พิมพ์ไทยออนไลน์// สมาชิกใหม่ล่าสุดของคอลเล็กชัน Captain Cook มาพร้อมหน้าปัดดีไซน์ใหม่ที่เติมมิติแห่งพลังและเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้กับคอลเล็กชันนี้ จุดเด่นของเรือนเวลารุ่นนี้อยู่ที่หน้าปัดซึ่งมาพร้อมพื้นผิวสีทองเปล่งประกายราวผงเพชรละเอียด ถ่ายทอดประกายแสงอันเปลี่ยนแปลงอย่างมีมิติและตราตรีงในทุกการเคลื่อนไหว พื้นผิวอันเปล่งประกายนี้ถือกำเนิดขึ้นจากกระบวนการผลิตอันซับซ้อนและประณีต ก่อให้เกิดประกายแสงที่ดูราวกับเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา พร้อมเปลี่ยนแปลงไปตามทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวของข้อมืออย่างงดงาม
การตีความใหม่ของดีไซน์คลาสสิกที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1962 เติมมิติแห่งธรรมชาติและความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเล็กชัน Captain Cook พร้อมสะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเรือนเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงสี่เหลี่ยมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ช่วยขับเน้นรายละเอียดอันโดดเด่นของหน้าปัดให้เผยเสน่ห์ได้อย่างเต็มที่ เรือนเวลารุ่นนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงรูปลักษณ์ หากยังสะท้อนบุคลิกอันชัดเจนและความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม รังสรรค์ขึ้นสำหรับผู้ที่กล้าแสดงตัวตนและก้าวเดินบนเส้นทางของตนเอง
มนต์เสน่ห์แห่งประกายทอง
นอกเหนือจากรายละเอียดอันโดดเด่นเหล่านี้แล้ว เรือนเวลารุ่นนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านการออกแบบและแนวคิดการใช้งานของต้นแบบไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงขนาดใหญ่ ขีดบอกนาทีที่อ่านค่าได้อย่างชัดเจน ช่องแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบอย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และมุ่งเน้นประสิทธิภาพในการใช้งาน ปราศจากความซับซ้อนที่เกินความจำเป็น ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Rado คาลิเบอร์ R763 พร้อมแฮร์สปริง Nivachron™ ที่มีคุณสมบัติต้านทานสนามแม่เหล็ก และมอบพลังงานสำรองนานสูงสุด 80 ชั่วโมง เพื่อความเที่ยงตรงและความน่าเชื่อถือในการใช้งาน เข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว ช่วยให้อ่านเวลาได้อย่างชัดเจนแม้อยู่ในสภาวะแสงน้อยตัวเรือนขนาด 39 มม.รุ่นใหม่นี้เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปของคอลเล็กชัน Captain Cook โดยอยู่ระหว่างตัวเรือนขนาด 37 มม. และ 43 มม. ที่มีอยู่เดิม ขนาดตัวเรือนที่สมดุลนี้ผสานสัดส่วนแบบคลาสสิกเข้ากับได้อย่างลงตัว พร้อมเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้สวมใส่ที่มีข้อมือขนาดเล็กถึงปานกลาง
วิวัฒนาการแห่งความสมบูรณ์แบบ
อีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญของเรือนเวลารุ่นนี้คือความยืดหยุ่นในการสวมใส่ที่ได้รับการยกระดับมาพร้อมสายสเตนเลสสตีลและสายยาง ซึ่งสามารถสลับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและสะดวกด้วยระบบ EasyClip ของ Rado ช่วยปรับเปลี่ยนลุคให้เหมาะกับการสวมใส่ในแต่ละโอกาสได้อย่างง่ายดาย ขณะที่สายอีกเส้นสามารถจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบภายในซองหนังสีดำที่มาพร้อมกับตัวเรือน สำหรับโอกาสที่เป็นทางการ สายสเตนเลสสตีลช่วยเสริมความสง่างามให้กับเรือนเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการผสานข้อสายด้านนอกแบบขัดลายเข้ากับข้อต่อกลางทรงเมล็ดข้าวที่ขัดเงาอย่างประณีต มอบสัมผัสที่ให้ทั้งความสบายในการสวมใส่และความกลมกลืนกับตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงา
พร้อมเติมเต็มลุคอันเรียบหรูสง่างามอย่างไร้ที่ติกับทุกสไตล์การแต่งกาย
