พิมพ์ไทยออนไลน์//วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมาย นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดงาน Job and Market Fair : “มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ทักษะสร้างสรรค์ โอกาสไร้ขีดจำกัด” เพื่อขับเคลื่อนการสร้างโอกาสด้านการมีงานทำและการประกอบอาชีพสำหรับคนพิการอย่างยั่งยืน โดยมีนางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ นายจ้าง สถานประกอบการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรุงเทพมหานคร


นายกันตพงศ์ กล่าวว่า งาน Job and Market Fair : “มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” ประจำปี 2569 มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยง “คนกับโอกาส ศักยภาพกับความต้องการ ทักษะกับงาน และความคิดสร้างสรรค์กับตลาด” เพื่อให้คนพิการสามารถก้าวจากการพัฒนาทักษะไปสู่การมีงานทำ การประกอบอาชีพ การสร้างรายได้ และการพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างความเข้าใจใหม่แก่สังคมว่า ความพิการไม่ใช่ข้อจำกัดของศักยภาพ หากได้รับโอกาสและขจัดอุปสรรคในการใช้ชีวิตรวมทั้งมีการปรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งคนพิการสามารถเป็นทั้งลูกจ้าง ผู้ประกอบการ ผู้สร้างสรรค์ และกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันโลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกทั้งยังมีการสร้างอาชีพและโอกาสใหม่อย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ งาน Job and Market Fair มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569 มุ่งส่งเสริมให้คนพิการได้รับการ Re-skill และ Up-skill ทั้งทักษะอาชีพ ทักษะดิจิทัล , การใช้ AI , การสร้างสื่อดิจิทัล , การตลาดออนไลน์ E-Commerce และการบริหารจัดการธุรกิจยุคใหม่ รวมถึงการสนับสนุนรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย อาทิ การทำงานผ่านระบบดิจิทัล , การทำงานจากระยะไกล , การประกอบอาชีพอิสระ และการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงตลาดแรงงานและสร้างรายได้จากทุกพื้นที่
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. โดย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายในพื้นที่ 6 โซน ได้แก่ 1) Main Stage เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพิธีลงนามความร่วมมือ 2) ABLE Plus Showcase นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ 3) Empowerment & Welfare Zone พื้นที่ให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสวัสดิการ 4) Career Connect Zone พื้นที่จับคู่การจ้างงานและให้คำปรึกษาด้านอาชีพ 5) Inclusive Marketplace Zone ตลาดสินค้าและบริการจากคนพิการทั่วประเทศ และ 6) Hands-on Workshop Zone พื้นที่พัฒนาทักษะอาชีพและทักษะดิจิทัลผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากนี้ ยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาทักษะ การประกอบอาชีพ และการขยายตลาดสำหรับคนพิการ และ พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่หน่วยงาน สถานประกอบการ และภาคีเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการจ้างงานและพัฒนาศักยภาพคนพิการ รวมถึงเวทีเสวนาจากภาครัฐและภาคธุรกิจเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดแรงงาน ทักษะแห่งอนาคต และการสร้างแรงบันดาลใจจากบุคคลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า งานครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ นายจ้าง สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และการสนับสนุนทางเลือกตามมาตรา 35 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า การขยายช่องทางการตลาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการลดข้อจำกัดด้านระยะทางและการเข้าถึงลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงาน Job and Market Fair มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569 ใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 12 – 13 กันยายน 2569 ณ MCC Hall ชั้น 3 เดอะมอลล์ นครราชสีมา โดยมีบูธหน่วยงานกระทรวง พม. และภาคีเครือข่ายรวมกว่า 428 บูธ ซึ่งมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมกว่า 12,000 คน เพื่อกระจายโอกาสให้คนพิการในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงงาน อาชีพ ทักษะ ตลาดแรงงาน และโอกาสทางธุรกิจได้อย่างทั่วถึง
นายกันตพงศ์ กล่าวย้ำว่า งาน Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569 ไม่ใช่เพียงมหกรรมการสมัครงานหรือการจำหน่ายสินค้า แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่มุ่งเปลี่ยน ทักษะให้เป็นโอกาส โอกาสให้เป็นงาน งานให้เป็นอาชีพ และอาชีพให้เป็นรายได้และความมั่นคงให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบาย พม. มุ่งสร้างการ “อยู่ดี มีโอกาส” เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเท่าเทียม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สู่การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล การมีงานทำ การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงตลาดแรงงานอย่างครบวงจร พร้อมเปลี่ยนมุมมองจากการช่วยเหลือ สู่การสร้างโอกาส และการเสริมพลังศักยภาพของคนพิการ เพราะเมื่อความสามารถได้พบกับโอกาส คนพิการจะไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่สามารถเป็นผู้สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างเข้มแข็ง:Cr;มณสิการ รามจันทร์





