วันศุกร์, เมษายน 24, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 2

“ฉ่ำ-เงิน-สะพัด” ททท. ทำถึงทะลัก! งาน Maha Songkran World Water Festival 2026

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ตอกย้ำฉายา “ทำถึง” อย่างแท้จริงกับงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” ปีนี้! แม้บางจุดจะปรับสเกลงานให้เล็กลงแต่ยังคงเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างเหนียวแน่น จนผู้คนหลั่งไหลเข้างานกันอย่างเนืองแน่นทุกโซน เชื่อมั่นว่าจะเป็นงานที่มีภาพจำแห่งใหม่ จัดเต็มความสนุกครบทุกเจนฯ

พร้อมเก็บตกภาพบรรยากาศงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569 รวมตลอด 3 วัน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 108,640 คน ด้านเศรษฐกิจสะพัดพ่อค้าแม่ค้าก็ยิ้มแก้มปริ เพราะโซนขายของขายดีสร้างรายได้กว่า 5 ล้านบาท เงินสะพัดเรียกว่าครองฉายาทำถึงอีกปี

สายแดนซ์ก็ไม่มีแผ่ว โซน EDM ระเบิดความมันส์ตั้งแต่เปิดเวทียันจบงาน บรรยากาศสุดคึกคักแบบไม่มีพัก ส่วนฝั่งศิลปินจัดเต็มเวทีใหญ่ขนทัพศิลปินมามอบความสุขแบบแน่นขนัด จนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ สร้างความประทับใจให้แฟนๆ แบบไม่ผิดหวัง การันตีความสำเร็จของงานอีกครั้ง :Cr;มณสิการ รามจันทร์ #MahaSongkranWorldWaterFestival2026#เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์2569 #สงกรานต์#AmazingThailand #Thailandfestival#เที่ยวทั่วไทย #ข่าวท่องเที่ยว #ททท#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สวัสดีเช้าวันใหม่วันอังคารที่ 14 เมษายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177612774532697900

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

สวัสดีเช้าวันใหม่(วันสงกรานต์:ปีใหม่ไทย)วันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177603846030020027

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

สวัสดีเช้าวันใหม่วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177595402427624270

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

“รมว.สุรศักดิ์” เปิด “Maha Songkran World Water Festival 2026” ยิ่งใหญ่ 11-15 เม.ย.นี้ ณ สวนเบญจกิติ โชว์เสน่ห์ไทยร่วมสมัยสู่หมุดหมายเฟสติวัลระดับโลก

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 เมษายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 อย่างเป็นทางการ ณ สวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีกำหนดจัดในวันที่ 11-15 เมษายน 2569โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)พร้อมคณะผู้บริหาร ททท. ร่วมงานฯ ถ่ายทอดเสน่ห์สงกรานต์ไทยในมิติใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงกับขบวนแห่มหาสงกรานต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย การแสดงโดรนแปรอักษรและสีสันความบันเทิงแบบเต็มสตรีมตลอด 5 วัน ทั้งโซนเล่นน้ำ การแสดงของ DJ และศิลปินชื่อดัง ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานเทศกาลระดับนานาชาติ และต่อยอดประเพณีสงกรานต์ไทยสู่การเป็นหนึ่งในหมุดหมายเฟสติวัลระดับโลกที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. กำหนดจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 ณ สวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) กรุงเทพมหานคร เพื่อเน้นย้ำคุณค่าของประเพณีสงกรานต์ไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) พร้อมนำอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นมาต่อยอดสู่กิจกรรมท่องเที่ยวที่สอดรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ผ่านการจัดกิจกรรมที่สร้างการรับรู้ คุณค่าประเพณีไทยให้นักท่องเที่ยวได้เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เกิดความประทับใจและต้องการเดินทางกลับมาท่องเที่ยวซ้ำ อันจะทำให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสะท้อนความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการจัด Event ขนาดใหญ่ ตอกย้ำภาพลักษณ์และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศสุดยอดเฟสติวัลระดับโลก

ทั้งนี้ททท. ชวนสาดความสุขรับปีใหม่ไทยกับงาน“Maha Songkran World Water Festival 2026” ในวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) กรุงเทพมหานคร เต็มอิ่มกับเสน่ห์สงกรานต์ไทยที่ผสานความคลาสสิกของวิถีไทยเข้ากับความบันเทิงร่วมสมัยอย่างลงตัว

โดยในวันที่ 11 เมษายน 2569 ได้พบกับไฮไลต์ขบวนแห่มหาสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ที่เนรมิตความตระการตาด้วย 9 ขบวน ได้แก่ ขบวนที่ 1 ขบวนชุดเทวดา พร้อมเครื่องสูง และเสลียงพระ พระพุทธรูป & สัญลักษณ์งาน (The Divine Blessing), ขบวนที่ 2 ขบวนนางสงกรานต์ประจำปี 2569 “นางรากษสเทวี” โดยโอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025, ขบวนที่ 3 ขบวนภาคกลาง วิจิตรตระการตา มหาสงกรานต์พระนคร, ขบวนที่ 4 ขบวนภาคเหนือ ล้านนาภัสสรา สงกรานต์ป๋าเวณี,

ขบวนที่ 5 ขบวนภาคอีสาน ม่วนซื่นโฮแซว ทอดผ้าป่าพญานาค, ขบวนที่ 6 ขบวนภาคใต้ ทักษิณารามัญ มนต์เสน่ห์แห่งเล, ขบวนที่ 7 ขบวนภาคตะวันออก วันไหลระยับน้ำ ตระการตาคาบาเร่ต์, ขบวนที่ 8 ขบวน LGBTQ+ การเฉลิมฉลองอิสระแห่งจิตวิญญาณ และขบวนที่ 9 ขบวน Green Solution Eco-Friendly Innovation

อย่างไรก็ตามตลอด 5 วันของการจัดงาน อัดแน่นด้วยกิจกรรมครบทุกเจเนอเรชั่น ทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมและโชว์ร่วมสมัยบนเวทีกลาง รวมถึงไฮไลต์การแสดงโดรนแปรอักษรกว่า 1,200 ลำ ที่จะถ่ายทอดคุณค่าของ “ประเพณีสงกรานต์ไทย” จำนวน 10 ภาพ เติมสีสันเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน เวลา 20.00 น. ของทุกวันจัดงาน ขณะเดียวกัน โซน “สงกรานต์ 5 ภูมิภาค” เปิดให้สัมผัสเสน่ห์ไทยครบทุกมิติ ตั้งแต่เวลา 11.00–22.00 น. ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น กิจกรรม DIY และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นอัตลักษณ์เด่นจากทั่วประเทศ เพิ่มความอบอุ่นด้วยบรรยากาศงานวัดสุดคลาสสิก

ทั้งก่อพระเจดีย์ทราย บ้านผีสิง ชิงช้าสวรรค์ และสรงน้ำพระ พร้อมโซนสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และโซนจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ไทยกว่า 100 ร้านค้า ก่อนปิดท้ายความมันส์ที่ลานเล่นน้ำและเวที EDM ตั้งแต่เวลา 16.00–22.00 น. ที่ขนทัพดีเจชื่อดังมาปลุกพลังความมันส์ทุกค่ำคืน และคอนเสิร์ตจากศิลปินไทย ตั้งแต่เวลา 17.00–22.00 น. ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น FOOL STEP, ZANI, Zeal, กระแต, ASIA7, The Mousses, LHAM SOMPHOL, INK WARUNTORN, MONICA, Playground, Palmy, MAIYARAP, Clockwork Motionless, 4EVE, Bodyslam, Taitosmith, MEYOU, Getsunova, Tilly Birds และ Joey Boy ที่จะผลัดเปลี่ยนมาสร้างความคึกคักตลอดงาน

ททท. เชื่อมั่นว่าการจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” จะช่วยตอกย้ำศักยภาพของสงกรานต์ไทยสู่การเป็นหนึ่งใน Global Festival ระดับโลก และสร้างภาพจำใหม่ของ “สงกรานต์ไทย” ในมิติที่ยิ่งใหญ่ ทันสมัย เข้าถึงผู้คนทุกวัย พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “Festival Destination” อย่างยั่งยืนในเวทีโลกต่อไป:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

สวัสดีเช้าวันใหม่วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177586820424995141

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

ททท. จัดใหญ่ “Maha Songkran World Water Festival 2026” เปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์กแห่งความสนุก สาดสุขรับปีใหม่ไทย พร้อมยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ Global Festival 

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเตรียมตอกย้ำภาพลักษณ์ “เทศกาลสงกรานต์ระดับโลก” กับการจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) กรุงเทพมหานคร และงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ที่จะจัดขึ้นวันที่ 11-30 เมษายน 2569 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

โดยมี นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. พลตำรวจตรีดนุ กล่ำสุ่ม ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 นางสาวรุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวฯ อัดแน่นด้วยกิจกรรมหลากหลายมิติ ทั้งวัฒนธรรม ความบันเทิง และพื้นที่เล่นน้ำ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ของสงกรานต์ที่ทันสมัย เข้าถึงทุกเจเนอเรชัน ตอกย้ำคุณค่าของมรดกโลก พร้อมส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็น “Festival Destination” ของโลก และยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ Global Festival ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต้องมาเยือน โดยคาดการณ์การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์สร้างเงินสะพัดทั่วประเทศ 30,000 ล้านบาท

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ททท. พร้อมส่งมอบความสุขรับปีใหม่ไทยผ่าน 2 กิจกรรมไฮไลต์สำคัญ เริ่มจากงาน“Maha Songkran World Water Festival 2026” จัดขึ้นในวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) กรุงเทพมหานคร โดยมุ่งนำเสนออัตลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ ในรูปแบบที่ผสานความคลาสสิกงดงามของวิถีไทยเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างมีเสน่ห์ เพื่อตอกย้ำสถานะของสงกรานต์ไทยในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติจาก UNESCO พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมตลอด 5 วันเต็ม เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่และขบวนแห่ Maha Songkran World Event ในวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น. ณ เวทีกลาง พบกับนางสงกรานต์ประจำปี 2569 “นางรากษสเทวี” โดยโอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ก่อนต่อเนื่องด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินไทย ตั้งแต่เวลา 17.00–22.00 น. ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น FOOL STEP, ZANI, Zeal, กระแต, ASIA7, The Mousses, LHAM SOMPHOL, INK WARUNTORN, MONICA, Playground, Palmy, MAIYARAP, Clockwork Motionless, 4EVE, Bodyslam, Taitosmith, MEYOU, Getsunova, Tilly Birds และ Joey Boy ที่จะผลัดเปลี่ยนมาสร้างความคึกคักตลอดงาน

      นอกจากความบันเทิงจากศิลปินแล้ว เวทีกลางยังเต็มไปด้วยการแสดงทางวัฒนธรรมและโชว์ร่วมสมัย รวมถึงไฮไลต์การแสดงโดรนแปรอักษรกว่า 1,200 ลำ ที่จะเติมสีสันเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน ขณะเดียวกัน โซน “สงกรานต์ 5 ภูมิภาค” เปิดให้สัมผัสเสน่ห์ไทยครบทุกมิติ ตั้งแต่เวลา 11.00–22.00 น. ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น กิจกรรม DIY และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นอัตลักษณ์เด่นจากทั่วประเทศ พร้อมจำลองบรรยากาศเทศกาลงานวัดสุดคลาสสิก ทั้งก่อพระเจดีย์ทราย บ้านผีสิง ชิงช้าสวรรค์ และกิจกรรมสรงน้ำพระ เสริมความอบอุ่นแบบไทย

รวมทั้งยังออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน ทั้งโซนสงกรานต์ผู้สูงอายุ โซนเด็ก โซนอาหารและผลิตภัณฑ์ไทยกว่า100 ร้านค้า ตลอดจนบูทกิจกรรมจากหน่วยงานพันธมิตรที่มาร่วมสร้างสีสันอย่างคึกคัก ก่อนปิดท้ายความสนุกกับโซนลานเล่นน้ำและเวที EDM ตั้งแต่เวลา 16.00–22.00 น. ที่ขนทัพดีเจชื่อดังมาปลุกพลังความมันส์ทุกค่ำคืน พร้อมเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ตอกย้ำศักยภาพของสงกรานต์ไทยสู่การเป็นหนึ่งใน Global Festival ระดับโลก และสร้างภาพจำใหม่ของ “สงกรานต์ไทย” ในมิติที่ยิ่งใหญ่ ทันสมัย เข้าถึงผู้คนทุกวัย พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “Festival Destination” ของโลก

ต่อเนื่องด้วยงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ที่จะจัดขึ้นวันที่ 11-30 เมษายน 2569 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเพณีสงกรานต์ไทยผสานคำว่า “เสน่ห์” เข้ากับ “งานศิลปะ” ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของศิลปินไทย โดยจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่ จำนวน 6 ชิ้น จากศิลปินไทยชื่อดัง ระหว่างวันที่ 11–30 เมษายน 2569 พร้อมกิจกรรมนันทนาการสร้างสีสันในวันที่ 11–15 เมษายน 2569 อาทิ เสวนาศิลปะร่วมสมัยโดยศิลปินไทย ซุ้ม Market ซุ้ม Workshop ซุ้มการละเล่นไทย และกิจกรรม Check-in Challenge เพื่อลุ้นรับของรางวัล Limited Edition ตลอดช่วงเทศกาล

พลตำรวจตรีดนุ กล่ำสุ่ม ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว   ได้วางมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวภายใต้ 3 หลักสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย การเข้าถึงได้ และความเชื่อมั่น โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานด้านความมั่นคงและภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทั้งภายในและรอบบริเวณงาน รวมถึงจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ในรูปแบบ จุดตรวจ จุดคัดกรอง จุดบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ แผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 รวมถึง Mobile Application สำหรับแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ

นางสาวรุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครกล่าวว่า กรุงเทพมหานครในฐานะ “เจ้าบ้าน” มีภารกิจสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ดูแลความปลอดภัยของประชาชน บริหารจัดการพื้นที่เมืองอย่างเป็นระบบ และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว”  จึงได้เตรียมความพร้อมทั้งความปลอดภัยด้านการแพทย์และฉุกเฉิน การจราจรและการเดินทาง ความสะอาดด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการขยะ การดูแลคุณภาพน้ำและการรณรงค์ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ทุกคนสามารถร่วมเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย และมั่นใจในทุกมิติ

นอกจากนี้ ททท. ยังได้ร่วมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์กิจกรรมช่วงประเพณีสงกรานต์ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ปีใหม่ไทยที่หลากหลายและสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างมีเสน่ห์ ดังนี้

ภาคเหนือ อาทิ ม่วนอก ม่วนใจ๋ สงกรานต์ Soft Power เชียงราย กิจกรรม “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน

เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” จ.เชียงราย, มหาสงกรานต์ มนต์เสน่ห์ริมปิง สู่ศรัทธาสองแผ่นดิน จ.ตาก มหาสงกรานต์อุตรดิตถ์ Uttaradit Songkran Music Festival ณ ถนนหลงหลิน อำเภอเมือง จ.อุตรดิตถ์, งานสงกรานต์น่านนันทบุรี สุขสรีปี๋ใหม่เมือง 2569 ณ ถนนข้าวแต๋น วัดสวนตาล และถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองน่าน จ.น่าน, งาน HOM SONGKRAN FESTIVAL 2026 จ.แพร่,งานประเพณี “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ประจำปี 2569

จ.สุโขทัย, Chiangmai Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย จ.เชียงใหม่ บริเวณถนนรถแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่  Lamphun Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย จังหวัดลำพูน จ.ลำพูน เป็นต้น

