่อง สิทธิชูชัย, เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง และพิธีกรมากประสบการณ์ แมทธิว ดีน


นางสาวครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประกาศแผนธุรกิจประจำปี 2569 ซึ่งรวมถึงการลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเวทีมวยลุมพินี มูลค่ากว่า 70 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบแสง สี เสียง ระบบจอแอลอีดี(LED) และเทคโนโลยีถ่ายทอดสดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ชม ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านคอนเทนต์กีฬา บริษัทฯ ได้เปิดตัว 6 รายการแข่งขันรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายสร้างฐานผู้ชมใหม่ และต่อยอดคุณค่ามวยไทย โดยสรุปสาระสำคัญดังนี 
1. “มวยวัด” การแข่งขันที่เปิดโอกาสให้นักชกจากชุมชนทั่วประเทศและท้องถิ่นเข้าร่วม ภายใต้การดูแลของโปรโมเตอร์ชั้นนำ โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลสนับสนุนระหว่าง 50,000 – 100,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาวัด โรงเรียน หรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ของตน อันเป็นการผสานบทบาทของกีฬาเข้ากับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
2. “สมรภูมิมวยไทย” การแข่งขันที่เน้นความดุดันทางเทคนิคของแม่ไม้มวยไทย พร้อมรูปแบบการนำเสนอที่ทันสมัย โดยมีเข็มขัดแชมป์ประจำรายการเป็นสัญลักษณ์แห่งมาตรฐานและเกียรติยศของนักกีฬา
3. “โปรโมเตอร์ชนโปรโมเตอร์” รายการประชันแนวคิดและกลยุทธ์การจัดการแข่งขันของโปรโมเตอร์ชั้นนำ ผ่านการคัดเลือกนักชกในสังกัดของตนมาประชันกัน เพื่อสร้างสีสันและยกระดับมาตรฐานเชิงธุรกิจของวงการมวย


4. “ราชินีสังเวียน” เวทีการแข่งขันสำหรับนักมวยหญิงในรูปแบบการแข่งขัน 3 ยก มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในกีฬา และการยกระดับบทบาทสตรีในอุตสาหกรรมกีฬาต่อสู้ระดับสากล
5. “ลุมน๊อค (Tag Team)” รูปแบบการแข่งขันเชิงนวัตกรรมในลักษณะ “แท็กทีม” ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในเวทีมวยไทยไทย มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ชม และเพิ่มมิติความตื่นเต้นในการรับชม
6. “ลุมพินียกทัพ” การแข่งขันเชิงเกียรติยศ ระหว่างนักกีฬาจากเหล่าทัพหลัก ได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสะท้อนศักยภาพทางกายภาพ วินัย และความพร้อมของกำลังพล
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กรในการผลักดันมวยไทยก้าวสู่เวทีโลก ภายใต้กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี การปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้แนวทางการดำเนินงานดังกล่าว สะท้อนถึงพันธกิจของ บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด ในการเป็นองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยที่ยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้มวยไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้บนเวทีโลก นางสาวครองขวัญ กล่าวเพิ่มเติม:Cr;มณสิการ รามจันทร์
https://linevoom.line.me/post/1176558821167740672
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์//คณะวิจัยของ ศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ รศ.ดร.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการคัดแยกสายพันธุ์จากลำไส้ของคนไทย สู่ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติก Prometa L34 สายพันธุ์ใหม่ ที่พัฒนาจากงานวิจัยโดยหมอไทย เพื่อสุขภาพของคนไทยโดยเฉพาะ
นายชนวิน เต็งอำนวย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯมีพันธกิจกับคณะวิจัยของ ศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ รศ.ดร.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาโพรไบโอติก มายาวนาน และในโอกาสก้าวสู่ปี 60 ของกลุ่มบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและเป็นผู้ผลิตเวชภัณฑ์คุณภาพของไทย ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไทย ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับ ส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน


โดยล่าสุดคณะวิจัยทีมศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ รศ.ดร.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คัดแยกสายพันธุ์จากลำไส้ของคนไทย และค้นพบ โพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ “GREATER Prometa L34″ เพื่อสุขภาพลำไส้ของคนไทย ดังกล่าว ดังนั้นบริษัทได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดนี้ ด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นสายพันธุ์ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อคนไทย มีจุดแข็งที่คุณภาพของเชื้อซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตการรับประทานอาหารและสุขภาพลำไส้ของคนไทยโดยเฉพาะนั่นเอง


” เราเชื่อมั่นว่า PROMETA จะเป็นตัวหลักสำคัญในการดูแลสุขภาพจากภายในอย่างยั่งยืน และสอดรับกับเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของคนไทย และก้าวสู่ปีที่ 60 อย่างมั่นคงด้วยนวัตกรรมที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ครับ ” นายชนวิน กล่าวในตอนท้าย :Cr;มณสิการ รามจันทร์
https://linevoom.line.me/post/1176498218045511341
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)