พิมพ์ไทยออนไลน์//บริษัท วาก้า สตูดิโอ จำกัด เปิดตัวเกมใหม่ล่าสุด “RunOut – Hothead Paws” อย่างเป็นทางการ ณ Event Space Zone A ชั้น G ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ พร้อมมอบประสบการณ์ความสนุกผ่านเกม Multiplayer ฝีมือนักพัฒนาไทย ซึ่งรองรับผู้เล่นพร้อมกัน 2–6 คน ท่ามกลางกิจกรรมทดลองเล่นเกม การแข่งขันอีสปอร์ต และกิจกรรมร่วมสนุกตลอดทั้งวัน

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท วาก้า สตูดิโอ จำกัด แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน เกมเมอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

การเปิดตัวเกม “RunOut – Hothead Paws” ครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมในการผลักดัน Soft Power ไทยผ่านสื่ออุตสาหกรรมเกม ซึ่งเป็นสื่อร่วมสมัยที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม และนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยไปสู่ผู้เล่นทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในระดับสากล โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในงานเทศกาลเกมระดับโลกอย่าง “Future Game Show 2024” ตลอดจนได้รับความสนใจจากสื่อเกมระดับโลก อาทิ Game Rader, IGN และ Euro Game

บริษัท วาก้า สตูดิโอ จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อดำเนินโครงการเปิดตัวเกมในประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมนักพัฒนาเกมไทย ตลอดจนสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศเติบโตและแข่งขันในตลาดสากล

คุณพิศร จึงวิวัฒน์อนันต์ และคุณจิรวัชร์ จึงวิวัฒน์อนันต์ สองพี่น้องผู้บริหารบริษัท วาก้า สตูดิโอ จำกัด เปิดเผยว่า “RunOut – Hothead Paws” ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการสร้างเกมซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงและสนุกด้วยกันได้ โดยผสมผสานรูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่าย เข้ากับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ความท้าทาย และเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้ผู้เล่นแต่ละคนต้องใช้ทั้งไหวพริบ ทักษะ และจังหวะในการเอาชนะคู่แข่ง
“การได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้วาก้า สตูดิโอ สามารถนำผลงานของนักพัฒนาเกมไทยออกสู่สายตาสาธารณชนในวงกว้าง เราหวังว่า RunOut จะเป็นมากกว่าเกมเพื่อความบันเทิง แต่เป็นอีกหนึ่งผลงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถของคนไทยในอุตสาหกรรมเกมระดับสากล”
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ การมอบรางวัลแก่ผู้ชนะกิจกรรมประกวดออกแบบสกินเกม RunOut ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้สนใจได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบตัวละครและองค์ประกอบภายในเกม ถือเป็นการเชื่อมโยงระหว่างผู้พัฒนาเกมกับชุมชนผู้เล่น พร้อมสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แสดงออกและมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัล
ภายในงานแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนสำคัญ ได้แก่ Stage สำหรับพิธีเปิด การพูดคุยถึงเบื้องหลังการพัฒนาเกม กิจกรรมเล่นเกมชิงของรางวัล และการแข่งขัน RunOut Esports, Game Zone สำหรับให้ผู้ร่วมงานทดลองเล่นเกมผ่านโทรศัพท์มือถือ และ Fun Zone ซึ่งมีกิจกรรมวาดภาพและเขียนคำอธิษฐานกับ “Spica Bear” รวมถึงตู้คีบตุ๊กตาและ Gachapon ลุ้นรับของรางวัล
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากเกมเมอร์และครีเอเตอร์ชื่อดัง อาทิ น้าหมู Basgamer, ลุงไนท์ Gssspotted, เกมเมอร์อมตีน และเดลินิวส์เกมมิ่ง มาร่วมสร้างสีสัน ท้าประลองฝีมือ และเล่นเกมกับผู้โชคดีบนเวที ก่อนปิดท้ายด้วยการแข่งขัน RunOut Esports เพื่อค้นหาผู้ชนะจากการแข่งขันทั้งหมด 3 รอบ
น้าหมู Basgamer กล่าวว่า “จากที่ได้มาร่วมเล่นในงาน บรรยากาศสนุกและมีจังหวะให้ลุ้นกันตลอด โดยเฉพาะเวลาเล่นพร้อมกันหลายคนก็ยิ่งสร้างเสียงหัวเราะและสีสันได้ดีครับ ที่สำคัญเป็นผลงานจากทีมพัฒนาเกมคนไทย จึงอยากชวนทุกคนเปิดโอกาสมาลองสัมผัสและช่วยกันสนับสนุนผลงานของคนไทยกันครับ”
“ส่วนตัวมองว่าการมีเกมที่พัฒนาโดยคนไทยออกมาให้เราได้เห็นและได้เล่นมากขึ้น เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนครับ ใครที่กำลังมองหาเกมไว้เล่นกับเพื่อน ๆ ก็ลองดาวน์โหลด RunOut – Hothead Paws มาร่วมสนุกกัน และช่วยเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้วงการเกมไทยเติบโตต่อไปครับ”
ด้าน ลุงไนท์ Gssspotted กล่าวว่า “หลังจากได้ร่วมกิจกรรมวันนี้ รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่สร้างบรรยากาศสนุกเวลาเล่นร่วมกัน มีทั้งความลุ้นและความเฮฮาที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เล่น ซึ่งเหมาะกับการชวนเพื่อน ๆ มาเล่นด้วยกันครับ และยิ่งเป็นผลงานที่พัฒนาโดยคนไทยก็ยิ่งอยากให้หลายคนได้เข้ามารู้จักมากขึ้น”
“อยากชวนเกมเมอร์และคนที่สนใจมาลอง RunOut – Hothead Paws กันครับ เพราะนอกจากจะได้ร่วมสนุกแล้ว ก็ยังเป็นการสนับสนุนความตั้งใจและความสามารถของนักพัฒนาไทยไปพร้อมกัน หวังว่าจะได้เห็นคนไทยช่วยกันผลักดันผลงานของบ้านเราให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นครับ”
การเปิดตัว “RunOut – Hothead Paws” จึงไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของบริษัท วาก้า สตูดิโอ จำกัด แต่ยังสะท้อนการเติบโตของระบบนิเวศอุตสาหกรรมเกมไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ นักพัฒนา ครีเอเตอร์ และชุมชนผู้เล่น เพื่อร่วมกันผลักดันผลงานสร้างสรรค์ของคนไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และพัฒนาไปสู่หนึ่งในพลังขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในอนาคต
เกี่ยวกับบริษัท วาก้า สตูดิโอ จำกัด
บริษัท วาก้า สตูดิโอ จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมสัญชาติไทย มุ่งสร้างสรรค์เกมที่สนุก เข้าถึงง่าย และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรไทยและผลักดันผลงานเกมไทยสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
ดาวน์โหลดเกม “RunOut – Hothead Paws”
PC : https://store.steampowered.com/app/2438120/RunOut__Hothead_Paws/
Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.wakastudio.runout
iOS : https://apps.apple.com/ph/app/runout-hothead-paws/id6746491533
:Cr;มณสิการ รามจันทร์







นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. โดย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายในพื้นที่ 6 โซน ได้แก่ 1) Main Stage เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพิธีลงนามความร่วมมือ 2) ABLE Plus Showcase นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ 3) Empowerment & Welfare Zone พื้นที่ให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสวัสดิการ 4) Career Connect Zone พื้นที่จับคู่การจ้างงานและให้คำปรึกษาด้านอาชีพ 5) Inclusive Marketplace Zone ตลาดสินค้าและบริการจากคนพิการทั่วประเทศ และ 6) Hands-on Workshop Zone พื้นที่พัฒนาทักษะอาชีพและทักษะดิจิทัลผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากนี้ ยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาทักษะ การประกอบอาชีพ และการขยายตลาดสำหรับคนพิการ และ พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่หน่วยงาน สถานประกอบการ และภาคีเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการจ้างงานและพัฒนาศักยภาพคนพิการ รวมถึงเวทีเสวนาจากภาครัฐและภาคธุรกิจเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดแรงงาน ทักษะแห่งอนาคต และการสร้างแรงบันดาลใจจากบุคคลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า งานครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ นายจ้าง สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และการสนับสนุนทางเลือกตามมาตรา 35 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า การขยายช่องทางการตลาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการลดข้อจำกัดด้านระยะทางและการเข้าถึงลูกค้า
นายกันตพงศ์ กล่าวย้ำว่า งาน Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569 ไม่ใช่เพียงมหกรรมการสมัครงานหรือการจำหน่ายสินค้า แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่มุ่งเปลี่ยน ทักษะให้เป็นโอกาส โอกาสให้เป็นงาน งานให้เป็นอาชีพ และอาชีพให้เป็นรายได้และความมั่นคงให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบาย พม. มุ่งสร้างการ “อยู่ดี มีโอกาส” เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเท่าเทียม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สู่การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล การมีงานทำ การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงตลาดแรงงานอย่างครบวงจร พร้อมเปลี่ยนมุมมองจากการช่วยเหลือ สู่การสร้างโอกาส และการเสริมพลังศักยภาพของคนพิการ เพราะเมื่อความสามารถได้พบกับโอกาส คนพิการจะไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่สามารถเป็นผู้สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างเข้มแข็ง


