พิมพ์ไทยออนไลน์//กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดตัวแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน เดินหน้ากระตุ้นธุรกิจร้านอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT พร้อมกิจกรรมแน่นที่จะมอบสิทธิประโยชน์รวมกว่า 2 ล้านบาท ทั้งทองคำ ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และของรางวัลมากมาย หวังผลักดันอาหารไทยภายใต้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ


นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด แคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ในวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีหน่วยงานพันธมิตร และผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งการจัดแคมเปญครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการของประเทศ ผ่านการส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารไทยควบคู่กับการท่องเที่ยว การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทย


อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “กรมฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับร้านอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารไทยถือเป็น Soft Power สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ จ้างงาน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดร้านอาหารไทยจะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้กรมฯ ยังได้เดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยาย การรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในระดับสากล พร้อมจัดอบรมทั้งรูปแบบ on-site และ online เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ด้านการบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ และการตลาดยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง”

“สำหรับแคมเปญในปีนี้กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 3 เดือน โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน ส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ผ่านสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรมกินดี มีเฮง กับ Thai SELECT ชวนผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์อาหารไทย ณ ร้านอาหารที่ได้รับ ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT กว่า 457 ร้านทั่วประเทศ พร้อมลุ้นรางวัล 3 ฟิน เมื่อรับประทานครบ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ และส่งผ่าน LINE Official Account @thaiselect ได้แก่ ฟินที่ 1 ลุ้นทองคำ Thai SELECT Limited Edition น้ำหนักรวม 3 บาท ฟินที่ 2 รับประสบการณ์ Exclusive Fine Dining ณ ร้าน Thai SELECT ระดับ 3 ดาว โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร จำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ท่าน) และฟินที่ 3 ของรางวัลพรีเมียมจาก Thai SELECT อีก 250 รางวัล”

“นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมรีวิวดี มีรางวัล ให้สายรีวิวร่วมถ่ายทอดความประทับใจ ลุ้นรับโทรศัพท์จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ iPhone 17 รุ่น Pro Max และ Samsung S26 Ultra และของที่ระลึกสุดพิเศษมากมาย รวมไปถึงแคมเปญนี้ยังได้ผนึกกำลังพันธมิตรที่มาช่วยเสริมความเข้มแข็งด้านการตลาดและมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม อาทิ ส่วนลดพิเศษจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ชั้นนำและแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เครดิตเงินคืนจากบริษัทบัตรเครดิต และการหนุนผู้ประกอบการด้วยการช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบจากศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่ ตลอดจนสินเชื่อจากสถาบันการเงินภาครัฐในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับร้านอาหาร Thai SELECT ในแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT อีกด้วย”

“สำหรับแคมเปญเที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3 จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้นักชิมออกไปค้นหาร้านอาหารไทยคุณภาพทั่วประเทศ เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สามารถแปลงเป็นรายได้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมลุ้นรับโชคกับแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแท้ คุณภาพครบเครื่อง ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับรางวัลมากมายที่รอทุกท่านอยู่

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดแคมเปญฯ หรือค้นหาร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายผ่านเว็บไซต์ www.thaiselectth.com หรือ Facebook: Thai SELECT Thailand และสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน พลิกโฉมธุรกิจ และรับสิทธิประโยชน์ด้านการตลาด สามารถสมัครรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ รสชาติ และบริการ ที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.thaiselectth.com” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หรือสายด่วน 1570 หรือกองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 5954:Cr;มณสิการ รามจันทร์
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์



งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพ ศิลปินและกวีระดับแถวหน้าของเวียดนามจากกลุ่ม “หุบเขาศิลปิน” (Doi Nghe Si) นำโดย วานบาว (Van Bau) และ บางไอโธ (Bang Ai Tho) ร่วมต้อนรับคณะตัวแทนกวีและนักเขียนจากนานาชาติที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทางวรรณกรรม อาทิ:
ฮังการี: พัล ดาเนียล ลาเวนเต้ (Pal Daniel Levente)
นอกเหนือจากการร่ายบทกวีแล้ว คณะกวีผู้แทนจากชาติต่าง ๆ ยังได้ร่วมกิจกรรมซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมในจังหวัดไทยเหวียน รวมถึงการอ่านบทกวีท่ามกลางทัศนียภาพของทะเลสาบบาไบ่และภูเขาตันเวียน ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของชาวเวียดนาม
ภายในงานยังมีบุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมเวียดนามเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ คิวบิกฮาว (Kieu Bich Hau), เหวียนคานเฟือง (Nguyen Khanh Phuong) และ โวทินูมาย (Vo Thi Nhu Mai) ภัณฑารักษ์วรรณกรรมชื่อดัง ซึ่งมาร่วมเป็นสักขีพยานในการใช้ “บทกวีและดนตรี” เป็นภาษาสากลเพื่อเชื่อมโยงโลกที่ซับซ้อนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น รวมถึงกวีรุ่นเยาว์ดาวรุ่งอีร่า (Eira Quynh Huong) มาร่วมสร้างสีสันในวันสุดท้าย
The festival was spearheaded by prominent figures from Vietnam’s renowned “Artists’ Hill” (Doi Nghe Si), by celebrated artists and poets Van Bau and Bang Ai Tho, who welcomed a distinguished delegation of international literary representatives. Participants who gathered to share their perspectives and recitations included:
Beyond the poetry readings, the international delegates engaged in a series of cultural immersions, including visits to the cultural village in Thai Nguyen Province. A highlight of the event featured collective recitations at the scenic Ba Be Lake and Tan Vien Mountain , a site revered as the ancestral and spiritual heart of Vietnam.
The festival also saw significant participation from Vietnam’s literary frontline, including acclaimed poets and translators Kieu Bich Hau, Nguyen Khanh Phuong, and literary curator Vo Thi Nhu Mai.
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางณีรนุช อาภาจรัส ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณโรงแรมปลอดเชื้อลีจิโอเนลลา ประจำปี 2568 พร้อมทั้งมอบนโยบายและทิศทางการยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน
กิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การบรรยายวิชาการในหัวข้อ “การขับเคลื่อนต้นแบบ GREEN Health Hotel Legionnaire Safety Plus (GHH Plus)” โดยนายตฤษนันท์ ถูกจิตร ผู้แทนจากสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการเสวนาแบ่งปันประสบการณ์ “ความสำเร็จสู่โรงแรมต้นแบบปลอดเชื้อลีจิโอเนลลาใน 5 ภูมิภาค” ซึ่งได้รับเกียรติจากตัวแทนผู้บริหารโรงแรมชั้นนำมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ ได้แก่
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์คุ้มครอง อนุรักษ์ และบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ และรายงานผลผลการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ ตลอดจนรับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติด้านนโยบาย การบริหารงบประมาณ และการกำกับติดตาม
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ และคณะอนุกรรมการซากดึกดำบรรพ์ การพิจารณา (ร่าง) แผนพัฒนาเชิงบูรณาการพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถ้ำกระดูก อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตลอดจนการกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน และการประกาศให้ซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนซึ่งเป็นสิ่งหายากและมีคุณค่าเป็นพิเศษ สมควรเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรธรณี มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาแหล่งซากดึกดำบรรพ์ถ้ำกระดูก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย โดยเน้นการบริหารจัดการอย่างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในพื้นที่ กระตุ้นการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนในระยะยาว








