วันศุกร์, เมษายน 24, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 3

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก 25 พันธมิตร เปิดแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ลุ้นทอง–ไฟน์ไดนิ่ง อัดสิทธิฯกว่า 2 ล้าน ชูอาหารไทยสู่ศก.สร้างสรรค์

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//กรมพัฒนาธุรกิจฯ เปิดตัวแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ผนึกกำลังพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน เดินหน้ากระตุ้นธุรกิจร้านอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT พร้อมกิจกรรมแน่นที่จะมอบสิทธิประโยชน์รวมกว่า 2 ล้านบาท ทั้งทองคำ ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และของรางวัลมากมาย หวังผลักดันอาหารไทยภายใต้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด แคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3” ในวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีหน่วยงานพันธมิตร และผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งการจัดแคมเปญครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการของประเทศ ผ่านการส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารไทยควบคู่กับการท่องเที่ยว การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “กรมฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับร้านอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาหารไทยถือเป็น Soft Power สำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ จ้างงาน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดร้านอาหารไทยจะอยู่ที่ประมาณ 7 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้กรมฯ ยังได้เดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยาย การรับรู้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในระดับสากล พร้อมจัดอบรมทั้งรูปแบบ on-site และ online เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ด้านการบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ และการตลาดยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง”

“สำหรับแคมเปญในปีนี้กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 3 เดือน โดยร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 25 หน่วยงาน ส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ผ่านสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรมกินดี มีเฮง กับ Thai SELECT ชวนผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์อาหารไทย ณ ร้านอาหารที่ได้รับ ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT กว่า 457 ร้านทั่วประเทศ พร้อมลุ้นรางวัล 3 ฟิน เมื่อรับประทานครบ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ และส่งผ่าน LINE Official Account @thaiselect ได้แก่ ฟินที่ 1 ลุ้นทองคำ Thai SELECT Limited Edition น้ำหนักรวม 3 บาท ฟินที่ 2 รับประสบการณ์ Exclusive Fine Dining ณ ร้าน Thai SELECT ระดับ 3 ดาว โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร จำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ท่าน) และฟินที่ 3 ของรางวัลพรีเมียมจาก Thai SELECT อีก 250 รางวัล”

“นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมรีวิวดี มีรางวัล ให้สายรีวิวร่วมถ่ายทอดความประทับใจ ลุ้นรับโทรศัพท์จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ iPhone 17 รุ่น Pro Max และ Samsung S26 Ultra และของที่ระลึกสุดพิเศษมากมาย รวมไปถึงแคมเปญนี้ยังได้ผนึกกำลังพันธมิตรที่มาช่วยเสริมความเข้มแข็งด้านการตลาดและมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม อาทิ ส่วนลดพิเศษจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ชั้นนำและแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เครดิตเงินคืนจากบริษัทบัตรเครดิต และการหนุนผู้ประกอบการด้วยการช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบจากศูนย์ค้าส่งขนาดใหญ่ ตลอดจนสินเชื่อจากสถาบันการเงินภาครัฐในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับร้านอาหาร Thai SELECT ในแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT อีกด้วย”

“สำหรับแคมเปญเที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 3 จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้นักชิมออกไปค้นหาร้านอาหารไทยคุณภาพทั่วประเทศ เชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่สามารถแปลงเป็นรายได้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมลุ้นรับโชคกับแคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแท้ คุณภาพครบเครื่อง ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับรางวัลมากมายที่รอทุกท่านอยู่

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดแคมเปญฯ หรือค้นหาร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายผ่านเว็บไซต์ www.thaiselectth.com หรือ Facebook: Thai SELECT Thailand และสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน พลิกโฉมธุรกิจ และรับสิทธิประโยชน์ด้านการตลาด สามารถสมัครรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2569 เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพ รสชาติ และบริการ ที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.thaiselectth.com” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หรือสายด่วน 1570 หรือกองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 5954:Cr;มณสิการ รามจันทร์
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

ฮานอยเปิดฉากเทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติครั้งที่ 2 ชูธีม “Harmony” เชื่อมสัมพันธ์วรรณกรรมไร้พรมแดน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อวันที่ 20-25 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา กรุงฮานอยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลกวีนิพนธ์นานาชาติครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Harmony” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้พลังแห่งวรรณกรรมและศิลปะในการสร้างความเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศทั่วโลก

​งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพ ศิลปินและกวีระดับแถวหน้าของเวียดนามจากกลุ่ม “หุบเขาศิลปิน” (Doi Nghe Si) นำโดย วานบาว (Van Bau) และ บางไอโธ (Bang Ai Tho) ร่วมต้อนรับคณะตัวแทนกวีและนักเขียนจากนานาชาติที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทางวรรณกรรม อาทิ:

​ฮังการี: พัล ดาเนียล ลาเวนเต้ (Pal Daniel Levente)
อุซเบกิสถาน: เชอซอด อาติคอฟ (Sherzod Artikov)
เกาหลีใต้: จางกอนซอบ (Jang Geon Seob), ปาร์คอินซุก (Park In Sook) และ ลีจองอิน (Lee Jeong In)
ไต้หวัน: เชนเทอมิน (Chen Te Min)
ไทย: เกศณี ไทยสนธิ (Gassanee Thaisonthi)

นอกเหนือจากการร่ายบทกวีแล้ว คณะกวีผู้แทนจากชาติต่าง ๆ ยังได้ร่วมกิจกรรมซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมในจังหวัดไทยเหวียน รวมถึงการอ่านบทกวีท่ามกลางทัศนียภาพของทะเลสาบบาไบ่และภูเขาตันเวียน ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของชาวเวียดนาม

​ภายในงานยังมีบุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมเวียดนามเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ คิวบิกฮาว (Kieu Bich Hau), เหวียนคานเฟือง (Nguyen Khanh Phuong) และ โวทินูมาย (Vo Thi Nhu Mai) ภัณฑารักษ์วรรณกรรมชื่อดัง ซึ่งมาร่วมเป็นสักขีพยานในการใช้ “บทกวีและดนตรี” เป็นภาษาสากลเพื่อเชื่อมโยงโลกที่ซับซ้อนให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น รวมถึงกวีรุ่นเยาว์ดาวรุ่งอีร่า (Eira Quynh Huong) มาร่วมสร้างสีสันในวันสุดท้าย

​เทศกาลในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่ผลงานศิลปะ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการกระชับมิตรภาพและสร้างความเข้าใจในเรื่องราวชีวิตที่หลากหลายของแต่ละประเทศผ่านจิตวิญญาณแห่งวรรณกรรมอย่างแท้จริง…..

Hanoi Hosts 2nd International Poetry Festival under the Theme “Harmony,” Bridging Borders Through Literature

HANOI, VIETNAM – From March 20–25, 2026, the city of Hanoi played host to the 2nd International Poetry Festival, held under the evocative theme “Harmony.” The event aimed to harness the power of literature and art to foster mutual understanding and strengthen international ties.

​The festival was spearheaded by prominent figures from Vietnam’s renowned “Artists’ Hill” (Doi Nghe Si), by celebrated artists and poets Van Bau and Bang Ai Tho, who welcomed a distinguished delegation of international literary representatives. Participants who gathered to share their perspectives and recitations included:

​Hungary: Pal Daniel Levente
Uzbekistan: Sherzod Artikov
South Korea: Jang Geon Seob, Park In Sook, and Lee Jeong In
Taiwan: Chen Te Min ( Tek kau)
Thailand: Gassanee Thaisonthi

​Beyond the poetry readings, the international delegates engaged in a series of cultural immersions, including visits to the cultural village in Thai Nguyen Province. A highlight of the event featured collective recitations at the scenic Ba Be Lake and Tan Vien Mountain , a site revered as the ancestral and spiritual heart of Vietnam.

The festival also saw significant participation from Vietnam’s literary frontline, including acclaimed poets and translators Kieu Bich Hau, Nguyen Khanh Phuong, and literary curator Vo Thi Nhu Mai.

​The success of this international gathering serves as a profound testament that, despite the complexities and distances of the modern world. Adding a vibrant touch to the final day was the appearance of rising star young poet Eira Quynh Huong.

“Poetry and music” remain universal languages capable of connecting hearts and building lasting friendships across nations.

Photos By …. International Poetry festival Artists’ Hill.

:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

กรมอนามัย ชูความสำเร็จ “โรงแรมต้นแบบปลอดเชื้อลีจิโอเนลลา” พร้อมยกระดับตามมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//กรมอนามัย โดยสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดกิจกรรม “การยกระดับโรงแรมต้นแบบปลอดเชื้อลีจิโอเนลลาตามมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน” ณ ห้องเมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบกิจการโรงแรมและรีสอร์ทที่เป็นต้นแบบด้านความปลอดภัยปลอดเชื้อลีจิโอเนลลา ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางณีรนุช อาภาจรัส ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีประกาศเกียรติคุณโรงแรมปลอดเชื้อลีจิโอเนลลา ประจำปี 2568 พร้อมทั้งมอบนโยบายและทิศทางการยกระดับมาตรฐานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การบรรยายวิชาการในหัวข้อ “การขับเคลื่อนต้นแบบ GREEN Health Hotel Legionnaire Safety Plus (GHH Plus)” โดยนายตฤษนันท์ ถูกจิตร ผู้แทนจากสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการเสวนาแบ่งปันประสบการณ์ “ความสำเร็จสู่โรงแรมต้นแบบปลอดเชื้อลีจิโอเนลลาใน 5 ภูมิภาค” ซึ่งได้รับเกียรติจากตัวแทนผู้บริหารโรงแรมชั้นนำมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติ ได้แก่

• ตัวแทนภาคกลาง: โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
• ตัวแทนภาคเหนือ: โรงแรมเทรเวลลอดจ์ นิมมาน เชียงใหม่
• ตัวแทนภาคใต้: โรงแรมภูเก็ต เกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา
• ตัวแทนภาคตะวันออก: สยามเบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา
• ตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: โรงแรมลาวิลล่า ขอนแก่น

โดยในปี 2568 มีสถานที่ที่ได้รับรางวัลทั้งหมด 49 สถานที่ ได้แก่

ภาคกลาง

1. โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ
2. โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ
3. โรงแรมรามาดา เดมา กรุงเทพฯ
4. โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ
5. โรงแรม วี กรุงเทพฯ เอ็มแกลเลอรี โฮเทล คอลเลคชั่น
6. โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์
7. โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ
8. โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต
9. โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
10. โรงแรมมารวย การ์เด้น

ภาคเหนือ

1. โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่
2. โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่
3. โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่
4. โรงแรมอโมร่า ท่าแพ เชียงใหม่
5. โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ เชียงใหม่
6. โรงแรมเทรเวลลอดจ์ นิมมาน เชียงใหม่
7. โรงแรมยู นิมมาน เชียงใหม่
8. โรงแรมอีสติน ตัน เชียงใหม่
9. โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว
10. โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่

ภาคใต้

1. โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้
2. โรงแรมป่าตอง รีสอร์ท
3. โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท ภูเก็ต ทาวน์
4. โรงแรมถาวร ปาล์ม บีช รีสอร์ท
5. โรงแรมเดอะเซนส์เซส รีสอร์ท แอนด์ พูลวิลล่า ภูเก็ต
6. โรงแรม เบส เวสเทิร์น ป่าตอง
7. The royal paradise hotel & spa
8. โรงแรมภูเก็ต เกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา
9. โรงแรมถาวร บีช วิลเลจ รีสอร์ท แอนด์ สปา
10.โรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน ภูเก็ต บ้านไทย รีสอร์ท

ภาคตะวันออก

1. โรงแรมรัตนชล
2. โรงแรมไพร์มไทม์ บางแสน
3. โรงแรมบีชวอล์ค บูทีค รีสอร์ท บางแสน
4. โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ มาริส รีสอร์ท จอมเทียน พัทยา
5. โรงแรมเซ็นทารา พัทยา
6. โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป พัทยา บีช รีสอร์ท
7. โรงแรมสยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา
8. โรงแรม พัทยา ปาร์ค บีช รีสอร์ท
9. โรงแรมเซ็นทารา โนวา พัทยา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

1. โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล
2. โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น
3. โรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น
4. โรงแรมแจสเปอร์ โฮเทล
5. โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น
6. โรงแรมลาวิลล่า ขอนแก่น
7. โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์
8. โรงแรม เดอะ ชีวิน แอนด์ คอนเวนชั่น
9. โรงแรมแอดลิบ ขอนแก่น
10. โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการ “การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและควบคุมโรคลีเจียนแนร์ของโรงแรมในเมืองท่องเที่ยว” ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เยี่ยมชม และมีข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านสุขภาพและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

สวัสดีเช้าวันใหม่วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177448458676000553

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

มูลนิธิธนชาตฯ ผสานความร่วมมือพันธมิตร ช่วยชาวสวนมะพร้าวฝ่าวิกฤตราคาตก จัดงาน “เกษตรกรไทยยังยิ้มได้”​ แจกฟรีมะพร้าวน้ำหอมกว่าหมื่นลูก 27 มี.ค.นี้ ณ MBK

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// มูลนิธิธนชาตเพื่อสังคมไทย ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ BTS จัดกิจกรรม “เกษตรกรไทยยังยิ้มได้ : Let’s go! Coconuts” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยระบายผลผลิต สร้างรายได้ และส่งต่อกำลังใจให้เกษตรกรสามารถดำรงอาชีพได้อย่างมั่นคง

กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานสกายวอล์ค ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรไทย และสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของผลผลิตจากเกษตรกรไทย ดังนี้

· แจกฟรี! มะพร้าวน้ำหอมแท้จากสวน: ส่งตรงจากมือเกษตรกรจำนวนกว่า 10,000 ลูก เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาดและสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรโดยตรง
· ลิ้มรสเมนูสร้างสรรค์จากมะพร้าวน้ำหอมฟรี! อาทิ น้ำมะพร้าวปั่น ไอศกรีมกะทิ ขนมบ้าบิ่น ขนมต้มมะพร้าวอ่อน
· Story from Farm: ร่วมฟังเรื่องราวและวิถีชีวิตจากตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคในสังคมเมือง

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของมูลนิธิธนชาตเพื่อสังคมไทยในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยผ่านการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรไทยซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาชน ในการร่วมกันบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับภาคการเกษตร

มูลนิธิธนชาตเพื่อสังคมไทยจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจให้ชาวสวนมะพร้าว ในงาน “เกษตรกรไทยยังยิ้มได้ : Let’s go! Coconuts” เพราะทุกการสนับสนุนจากสังคม คือพลังสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง#MBK #มูลนิธิธนชาต #เกษตรกรไทยยังยิ้มได้ #มะพร้าวน้ำหอม

:Cr;มณสิการ รามจันทร์

“ปลัดทส” ดันถ้ำกระดูกจ.นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียน เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ของชาติ

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569  เวลา 14.00 น. ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ในฐานะกรรมการ นายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยกรรมการจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์คุ้มครอง อนุรักษ์ และบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ และรายงานผลผลการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ ตลอดจนรับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติด้านนโยบาย การบริหารงบประมาณ และการกำกับติดตาม

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแหล่งซากดึกดำบรรพ์ และคณะอนุกรรมการซากดึกดำบรรพ์ การพิจารณา (ร่าง) แผนพัฒนาเชิงบูรณาการพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถ้ำกระดูก อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตลอดจนการกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน และการประกาศให้ซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนซึ่งเป็นสิ่งหายากและมีคุณค่าเป็นพิเศษ สมควรเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรธรณี มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาแหล่งซากดึกดำบรรพ์ถ้ำกระดูก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย โดยเน้นการบริหารจัดการอย่างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในพื้นที่ กระตุ้นการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนในระยะยาว:Cr;มณสิการ รามจันทร์

 

47 ปี สศก. เดินหน้า 9 ภารกิจแห่งการเปลี่ยนผ่าน มอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย สู่การตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว เป็นธรรม

0

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยในวาระโอกาสพิเศษ วันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนา สศก. ครบรอบ 47 ปี นับแต่ได้รับการสถาปนาและยกฐานะขึ้นเป็นส่วนราชการระดับกรม เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2522 เป็นต้นมา โดยในปีนี้ สศก. มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาด้านเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ พร้อมชูเป้าหมายสำคัญในการ “ทำให้ระบบเกษตรไทยตัดสินใจได้แม่นขึ้น เร็วขึ้น และเป็นธรรมขึ้น ด้วยข้อมูล แบบจำลอง และสัญญาณเตือนที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้ทันสถานการณ์ เกษตรกรปรับตัวทัน และประชาชนมั่นใจ”

เลขาธิการ สศก. กล่าวถึงบทบาทของ สศก. ว่า ตลอดระยะเวลา 47 ปี ในฐานะหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจการเกษตร ได้มุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจเคียงคู่กับพี่น้องเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบเกษตรไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน มีขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว สศก. ได้วางยุทธศาสตร์การดำเนินงานปี 2569 ส่งมอบคุณค่าไปยัง 4 กลุ่มเป้าหมาย ผ่านภารกิจและเครื่องมือสำคัญ ดังนี้

1. เกษตรกร มุ่งการตัดสินใจที่แม่นยำและความเสี่ยงลดลง ผ่านข้อมูลคาดการณ์ตลาดและระบบแจ้งเตือนภัยที่สรุปให้อ่านง่าย พร้อมแนวทางเลือกการผลิตที่สอดรับกับสถานการณ์และเครื่องมือคำนวณกำไรระดับแปลง ช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้ทันท่วงที เพิ่มโอกาสขายสินค้าได้ราคาสูงและเสริมอำนาจการต่อรอง

