วันอาทิตย์, เมษายน 19, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 2

สวัสดีเช้าวันใหม่วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177586820424995141

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

ททท. จัดใหญ่ “Maha Songkran World Water Festival 2026” เปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์กแห่งความสนุก สาดสุขรับปีใหม่ไทย พร้อมยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ Global Festival 

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเตรียมตอกย้ำภาพลักษณ์ “เทศกาลสงกรานต์ระดับโลก” กับการจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) กรุงเทพมหานคร และงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ที่จะจัดขึ้นวันที่ 11-30 เมษายน 2569 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

โดยมี นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. พลตำรวจตรีดนุ กล่ำสุ่ม ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 นางสาวรุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวฯ อัดแน่นด้วยกิจกรรมหลากหลายมิติ ทั้งวัฒนธรรม ความบันเทิง และพื้นที่เล่นน้ำ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ของสงกรานต์ที่ทันสมัย เข้าถึงทุกเจเนอเรชัน ตอกย้ำคุณค่าของมรดกโลก พร้อมส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็น “Festival Destination” ของโลก และยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ Global Festival ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต้องมาเยือน โดยคาดการณ์การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์สร้างเงินสะพัดทั่วประเทศ 30,000 ล้านบาท

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ททท. พร้อมส่งมอบความสุขรับปีใหม่ไทยผ่าน 2 กิจกรรมไฮไลต์สำคัญ เริ่มจากงาน“Maha Songkran World Water Festival 2026” จัดขึ้นในวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ บริเวณสวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) กรุงเทพมหานคร โดยมุ่งนำเสนออัตลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ ในรูปแบบที่ผสานความคลาสสิกงดงามของวิถีไทยเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างมีเสน่ห์ เพื่อตอกย้ำสถานะของสงกรานต์ไทยในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติจาก UNESCO พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมตลอด 5 วันเต็ม เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่และขบวนแห่ Maha Songkran World Event ในวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 18.30 น. ณ เวทีกลาง พบกับนางสงกรานต์ประจำปี 2569 “นางรากษสเทวี” โดยโอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ก่อนต่อเนื่องด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินไทย ตั้งแต่เวลา 17.00–22.00 น. ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น FOOL STEP, ZANI, Zeal, กระแต, ASIA7, The Mousses, LHAM SOMPHOL, INK WARUNTORN, MONICA, Playground, Palmy, MAIYARAP, Clockwork Motionless, 4EVE, Bodyslam, Taitosmith, MEYOU, Getsunova, Tilly Birds และ Joey Boy ที่จะผลัดเปลี่ยนมาสร้างความคึกคักตลอดงาน

      นอกจากความบันเทิงจากศิลปินแล้ว เวทีกลางยังเต็มไปด้วยการแสดงทางวัฒนธรรมและโชว์ร่วมสมัย รวมถึงไฮไลต์การแสดงโดรนแปรอักษรกว่า 1,200 ลำ ที่จะเติมสีสันเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน ขณะเดียวกัน โซน “สงกรานต์ 5 ภูมิภาค” เปิดให้สัมผัสเสน่ห์ไทยครบทุกมิติ ตั้งแต่เวลา 11.00–22.00 น. ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น กิจกรรม DIY และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นอัตลักษณ์เด่นจากทั่วประเทศ พร้อมจำลองบรรยากาศเทศกาลงานวัดสุดคลาสสิก ทั้งก่อพระเจดีย์ทราย บ้านผีสิง ชิงช้าสวรรค์ และกิจกรรมสรงน้ำพระ เสริมความอบอุ่นแบบไทย

รวมทั้งยังออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน ทั้งโซนสงกรานต์ผู้สูงอายุ โซนเด็ก โซนอาหารและผลิตภัณฑ์ไทยกว่า100 ร้านค้า ตลอดจนบูทกิจกรรมจากหน่วยงานพันธมิตรที่มาร่วมสร้างสีสันอย่างคึกคัก ก่อนปิดท้ายความสนุกกับโซนลานเล่นน้ำและเวที EDM ตั้งแต่เวลา 16.00–22.00 น. ที่ขนทัพดีเจชื่อดังมาปลุกพลังความมันส์ทุกค่ำคืน พร้อมเปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นแลนด์มาร์กแห่งความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ตอกย้ำศักยภาพของสงกรานต์ไทยสู่การเป็นหนึ่งใน Global Festival ระดับโลก และสร้างภาพจำใหม่ของ “สงกรานต์ไทย” ในมิติที่ยิ่งใหญ่ ทันสมัย เข้าถึงผู้คนทุกวัย พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “Festival Destination” ของโลก