นายทศพร จุลโพธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โตโก ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (Toko Development) เทคสตาร์ตอัปสัญชาติไทย สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการขนส่ง พัฒนานวัตกรรมเปลี่ยนประเทศบน Toko Super App รวมพลัง 2 ฟีเจอร์สุดล้ำไว้ในที่เดียว ทั้ง “ระบบมิเตอร์ดาวเทียม” (Satellite Meter) และ “ระบบเรียกรถแบบเลือกคนขับได้เอง” ฉีกกฎแอปเรียกรถแบบเดิมๆ สู่มาตรฐานการเดินทางที่โปร่งใส ยุติธรรม และให้อิสระแก่ผู้ใช้บริการสูงสุด

ความล้ำหน้าของ Toko Super App ฝีมือคนไทยในครั้งนี้ คือการผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อผู้โดยสารและคนขับอย่างแท้จริง เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมของประเทศไทยไปตลอดกาล
























ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของธนาคารออมสินได้ทาง เว็บไซต์ธนาคารออมสิน 




“สำหรับภาพรวมการจัดงาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 ปีนี้เรียกได้ว่าสร้างผลตอบรับเกินความคาดหมาย จากยอดผู้เข้าร่วมงาน 30,622 คนทั่วประเทศ อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 22-65 ปี แสดงให้เห็นว่าเวทีนี้สร้างโอกาสสำหรับคนที่มองหาอาชีพ ธุรกิจ และแฟรนไชส์ ในทุกช่วงวัยได้อย่างแท้จริง สมดังเจตนารมณ์ของผู้จัดงานที่ต้องการให้งานนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จุดประกายทางเลือกและโอกาสใหม่ ๆ ปลุกผู้คนให้ลุกขึ้นสู้และยืนหยัดอย่างมั่นคงแม้ในยามวิกฤต เราเชื่อว่ายังมีคนที่สนใจมองหาอาชีพเพื่อเริ่มต้น หรือต่อยอดธุรกิจอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้เดินหน้าจัดงานธุรกิจแฟรนไชส์สัญจรอีกครั้งในช่วงปลายปีกับงาน “มหกรรมชี้ช่องรวย แฟรนไชส์” ที่ไบเทค บางนา จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานนี้” นางสาววิมลณ์เกศ กล่าวปิดท้าย
จากผลตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย พีเอ็มจีจึงมุ่งมั่นสานภารกิจช่วยคนตัวเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยปลายปีนี้เดินเครื่องจัดงานแฟรนไชส์สัญจร กับดีลพิเศษลดแรงส่งท้ายปี ในงาน “มหกรรมชี้ช่องรวย แฟรนไชส์” ที่ยกทัพแฟรนไชส์และธุรกิจน่าลงทุนจากงาน Franchise Expo Thailand พร้อมด้วยธุรกิจแฟรนไชส์หน้าใหม่ จัดเต็มพื้นที่ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจสะดวกซัก ธุรกิจจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เบเกอรี่ การศึกษา เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ โรงงานรับจ้างผลิต ขนส่งและโลจิสติกส์ ที่ตอบโจทย์ทุกงบการลงทุน พร้อมด้วยสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำ เสิร์ฟครบจบกับทำเลทองให้เลือกสรรทั่วประเทศ




