สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยเปิดร้าน! AMIT Cafe ต้นแบบคาเฟ่แห่งโอกาส สร้างอาชีพ สร้างคุณค่า สร้างสังคม
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ร่วมกับ สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมสุขภาพจิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม เปิด AMIT Cafe อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นต้นแบบของการสร้างโอกาสด้านอาชีพ การพัฒนาศักยภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและคนพิการ ภายใต้แนวคิด “ทุกแก้วแห่งโอกาส…สร้างคุณค่าให้ทุกชีวิต”

พิธีเปิดจัดขึ้น ณ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยได้รับเกียรติจาก รศ.น.สพ.ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, นางภิญญา จำรูญศาสน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, ผู้แทนกรมสุขภาพจิต, นางกิจติยา ใสสอาด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม และ นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ร่วมประกอบพิธีเปิดและตัดริบบิ้นเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางผู้บริหาร ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และผู้ร่วมงานจำนวนมาก
รศ.น.สพ.ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ กล่าวว่า การจัดตั้ง AMIT Cafe เป็นความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษา ที่จะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและคนพิการ ผ่านการสร้างความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการยอมรับความแตกต่าง อันเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีคุณภาพ

ด้าน นางภิญญา จำรูญศาสน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า การมีพื้นที่ต้นแบบเช่น AMIT Cafe สะท้อนถึงความร่วมมือในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางสังคม
ขณะที่ นางสาวพนาวัลย์ จ้างประเสริฐ
ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 5
ผู้แทนกรมสุขภาพจิตผู้แทนกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การมีงานทำถือเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญของการฟื้นฟูผู้มีปัญหาสุขภาพจิต เพราะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ เปิดโอกาสให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างปกติ พร้อมทั้งช่วยลดอคติและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของสังคมต่อผู้มีปัญหาสุขภาพจิต

ด้าน นางกิจติยา ใสสอาด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การสนับสนุนผ่านกลไกกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอาชีพ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนแก่ผู้รับประโยชน์และสังคมโดยรวม
ส่วน นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ผู้มีความบกพร่องทางจิตได้รับโอกาสในการทำงาน มีรายได้ และสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดย AMIT Cafe จะเป็นต้นแบบของพื้นที่แห่งโอกาส ที่แสดงให้เห็นว่าหากสังคมเปิดใจและให้โอกาส ทุกคนสามารถพัฒนาตนเองและเป็นกำลังสำคัญของสังคมได้
ภายหลังพิธีเปิด คณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมร้าน พบปะผู้ปฏิบัติงาน พร้อมร่วมชิมกาแฟและผลิตภัณฑ์ของร้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนำแนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการมีงานทำมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

AMIT Cafe จึงไม่ใช่เพียงร้านกาแฟ แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ การสร้างความมั่นใจ และการสร้างโอกาสให้ผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและคนพิการได้กลับมายืนหยัดในสังคมอย่างภาคภูมิใจ ภายใต้ความร่วมมือของสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมแห่งการยอมรับ ลดอคติ และสร้างความเข้าใจว่า “การให้โอกาส คือการสร้างคุณค่าให้ทุกชีวิต”
การดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน และขยายผลต้นแบบ AMIT Cafe ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศในอนาคต.//
















ผลักดันขอนแก่นสู่ “มหานครสีรุ้ง” (Rainbow City) แห่งอีสาน และกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สานต่อ MOU ประวัติศาสตร์: ตอกย้ำความร่วมมือที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดแรกในไทย ที่หน่วยงานกว่า 40 แห่ง และทั้ง 26 อำเภอ ร่วมลงนามขจัดการเลือกปฏิบัติทางเพศ ซึ่งกลไกของ พม. มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดผลจริงในทางปฏิบัติ พลังหนุนสู่ระดับโลก: เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทย เพื่อประมูลสิทธิ์จัดงานระดับโลกอย่าง “Bangkok WorldPride 2030” ประกาศให้ชาวโลกเห็นว่าความเท่าเทียมเติบโตอย่างงดงามในทุกพื้นที่ของไทย



ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “ประเทศไทยมีฐานแข็งแกร่งในเรื่องอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาวะติดอันดับต้นๆ ในระดับโลก รัฐบาลจึงได้กำหนดให้สุขภาวะและการแพทย์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ ดิฉันมั่นใจว่างาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับสัมฤทธิ์ผลให้กับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย สร้างโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป”
นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงานThailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “โลกปัจจุบันกำลังก้าวสู่ยุคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้อุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนโลก ปีนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 ได้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกัน รวมไว้ในงานเดียว โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน พัฒนานวัตกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

ด้านนาย ซึโยชิ ซาซากิ ประธานบริษัท TSO International Inc. กล่าวถึงการผนึกกำลังครั้งสำคัญในครั้งนี้ว่า ” ความสำเร็จกว่า 16 ปี ของ SPORTEC ประเทศญี่ปุ่น ต่อยอดสู่การจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย โดยรวบรวมนวัตกรรมกีฬา ฟิตเนส และสปอร์ตเทคจาก 6 ประเทศชั้นนำ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และปากีสถาน พร้อมแบรนด์ระดับโลก อาทิ Life Fitness, Hammer Strength, Precor, Keiser, ZIVA, DHZ Fitness และ Fairtex ที่จะนำเทคโนโลยีการออกกำลังกาย อุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกาย และนวัตกรรมล่าสุดมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป ที่สายฟิตเนส และกีฬาห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น ONTRACK RACEON การแข่งขัน Functional Fitness แบบทีม, แข่งขันนำคลาสออกกำลังกายระดับประเทศ, Barre Workout สไตล์เกาหลี, เวิร์กชอป Zumba,The Key Yoga และ Fit Thailand เป็นต้น
ด้าน ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ทั้งจากจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว บุคลากรทางการแพทย์ และภูมิปัญญาไทย ซึ่งการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้ามาใช้ประโยชน์จะสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการได้

นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายส่งเสริมกีฬา กล่าวเสริมถึงความร่วมมือในงานครั้งนี้ว่า “การกีฬาแห่งประเทศไทยมุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนไทย โดยเฉพาะการกีฬา เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ การจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬา ไว้อย่างครบวงจร อีกทั้งยังดึงกลุ่มนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศไทยให้เข้มแข็งต่อไป
นางสาวณรินณ์ทิพกล่าวทิ้งท้ายว่า “ภายในงานยังมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของเมืองไทย รวมทั้งห้อง Experience Room ให้คุณเปิดประสบการณ์ด้านสุขภาพ เวลเนส และฟิตเนส แบบเจาะลึก โดยจัดต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน เราเชื่อมั่นว่า งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส และกีฬาของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดในงานได้มากกว่า 500 ล้านบาท”
งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 และ SPORTEC Thailand 2026 จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 27 มิถุนายนนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพ เข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ! ลงทะเบียนเข้างานและฟังเสวนา คลิก >> 