ต่อเนื่องด้วยงาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ที่จะจัดขึ้นวันที่ 11-30 เมษายน 2569 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเพณีสงกรานต์ไทยผสานคำว่า “เสน่ห์” เข้ากับ “งานศิลปะ” ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของศิลปินไทย โดยจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่ จำนวน 6 ชิ้น จากศิลปินไทยชื่อดัง ระหว่างวันที่ 11–30 เมษายน 2569 พร้อมกิจกรรมนันทนาการสร้างสีสันในวันที่ 11–15 เมษายน 2569 อาทิ เสวนาศิลปะร่วมสมัยโดยศิลปินไทย ซุ้ม Market ซุ้ม Workshop ซุ้มการละเล่นไทย และกิจกรรม Check-in Challenge เพื่อลุ้นรับของรางวัล Limited Edition ตลอดช่วงเทศกาล

พลตำรวจตรีดนุ กล่ำสุ่ม ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว   ได้วางมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวภายใต้ 3 หลักสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย การเข้าถึงได้ และความเชื่อมั่น โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร หน่วยงานด้านความมั่นคงและภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทั้งภายในและรอบบริเวณงาน รวมถึงจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ในรูปแบบ จุดตรวจ จุดคัดกรอง จุดบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ แผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 รวมถึง Mobile Application สำหรับแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ

นางสาวรุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครกล่าวว่า กรุงเทพมหานครในฐานะ “เจ้าบ้าน” มีภารกิจสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ดูแลความปลอดภัยของประชาชน บริหารจัดการพื้นที่เมืองอย่างเป็นระบบ และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว”  จึงได้เตรียมความพร้อมทั้งความปลอดภัยด้านการแพทย์และฉุกเฉิน การจราจรและการเดินทาง ความสะอาดด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการขยะ การดูแลคุณภาพน้ำและการรณรงค์ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้ทุกคนสามารถร่วมเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย และมั่นใจในทุกมิติ

นอกจากนี้ ททท. ยังได้ร่วมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์กิจกรรมช่วงประเพณีสงกรานต์ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ปีใหม่ไทยที่หลากหลายและสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างมีเสน่ห์ ดังนี้

ภาคเหนือ อาทิ ม่วนอก ม่วนใจ๋ สงกรานต์ Soft Power เชียงราย กิจกรรม “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน

เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” จ.เชียงราย, มหาสงกรานต์ มนต์เสน่ห์ริมปิง สู่ศรัทธาสองแผ่นดิน จ.ตาก มหาสงกรานต์อุตรดิตถ์ Uttaradit Songkran Music Festival ณ ถนนหลงหลิน อำเภอเมือง จ.อุตรดิตถ์, งานสงกรานต์น่านนันทบุรี สุขสรีปี๋ใหม่เมือง 2569 ณ ถนนข้าวแต๋น วัดสวนตาล และถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองน่าน จ.น่าน, งาน HOM SONGKRAN FESTIVAL 2026 จ.แพร่,งานประเพณี “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ประจำปี 2569

จ.สุโขทัย, Chiangmai Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย จ.เชียงใหม่ บริเวณถนนรถแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่  Lamphun Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย จังหวัดลำพูน จ.ลำพูน เป็นต้น

ภาคกลาง อาทิ ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2026 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม, SIAM PARAGON ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน, งานสงกรานต์สยาม 2569 ณ สยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร, THAI LISM MUSIC FESTIVAL 2026 ณ ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์, งานเทศกาลดนตรี SUPERFLUID 2026 ณ คิงเพาเวอร์ รางน้ำ,งานประเพณี “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ประจำปี 2569 ณ บริเวณถนนศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา,งาน Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรมหาวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ท่ามหาราช ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ศาลเจ้ากวนอู สุขสยาม แอท ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ กรุงเทพมหานคร, งานมหกรรมเทศกาลและประเพณีมหาสงกรานต์ถนนข้าวสาร ประจำปี 2569 ณ ถนนข้าวสาร, งาน Water War ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

