พิมพ์ไทยออนไลน์//กองทุนมิตรภาพ โดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม “ซีไรต์สัญจรบรรณาธรสัมพันธ์สู่บุรีรัมย์” วันที่ 16-17 กันยายน 2569 นี้ ที่ ร้านหนังสือ”น้ำพุ”และมหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ โดยมี วง “TIBB” วงดนตรีของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และผองเพื่อนร่วมแสดงด้วย
เรืองเดช จันทรคีรี หรือ “น้าเดช” บรรณาธิการ นักแปล นักเขียน กวี และอุปนายก สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ผู้ก่อตั้งกองทุนมิตรภาพ เปิดเผยว่า วันที่ 16-17 กันยายนนี้ ในฐานะที่ตนเป็นกรรมการคนหนึ่งในคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2568 จะทดลองหารูปแบบโครงการ “ซีไรต์สัญจร” ไปพบผู้คนในภูมิภาค ให้ซีไรต์เดินทางไปพบผู้คน วัฒนธรรม ในพื้นที่จริง ครั้งนี้คณะกรรมการดำเนินงานรางวัลซีไรต์จึงร่วมมือกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และร้านหนังสือน้ำพุสโตร์ ทดลองประกอบกิจกรรมนี้
วันที่ 16 กันยายน เวลา 19.30-21.00 น.พบกัน ที่ร้านหนังสือ”น้ำพุบุ๊คสโตร์” บริเวณวงเวียนน้ำพุ หลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เลขที่ 33/11 ถนนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เปิดเวทีเล็กๆ ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักอ่านและนักเขียนในหัวข้อ “วรรณกรรมและเพลงไทยเมื่อ AI ครองโลก”
วันที่ 17 กันยายน พบกันที่ห้องประชุมมนุษย์สังคมวัฒนา อาคาร 25 ชั้น 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
ภาคเช้า : หนังสือและวรรณกรรมในยุค AI ครองโลก
10.00 – 10.30 น.บทเพลง “รักลูกนั้นนิรันดร์”, “ฝัน” และ “ใจเดินทาง”
10.30 – 11.00 น.วิวัฒน์ โรจนาวรรณ เจ้าของร้าน “น้ำพุบุ๊คสโตร์”บรรณาธรเกียรติยศ 2568 เล่าเรื่อง “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ในโลกหนังสือของผม”
11.00 – 11.30 น.บทเพลงจากวง TIBB “มาลัยคล้องใจคน”, “จันทน์กะพ้อร่วง” และ “ดอกไม้จะบาน”
11.30 – 12.00 น.ประทีป เหมือนนิล บรรณาธรเกียรติยศ 2569 เล่าเรื่อง “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ในโลกวรรณกรรมของผม”
12.00–13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
ภาคบ่าย : วรรณกรรมและเพลงไทยเมื่อ AI ครองโลก
13.00–13.30 น.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ศิลปินแห่งชาตินำเสนอ “ลำนำชีวิต : อีกฟากด้านดวงตาดวงใจ”บทเพลง “เจ้าชายปี่”, “เชือกชีวิต” และ “สหายเสวนา”
13.30–15.00 น.สรรค์สารบันเทิงเวทีทิบบ์ : ดนตรี กวี เพลงโดย อัศวิน อบรมย์,ฉัตร เทวรัตน์ และ นักสรรค์สารสมทบ มณสิการ รวมจันทร์, ธัญพิสิษฐ์ วาณิชยเศรษฐกุล
นักสรรค์สารรับเชิญ ธำรงรัตน์ สมสะอาด โดยมี ขนิษฐา วชิราพรพฤฒ เป็นพิธีกรตลอดรายการ
“น้าเดช” กล่าวว่า ภาคเช้า ชวนคนทำหนังสือและคนทำวรรณกรรมต่างรุ่นมองย้อนจาก อดีต ผ่านปัจจุบัน ไปหาอนาคต ในวันที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลก ส่วนภาคบ่าย ทดลองเปลี่ยนวิธีสื่อสารอีกแบบหนึ่ง แทนที่จะพูดถึงวรรณกรรมอย่างเดียว เราลองถามว่า วรรณกรรมจะกลายเป็นเสียงเพลงได้ไหม บทกวีจะกลับมามีชีวิตบนเวทีได้ไหม และดนตรีจะพาคนรุ่นใหม่ย้อนกลับไปหาหนังสือที่เขาอาจไม่เคยอ่านได้หรือไม่ ตรงนี้เองที่ TIBB จะได้ทดลองสำแดงตัวบนเวทีมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก
เพลงเปิดเวทีจะพาผู้ฟังเดินทางจากวรรณกรรมต่างประเทศมาสู่บทเพลงไทย จาก
Shakespeare
Thomas Hardy
Robert Burns และ John Steinbeck
Longfellow
Hermann Hesse
ถึงบทกวีและบทเพลงของนักเขียนไทย ได้แก่
“ในกระแสแห่งยุติธรรมา”
“หนูและมนุษย์”
“ธนูเพลง”
“คนที่ข้าฆ่า”
และ “เลโอหายไปใหน?”
“ผมอยากให้เราลองฟังร่วมกันว่า บทกวีเมื่อกลายเป็นเพลง จะเล่าเรื่องต่างออกไปอย่างไร
วรรณกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบหรือหลายร้อยปีก่อน ยังพูดกับคนในวันนี้ได้หรือไม่ และในวันที่เราตั้งคำถามกันว่า “วรรณกรรมและเพลงไทย เมื่อ AI ครองโลก จะเดินต่อไปอย่างไร”
บางทีคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า มนุษย์จะแข่งขันกับ AI อย่างไร แต่อยู่ที่ว่ามนุษย์ยังมีเรื่องอะไรที่อยากเล่าให้มนุษย์ด้วยกันฟังมากกว่าใช่หรือไม่” เรืองเดช กล่าวทิ้งท้าย :Cr;มณสิการ รามจันทร์