ภาคกลาง อาทิ ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2026 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม, SIAM PARAGON ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน, งานสงกรานต์สยาม 2569 ณ สยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร, THAI LISM MUSIC FESTIVAL 2026 ณ ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์, งานเทศกาลดนตรี SUPERFLUID 2026 ณ คิงเพาเวอร์ รางน้ำ,งานประเพณี “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ประจำปี 2569 ณ บริเวณถนนศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา,งาน Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ท่ามหาราช ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ศาลเจ้ากวนอู สุขสยาม แอท ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ กรุงเทพมหานคร, งานมหกรรมเทศกาลและประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสาร ประจำปี 2569 ณ ถนนข้าวสาร, งาน Water War ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

ภาคตะวันออก งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ, งานประเพณีแห่หงส์ – ธงตะขาบ ประจำปี 2569 ณ ลานวัดทรงธรรมวรวิหาร อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ,งาน Pattaya Songkran Summer Festival 2026 ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ งาน Udon Songkran Festival 2026 ณ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ อำเภอเมือง จ.อุดรธานี, งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2569 ณ บริเวณบึงแก่นนครและถนนศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น, งาน Summer Street Fest 2026 ย่านพักกรุง @ถนนชุมชนบ้านกลาง ณ ถนนชุมชนบ้านกลาง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

ภาคใต้ อาทิ งานสมุยสงกรานต์ กลางเล 2569 ต.บ่อผุด ต.มะเร็ต และ ต.อ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี, งานสงกรานต์โนแอล “Songkran No alcohol 2026” ณ ถนนดีบุก หน้าไลม์ไลท์ ภูเก็ต จ.ภูเก็ต

ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 รวม 5 วัน คาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6   เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ เข้าประเทศราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ขณะที่ ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 สะท้อนแรงส่งของประเพณีสงกรานต์ในฐานะเวิลด์เฟสติวัลที่เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนทั้งการเดินทางและเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง :Cr;มณสิการ รามจันทร์                       

 

ภาคเกษตรไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 3.4 ล้านตันฯ เร่งเครื่องแผน CCAPA มุ่งเป้า Net Zero ภายในปี 2593

0

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน โดยในปี 2566 ภาคเกษตรกรรมของไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 19.02 ของประเทศ หรือประมาณ 73.16 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยมีแหล่งกำเนิดหลักจากก๊าซมีเทนในนาข้าวร้อยละ 47.57 และการหมัก ในระบบย่อยอาหารของสัตว์ร้อยละ 25.81 ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานนำเชิงยุทธศาสตร์ได้เร่งวางรากฐาน การบริหารจัดการเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

สศก. ได้รับภารกิจเป็นหน่วยงานประสานงานกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคการเกษตร และมุ่งขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคเกษตร พ.ศ. 2566 – 2570 หรือ Climate Change Action Plan for Agriculture (CCAPA) โดยในปี พ.ศ. 2566 สามารถลดได้ 3.40 ล้านตันฯ ซึ่งบรรลุเป้าหมายตามแผน CCAPA ที่ตั้งไว้ 1 ล้านตันต่อปีเรียบร้อยแล้ว พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC (Nationally Determined Contributions) ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญา ของประเทศไทยภายใต้ความตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยปัจจุบันกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย NDC 2.0 ที่ 4.1 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ. 2573 ภายใต้การดำเนินการเองในประเทศ (Unconditional target) และเตรียม ความพร้อมสู่เป้าหมาย NDC 3.0 ที่สูงถึง 7.6 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ. 2578