ภาคตะวันออก งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ, งานประเพณีแห่หงส์ – ธงตะขาบ ประจำปี 2569 ณ ลานวัดทรงธรรมวรวิหาร อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ,งาน Pattaya Songkran Summer Festival 2026 ชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ งาน Udon Songkran Festival 2026 ณ ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ อำเภอเมือง จ.อุดรธานี, งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2569 ณ บริเวณบึงแก่นนครและถนนศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น, งาน Summer Street Fest 2026 ย่านพักกรุง @ถนนชุมชนบ้านกลาง ณ ถนนชุมชนบ้านกลาง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

ภาคใต้ อาทิ งานสมุยสงกรานต์ กลางเล 2569 ต.บ่อผุด ต.มะเร็ต และ ต.อ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี, งานสงกรานต์โนแอล “Songkran No alcohol 2026” ณ ถนนดีบุก หน้าไลม์ไลท์ ภูเก็ต จ.ภูเก็ต

ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 รวม 5 วัน คาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6   เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ เข้าประเทศราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ขณะที่ ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 สะท้อนแรงส่งของประเพณีสงกรานต์ในฐานะเวิลด์เฟสติวัลที่เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนทั้งการเดินทางและเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง :Cr;มณสิการ รามจันทร์                       

 

ภาคเกษตรไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 3.4 ล้านตันฯ เร่งเครื่องแผน CCAPA มุ่งเป้า Net Zero ภายในปี 2593

0

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน โดยในปี 2566 ภาคเกษตรกรรมของไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 19.02 ของประเทศ หรือประมาณ 73.16 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยมีแหล่งกำเนิดหลักจากก๊าซมีเทนในนาข้าวร้อยละ 47.57 และการหมัก ในระบบย่อยอาหารของสัตว์ร้อยละ 25.81 ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานนำเชิงยุทธศาสตร์ได้เร่งวางรากฐาน การบริหารจัดการเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

สศก. ได้รับภารกิจเป็นหน่วยงานประสานงานกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคการเกษตร และมุ่งขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคเกษตร พ.ศ. 2566 – 2570 หรือ Climate Change Action Plan for Agriculture (CCAPA) โดยในปี พ.ศ. 2566 สามารถลดได้ 3.40 ล้านตันฯ ซึ่งบรรลุเป้าหมายตามแผน CCAPA ที่ตั้งไว้ 1 ล้านตันต่อปีเรียบร้อยแล้ว พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC (Nationally Determined Contributions) ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญา ของประเทศไทยภายใต้ความตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยปัจจุบันกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย NDC 2.0 ที่ 4.1 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ. 2573 ภายใต้การดำเนินการเองในประเทศ (Unconditional target) และเตรียม ความพร้อมสู่เป้าหมาย NDC 3.0 ที่สูงถึง 7.6 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ. 2578

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สศก. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนพัฒนายกระดับสู่การเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการเผา วัสดุเหลือใช้ ลดการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซมีเทน และ ใช้ประโยชน์พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในภาคการเกษตรไทย ควบคู่การจัดให้มีระบบฐานข้อมูลเกษตรกร (Digital Farm Records) ระบบการ ตรวจวัดและประเมินปริมาณการปล่อย การลดและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกตามหลักมาตรฐานสากลด้วยระบบ การตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Digital MRV) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดเก็บข้อมูล แบบดิจิทัลที่รวบรวม ข้อมูลจากการตรวจวัดในระดับพื้นที่ (Monitoring) การจัดทำ รายงานผลการลดก๊าซฯ (Reporting) และการเชื่อมโยงกับระบบทวนสอบ (Verification) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ ตลาดคาร์บอนเครดิตสากล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริม จากคาร์บอนเครดิต ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและสินทรัพย์ (ROI & ROA) ให้แก่เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะในภาคปศุสัตว์ที่การทำระบบก๊าซชีวภาพ สามารถเปลี่ยน ของเสีย เป็นพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนฟาร์ม ได้อย่างมีนัยสำคัญ และภาคการทำนาข้าวที่ส่งเสริมการจัดการน้ำ แบบเปียกสลับแห้ง ร่วมกับ การปรับระดับดินด้วยเลเซอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ลดการปล่อยก๊าซมีเทน แต่ยังช่วยให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่ม ผลผลิตต่อไร่ได้จริง ส่งผลให้เกิดการยอมรับและขยายผลอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการเกษตร ต้องมีระบบการบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน ไร่นา ที่มีมาตรฐาน เพื่อรองรับการทวนสอบและรับรองความถูกต้อง แม่นยำโดยหน่วยงานกลาง ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้คำปรึกษา และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อพัฒนาระบบบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน และไร่นาให้มีมาตรฐาน สอดคล้องกับระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิต อันจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

สศก. ผนึก 14 ภาคี ขับเคลื่อนกองทุน FTA ยกระดับโครงการเกษตร รองรับการแข่งขันภายใต้การค้าเสรี

0

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เปิดเผยว่า สศก. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกองทุน FTA ให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ให้สามารถปรับตัว ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

สศก. ดำเนินการขับเคลื่อนกองทุน FTA อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า พิจารณาศักยภาพของสินค้าเกษตรในแต่ละกลุ่ม และพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการสำคัญที่มุ่งยกระดับผลิตภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกษตรกรสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ระบบการค้าเสรี ประเทศที่สามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีต้นทุนเหมาะสม และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดี ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ดังนั้น ภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร เพื่อให้สามารถรักษาโอกาสและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวทางการสนับสนุนของกองทุน FTA จะมุ่งเน้น 2 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สำหรับสินค้าเกษตรที่ยังมีศักยภาพ โดยส่งเสริมการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับมาตรฐานสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการเชื่อมโยงตลาด และ การปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน สำหรับสินค้าที่ได้รับผลกระทบหรือมีข้อจำกัดด้านการแข่งขัน โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปสู่กิจกรรมหรือทางเลือกที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นคงในอาชีพมากยิ่งขึ้น

เลขาธิการ สศก. กล่าวอีกว่า การจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA จะต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาและความจำเป็นที่แท้จริงของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ออกแบบแนวทางดำเนินงานอย่างเหมาะสม และกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนทั้งในระดับผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตอบเป้าหมายการพัฒนาภาคเกษตรได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การออกแบบโครงการจำเป็นต้องมองให้ครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต การผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูป โลจิสติกส์ ไปจนถึงการตลาด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสามารถรองรับเงื่อนไขการค้าในอนาคต เช่น การจัดทำข้อมูลการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มโอกาสทางการค้าและการสร้างความเชื่อมั่นในตลาด

เพื่อให้การขับเคลื่อนงานดังกล่าวเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สศก. จึงได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาแนวทางความร่วมมือและยกระดับการจัดทำโครงการภายใต้พลังภาคีเครือข่ายกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมศรีปลั่ง ชั้น 8 อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย 14 หน่วยงาน และบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วม เพื่อระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดทำโครงการภายใต้กองทุน FTA ให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุน และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า และสนใจขอรับคำปรึกษาในการจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 2561 4727 หรืออีเมล fta.oae@gmail.com

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก 25 พันธมิตร เปิดแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ลุ้นทอง–ไฟน์ไดนิ่ง อัดสิทธิฯกว่า 2 ล้าน ชูอาหารไทยสู่ศก.สร้างสรรค์

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดตัวแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน เดินหน้ากระตุ้นธุรกิจร้านอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT พร้อมกิจกรรมแน่นที่จะมอบสิทธิประโยชน์รวมกว่า 2 ล้านบาท ทั้งทองคำ ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และของรางวัลมากมาย หวังผลักดันอาหารไทยภายใต้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด แคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ในวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีหน่วยงานพันธมิตร และผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งการจัดแคมเปญครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการของประเทศ ผ่านการส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารไทยควบคู่กับการท่องเที่ยว การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “กรมฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับร้านอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารไทยถือเป็น Soft Power สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ จ้างงาน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดร้านอาหารไทยจะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้กรมฯ ยังได้เดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยาย การรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในระดับสากล พร้อมจัดอบรมทั้งรูปแบบ on-site และ online เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ด้านการบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ และการตลาดยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง”

“สำหรับแคมเปญในปีนี้กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 3 เดือน โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน ส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ผ่านสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรมกินดี มีเฮง กับ Thai SELECT ชวนผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์อาหารไทย ณ ร้านอาหารที่ได้รับ ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT กว่า 457 ร้านทั่วประเทศ พร้อมลุ้นรางวัล 3 ฟิน เมื่อรับประทานครบ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ และส่งผ่าน LINE Official Account @thaiselect ได้แก่ ฟินที่ 1 ลุ้นทองคำ Thai SELECT Limited Edition น้ำหนักรวม 3 บาท ฟินที่ 2 รับประสบการณ์ Exclusive Fine Dining ณ ร้าน Thai SELECT ระดับ 3 ดาว โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร จำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ท่าน) และฟินที่ 3 ของรางวัลพรีเมียมจาก Thai SELECT อีก 250 รางวัล”

“นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมรีวิวดี มีรางวัล ให้สายรีวิวร่วมถ่ายทอดความประทับใจ ลุ้นรับโทรศัพท์จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ iPhone 17 รุ่น Pro Max และ Samsung S26 Ultra และของที่ระลึกสุดพิเศษมากมาย รวมไปถึงแคมเปญนี้ยังได้ผนึกกำลังพันธมิตรที่มาช่วยเสริมความเข้มแข็งด้านการตลาดและมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม อาทิ ส่วนลดพิเศษจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ชั้นนำและแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เครดิตเงินคืนจากบริษัทบัตรเครดิต และการหนุนผู้ประกอบการด้วยการช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบจากศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่ ตลอดจนสินเชื่อจากสถาบันการเงินภาครัฐในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับร้านอาหาร Thai SELECT ในแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT อีกด้วย”

“สำหรับแคมเปญเที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3 จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้นักชิมออกไปค้นหาร้านอาหารไทยคุณภาพทั่วประเทศ เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สามารถแปลงเป็นรายได้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมลุ้นรับโชคกับแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแท้ คุณภาพครบเครื่อง ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับรางวัลมากมายที่รอทุกท่านอยู่

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดแคมเปญฯ หรือค้นหาร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายผ่านเว็บไซต์ www.thaiselectth.com หรือ Facebook: Thai SELECT Thailand และสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน พลิกโฉมธุรกิจ และรับสิทธิประโยชน์ด้านการตลาด สามารถสมัครรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ รสชาติ และบริการ ที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.thaiselectth.com” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หรือสายด่วน 1570 หรือกองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 5954:Cr;มณสิการ รามจันทร์
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

ฮานอยเปิดฉากเทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติครั้งที่ 2 ชูธีม “Harmony” เชื่อมสัมพันธ์วรรณกรรมไร้พรมแดน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อวันที่ 20-25 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา กรุงฮานอยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Harmony” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้พลังแห่งวรรณกรรมและศิลปะในการสร้างความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั่วโลก

​งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพ ศิลปินและกวีระดับแถวหน้าของเวียดนามจากกลุ่ม “หุบเขาศิลปิน” (Doi Nghe Si) นำโดย วานบาว (Van Bau) และ บางไอโธ (Bang Ai Tho) ร่วมต้อนรับคณะตัวแทนกวีและนักเขียนจากนานาชาติที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทางวรรณกรรม อาทิ:

​ฮังการี: พัล ดาเนียล ลาเวนเต้ (Pal Daniel Levente)
อุซเบกิสถาน: เชอซอด อาติคอฟ (Sherzod Artikov)
เกาหลีใต้: จางกอนซอบ (Jang Geon Seob), ปาร์คอินซุก (Park In Sook) และ ลีจองอิน (Lee Jeong In)
ไต้หวัน: เชนเทอมิน (Chen Te Min)
ไทย: เกศณี ไทยสนธิ (Gassanee Thaisonthi)

นอกเหนือจากการร่ายบทกวีแล้ว คณะกวีผู้แทนจากชาติต่าง ๆ ยังได้ร่วมกิจกรรมซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมในจังหวัดไทยเหวียน รวมถึงการอ่านบทกวีท่ามกลางทัศนียภาพของทะเลสาบบาไบ่และภูเขาตันเวียน ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของชาวเวียดนาม

​ภายในงานยังมีบุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมเวียดนามเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ คิวบิกฮาว (Kieu Bich Hau), เหวียนคานเฟือง (Nguyen Khanh Phuong) และ โวทินูมาย (Vo Thi Nhu Mai) ภัณฑารักษ์วรรณกรรมชื่อดัง ซึ่งมาร่วมเป็นสักขีพยานในการใช้ “บทกวีและดนตรี” เป็นภาษาสากลเพื่อเชื่อมโยงโลกที่ซับซ้อนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น รวมถึงกวีรุ่นเยาว์ดาวรุ่งอีร่า (Eira Quynh Huong) มาร่วมสร้างสีสันในวันสุดท้าย

​เทศกาลในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่ผลงานศิลปะ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการกระชับมิตรภาพและสร้างความเข้าใจในเรื่องราวชีวิตที่หลากหลายของแต่ละประเทศผ่านจิตวิญญาณแห่งวรรณกรรมอย่างแท้จริง…..

Hanoi Hosts 2nd International Poetry Festival under the Theme “Harmony,” Bridging Borders Through Literature

HANOI, VIETNAM – From March 20–25, 2026, the city of Hanoi played host to the 2nd International Poetry Festival, held under the evocative theme “Harmony.” The event aimed to harness the power of literature and art to foster mutual understanding and strengthen international ties.

​The festival was spearheaded by prominent figures from Vietnam’s renowned “Artists’ Hill” (Doi Nghe Si), by celebrated artists and poets Van Bau and Bang Ai Tho, who welcomed a distinguished delegation of international literary representatives. Participants who gathered to share their perspectives and recitations included:

​Hungary: Pal Daniel Levente
Uzbekistan: Sherzod Artikov
South Korea: Jang Geon Seob, Park In Sook, and Lee Jeong In
Taiwan: Chen Te Min ( Tek kau)
Thailand: Gassanee Thaisonthi

​Beyond the poetry readings, the international delegates engaged in a series of cultural immersions, including visits to the cultural village in Thai Nguyen Province. A highlight of the event featured collective recitations at the scenic Ba Be Lake and Tan Vien Mountain , a site revered as the ancestral and spiritual heart of Vietnam.

The festival also saw significant participation from Vietnam’s literary frontline, including acclaimed poets and translators Kieu Bich Hau, Nguyen Khanh Phuong, and literary curator Vo Thi Nhu Mai.

​The success of this international gathering serves as a profound testament that, despite the complexities and distances of the modern world. Adding a vibrant touch to the final day was the appearance of rising star young poet Eira Quynh Huong.

“Poetry and music” remain universal languages capable of connecting hearts and building lasting friendships across nations.

Photos By …. International Poetry festival Artists’ Hill.

:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

กรมอนามัย ชูความสำเร็จ “โรงแรมต้นแบบปลอดเชื้อลีจิโอเนลลา” พร้อมยกระดับตามมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//กรมอนามัย โดยสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดกิจกรรม “การยกระดับโรงแรมต้นแบบปลอดเชื้อลีจิโอเนลลาตามมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน” ณ ห้องเมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบกิจการโรงแรมและรีสอร์ทที่เป็นต้นแบบด้านความปลอดภัยปลอดเชื้อลีจิโอเนลลา ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางณีรนุช อาภาจรัส ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณโรงแรมปลอดเชื้อลีจิโอเนลลา ประจำปี 2568 พร้อมทั้งมอบนโยบายและทิศทางการยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การบรรยายวิชาการในหัวข้อ “การขับเคลื่อนต้นแบบ GREEN Health Hotel Legionnaire Safety Plus (GHH Plus)” โดยนายตฤษนันท์ ถูกจิตร ผู้แทนจากสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการเสวนาแบ่งปันประสบการณ์ “ความสำเร็จสู่โรงแรมต้นแบบปลอดเชื้อลีจิโอเนลลาใน 5 ภูมิภาค” ซึ่งได้รับเกียรติจากตัวแทนผู้บริหารโรงแรมชั้นนำมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ ได้แก่

• ตัวแทนภาคกลาง: โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
• ตัวแทนภาคเหนือ: โรงแรมเทรเวลลอดจ์ นิมมาน เชียงใหม่
• ตัวแทนภาคใต้: โรงแรมภูเก็ต เกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา
• ตัวแทนภาคตะวันออก: สยามเบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา
• ตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: โรงแรมลาวิลล่า ขอนแก่น

โดยในปี 2568 มีสถานที่ที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 49 สถานที่ ได้แก่

ภาคกลาง

1. โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ
2. โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ
3. โรงแรมรามาดา เดมา กรุงเทพฯ
4. โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ
5. โรงแรม วี กรุงเทพฯ เอ็มแกลเลอรี โฮเทล คอลเลคชั่น
6. โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์
7. โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ
8. โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต
9. โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
10. โรงแรมมารวย การ์เด้น