นายทศพร จุลโพธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โตโก ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (Toko Development) เทคสตาร์ตอัปสัญชาติไทย สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการขนส่ง พัฒนานวัตกรรมเปลี่ยนประเทศบน Toko Super App รวมพลัง 2 ฟีเจอร์สุดล้ำไว้ในที่เดียว ทั้ง “ระบบมิเตอร์ดาวเทียม” (Satellite Meter) และ “ระบบเรียกรถแบบเลือกคนขับได้เอง” ฉีกกฎแอปเรียกรถแบบเดิมๆ สู่มาตรฐานการเดินทางที่โปร่งใส ยุติธรรม และให้อิสระแก่ผู้ใช้บริการสูงสุด

ความล้ำหน้าของ Toko Super App ฝีมือคนไทยในครั้งนี้ คือการผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อผู้โดยสารและคนขับอย่างแท้จริง เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมของประเทศไทยไปตลอดกาล
























ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของธนาคารออมสินได้ทาง เว็บไซต์ธนาคารออมสิน 




“สำหรับภาพรวมการจัดงาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 ปีนี้เรียกได้ว่าสร้างผลตอบรับเกินความคาดหมาย จากยอดผู้เข้าร่วมงาน 30,622 คนทั่วประเทศ อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 22-65 ปี แสดงให้เห็นว่าเวทีนี้สร้างโอกาสสำหรับคนที่มองหาอาชีพ ธุรกิจ และแฟรนไชส์ ในทุกช่วงวัยได้อย่างแท้จริง สมดังเจตนารมณ์ของผู้จัดงานที่ต้องการให้งานนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จุดประกายทางเลือกและโอกาสใหม่ ๆ ปลุกผู้คนให้ลุกขึ้นสู้และยืนหยัดอย่างมั่นคงแม้ในยามวิกฤต เราเชื่อว่ายังมีคนที่สนใจมองหาอาชีพเพื่อเริ่มต้น หรือต่อยอดธุรกิจอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้เดินหน้าจัดงานธุรกิจแฟรนไชส์สัญจรอีกครั้งในช่วงปลายปีกับงาน “มหกรรมชี้ช่องรวย แฟรนไชส์” ที่ไบเทค บางนา จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานนี้” นางสาววิมลณ์เกศ กล่าวปิดท้าย
จากผลตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย พีเอ็มจีจึงมุ่งมั่นสานภารกิจช่วยคนตัวเล็กอย่างต่อเนื่อง โดยปลายปีนี้เดินเครื่องจัดงานแฟรนไชส์สัญจร กับดีลพิเศษลดแรงส่งท้ายปี ในงาน “มหกรรมชี้ช่องรวย แฟรนไชส์” ที่ยกทัพแฟรนไชส์และธุรกิจน่าลงทุนจากงาน Franchise Expo Thailand พร้อมด้วยธุรกิจแฟรนไชส์หน้าใหม่ จัดเต็มพื้นที่ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ธุรกิจสะดวกซัก ธุรกิจจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เบเกอรี่ การศึกษา เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ โรงงานรับจ้างผลิต ขนส่งและโลจิสติกส์ ที่ตอบโจทย์ทุกงบการลงทุน พร้อมด้วยสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำ เสิร์ฟครบจบกับทำเลทองให้เลือกสรรทั่วประเทศ




