นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และรับมือกับข้อจำกัดด้านแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP) ซึ่งเป็นโมเดลที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงบริการเครื่องจักรกลได้สะดวก ทันต่อฤดูกาลผลิต ลดภาระการลงทุนซื้อเครื่องจักรเอง และช่วยให้ผู้มีเครื่องจักรกลสามารถสร้างรายได้เสริมจากการให้บริการในพื้นที่

ประโยชน์สำคัญของ ASP คือ การทำให้เครื่องจักรกลทางการเกษตรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและทั่วถึงมากขึ้น โดยเกษตรกรรายย่อยสามารถเลือกใช้บริการเครื่องจักรกลตามความจำเป็นของแต่ละกิจกรรมการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน ปลูก ดูแลรักษา พ่นสารด้วยโดรน เก็บเกี่ยว ไปจนถึงขนส่งผลผลิต ช่วยลดการพึ่งพาแรงงานคน ลดระยะเวลาการทำงาน ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และเพิ่มความแม่นยำในการใช้ปัจจัยการผลิต ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการ ASP ยังมีโอกาสใช้เครื่องจักรที่มีอยู่ให้เกิดรายได้ต่อเนื่อง เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน และช่วยให้บริการเครื่องจักรกลกระจายถึงเกษตรกรในพื้นที่ได้มากขึ้น

ปัจจุบันภาคเกษตรไทยเผชิญข้อจำกัดด้านแรงงานอย่างชัดเจน โดยอายุเฉลี่ยของหัวหน้าครัวเรือนเกษตรเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 59.44 ปี ในปี 2565 ขณะที่สัดส่วนแรงงานเกษตรอายุมากกว่า 60 ปี เพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 2546 เป็น 22% ในปี 2561 สวนทางกับแรงงานเกษตรวัย 15–40 ปี ที่ลดลงจาก 48% เหลือ 28% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนความจำเป็นในการนำเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เหมาะสมกับบริบทของภาคเกษตรไทย

สศก. จึงสนับสนุนแนวทาง Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบ่งปันในภาคเกษตร โดยส่งเสริมให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร หรือผู้ประกอบการที่มีเครื่องจักรกล สามารถพัฒนาเป็น ASP เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่มีเครื่องจักรกลเป็นของตนเอง ช่วยให้เกิดการใช้เครื่องจักรกลร่วมกันอย่างคุ้มค่า เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีของเกษตรกรรายย่อย และสร้างรายได้เสริมให้กับผู้มีเครื่องจักรกลในพื้นที่

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้จัดทำ ระบบการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ผ่านเว็บไซต์ https://emachine.doae.go.th/ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการที่มีเครื่องจักรกล เข้าสู่ระบบการให้บริการได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้การบริหารจัดการบริการเครื่องจักรกลในพื้นที่ต่าง ๆ สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรในช่วงฤดูกาลผลิตมากขึ้น

เลขาธิการ สศก. กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรผ่านผู้ให้บริการ ASP หากดำเนินการในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ ชนิดพืช และช่วงเวลาการผลิต เกษตรกรมีโอกาส เพิ่มผลผลิตหรือรายได้ ขณะที่ผู้ให้บริการ ASP มีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการรับจ้างบริการเครื่องจักรกล

สำหรับปี 2569 สศก. จะต่อยอดการดำเนินงานดังกล่าว โดยเริ่มดำเนินการ จัดเก็บข้อมูลอัตราค่าให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรเป็นปีแรก จำนวน 296 ตัวอย่างทั่วประเทศ ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12 เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับใช้ประกอบการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต การจัดทำข้อมูลสนับสนุนเชิงนโยบาย และการวางแผนพัฒนาระบบบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้ตอบโจทย์เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

“การพัฒนา ASP เป็นแนวทางที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องจักรกลได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ โดย สศก. จะสนับสนุนข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงนโยบาย เพื่อให้การบริหารจัดการบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรตอบโจทย์พื้นที่ และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม” เลขาธิการ สศก. กล่าว



นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งาน ” Franchise Expo Thailand & Thailand E-Commerce Selection Expo (TESE 2026) เป็นเวทีแสดงธุรกิจแฟรนไชส์และโซลูชั่นส์แบบครบวงจร ที่มากกว่างานแสดงสินค้าทั่วไป โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโตของแฟรนไชส์อย่างแท้จริง ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Events, Media และ Partnership Networks
นางสาววิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร ผู้จัดงาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 กล่าวว่า “งาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จัดโดยบริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผนึกแนวร่วมกับสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน-สากล พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมากมายที่ผลักดันให้เกิดงานดี ๆครั้งนี้ขึ้น อาทิ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สถาบันอาหาร สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด และ ทิพยประกันชีวิต นับว่าเป็นเวทีที่รวมสุดยอดธุรกิจ แฟรนไชส์ รวมทั้งซัพพลายเออร์ผู้ผลิตสินค้าจากจีนและอาเซียน ที่ครบวงจรภายในงานเดียว

ครบจบด้วยแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย พร้อมทำเลค้าขายทั่วประเทศ ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นและต่อยอดธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีเสวนาให้ความรู้จากเหล่าวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกคับคั่ง กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ขอเชิญชวนผู้ที่กำลังมองหาอาชีพ คนว่างงาน วัยเกษียณ รวมทั้งผู้สนใจลงทุน มาเดินงานนี้เชื่อมั่นว่าจะสามารถจุดประกายไอเดียในการเริ่มต้นธุรกิจและอาชีพ รวมทั้งเติมองค์ความรู้เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของคุณให้ก้าวทันโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่างาน Franchise Expo Thailand & TESE 2026 จะมีส่วนช่วยสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เข้มแข็งพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป งานนี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดราว 220 ล้านบาท” นางสาววิมลณ์เกศกล่าวปิดท้าย