ภาคเหนือ

1. โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่
2. โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่
3. โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่
4. โรงแรมอโมร่า ท่าแพ เชียงใหม่
5. โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ เชียงใหม่
6. โรงแรมเทรเวลลอดจ์ นิมมาน เชียงใหม่
7. โรงแรมยู นิมมาน เชียงใหม่
8. โรงแรมอีสติน ตัน เชียงใหม่
9. โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว
10. โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่

ภาคใต้

1. โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้
2. โรงแรมป่าตอง รีสอร์ท
3. โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์
4. โรงแรมถาวร ปาล์ม บีช รีสอร์ท
5. โรงแรมเดอะเซนส์เซส รีสอร์ท แอนด์ พูลวิลล่า ภูเก็ต
6. โรงแรม เบส เวสเทิร์น ป่าตอง
7. The royal paradise hotel & spa
8. โรงแรมภูเก็ต เกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา
9. โรงแรมถาวร บีช วิลเลจ รีสอร์ท แอนด์ สปา
10.โรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน ภูเก็ต บ้านไทย รีสอร์ท

ภาคตะวันออก

1. โรงแรมรัตนชล
2. โรงแรมไพร์มไทม์ บางแสน
3. โรงแรมบีชวอล์ค บูทีค รีสอร์ท บางแสน
4. โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ มาริส รีสอร์ท จอมเทียน พัทยา
5. โรงแรมเซ็นทารา พัทยา
6. โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป พัทยา บีช รีสอร์ท
7. โรงแรมสยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา
8. โรงแรม พัทยา ปาร์ค บีช รีสอร์ท
9. โรงแรมเซ็นทารา โนวา พัทยา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

1. โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล
2. โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น
3. โรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น
4. โรงแรมแจสเปอร์ โฮเทล
5. โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น
6. โรงแรมลาวิลล่า ขอนแก่น
7. โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์
8. โรงแรม เดอะ ชีวิน แอนด์ คอนเวนชั่น
9. โรงแรมแอดลิบ ขอนแก่น
10. โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการ “การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและควบคุมโรคลีเจียนแนร์ของโรงแรมในเมืองท่องเที่ยว” ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เยี่ยมชม และมีข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านสุขภาพและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

สวัสดีเช้าวันใหม่วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177448458676000553

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

มูลนิธิธนชาตฯ ผสานความร่วมมือพันธมิตร ช่วยชาวสวนมะพร้าวฝ่าวิกฤตราคาตก จัดงาน “เกษตรกรไทยยังยิ้มได้”​ แจกฟรีมะพร้าวน้ำหอมกว่าหมื่นลูก 27 มี.ค.นี้ ณ MBK

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// มูลนิธิธนชาตเพื่อสังคมไทย ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ BTS จัดกิจกรรม “เกษตรกรไทยยังยิ้มได้ : Let’s go! Coconuts” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยระบายผลผลิต สร้างรายได้ และส่งต่อกำลังใจให้เกษตรกรสามารถดำรงอาชีพได้อย่างมั่นคง

กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานสกายวอล์ค ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรไทย และสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของผลผลิตจากเกษตรกรไทย ดังนี้

· แจกฟรี! มะพร้าวน้ำหอมแท้จากสวน: ส่งตรงจากมือเกษตรกรจำนวนกว่า 10,000 ลูก เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาดและสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรโดยตรง
· ลิ้มรสเมนูสร้างสรรค์จากมะพร้าวน้ำหอมฟรี! อาทิ น้ำมะพร้าวปั่น ไอศกรีมกะทิ ขนมบ้าบิ่น ขนมต้มมะพร้าวอ่อน
· Story from Farm: ร่วมฟังเรื่องราวและวิถีชีวิตจากตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคในสังคมเมือง

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของมูลนิธิธนชาตเพื่อสังคมไทยในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยผ่านการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรไทยซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาชน ในการร่วมกันบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับภาคการเกษตร

มูลนิธิธนชาตเพื่อสังคมไทยจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจให้ชาวสวนมะพร้าว ในงาน “เกษตรกรไทยยังยิ้มได้ : Let’s go! Coconuts” เพราะทุกการสนับสนุนจากสังคม คือพลังสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง#MBK #มูลนิธิธนชาต #เกษตรกรไทยยังยิ้มได้ #มะพร้าวน้ำหอม

:Cr;มณสิการ รามจันทร์