และมุมมองต่อ กอ.รมน. ที่มีเอกภาพมากขึ้น สามารถช่วยกันส่งเสริมและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม เช่น ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหาชายแดนได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จร่วมกัน และยังมีความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารความมั่นคงของรัฐ ได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามที่กระทบต่อความเป็นอยู่ นำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังได้รับชุดข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่รอบด้าน เพื่อนำไปยกร่างและปรับปรุงรายงานและการยกระดับคุณภาพทางวิชาการ โดยมีข้อมูลสนับสนุนและบทวิเคราะห์ที่ผ่านการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถนำไปปรับปรุงในเนื้อหา “ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ” และเกิดโครงข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการสื่อสาร สร้างความตระหนักรู้กับภาคประชาชน จากการจัดเสวนาจะช่วยลดช่องว่างความไม่ไว้วางใจของภาคประชาชนที่มีต่อหน่วยงานความมั่นคง โดยสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมตามแนวทางการปฏิบัติงานยุคดิจิทัล อีกทั้งยังเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือข้ามภาคส่วน หรือ Multi-agency and Stakeholder Network ระหว่างวุฒิสภา หน่วยงานความมั่นคง เช่น กอ.รมน. สมช. มท. ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดการบูรณาการและการประสานงานด้านความมั่นคงแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน




มร.มาร์คัส คอฟมันน์ รองประธาน และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาการศึกษาด้านการแพทย์ระดับสากล Straumann Group กล่าวว่า Straumann ให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาทักษะของทันตแพทย์ เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการรักษา โดย Straumann Center of Dental Education หรือ CoDE มีพันธกิจ คือการรักษาผู้ป่วยด้วยมาตรฐานสูงสุด และการเปิดพื้นที่ให้ทันตแพทย์จากที่อื่นได้เรียนรู้จากสถานการณ์ทางคลินิกจริง ผ่านการฝึกอบรม สัมมนา และกิจกรรมวิชาการในหลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันเครือข่าย CoDE มี 60 แห่ง ใน 28 ประเทศทั่วโลก การจัดตั้งศูนย์กลางการเรียนรู้ ณ ศูนย์ทันตกรรมรากเทียมกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพนี้ จะได้รับการยอมรับในระดับเดียวกับศูนย์ชั้นนำอื่น ๆ ในทั่วโลก จึงเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงทันตแพทย์ไทยกับเครือข่ายการศึกษาระดับโลกของ Straumann พร้อมสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยและนานาชาติ
พญ.บุญธิดา เจริญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพมุ่งพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ในหลากหลายสาขา โดยให้ความสำคัญกับ ทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสถานที่ที่พร้อมรองรับการรักษาและการเรียนรู้ ควบคู่กัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง การได้รับเลือกเป็น Straumann Center of Dental Education (CoDE) แห่งแรกของประเทศไทยและนับเป็นแห่งที่ 60 ของโลก สะท้อนถึงมาตรฐานทางคลินิกขั้นสูงและความพร้อมของโรงพยาบาลกรุงเทพในการเป็นแหล่งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านทันตกรรมในระดับภูมิภาค และต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพการรักษาและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วย”
ทพญ.วลัยลักษณ์ เกียรติธนากร ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์ทันตกรรมรากเทียมกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในปี 2027 ศูนย์ฯ เตรียมเปิดหลักสูตรสำหรับทันตแพทย์ที่สนใจพัฒนาทักษะด้านทันตกรรมรากเทียม ผสมผสานการเรียนรู้ทั้งการสาธิตการผ่าตัด (Live Surgery)และ การฝึกปฏิบัติจริงกับผู้ป่วย (Hands-on Training) เพื่อให้ทันตแพทย์สามารถเชื่อมโยงความรู้ ประสบการณ์ทางคลินิกและนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาได้อย่างเหมาะสม มี 2 หลักสูตร คือ
1. Digital Pro Arch Workflow Course หลักสูตรอบรมหรือการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อเรียนรู้กระบวนการทำรากฟันเทียมและใส่ฟันทั้งปาก ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการบูรณะขั้นสุดท้าย เพื่อเพิ่มความเข้าใจและทักษะในการประยุกต์ใช้ Digital Workflow ในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูช่องปากทั้งขากรรไกร
2. Single Anterior Course หลักสูตรการทำรากฟันเทียมฟันหน้าด้วยระบบดิจิทัล ตั้งแต่วางแผนจนถึงฝังรากเทียมและใส่ฟันชั่วคราว ไปจนถึงการบูรณะขั้นสุดท้าย เป้าหมายคือลดขั้นตอนทางคลินิกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมรากเทียมกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 0 2755 1335 Contact Center โทร. 1719 หรือ แอดไลน์ BHQ Dental Line คลิก