ในมุมมองของภาคเอกชนและองค์กรมหาชน” โดย พันเอก จิรศักดิ์ จิ้วไม้แดง รองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ดร.ชาญ กุลถาวรากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิตอล รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลทิ่ง จำกัด นายภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) พลเอก สมควร ทองนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยอาร์ม จำกัด พลอากาศเอก พิบูลย์ วรวรรณปรีชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด และมี พลตรี กิตติ รัตนดิษฐ์ ดำเนินรายการ









นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. โดย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้จัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายในพื้นที่ 6 โซน ได้แก่ 1) Main Stage เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพิธีลงนามความร่วมมือ 2) ABLE Plus Showcase นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ 3) Empowerment & Welfare Zone พื้นที่ให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสวัสดิการ 4) Career Connect Zone พื้นที่จับคู่การจ้างงานและให้คำปรึกษาด้านอาชีพ 5) Inclusive Marketplace Zone ตลาดสินค้าและบริการจากคนพิการทั่วประเทศ และ 6) Hands-on Workshop Zone พื้นที่พัฒนาทักษะอาชีพและทักษะดิจิทัลผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากนี้ ยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาทักษะ การประกอบอาชีพ และการขยายตลาดสำหรับคนพิการ และ พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่หน่วยงาน สถานประกอบการ และภาคีเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการจ้างงานและพัฒนาศักยภาพคนพิการ รวมถึงเวทีเสวนาจากภาครัฐและภาคธุรกิจเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดแรงงาน ทักษะแห่งอนาคต และการสร้างแรงบันดาลใจจากบุคคลต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า งานครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรคนพิการ นายจ้าง สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และการสนับสนุนทางเลือกตามมาตรา 35 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า การขยายช่องทางการตลาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการลดข้อจำกัดด้านระยะทางและการเข้าถึงลูกค้า
นายกันตพงศ์ กล่าวย้ำว่า งาน Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569 ไม่ใช่เพียงมหกรรมการสมัครงานหรือการจำหน่ายสินค้า แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่มุ่งเปลี่ยน ทักษะให้เป็นโอกาส โอกาสให้เป็นงาน งานให้เป็นอาชีพ และอาชีพให้เป็นรายได้และความมั่นคงให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบาย พม. มุ่งสร้างการ “อยู่ดี มีโอกาส” เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเท่าเทียม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สู่การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล การมีงานทำ การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงตลาดแรงงานอย่างครบวงจร พร้อมเปลี่ยนมุมมองจากการช่วยเหลือ สู่การสร้างโอกาส และการเสริมพลังศักยภาพของคนพิการ เพราะเมื่อความสามารถได้พบกับโอกาส คนพิการจะไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่สามารถเป็นผู้สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างเข้มแข็ง


นายทศพร จุลโพธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โตโก ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (Toko Development) เทคสตาร์ตอัปสัญชาติไทย สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการขนส่ง พัฒนานวัตกรรมเปลี่ยนประเทศบน Toko Super App รวมพลัง 2 ฟีเจอร์สุดล้ำไว้ในที่เดียว ทั้ง “ระบบมิเตอร์ดาวเทียม” (Satellite Meter) และ “ระบบเรียกรถแบบเลือกคนขับได้เอง” ฉีกกฎแอปเรียกรถแบบเดิมๆ สู่มาตรฐานการเดินทางที่โปร่งใส ยุติธรรม และให้อิสระแก่ผู้ใช้บริการสูงสุด

ความล้ำหน้าของ Toko Super App ฝีมือคนไทยในครั้งนี้ คือการผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อผู้โดยสารและคนขับอย่างแท้จริง เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมของประเทศไทยไปตลอดกาล


















