https://www.natethip.com/news.php?id=10713
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://www.natethip.com/news.php?id=10713
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
ทีมบัวสุวรรณ FC จัดกิจกรรมจิตอาสาพาเด็กเรียนฟุตบอลเปิดตัวโค้ชอิฐ จิตอาสา เจริญ กลิ่นนวล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิชิต บัวสุวรรณ และกิตติยา บัวสุวรรณ ผู้จัดตั้ง ทีมบัวสุวรรณ FC จัดกิจกรรมจิตอาสาพาเด็กเรียนฟุตบอลโดยไม่มีค่าใช้จ่ายและขอแนะนำ โค้ชอิฐ จิตอาสา เจริญ กลิ่นนวล ขอแนะนำตัว ประวัติย่อ ชื่อเล่น อิฐหรือว่าอิฐเจริญ ครับ
ประสบการณ์ทดสอบการเรียนฟุตบอลอาชีพ 1 เลกกับทีมลำพูน warrior ลีคภูมิภาค
แล้วก็ฟุตบอลเดินสายทั่วไปเขตสมุทรสาคร
จุดประสงค์หลักที่เข้ามาทำเป็นโค้ชหรือโค้ชสอนฟุตบอลเด็กในครั้งนี้ ระบบการเรียน จะเป็นระบบขั้นบันได ต่ำขึ้นสูง และอยู่ที่พัฒนาการของเด็กแต่ละคน ว่าจะอยู่ขั้นไหนของบันได
1.ส่วนตัวผมมีใจรักในการเล่นกีฬาฟุตบอล
และชอบกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมากหรือ เรียกว่า เอาไปนอนฝัน
2.อยากให้เด็กๆรุ่นหลังได้เล่นฟุตบอลและมีทักษะในการเล่นฟุตบอลทั่วไป คือผมจะนำเบสิค ในการเล่นฟุตบอล เรียกว่าถ่ายเท วิชาที่ผม ได้เรียนมา แล้วประสบการณ์ ที่ผมได้ผ่านมา หรือให้ เด็กๆได้เรียนรู้ จากตัวผมเอง เป็นอิสระ และค่อยๆดึง เด็กให้เข้ามาสู่ระบบ เพื่อให้ลด ความตึงเครียด ในการเล่น
3.อยากให้เด็กๆได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและห่าง สิ่ง ยั่วยุ จากโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก เอาเวลามาเล่นกีฬา หรือมาให้รอยยิ้ม กับผู้ปกครอง และเพื่อนๆ
4.อยากให้เด็กๆมีเพื่อน และสังคมที่ดีทำกิจกรรมร่วมกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อย่างเป็นระบบระเบียบ วินัย รู้จักความรับผิดชอบ รู้จักการแพ้ชนะให้ และ อภัยซึ่งกันและกัน
สรุป ใน การ ฝึกสอนครั้งนี้ผมอยากเห็นพัฒนาการของเด็กๆและทักษะที่ดีขึ้น ได้เห็น รอยยิ้มและสุขภาพเด็กๆที่แข็งแรงขึ้นครับ
ผมจะสอนบุตรหลาน ของท่าน เหมือนบุตรหลานของผม ของผู้ปกครองทุกท่านอย่างเต็มที่และให้มีความปลอดภัยมากที่สุดครับ
ผมต้องขอขอบคุณผู้ปกครองทุกท่าน
ที่ไว้วางใจนำบุตรหลานของท่าน
ที่มาเรียนกับทีมบัวสุวรรณ FC academyครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูง
#shutter59 #tacteam #MepitiSook
https://www.natethip.com/news.php?id=10712
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://www.natethip.com/news.php?id=10711
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://linevoom.line.me/post/1175608177195356244?