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สศก. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนพัฒนายกระดับสู่การเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการเผา วัสดุเหลือใช้ ลดการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซมีเทน และ ใช้ประโยชน์พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในภาคการเกษตรไทย ควบคู่การจัดให้มีระบบฐานข้อมูลเกษตรกร (Digital Farm Records) ระบบการ ตรวจวัดและประเมินปริมาณการปล่อย การลดและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกตามหลักมาตรฐานสากลด้วยระบบ การตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Digital MRV) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดเก็บข้อมูล แบบดิจิทัลที่รวบรวม ข้อมูลจากการตรวจวัดในระดับพื้นที่ (Monitoring) การจัดทำ รายงานผลการลดก๊าซฯ (Reporting) และการเชื่อมโยงกับระบบทวนสอบ (Verification) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ ตลาดคาร์บอนเครดิตสากล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริม จากคาร์บอนเครดิต ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและสินทรัพย์ (ROI & ROA) ให้แก่เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะในภาคปศุสัตว์ที่การทำระบบก๊าซชีวภาพ สามารถเปลี่ยน ของเสีย เป็นพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนฟาร์ม ได้อย่างมีนัยสำคัญ และภาคการทำนาข้าวที่ส่งเสริมการจัดการน้ำ แบบเปียกสลับแห้ง ร่วมกับ การปรับระดับดินด้วยเลเซอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ลดการปล่อยก๊าซมีเทน แต่ยังช่วยให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่ม ผลผลิตต่อไร่ได้จริง ส่งผลให้เกิดการยอมรับและขยายผลอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการเกษตร ต้องมีระบบการบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน ไร่นา ที่มีมาตรฐาน เพื่อรองรับการทวนสอบและรับรองความถูกต้อง แม่นยำโดยหน่วยงานกลาง ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้คำปรึกษา และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อพัฒนาระบบบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน และไร่นาให้มีมาตรฐาน สอดคล้องกับระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิต อันจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

สศก. ผนึก 14 ภาคี ขับเคลื่อนกองทุน FTA ยกระดับโครงการเกษตร รองรับการแข่งขันภายใต้การค้าเสรี

0

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เปิดเผยว่า สศก. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกองทุน FTA ให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ให้สามารถปรับตัว ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

สศก. ดำเนินการขับเคลื่อนกองทุน FTA อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า พิจารณาศักยภาพของสินค้าเกษตรในแต่ละกลุ่ม และพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการสำคัญที่มุ่งยกระดับผลิตภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกษตรกรสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ระบบการค้าเสรี ประเทศที่สามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีต้นทุนเหมาะสม และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดี ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ดังนั้น ภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร เพื่อให้สามารถรักษาโอกาสและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวทางการสนับสนุนของกองทุน FTA จะมุ่งเน้น 2 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สำหรับสินค้าเกษตรที่ยังมีศักยภาพ โดยส่งเสริมการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการเชื่อมโยงตลาด และ การปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบหรือมีข้อจำกัดด้านการแข่งขัน โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปสู่กิจกรรมหรือทางเลือกที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นคงในอาชีพมากยิ่งขึ้น

เลขาธิการ สศก. กล่าวอีกว่า การจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA จะต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาและความจำเป็นที่แท้จริงของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ออกแบบแนวทางดำเนินงานอย่างเหมาะสม และกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนทั้งในระดับผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตอบเป้าหมายการพัฒนาภาคเกษตรได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การออกแบบโครงการจำเป็นต้องมองให้ครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต การผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูป โลจิสติกส์ ไปจนถึงการตลาด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสามารถรองรับเงื่อนไขการค้าในอนาคต เช่น การจัดทำข้อมูลการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มโอกาสทางการค้าและการสร้างความเชื่อมั่นในตลาด

เพื่อให้การขับเคลื่อนงานดังกล่าวเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สศก. จึงได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาแนวทางความร่วมมือและยกระดับการจัดทำโครงการภายใต้พลังภาคีเครือข่ายกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมศรีปลั่ง ชั้น 8 อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย 14 หน่วยงาน และบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วม เพื่อระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดทำโครงการภายใต้กองทุน FTA ให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุน และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า และสนใจขอรับคำปรึกษาในการจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 2561 4727 หรืออีเมล fta.oae@gmail.com