https://linevoom.line.me/post/1177301581924025309
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://linevoom.line.me/post/1177301581924025309
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องศรีจันทร์ 1 โรงแรมเจริญธานี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นางสาวโสพิญฐ์ สุวรรณหงส์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากลและการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โดยมี นางสุภานัน เทียนทอง หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นผู้กล่าวรายงาน กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงานประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรสตรี คณะทำงานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ตลอดจนศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัวระดับตำบล (ศปก.ต.) และบุคลากร พม.ที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 100 คน

การจัดงานในวันนี้มุ่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังสตรีในระดับพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันนี้สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลในปีงบประมาณ 2568 จังหวัดขอนแก่น มีกรณีที่เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือรวม 34 กรณี ซึ่งกลุ่มเสี่ยงหลักคือสตรีวัยแรงงาน โดยมีปัจจัยกระตุ้นสำคัญจากการดื่มสุราและสารเสพติด พม.จังหวัดขอนแก่นจึงเร่งสร้างกลไกการเฝ้าระวังเชิงรุกในระดับพื้นที่เพื่อผนึกกำลังภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนแผนเฝ้าระวังระดับจังหวัด

โดยมีกิจกรรมหลักประกอบด้วย การเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว และการคุ้มครองสิทธิในโลกดิจิทัล การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างให้ความรู้เรื่องการบำบัดผู้ติดสุราและยาเสพติดเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง และการจัดทำแผนระดับพื้นที่ ผ่านเวทีสมัชชาสตรีเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและจัดทำแผนเฝ้าระวังป้องกันความรุนแรงในครอบครัวให้เป็นรูปธรรม

สุดท้ายนี้ พม.จังหวัดขอนแก่น เน้นย้ำการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเคารพสิทธิสตรี และระบุว่า “วันสตรีสากลเป็นวาระสำคัญที่ประชาคมโลกตระหนักถึงการส่งเสริมสิทธิสตรี ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เนื่องจากสตรีมีบทบาทสำคัญในทุกมิติ ทั้งด้านครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคม การจัดระบบเฝ้าระวังเชิงรุกและการสร้างความเข้มแข็งให้กลไกชุมชนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันปัญหาความรุนแรงอย่างยั่งยืน
การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายจะได้ร่วมกันเสนอแนวทางนโยบายเพื่อเสริมพลังสตรี และขับเคลื่อนสังคมที่เคารพสิทธิมีความยุติธรรม โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 
https://linevoom.line.me/post/1177293135121494472
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://linevoom.line.me/post/1177284453618769735
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
คุณวิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร ผู้บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงาน มหกรรมชี้ช่องรวย ครั้งที่ 19“Vending Machine Business – มัดรวมธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “การจัดงานมหกรรมชี้ช่องรวยธุรกิจและแฟรนไชส์ใน ครั้งที่ 19 ภายในงานพบกับเครื่องทำเงินหลากหลายรูปแบบ ที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ อาทิ เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ เครื่องล้างรถอัตโนมัติ เครื่องล้างหมวกกันน็อค ตู้ฝากเหรียญระบบอัตโนมัติ ตู้กดน้ำแข็ง ตู้ ถ่ายภาพ AI Innovation เทรนด์ใหม่สายโซเชียล ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติรูปแบบใหม่ ที่รองรับทุกโลเคชั่น และนวัตกรรมสร้างรายได้อีกมากมายที่ช่วยให้คุณมี ธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง ได้อย่างแท้จริง ตอบโจทย์ Generation ใหม่ ที่ต้องการสร้างรายได้หลายทาง บริหารจัดการง่ายด้วยระบบอัตโนมัติ ลงทุนครั้งเดียวเก็บเกี่ยวรายได้ระยะยาว มาจัดแสดงธุรกิจพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น”


จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นช่องทางรายได้ใหม่ วัยเกษียณที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้สร้างเม็ดเงิน รวมทั้งผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจมาเดินงานนี้ มหกรรมชี้ช่องรวย ครั้งที่ 19 “Vending Machine Business – ธุรกิจแฟรนไชส์ยุคใหม่ทำเงิน 24 ชั่วโมง จัดเต็มตลอด 4 วัน วันที่ 5–8 มีนาคม 2569 ณ M FASHION HALL 1 ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 094-915-4624, 062-845-9515
ลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าคลิก >> https://forms.gle/zWn5gZZBCYh4VGFc7
:Cr;มณสิการ รามจันทร์
https://linevoom.line.me/post/1177266849712315379
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสจัดพิธี มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Infante Dom Henrique ณ บ้านพักเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย ฯพณฯ นายลูวิช มานูแวล ดือ มากาไญช์ ดือ อัลบูแกร์ก วือโลซู ซึ่งในปีนี้คนไทยสองท่านที่ได้รับเกียรติประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากสาธารณรัฐโปรตุเกสคือ อาจารย์ ดร. ประโลม บุญรัศมี และ คุณนาวินี พงศ์ไทย
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ Infante Dom Henrique มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูบุคคลผู้ได้กระทำคุณประโยชน์อันสำคัญยิ่งต่อสาธารณรัฐโปรตุเกส ทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมโปรตุเกส หรือสนับสนุนการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศโปรตุเกส ประวัติศาสตร์ และคุณค่าของชาติ
อาจารย์ ดร. ประโลม บุญรัศมี ปัจจุบันเป็นหัวหน้าสาขาวิชาโปรตุเกส ภาควิชาภาษาตะวันตก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการการทูตและวัฒนธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมโปรตุเกสในประเทศไทย เคยทำงาน ณ สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย ระหว่างปี 1999–2011 ในตำแหน่งเลขานุการเอกอัครราชทูต เป็นล่าม–นักแปลภาษาโปรตุเกสประจำฝ่ายกงสุล
อีกทั้งเป็นกรรมการจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 500 ปี ความสัมพันธ์ไทย–โปรตุเกส มีส่วนร่วมในการจัดทำพจนานุกรมโปรตุเกส–ไทย/ไทย–โปรตุเกส และมีผลงานแปลวรรณกรรมโปรตุเกสจำนวนมาก รวมถึงริเริ่มโครงการด้านวัฒนธรรม อาหาร ไวน์ และประวัติศาสตร์โปรตุเกสในประเทศไทย รับผิดชอบการสอน การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหลักเกณฑ์การถอดเสียงภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาไทยของราชบัณฑิตยสภา
คุณนาวินี พงศ์ไทย ผู้มีเชื้อสายโปรตุเกสในตระกูลดา ครูซ ได้อุทิศตนเพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างโปรตุเกสกับไทย ครอบครัวของคุณนาวินีได้ร่วมกันก่อตั้งพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีนขึ้นในย่านกุฎีจีน หนึ่งในสามชุมชนลูกหลานชาวโปรตุเกสดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและสืบสานสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศ พิพิธภัณฑ์กุฎีจีนอยู่ภายใต้การบริหารของคุณนาวินี และได้กลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับนักศึกษา ตลอดจนเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
งานพิธีรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้จัดอย่างสง่างามโดยมีท่านเอกอัครราชทูต รองหัวหน้าคณะทูต และที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น
Two Thai Women Honored with Prestigious Portuguese Decorations
Bangkok , March 2 , 2026 The Embassy of Portugal in Bangkok held a distinguished ceremony to confer the Order of Prince Henry (Ordem do Infante Dom Henrique), one of Portugal’s highest civilian honors. The event was hosted by His Excellency Mr. Luiz de Albuquerque Veloso, Ambassador of Portugal to Thailand, at the Ambassador’s official residence.
This year, the Republic of Portugal bestowed this high honor upon two exceptional Thai nationals: Dr. Pralom Boonrussamee and Mrs. Navinee Pongthai, in recognition of their lifelong dedication to strengthening the bonds between the two nations.
The Order of Prince Henry is a testament to extraordinary service rendered to the Portuguese Republic. It celebrates individuals who have made significant contributions to the expansion of Portuguese culture, as well as those who have fostered a deeper understanding of the nation’s history, heritage, and enduring values.