การตีความใหม่ของดีไซน์คลาสสิกที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1962 เติมมิติแห่งธรรมชาติและความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเล็กชัน Captain Cook พร้อมสะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเรือนเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงสี่เหลี่ยมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ช่วยขับเน้นรายละเอียดอันโดดเด่นของหน้าปัดให้เผยเสน่ห์ได้อย่างเต็มที่ เรือนเวลารุ่นนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงรูปลักษณ์ หากยังสะท้อนบุคลิกอันชัดเจนและความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม รังสรรค์ขึ้นสำหรับผู้ที่กล้าแสดงตัวตนและก้าวเดินบนเส้นทางของตนเอง
มนต์เสน่ห์แห่งประกายทอง
วิวัฒนาการแห่งความสมบูรณ์แบบ
พร้อมเติมเต็มลุคอันเรียบหรูสง่างามอย่างไร้ที่ติกับทุกสไตล์การแต่งกาย
พร้อมให้คุณสัมผัสอย่างใกล้ชิดแล้ววันนี้ที่











นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงภาพรวมการจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026 ที่ผ่านมาว่า “การจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จสมความตั้งใจ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , การกีฬาแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
โดยตลอดทั้ง 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 16,627 ราย ประกอบด้วย ผู้สนใจในเรื่องสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ นักลงทุน นักธุรกิจในอุตสาหกรรมฟิตเนส สปา เทคโนโลยีการแพทย์ สุขภาพ เวลเนส ความงาม
รวมทั้งโรงพยาบาล ผู้จัดจำหน่ายและค้าปลีก ที่ต้องการต่อยอดและมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีผู้เข้าชมงานที่เป็นชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้น 1,035 คน จาก 80 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ เมียนมาร์ สิงคโปร์ ไต้หวัน อินเดีย มาเลเซีย สหราชอาณาจักร ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน เยอรมัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง แคนาดา ออสเตรเลีย รัสเซีย ฝรั่งเศส อิตาลี ลาว บังกลาเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ซาอุดิอาระเบีย ฯลฯ
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ที่มุ่งเน้นเจรจาซื้อขายธุรกิจแบบ B2B มากกว่าค้าปลีกมีคู่เจรจาธุรกิจรวมทั้งสิ้น 122 คู่ สร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายธุรกิจรวมกว่า 129 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ได้รับความสนใจจาก Buyer สูงสุด ได้แก่ ศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวม คลินิกโรคไต เครื่องสำอางและความงาม เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ธุรกิจสปา และอาหารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจดาวเด่นที่ได้รับความนิยมในงาน ได้แก่ META ESTHETIC ผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์เสริมความงาม LEADING REPRODUCTIVE CENTER ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ CBG Corporation ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและเวลเนส FIX D ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม และ Fit2Fly Studio สตูดิโอออกกำลังกายและเวลเนส
กิจกรรมเวทีเสวนาและห้อง Experience Room ปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานคับคั่ง โดยหัวข้อเสวนาและกิจกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ กินอย่างฉลาดเพื่อย้อนวัยเซลส์ โดย ผศ.ดร.นพมาศ ไม้ประเสริฐ เมนูเรียกคืนพลังหนุ่มสาว โดย ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ กินอย่างไรให้ไตแข็งแรงอายุยืน โดย ผศ.ดร.นพ. พัฒนา เต็งอำนวย เวิร์กชอปนวดศีรษะด้วยตนเอง โดย Miss Nitaras Phatthasriphirom ภารกิจล่าอายุยืน โดย 120 Wellness Villa Clinic และ อยากมีลูก ต้องเริ่มจากอะไรในปี 2026 โดย Baby & Mom
ด้าน นายวิทยา แซ่เลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์เทค บีเคเค จำกัด ผู้จัดงาน SPORTEC Thailand 2026 กล่าวว่า”SPORTEC Thailand 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกีฬา ฟิตเนส และเวลเนส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านกีฬาและฟิตเนสของภูมิภาค
จากกระแสตอบรับที่ได้รับ ทั้งจำนวนผู้เข้าชมงานและความต้องการพื้นที่จัดแสดงที่เพิ่มขึ้น เราจึงเตรียมขยายพื้นที่จัดงาน SPORTEC Thailand 2027 พร้อมยกระดับเนื้อหา กิจกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกีฬาและฟิตเนสของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป”
นางสาวณรินณ์ทิพ และนายวิทยา กล่าวทิ้งท้ายว่า “จากความสำเร็จของการจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo & SPORTEC Thailand 2026 ในครั้งนี้ และเสียงตอบรับจากผู้จัดแสดงบูธที่ต้องการเพิ่มพื้นที่จัดแสดงงาน ทางผู้จัดงานจึงวางแผนขยายพื้นที่เป็น 20,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการในปีหน้า ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเรื่องสุขภาพ เวลเนส และกีฬา เป็นเทรนด์ของโลกยุคใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ทางผู้จัดงานมุ่งมั่นที่จะยกระดับงานให้ครอบคลุมทั้งสุขภาพ เวลเนส ฟิตเนส กีฬา และการแพทย์เชิงป้องกันไว้ในเวทีเดียวกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับสากลต่อไป”
แล้วพบกันอีกครั้งกับหมุดหมายสำคัญในอีเว้นท์ใหญ่ด้านสุขภาพ เวลเนส Longevity และกีฬา กับงาน “WALEX” Thailand Wellness & Longevity Expo and SPORTEC Thailand 2027 จัดระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2570 ณ ฮอลล์ 101-104 ไบเทค บางนา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 086-314-1482