และมุมมองต่อ กอ.รมน. ที่มีเอกภาพมากขึ้น สามารถช่วยกันส่งเสริมและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม เช่น ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหาชายแดนได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จร่วมกัน และยังมีความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารความมั่นคงของรัฐ ได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามที่กระทบต่อความเป็นอยู่ นำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังได้รับชุดข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่รอบด้าน เพื่อนำไปยกร่างและปรับปรุงรายงานและการยกระดับคุณภาพทางวิชาการ โดยมีข้อมูลสนับสนุนและบทวิเคราะห์ที่ผ่านการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถนำไปปรับปรุงในเนื้อหา “ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ” และเกิดโครงข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการสื่อสาร สร้างความตระหนักรู้กับภาคประชาชน จากการจัดเสวนาจะช่วยลดช่องว่างความไม่ไว้วางใจของภาคประชาชนที่มีต่อหน่วยงานความมั่นคง โดยสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมตามแนวทางการปฏิบัติงานยุคดิจิทัล อีกทั้งยังเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือข้ามภาคส่วน หรือ Multi-agency and Stakeholder Network ระหว่างวุฒิสภา หน่วยงานความมั่นคง เช่น กอ.รมน. สมช. มท. ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดการบูรณาการและการประสานงานด้านความมั่นคงแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน




มร.มาร์คัส คอฟมันน์ รองประธาน และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาการศึกษาด้านการแพทย์ระดับสากล Straumann Group กล่าวว่า Straumann ให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาทักษะของทันตแพทย์ เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการรักษา โดย Straumann Center of Dental Education หรือ CoDE มีพันธกิจ คือการรักษาผู้ป่วยด้วยมาตรฐานสูงสุด และการเปิดพื้นที่ให้ทันตแพทย์จากที่อื่นได้เรียนรู้จากสถานการณ์ทางคลินิกจริง ผ่านการฝึกอบรม สัมมนา และกิจกรรมวิชาการในหลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันเครือข่าย CoDE มี 60 แห่ง ใน 28 ประเทศทั่วโลก การจัดตั้งศูนย์กลางการเรียนรู้ ณ ศูนย์ทันตกรรมรากเทียมกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพนี้ จะได้รับการยอมรับในระดับเดียวกับศูนย์ชั้นนำอื่น ๆ ในทั่วโลก จึงเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงทันตแพทย์ไทยกับเครือข่ายการศึกษาระดับโลกของ Straumann พร้อมสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและนานาชาติ
พญ.บุญธิดา เจริญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพมุ่งพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ในหลากหลายสาขา โดยให้ความสำคัญกับ ทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานที่ที่พร้อมรองรับการรักษาและการเรียนรู้ ควบคู่กัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง การได้รับเลือกเป็น Straumann Center of Dental Education (CoDE) แห่งแรกของประเทศไทยและนับเป็นแห่งที่ 60 ของโลก สะท้อนถึงมาตรฐานทางคลินิกขั้นสูงและความพร้อมของโรงพยาบาลกรุงเทพในการเป็นแหล่งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านทันตกรรมในระดับภูมิภาค และต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพการรักษาและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วย”
ทพญ.วลัยลักษณ์ เกียรติธนากร ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์ทันตกรรมรากเทียมกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในปี 2027 ศูนย์ฯ เตรียมเปิดหลักสูตรสำหรับทันตแพทย์ที่สนใจพัฒนาทักษะด้านทันตกรรมรากเทียม ผสมผสานการเรียนรู้ทั้งการสาธิตการผ่าตัด (Live Surgery)และ การฝึกปฏิบัติจริงกับผู้ป่วย (Hands-on Training) เพื่อให้ทันตแพทย์สามารถเชื่อมโยงความรู้ ประสบการณ์ทางคลินิกและนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาได้อย่างเหมาะสม มี 2 หลักสูตร คือ
1. Digital Pro Arch Workflow Course หลักสูตรอบรมหรือการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำรากฟันเทียมและใส่ฟันทั้งปาก ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการบูรณะขั้นสุดท้าย เพื่อเพิ่มความเข้าใจและทักษะในการประยุกต์ใช้ Digital Workflow ในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูช่องปากทั้งขากรรไกร
2. Single Anterior Course หลักสูตรการทำรากฟันเทียมฟันหน้าด้วยระบบดิจิทัล ตั้งแต่วางแผนจนถึงฝังรากเทียมและใส่ฟันชั่วคราว ไปจนถึงการบูรณะขั้นสุดท้าย เป้าหมายคือลดขั้นตอนทางคลินิกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมรากเทียมกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 0 2755 1335 Contact Center โทร. 1719 หรือ แอดไลน์ BHQ Dental Line คลิก 