Dr. Pralom Boonrussamee, the current Head of the Portuguese Section at the Department of Western Languages, Faculty of Arts, Chulalongkorn University, has been a pivotal figure in cultural diplomacy. Her dedication to promoting the Portuguese language in Thailand is exemplary.
Having served at the Embassy of Portugal from 1999 to 2011 as Secretary to the Ambassador and as a translator for the Consular Section, her influence remains far-reaching. Dr. Pralom was a member of the organizing committee for the 500th Anniversary of Thai-Portuguese Relations and contributed significantly to the development of the Portuguese-Thai dictionary. Her initiatives span the realms of gastronomy, wine, and history, alongside her academic expertise in the Royal Society’s guidelines for Portuguese-to-Thai transcription.
Mrs. Navinee Pongthai, a descendant of the historic Da Cruz lineage, has devoted her life to preserving the rich tapestry of the Thai-Portuguese Catholic heritage. Her family founded the Baan Kudichin Museum in the heart of the Kudichin community which is one of the three ancestral Portuguese-descendant settlements nestled along the banks of the Chao Phraya River.
Under Navinee’s stewardship, the museum has become a vital sanctuary for local history, fostering a profound connection between the two countries. It serves as an essential educational hub for students and has grown into a cherished destination for both domestic and international visitors seeking to understand the deep roots of Portuguese influence in Thailand.
The conferment ceremony was conducted with great elegance and warmth. The Ambassador, joined by the Deputy Head of Mission and the Cultural Attaché, extended a gracious welcome to the distinguished guests, marking another milestone in the centuries-old friendship between Portugal and Thailand. :Cr;มณสิการ รามจันทร์
พิมพ์ไทยออนไลน์//บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด (HMC Polymers) ผู้นำด้าน การผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน (PP) รายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Step Forward Toward a Sustainable Future (ก้าวไปข้างหน้า สู่อนาคตที่ยั่งยืน) โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกรดพิเศษ (Specialty) เกรดคุณภาพสูง (Differentiated) และกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PP เพื่อความยั่งยืน (Sustainable PP Products) เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุค Future-Ready Innovation ที่ต้องการวัสดุสมรรถนะสูงที่ผลิตภายใต้มาตรฐานระดับโลก พร้อมเสริมทัพด้วยเสาหลักแห่งความยั่งยืนทั้ง 3 เสา คือ Circularity, Carbon Reduction และ Connectivity
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมีรายได้รวม 27,000 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 29,000 ล้านบาท
นายคอร์โซ อูซีลลี่ ประธานบริษัท HMC Polymers กล่าวว่า ปี 2569 เรายังคงต้องเร่งพัฒนาธุรกิจ ให้แข่งขันได้ในสถานการณ์ที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีต้นทุนทางพลังงานที่ผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กดดันให้อุตสาหกรรมพลาสติกต้องปรับตัวอย่างสูง โดยอาศัยเทคนิคสำคัญหลายประการ ได้แก่ การเร่งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียม ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จาก Spherizone เทคโนโลยีล่าสุดที่ทันสมัยระดับโลกอย่างเต็มประสิทธิภาพ การรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่บริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ การปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศ (Operational Excellence) ให้ทุกงานเป็นไปอย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งการหมุนเวียนทรัพยากร (Circularity) การลดปริมาณคาร์บอนจากกกระบวนการผลิต (Carbon Reduction) และยึดมั่นในหลักจริยธรรมทางธุรกิจ การปรับตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความมีวินัยทางการเงิน การบริหารสภาพคล่องและการสร้างกระแสเงินสดอย่างรอบคอบด้วย
ด้าน นายพรชัย พิชิตวุฒิกร รองประธานอาวุโส สายงานกลยุทธ์ นวัตกรรม และพาณิชยกิจ กล่าวว่า แม้ปี 2568 ที่ผ่านมา สถานการณ์เศรษฐกิจและภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกยังอยู่ในภาวะทรงตัว ไม่แตกต่างจากปีก่อน ๆ มากนัก แต่ยอดขายเม็ดพลาสติก PP ของ HMC Polymers กลับโตขึ้นถึง ร้อยละ 15 (เมื่อเทียบกับปี 2567) อันเป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ
– การมีเม็ดพลาสติก PP หลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ (PP Product Portfolio Diversity) ครอบคลุมอุตสาหกรรมปลายทางมากมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ ทำให้ได้รับผลกระทบไม่มากนัก เมื่ออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งชะลอตัว เพราะยังมีอีกหลายอุตสาหกรรมปลายทางรองรับ
– กระแสตอบรับเชิงบวกต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PP เพื่อความยั่งยืนจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
– มาตรการปรับลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การบริหารจัดการวัตถุดิบ การลดความสูญเสียระหว่างการผลิต โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาช่วย
– การประสานประโยชน์กับผู้ถือหุ้น (Shareholder Synergy) เช่น การร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ เม็ดพลาสติก Bio-Circular PP ซึ่งรับวัตถุดิบต้นทางจาก GC นอกจากนี้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจาก LyondellBasell (LYB) และการร่วมมือกันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทำให้ปัจจุบัน HMC Polymers เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียมที่มีความหลากหลายมากที่สุดในบรรดาบริษัทที่ LYB ถือหุ้นหรือร่วมลงทุน
ในส่วนของภาคสังคม ปี 2568 PP Reborn แพลตฟอร์มจัดการพลาสติก PP ใช้แล้วของ HMC Polymers ได้ต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรระดับประเทศ คือ บริษัท ไปรณีย์ไทย จำกัด ในการเพิ่มจุดรับพลาสติก PP ใช้แล้วเป็น 121 จุดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำพลาสติก PP ใช้แล้วส่งกลับเข้าระบบผลิตอีกครั้งได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และในปี 2569 นี้ เรามุ่งขยายกับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อปลูกฝังการใช้พลาสติก PP อย่างถูกวิธีแก่กลุ่มเยาวชน รวมทั้งยังร่วมกับกรุงเทพมหานครเปิดตัวโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างโมเดลการจัดการขยะ อย่างยั่งยืน ตามนโยบาย “ไม่เทรวม” ด้วย
ขณะที่ นางสาวอังคณี สุนทรสวัสดิ์ รองประธาน สายการเงิน บัญชีและงานสนับสนุนองค์กร กล่าวถึงภาพรวมและแผนกลยุทธ์การเงินของ HMC Polymers ว่า แม้ปีที่ผ่านมา ยังมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกและภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ทรงตัว แต่ HMC Polymers กลับมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จากปี 2567 ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ และในปีนี้ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งและรักษาเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมก้าวข้ามทุกความท้าทาย ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ดังนี้
1. การเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน : มุ่งเน้นการผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียม และกลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PP เพื่อความยั่งยืน (Sustainable PP Products) ซึ่งล้วนแตกต่างจากคู่แข่งอื่น ๆ ในตลาด
2. การบริหารจัดการต้นทุน : เพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่การจัดหาวตุุดิบหลัก การผลิต การจำหน่ายและการขนส่ง
3. การบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน : สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ใช้เงินลงทุนอย่างรอบคอบและระมัดระวัง
4. การบริหารโครงสร้างทางการเงิน : ปี 2568 ที่ผ่านมา HMC Polymers ได้ออกหุ้นกู้และได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักลงทุน ส่งผลให้ปีนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะออกหุ้นกู้เพิ่มเติม และคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่านักลงทุนเช่นเดิม โดยชูจุดแข็งการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก PP รายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 43 ปี
HMC Polymers ยังคงเดินหน้าคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก PP และ PP โซลูชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ควบคู่การขับเคลื่อนองค์กรตามแนวคิด “Step Forward Toward a Sustainable Future” ภายใต้ 3 เสาหลักความยั่งยืนของบริษัท เพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว:Cr;มณสิการ รามจันทร์
https://linevoom.line.me/post/1177258502309149594
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)