2. ประชาชน สร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงอาหารและความโปร่งใส โดยสื่อสารสาเหตุราคาผันผวนตามกลไกตลาดและต้นทุนจริง พร้อมระบบเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่กระทบราคาอาหาร และใช้เกณฑ์ตรวจสอบราคาที่โปร่งใสเพื่อป้องกันการบิดเบือนราคา ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์โดยไม่ตื่นตระหนก และมั่นใจในระบบบริหารคลังอาหารของรัฐ

3. ผู้บริหาร สนับสนุนการตัดสินใจเชิงรุกด้วยข้อมูลหนึ่งเดียว (Single Source of Truth) ผ่านระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงสำคัญ การนำเสนอทางเลือกนโยบายที่วิเคราะห์ผลกระทบรอบด้าน และการจำลองฉากทัศน์ล่วงหน้า พร้อมระบบติดตามผลสัมฤทธิ์จริงผ่านหน้าจอเดียว ช่วยให้ตัดสินใจว่องไวและใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า

4. ภาคีเครือข่าย บูรณาการการทำงานบนมาตรฐานข้อมูลเดียวกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดจุดอ่อนของตลาดและวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการลงทุนร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรไทย

สำหรับการขับเคลื่อนในปี 2569 สศก. ได้กำหนด “9 ภารกิจ ใน 365 วัน” ภายใต้แนวคิด “9 แห่งการเปลี่ยนผ่าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรไทยสู่สากล” เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี ประกอบด้วย 1. พัฒนารายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจรายปี 2. เสริมความเข้มแข็งทีมเศรษฐกิจและทีมข้อมูล 3. พัฒนาประเด็นเขตเศรษฐกิจการเกษตร 4. ยกระดับมาตรฐานงานวิจัยและบทวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจ 5. เชื่อมเครือข่ายนักเศรษฐศาสตร์และหน่วยงานวิชาการ 6. พัฒนากรอบพิจารณาโครงการและมาตรการด้านเกษตร 7. พัฒนาระบบติดตามสถานการณ์ราคาและตลาดสินค้าเกษตร 8. เสริมระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลภายใน 9. ทบทวนและพัฒนาแผนปฏิบัติการดิจิทัล 5 ปี

ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาปีนี้ สศก. ได้จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร พร้อมทั้งร่วมสืบสานวัฒนธรรมองค์กรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจหลักของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีพิธีการทางศาสนา (พิธีสงฆ์) พิธีบวงสรวงองค์ท้าวมหาพรหมประจำ สศก. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำ สศก. เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งพิธีกล่าวสดุดีและประกาศเกียรติคุณ ดร.สมนึก ศรีปลั่ง เลขาธิการ สศก. ท่านแรก ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลสำคัญผู้ก่อร่างสร้างฐานรากให้กับองค์กร นอกจากนี้ ยังได้มีพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการดีเด่น สศก. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมถึงพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ดีเด่น เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่ทุ่มเททำงานเพื่อภาคเกษตรไทยมาอย่างต่อเนื่อง

 

“สศก. ขอย้ำความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาภาคเกษตรไทยให้มั่นคง ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เศรษฐกิจการเกษตรอาสา และบุคลากรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนภารกิจขององค์กรด้วยดีเสมอมา ซึ่งความร่วมมือจากทุกท่านคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตร และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ สศก. กล่าว

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดพิษณุโลก

0

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อผู้บกพร่องทางจิต จังหวัดพิษณุโลก

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจังหวัดพิษณุโลก ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อระดมทุนสนับสนุนการปรับปรุงอาคารและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บกพร่องทางจิตในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ปรับปรุงอาคาร จัดหาทุนซ่อมแซม และต่อเติมสถานที่ฝึกทักษะ รวมถึงที่พักอาศัยสำหรับผู้บกพร่องทางจิต ให้มีความเหมาะสม ปลอดภัย และเอื้อต่อการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น

📅 กำหนดการจัดงาน
วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569
เวลา 10.00 – 11.00 น.

📍 สถานที่จัดงาน
ณ ห้องประชุมอาคารคุณพ่อชุบะ – คุณแม่ชัง
ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

💳 ช่องทางร่วมทำบุญ (ออนไลน์)
ธนาคารออมสิน
เลขบัญชี: 0203 7086 2748
ชื่อบัญชี: สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจังหวัดพิษณุโลก

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญได้ทั้งการเข้าร่วมงาน และการบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บกพร่องทางจิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน//

สวัสดีเช้าวันใหม่วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1177422392466275392

Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)