วันศุกร์, มิถุนายน 26, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก

Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 เริ่มแล้ว 25-27 มิ.ย.69 นี้ ไบเทคบางนา

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//เปิดตัวยิ่งใหญ่วันแรกกับงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 พบสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เวลเนส สปา Longevity ความงาม เครื่องมือแพทย์ อาหารเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส กีฬา และนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ที่พร้อมใจจัดโปรโมชั่นพิเศษช่วงกลางปีเต็มพื้นที่รวมกว่า 300 บูธ เต็มอิ่มกับเสวนาให้ความรู้โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากเมืองไทยและต่างประเทศตลอดทั้งสามวัน เปิดประสบการณ์กับกิจกรรมสร้างสีสันครบรส พร้อมเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ งานจัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ถึง 27 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 101, 102 ไบเทค บางนา หวังยกระดับธุรกิจสุขภาพและเวลเนสไทยผงาดในเวทีโลก คาดเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 500 ล้านบาท

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “ประเทศไทยมีฐานแข็งแกร่งในเรื่องอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาวะติดอันดับต้นๆ ในระดับโลก รัฐบาลจึงได้กำหนดให้สุขภาวะและการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ ดิฉันมั่นใจว่างาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับสัมฤทธิ์ผลให้กับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย สร้างโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป”

นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงานThailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “โลกปัจจุบันกำลังก้าวสู่ยุคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้อุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนโลก ปีนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 ได้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกัน รวมไว้ในงานเดียว โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน พัฒนานวัตกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ที่สนับสนุนองค์ความรู้และโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการในงาน”

ด้านนาย ซึโยชิ ซาซากิ ประธานบริษัท TSO International Inc. กล่าวถึงการผนึกกำลังครั้งสำคัญในครั้งนี้ว่า ” ความสำเร็จกว่า 16 ปี ของ SPORTEC ประเทศญี่ปุ่น ต่อยอดสู่การจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย โดยรวบรวมนวัตกรรมกีฬา ฟิตเนส และสปอร์ตเทคจาก 6 ประเทศชั้นนำ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และปากีสถาน พร้อมแบรนด์ระดับโลก อาทิ Life Fitness, Hammer Strength, Precor, Keiser, ZIVA, DHZ Fitness และ Fairtex ที่จะนำเทคโนโลยีการออกกำลังกาย อุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกาย และนวัตกรรมล่าสุดมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป ที่สายฟิตเนส และกีฬาห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น ONTRACK RACEON การแข่งขัน Functional Fitness แบบทีม, แข่งขันนำคลาสออกกำลังกายระดับประเทศ, Barre Workout สไตล์เกาหลี, เวิร์กชอป Zumba,The Key Yoga และ Fit Thailand เป็นต้น

ด้าน ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ทั้งจากจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว บุคลากรทางการแพทย์ และภูมิปัญญาไทย ซึ่งการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้ามาใช้ประโยชน์จะสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการได้

ในงานครั้งนี้ สกสว. ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพและสมุนไพรไทย ที่เป็นผลงานจากหน่วยบริหารและจัดการทุน มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และเครือข่ายในระบบ ววน. มาร่วมจัดแสดง เพื่อสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในด้านการแพทย์ สุขภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกิจกรรมสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาวะในหลากหลายมิติที่มาจากงานวิจัยและนวัตกรรม อาทิ เครื่องวัดคลื่นสมอง และการทดสอบการนอนหลับ

ทั้งนี้สกสว. พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม กับภาคธุรกิจและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness และ Healthcare ของภูมิภาค และสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน

นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายส่งเสริมกีฬา กล่าวเสริมถึงความร่วมมือในงานครั้งนี้ว่า “การกีฬาแห่งประเทศไทยมุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนไทย โดยเฉพาะการกีฬา เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ การจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ไว้อย่างครบวงจร อีกทั้งยังดึงกลุ่มนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศไทยให้เข้มแข็งต่อไป

นางสาวณรินณ์ทิพกล่าวทิ้งท้ายว่า “ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทย รวมทั้งห้อง Experience Room ให้คุณเปิดประสบการณ์ด้านสุขภาพ เวลเนส และฟิตเนส แบบเจาะลึก โดยจัดต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน เราเชื่อมั่นว่า งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬาของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดในงานได้มากกว่า 500 ล้านบาท”

งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 27 มิถุนายนนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพ เข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ! ลงทะเบียนเข้างานและฟังเสวนา คลิก >> https://eventpassinsight.co/el/to/twst2602

:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

สวัสดีเช้าวันใหม่วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1178234687540268354

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร

0

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech ภายใต้โครงการบริหารจัดการภาคเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางการตลาด วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีปลั่ง ชั้น 8 อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลการศึกษา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ในการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร หรือ Agri-Tech

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแนวคิด “เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ เกษตรมูลค่าสูง โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และข้อมูลเชิงเศรษฐกิจการเกษตร เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงสินค้าเกษตรให้ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภคมากขึ้น

ทั้งนี้ สินค้าเกษตรไทยหลายชนิดยังอยู่ในรูปของสินค้าโภคภัณฑ์พื้นฐาน หรือ Commodity ทำให้เกษตรกรมักอยู่ในฐานะ “ผู้รับราคา” จากกลไกตลาด การยกระดับสินค้าเกษตรจึงต้องมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากจุดเด่นของสินค้า เช่น คุณค่าทางโภชนาการ สารสำคัญ คุณสมบัติเฉพาะของผลผลิต อัตลักษณ์พื้นถิ่น และโอกาสการแปรรูป เพื่อต่อยอดไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่มีตลาดรองรับ

การสัมมนาครั้งนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นของคณะนักวิจัยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 ในสินค้าเกษตรเป้าหมาย 4 ชนิด ได้แก่ สับปะรด อะโวคาโด ข้าว และกล้วยหอมทอง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการพัฒนาในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งด้านการแปรรูป การสร้างแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง การเชื่อมโยงตลาด และการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับคุณภาพสินค้า

นายพีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการศึกษา คือ การจัดทำ Business Model หรือรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับสินค้าแต่ละชนิดและบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยพิจารณาทั้งศักยภาพการผลิต ต้นทุน มาตรฐานสินค้า ความพร้อมของเกษตรกร ความคุ้มค่าในการลงทุน และโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ข้อเสนอการพัฒนาสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่เป็นเพียงแนวคิดเชิงวิชาการ

นอกจากนี้ สศก. ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด Positive List หรือข้อมูลรับรองคุณสมบัติสำคัญของสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมแปรรูป ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เช่น การมีข้อมูลสาระสำคัญหรือคุณค่าทางโภชนาการที่ตรวจสอบได้ ตั้งแต่ระดับหน้าฟาร์มจนถึงโรงงานแปรรูป ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกษตรไทยต่อยอดสู่ตลาดมูลค่าสูง เช่น ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะทางในอนาคต

ขณะเดียวกัน การสร้างมูลค่าเพิ่มต้องคำนึงถึง Value Capture หรือการส่งต่อมูลค่าเพิ่มให้กลับไปถึงเกษตรกรต้นน้ำ ด้วย กล่าวคือ เมื่อมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปเพิ่มมูลค่าสินค้าแล้ว เกษตรกรควรได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาห่วงโซ่สินค้าเกษตรเกิดความยั่งยืน และทำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคเติบโตไปพร้อมกัน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการ 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech พร้อมการเสวนา ในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาความร่วมมือการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร (Agri-Tech)” โดยผู้แทนจากภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาครัฐ และเกษตรกร ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการตลาด นวัตกรรม การแปรรูป และแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งมีการนำเสนอผลงานวิจัยเบื้องต้นของสินค้าเป้าหมายทั้ง 4 ชนิด ก่อนเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาให้ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง

ผลการศึกษาดังกล่าวให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มตลาด จากข้อมูลที่เก็บรวบรวมมากกว่า 1,600 ตัวอย่าง ตลอดจนการสังเคราะห์แนวทางพัฒนาสู่ New Business Model หรือรูปแบบธุรกิจใหม่ เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจผลิต แปรรูป และเชื่อมโยงตลาดได้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ลดความเสี่ยงจากการลงทุนตามกระแส และเพิ่มโอกาสได้รับประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มของสินค้าอย่างเป็นธรรม

“การพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงจำเป็นต้อง วิเคราะห์ข้อมูลแบบ 360 องศา ทั้งด้านการผลิต ตลาด ต้นทุน มาตรฐาน สิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าในการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ เพื่อให้การสื่อสารเชิงนโยบายมีความชัดเจน และทำให้แนวทางการพัฒนาความร่วมมือสามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ การลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นการลงทุนที่ตอบแทนคุ้มค่าที่สุด เวทีสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน และนำข้อมูลต่อยอดไปสู่แนวทางการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่สร้างประโยชน์ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน”

สวัสดีเช้าวันใหม่วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1178226045137272713

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

สวัสดีเช้าวันใหม่วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1178208822231276610

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

สวัสดีเช้าวันใหม่วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1178201100929191742

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

แม่ฮ่องสอน-เปิดงาน “Together as One Family” รวมพลังเครือข่าย 17 จังหวัดภาคเหนือ สร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตคนพิการทางจิตอย่างยั่งยืน

0

แม่ฮ่องสอน-เปิดงาน “Together as One Family” รวมพลังเครือข่าย 17 จังหวัดภาคเหนือ สร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตคนพิการทางจิตอย่างยั่งยืน

จังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดงาน “Together as One Family : หลายดวงใจ หนึ่งครอบครัวเดียวกัน” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพคนพิการทางจิตภาคเหนือและผู้ดูแลคนพิการ ในการขับเคลื่อนงานด้านจิตเวชและด้านการส่งเสริมอาชีพให้คนพิการทางจิตรวมทั้งครอบครัว ให้ยั่งยืนและมั่นคง โดยมีกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 มิถุนายน 2569 ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สำหรับพิธีเปิดโครงการแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยในช่วงเย็นของวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ได้มีพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่น โดยมี นายผะอบ บินสะอาด ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายด้านสุขภาพจิต และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดงานและกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ของโครงการ

จากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ได้มีพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย ดร.สายสม วงศาสุลักษ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ และประธานมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, นางสาวมัลลิกา จีนาคำ ผู้แทนกรมสุขภาพจิต, ท่านหฤทัย ศิริสินอุดมกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, นายชูพงษ์ สังข์ผลิพันธ์. ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการบริหาร ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โอกาสนี้ นางสาวระพีพรรณ ศรีทองอ่อน อุปนายกคนที่ 2 สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ ได้กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีว่า การดำเนินโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพคนพิการทางจิตภาคเหนือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในการรวมกลุ่มและการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน สร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายคนพิการทางจิตและผู้ดูแล รวมถึงส่งเสริมการประกอบอาชีพและการสร้างรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของครอบครัว

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้างต้นแบบอาชีพที่เหมาะสมกับข้อจำกัดของคนพิการทางจิต ตลอดจนการสร้างเครือข่ายตลาดและช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มั่นคงให้กับครอบครัวของคนพิการทางจิตในพื้นที่ภาคเหนือ

ภายในงานมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การเสวนา การจัดแสดงนิทรรศการ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายชมรมคนพิการทางจิตภาคเหนือ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษาสมาคม ผู้แทนชมรมเครือข่ายคนพิการทางจิต 48 ชมรม ผู้ดูแลคนพิการ ผู้แทนโรงพยาบาลจิตเวชพิษณุโลก โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และศูนย์สุขภาพจิตในพื้นที่ภาคเหนือ

ด้านนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการจากทั่วภาคเหนือ พร้อมชื่นชมบทบาทของสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยและสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนพิการทางจิตและครอบครัว

สำหรับกิจกรรมภาคค่ำของงานยังเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน การแสดงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ และมินิคอนเสิร์ตจาก “ทอดด์ ทองดี” ศิลปินและนักแสดงชื่อดัง ที่มาร่วมสร้างความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงานอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ งาน “Together as One Family : หลายดวงใจ หนึ่งครอบครัวเดียวกัน” จะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมกิจกรรม นิทรรศการ และการแสดงต่าง ๆ ได้ฟรีตลอดงาน

สุราษฎร์ธานี-“ตาปีเกมส์ 69” ปิดฉากยิ่งใหญ่ สร้างเงินสะพัดกว่า 288 ล้านบาท ส่งต่อเจ้าภาพ “เมืองช้างเกมส์”

0

สุราษฎร์ธานี-“ตาปีเกมส์ 69” ปิดฉากยิ่งใหญ่ สร้างเงินสะพัดกว่า 288 ล้านบาท ส่งต่อเจ้าภาพ “เมืองช้างเกมส์”

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 17.45 น. ที่ผ่านมา นางสาว วนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 8 “ตาปีเกมส์ 69” ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความประทับใจ โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารจังหวัดสุราษฎร์ธานี คณะผู้บริหารจังหวัดสุรินทร์ ที่มาร่วมฉลองความสำเร็จอย่างอบอุ่น

การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 6,118 คน จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ ชิงชัยใน 15 ชนิดกีฬา โดยสามารถสร้างสถิติใหม่ได้ถึง 199 รายการ สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของนักกีฬาอาวุโสไทย พร้อมทั้งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมทางสังคมของผู้สูงวัย

นอกจากนี้ “ตาปีเกมส์ 69” ยังประสบความสำเร็จด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างโดดเด่น สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีกว่า 288.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันครั้งก่อนร้อยละ 15.56 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจและชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการแข่งขัน กรุงเทพมหานครครองอันดับ 1 ของตารางเหรียญรางวัลด้วย 131 เหรียญทอง ตามด้วยจังหวัดสุราษฎร์ธานี 81 เหรียญทอง เชียงใหม่ 43 เหรียญทอง ชลบุรี 28 เหรียญทอง และพระนครศรีอยุธยา 27 เหรียญทอง

ในช่วงท้ายของพิธี ได้มีการส่งมอบธงประจำการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติให้แก่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 9 “เมืองช้างเกมส์” ระหว่างวันที่ 3 – 10 เมษายน 2570 ต่อไป ปิดฉาก “ตาปีเกมส์ 69” อย่างงดงามภายใต้แนวคิด “จากสายน้ำตาปี สู่เส้นไหมแห่งมิตรภาพ” พร้อมส่งต่อพลังแห่งมิตรภาพ สุขภาพ และความภาคภูมิใจสู่เจ้าภาพครั้งต่อไป เจอกันที่สุรินทร์เกมส์

เขียนข่าว:ผศ.ดร.พิมพาภรณ์ วงศ์เตชะนนท์ ภาพข่าว: นายณัฏฐ์ธนัน วงศ์เตชะนนท์ / น.ส. ชลิตา วิริยะตั้งสกุล บริษัทมหานครเอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด

สวัสดีเช้าวันใหม่วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1178191772926476173

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)