สำหรับผู้ที่พร้อมออกเดินทางและผจญภัย คุณสมบัติการกันน้ำลึก 30 บาร์ ช่วยให้เรือนเวลารุ่นนี้พร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจจุดหมายใหม่หรือการใช้ชีวิตในทุกวัน และเมื่อต้องการเปลี่ยนลุค เพียงสลับมาใช้สายยางสีดำ เรือนเวลาก็พร้อมเผยบุคลิกที่สปอร์ตและร่วมสมัยยิ่งขึ้น พร้อมมอบความสบายในการสวมใส่ด้วยน้ำหนักที่เบาและความยืดหยุ่นของวัสดุ ผิวสัมผัสของสายยางได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันให้สอดรับกับรายละเอียดของหน้าปัด ขณะที่โทนสีดำยังกลมกลืนกับกรอบหน้าปัดไฮเทคเซรามิกสีดำขัดเงาของขอบตัวเรือนได้อย่างลงตัวการผสานความสง่างามเหนือกาลเวลา ความเที่ยงตรงที่เชื่อถือได้ สไตล์ร่วมสมัย และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ทำให้ Captain Cook รุ่นใหม่นี้สะท้อนเอกลักษณ์ของคอลเล็กชัน พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ในปัจจุบัน
พร้อมให้คุณสัมผัสอย่างใกล้ชิดแล้ววันนี้ที่
• ราโด บูติก เซ็นทรัลพาร์ค โทร. 02-078-0586
• ราโด บูติก เซ็นทรัล เชียงใหม่ โทร. 052-002-228
• เคาน์เตอร์แบรนด์ Rado ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Customer Service โทร. 02-146-8402
Line Official: @RadoThailand
เพื่อให้สามารถนัดหมายเข้ารับชมสินค้า ณ สาขาที่สะดวกได้ล่วงหน้า เลือกชมสินค้าและนัดหมายได้ที่ https://www.rado.com/th














นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงภาพรวมการจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 ที่ผ่านมาว่า “การจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จสมความตั้งใจ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
โดยตลอดทั้ง 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 16,627 ราย ประกอบด้วย ผู้สนใจในเรื่องสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ นักลงทุน นักธุรกิจในอุตสาหกรรมฟิตเนส สปา เทคโนโลยีการแพทย์ สุขภาพ เวลเนส ความงาม
รวมทั้งโรงพยาบาล ผู้จัดจำหน่ายและค้าปลีก ที่ต้องการต่อยอดและมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีผู้เข้าชมงานที่เป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้น 1,035 คน จาก 80 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไต้หวัน อินเดีย มาเลเซีย สหราชอาณาจักร ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน เยอรมัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง แคนาดา ออสเตรเลีย รัสเซีย ฝรั่งเศส อิตาลี ลาว บังกลาเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ซาอุดิอาระเบีย ฯลฯ
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ที่มุ่งเน้นเจรจาซื้อขายธุรกิจแบบ B2B มากกว่าค้าปลีกมีคู่เจรจาธุรกิจรวมทั้งสิ้น 122 คู่ สร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายธุรกิจรวมกว่า 129 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ได้รับความสนใจจาก Buyer สูงสุด ได้แก่ ศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม คลินิกโรคไต เครื่องสำอางและความงาม เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ธุรกิจสปา และอาหารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจดาวเด่นที่ได้รับความนิยมในงาน ได้แก่ META ESTHETIC ผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์เสริมความงาม LEADING REPRODUCTIVE CENTER ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ CBG Corporation ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและเวลเนส FIX D ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม และ Fit2Fly Studio สตูดิโอออกกำลังกายและเวลเนส
กิจกรรมเวทีเสวนาและห้อง Experience Room ปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานคับคั่ง โดยหัวข้อเสวนาและกิจกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ กินอย่างฉลาดเพื่อย้อนวัยเซลส์ โดย ผศ.ดร.นพมาศ ไม้ประเสริฐ เมนูเรียกคืนพลังหนุ่มสาว โดย ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ กินอย่างไรให้ไตแข็งแรงอายุยืน โดย ผศ.ดร.นพ. พัฒนา เต็งอำนวย เวิร์กชอปนวดศีรษะด้วยตนเอง โดย Miss Nitaras Phatthasriphirom ภารกิจล่าอายุยืน โดย 120 Wellness Villa Clinic และ อยากมีลูก ต้องเริ่มจากอะไรในปี 2026 โดย Baby & Mom
ด้าน นายวิทยา แซ่เลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์เทค บีเคเค จำกัด ผู้จัดงาน SPORTEC Thailand 2026 กล่าวว่า”SPORTEC Thailand 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกีฬา ฟิตเนส และเวลเนส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านกีฬาและฟิตเนสของภูมิภาค
จากกระแสตอบรับที่ได้รับ ทั้งจำนวนผู้เข้าชมงานและความต้องการพื้นที่จัดแสดงที่เพิ่มขึ้น เราจึงเตรียมขยายพื้นที่จัดงาน SPORTEC Thailand 2027 พร้อมยกระดับเนื้อหา กิจกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป”
นางสาวณรินณ์ทิพ และนายวิทยา กล่าวทิ้งท้ายว่า “จากความสำเร็จของการจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo & SPORTEC Thailand 2026 ในครั้งนี้ และเสียงตอบรับจากผู้จัดแสดงบูธที่ต้องการเพิ่มพื้นที่จัดแสดงงาน ทางผู้จัดงานจึงวางแผนขยายพื้นที่เป็น 20,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการในปีหน้า ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเรื่องสุขภาพ เวลเนส และกีฬา เป็นเทรนด์ของโลกยุคใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ทางผู้จัดงานมุ่งมั่นที่จะยกระดับงานให้ครอบคลุมทั้งสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกันไว้ในเวทีเดียวกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับสากลต่อไป”
แล้วพบกันอีกครั้งกับหมุดหมายสำคัญในอีเว้นท์ใหญ่ด้านสุขภาพ เวลเนส Longevity และกีฬา กับงาน “WALEX” Thailand Wellness & Longevity Expo and SPORTEC Thailand 2027 จัดระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2570 ณ ฮอลล์ 101-104 ไบเทค บางนา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 086-314-1482

โดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.สมหญิง ธัมวาสร หัวหน้าโครงการวิจัย ภก.เชิญพร เต็งอำนวย กรรมการผู้จัดการ และคุณชนวิน เต็งอำนวย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่ม บริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัดร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีโพรไบโอติกเชื้อผสมที่ประกอบด้วย
ภก.เชิญพร เต็งอำนวย กรรมการผู้จัดการ กลุ่ม บริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้แบรนด์ “GREATER PROMETA L34 (เกร๊ทเตอร์ โพรเมทาแอล34)” โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐานจากผลงานวิจัยของคนไทยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพไทยในตลาดทั้งในและต่


อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand กล่าวว่า ZEEKR ได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในไทยในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยจะก้าวข้ามจากแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียม สู่การเป็น Premium Lifestyle Brand ที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การเดินทางเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างภาครัฐกับ ZEEKR
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตผ่านนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่กับการสร้างความสมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางทั้งภายในประเทศและจากทั่วโลก

•Northern Escape: การค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางภาคเหนือ ทั้งภูสูงและสายน้ำที่โอบล้อมรอบกาย ช่วยเยียวยาจิตใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สัมผัสความหมายที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมล้านนาผ่านสถาปัตยกรรมและงานหัตถกรรม ที่จะสร้างความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม
ซึ่งการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวที่ลงตัวไปกับทุกเส้นทางอย่างเหนือระดับ พร้อมเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของ ททท. ทั้งอนุสาร อสท. และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผสานกับความแข็งแกร่งจากการนำ KOLs ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ The Zecret Revealer, The Zecret Insider และ The Zecret Visualizer มาร่วมสร้างคอนเทนต์ เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ ททท.ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพระดับภูมิภาค ผสานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสบการณ์เชิงคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ