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
หลังจากฝ่ายบริหารรถไฟซุ่มดำเนินการศึกษาแผนปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และจัดทำแผนบริหารอัตรากำลังเชิงกลยุทธ์ โดยมีแนวคิดที่จะรวมศูนย์การบริหารจัดซื้อพัสดุของฝ่ายต่างๆ ในการรถไฟมาจัดตั้งเป็นศูนย์บริหารกลาง เพื่อความเป็นเอกภาพ ทำให้เกิดประสิทธิภาพ ลดการจัดซื้อพัสดุซ้ำซ้อน หรือจัดซื้อเกินความจำเป็น โดยได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือบริษัท อินดิโก คอนซัลติ้งกรุ๊ป มาทำการศึกษาวิเคราะห์และทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและจัดทำแผนบริหารอัตรากำลังเชิงกลยุทธ์ พร้อมเปิดให้ฝ่ายต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็นเข้ามาก่อนรายงานผลการศึกษาเพื่อนำเสนอต่อบอร์ดรถไฟฯในวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2568 นี้
แหล่งข่าวในการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)เปิดเผยว่า เป้าหมายในการศึกษาทบทวนโครงสร้างองค์กรรถไฟดังกล่าว เพื่อกรุยทางไปสู่การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการพัสดุกลางการรถไฟ เพื่อเป็นหน่วยงานกลางกำหนดนโยบายและมาตรฐานกลางด้านพัสดุ ตลอดจนทำหน้าที่รับผิดชอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อความเป็นเอกภาพ ประสิทธิภาพ และลดความซ้ำซ้อนในการจัดหาพัสดุ
โดยมีการยกตัวอย่างหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่มีการรวมศูนย์การบริหารพัสดุกลางเอาไว้ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ที่มีกองบริหารพัสดุและจัดหากลาง บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ที่มีสำนักจัดซื้อเป็นหน่วยงานกลางรับผิดชอบ และบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน)ที่มีฝ่ายพัสดุการบินไทยเป็นหน่วยงานกลางในการจัดซื้อจัดหาพัสดุทั้งหมดขององค์กร
ส่วนการจัดหาพัสดุที่ต้องอาศัยงานเฉพาะทาง จะมีการกำหนดมาตรฐาน จัดทำ Vendor List ให้หน่วยงานจัดทำมาตรฐานด้านเทคนิคเป็นการเฉพาะ โดยหน่วยงานกลางจะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาให้โดยตรง โดยอาจกำหนดกรอบเวลาในการจัดหาพัสดุแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายในองค์กรรถไฟยังเห็นถึงความจำเป็นในการคงไว้ซึ่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุของแต่ละฝ่ายเอง เพื่อความคล่องตัวและรวดเร็วในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ในอดีตที่ผ่านมาการรถไฟเคยรวมศูนย์กลางจัดซื้อไว้ที่ฝ่ายการพัสดุให้ดำเนินการจัดหาให้กับฝ่ายการช่างกล แต่สุดท้ายฝ่ายการช่างกล ก็ต้องขอแยกออกมาจัดหาพัสดุครุภัณฑ์เป็นของตนเอง เพราะฝ่ายการพัสดุดำเนินการล่าช้า และขั้นตอนในการดำเนินการจะยาวกว่าปกติ เพราะจากโต๊ะหนึ่งไปโต๊ะหนึ่ง กว่าจะเสนอขึ้นไปถึงผู้อำนวยการฝ่ายพัสดุ ก็ออกไปเป็นลักษณะคอขวด จึงทำให้งานจัดซื้อจัดจ้างจึงอืดเป็นเรือเกลือ
นี่คือเหตุที่ฝ่ายการช่างกลต้องแยกตัวเองออกจากการรวมศูนย์การจัดซื้อพัสดุออกจากฝ่ายการพัสดุใหญ่ แต่บริษัทที่ปรึกษาเองอาจไม่ทราบถึงที่มาที่ไปในอดีต แต่เล็งเห็นแต่การลดจำนวนคนควบรวม แต่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อองค์กร ต้องอย่าลืมว่าเหรียญนั้นมี 2 ด้าน การพิจารณาต้องดูให้ละเอียดและรอบคอบ ยิ่งจะเอาแต่ละฝ่ายเช่น ฝ่ายการช่างกล หรือฝ่ายการอาณัติสัญญาณโทรคมนาคม และฝ่ายการช่างโยธาไปควบรวมนั้น เคยได้รับฟังความเห็นแล้วหรือยัง เพราะเท่าที่ทราบมามีแรงต้านเป็นอย่างมาก แต่บริษัทที่ปรึกษาลุยไฟเหมือนรับงานนโยบายมาจากบิ๊กการรถไฟบางคนที่ต้องการกินรวบงานจัดซื้อทั้งหมดขององค์กรไว้กับตนหรือไม่ โดยไม่ได้สนใจคำทัดทานใดๆหรือเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ส่วนรวม
ดังนั้น จึงควรคงระบบจัดซื้อจัดจ้างของแต่ละฝ่ายเอาไว้เอง เพื่อความคล่องตัว แว่วๆมาว่าการประชุมภายในเมื่อไม่นานมานี้ เสียงส่วนใหญ่ไม่มีใครเอาด้วยกับแนวทางการรวมศูนย์การจัดซื้อไว้ที่พัสดุใหญ่ยกเว้นฝ่ายก่อสร้างและโครงการพิเศษที่ประสงค์จะไปควบรวม เพราะว่าฝ่ายตนเองไม่ได้มีพัสดุเป็นของตนเอง จึงต้องฝากบอร์ดรถไฟและผู้ว่าการรถไฟฯลงมาสอดส่องถึงคนทำงานด้วย ก่อนที่จะหมดกำลังใจและเกิดคลื่นใต้น้ำในหน่วยงาน เนื่องจากว่าแต่ละฝ่าย เช่น ฝ่ายช่างกล และฝ่ายการช่างโยธา ฝ่ายอาณัติสัญญาณ เป็นงานวิศวกรรมเฉพาะด้าน ที่ต้องมีผู้ปฏิบัติงานที่มีความเข้าใจและมีความรู้พื้นฐานในส่วนงานนั้นๆในการกำหนดคุณลักษณะรายละเอียดสเปคของงานได้อย่างแท้จริง
ยิ่งในอนาคตยังจะมีงานและโครงการใหม่ๆ ที่ต้องรับผิดชอบเข้ามาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงการจัดหารถจักรใหม่ 113 คัน หรือรถโดยสาร 184 คัน รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ ทางคู่สายใหม่ระยะ2 รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย ที่จะเพิ่มเข้ามา ทั้งยังมีงานก่อสร้างดูแลทาง สะพานและอาคารต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก จึงไม่เห็นด้วยการจะให้มีการรวมศูนย์บริหารจัดการพัสดุไว้แห่งเดียว
การรถไฟฯถือว่า เป็นรัฐวิสหกิจขนาดใหญ่มาก ฝ่ายแต่ละฝ่ายมีขนาดเท่ากับกรมๆหนึ่งแล้ว จะเอาทุกๆอย่างมารวมกัน อันนี้มันถอยหลังลงคลอง เพราะข้อเท็จจริงหลายองค์กรมีแต่จะลดขั้นตอนและกระจายอำนาจออกไปเพื่อความคล่องตัว สิ่งที่ถูกต้องพัสดุใหญ่ควรกำหนดแนวทางระเบียบภายในองค์กรแล้วให้พัสดุย่อยของแต่ละฝ่ายถือนำไปปฏิบัติ
คงต้องฝากไปยังบอร์ดรถไฟและผู้ว่ารถไฟฯ ทบทวนแนวทางก่อนที่จะสายเกินแก้ ขนาดรัฐธรรมนูญยังมีการทำประชามติ กรณีเช่นนี้ท่านเคยทำแบบสอบถามคนในหน่วยงานของท่านหรือไม่ว่า เห็นด้วยกับการรวมศูนย์หรือไม่ เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่แตกต่างจากการบังคับฝืนความรู้สึกคนในองค์กร อีกทั้งบริษัทที่ปรึกษาที่จ้างมา ก็มักว่าไปตามทฤษฏีไม่ใช่คนในที่คลุกคลีกับหน่วยงานนี้มาทั้งชีวิต จะมาย่อมรู้ดีถึงปัญหาของหน่วยอย่างแท้จริงได้อย่างไร.
https://www.natethip.com/news.php?id=10709
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://natethip.com/news.php?id=10708
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://linevoom.line.me/post/1175599430392483206?
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)