http://www.natethip.com/news.php?id=2931
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
http://www.natethip.com/news.php?id=2931
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1159918016410052628
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์// การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษ “ไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น” คู่เปิดสนาม นัดแรก “กระต่ายแก้ว” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม เป็นการแข่งขันแบบปิด เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีผู้ชมเข้าสนามตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ของ ศบค.
สำหรับสถานการณ์บนตารางคะแนนในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 ของทั้ง 2 ทีม ก่อนที่ฟุตบอลจะหยุดพักการแข่งขันเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อยู่อันดับ 4 ส่วน ชลบุรี เอฟซี อยู่อันดับ 9

นาที 27 ชลบุรี ขึ้นนำก่อน สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ วางบอลยาวขึ้นหน้ามาให้ ภานุพงศ์ พลซา แต่งหนึ่งจังหวะก่อนกระดกข้าม ฉัตรชัย บุตพรม เข้าประตูไป ชลบุรี นำ 1-0 นาที 30 บีจี ปทุม เกือบตีเสมอได้ สารัช อยู่เย็น เปิดฟรีคิกทางฝั่งซ้าย อันเดรส ตูเญซ โหม่งเช็ดเข้ามา สัมพันธ์ เกษี ของชลบุรี สกัดบอลเกือบพลาดเข้าประตูตัวเอง นาที 39 บีจี ปทุม ตีเสมอได้สำเร็จ ธรรมยุทธ ต้นคำ ลุยขึ้นมาทางซ้าย จ่ายยัดให้ สุมัญญา ปุริสาย เกี่ยวบอล ก่อนยิงด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด บีจี ตีเสมอ 1-1
นาที 41 ชลบุรี ขึ้นนำอีกครั้ง ภานุพงศ์ พลซา จ่ายตัดทะลุช่องให้ ดราแกน บอสโควิช หลุดเข้ายิงเสาแรกง่ายๆ ชลบุรี นำ 2-1

นาที 45 บีจี ปทุม ตีเสมอได้อีกครั้ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แย่งบอลจาก ณัฏฐยศ พลเยี่ยม ก่อนยิงด้วยซ้ายบอลแฉลบแนวรับชลบุรีเสียบมุมเข้าประตูไป จบครึ่งแรก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เสมอ ชลบุรี เอฟซี 2-2ครึ่งหลัง นาที 84 ชลบุรี เกือบได้ประตูขึ้นนำ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ไหลให้ คูชิดะ ได้ตั้งป้อมยิงแต่ติดเชฟของ ฉัตรชัย บุตรพรม
จบเกม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เสมอ ชลบุรี เอฟซี 2-2
สำหรับ ฟุตบอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษ ไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ปรีซีซั่น นัดที่ 2 การท่าเรือ เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด แข่งขันในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563 เวลา 15.50 น.
แฟนฟุตบอลสามารถ ชมทางออนไลน์ได้ทุกช่องทาง เว็บไซต์ www.thairath.co.th/live Facebook Thairath TVFacebook Thairath Sport
และทาง YouTube Thairath
รายชื่อ 11 คนแรกของทั้ง 2 ทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด : ฉัตรชัย บุตรพรม (GK) , วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ , อิรฟาน ฟานดี , อันเดรส ตูเญซ , สันติภาพ จันทร์หง่อม , ธรรมยุทธ ต้นคำ , สารัช อยู่เย็น , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , สุมัญญา ปุริสาย , สุรชาติ สารีพิมพ์ , เจนรบ สำเภาดี
ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK) , ณัฏฐยศ พลเยี่ยม , ทรงชัย ทองฉ่ำ , นิรันดร์ มีมาก , สัมพันธ์ เกษี , ภานุพงศ์ พลซา , สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ , ธีรพงษ์ ดีหามแห , นราธิป เครือรัญญา , ดราแกน บอสโควิช , ธีรเทพ วิโนทัย
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์// ที่ ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการตรวจหาเชื้อก่อโรค โควิด-19 นักกีฬาและบุคลากรฟุตบอลอาชีพ กับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายในงาน นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ,นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ, มร. เบนจามิน ตัน ที่ปรึกษาและผู้อำนวยการคลับ ไลเซนซิง เจ้าหน้าที่สมาคมฯ ที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่บริษัท ไทยลีก จำกัด
โดยการลงนามครั้งนี้ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะให้ความร่วมมือกับสมาคมฯ ในการให้ความช่วยเหลือในการตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด-19 ของนักกีฬาและบุคลากรฟุตบอลอาชีพ เพื่อให้การแข่งขันกีฬาฟุตบอลอาชีพ สอดคล้องกับนโยบาย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามมาตรการผ่อนปรนกิจการ และ กิจกรรมด้านการกีฬาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อดำเนินการตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด-19 ในนักกีฬาและบุคคลากรฟุตบอลอาชีพในการแข่งขันไทยลีก ระยะเวลา 1 ปี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 หลังจากรัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนปรนกิจการต่างๆ รวมถึงการจัดแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชม ที่ต้องจัดภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรค โดยการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก เริ่มแข่งขันในวันที่ 12 กันยายนนี้ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย”
ต้องดำเนินการตามคู่มือการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมด้านการกีฬา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ทั้งก่อนและระหว่างแข่งขันรวมกัน 4 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงขึ้น เพื่อตรวจหาเชื้อก่อโรคโควิด-19 ซึ่งจะทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล สอดคล้องกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบอลต่อไป”

ด้าน พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และ กระทรวงสาธารณสุข ที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่จะเริ่มขึ้น”
“สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายทางด้านสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเต็มที่ และปฏิบัติตามคำสั่งของ ศบค. ที่จะต้องมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในนักกีฬาฟุตบอล และบุคลากรกีฬาฟุตบอล 72 ชั่วโมง ก่อนการแข่งขัน เป็นไปตามนโยบายของ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจของ นักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้อง”
“สมาคมฯ ยืนยันและจะปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเต็มที่ และขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี ถ้าเกิดเราทำได้ วันหน้าขอเพิ่มจำนวนผู้ชมด้วยนะครับ”
สำหรับ การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำการตรวจระหว่างวันที่ 8-9 กันยายนนี้ ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ประจำจังหวัด 15 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย เชียงใหม่, เชียงราย, พิษณุโลก, นนทบุรี (กระทรวงสาธารณสุข) , ชลบุรี, อุดรธานี , อุบลราชธานี, นครสวรรค์ , สมุทรสงคราม , ขอนแก่น, นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี , สงขลา , ภูเก็ต และ ตรัง ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก และ M-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2020 จะกลับมาแข่งขันกันต่อนัดที่ 5 วันเสาร์ที่ 12 กันยายน นี้
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 63 เวลา 10.30 น. นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “18 ปี พัฒนาสังคมวิถีใหม่ ก้าวไกลยั่งยืน”
เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยมีนายสุทธิ จันทรวงษ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (อพส.) กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นาวาตรีสุธรรม ระหงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. คณะผู้บริหารกระทรวง พม. ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมชั้น 2 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ 
นายปรเมธี กล่าวว่า ด้วย วันที่ 1 กันยายน เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือเดิม “กรมประชาสงเคราะห์” ซึ่งวันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นวันครบรอบ 18 ปี และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พส. ได้มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรหลักในการจัดสวัสดิการสังคม เพื่อให้ประชาชนได้รับการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พึ่งพาตนเองได้ และสามารถเข้าถึงสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมที่เข้มแข็งและเอื้ออาทร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง
ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดย พส. จึงได้ขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคมและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับ “ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal” เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในสังคมไทยมี “ความเข้มแข็ง ก้าวไกล และยั่งยืน” อย่างแท้จริง อาทิ 1) ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ค้นหา “คนจนมาก ลำบากจริง” 2) ศูนย์คัดกรองเฉพาะกิจและศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับ คนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง 3) เครือข่าย อพม. 4) โครงการ “ตำบลสร้างเสริมสวัสดิการสังคม” 5) โครงการ “นวัตกรรม
ทางสังคมในชุมชน”
และ 6) การนำร่องการถอนสภาพนิคมสร้างตนเอง เป็นต้น
นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2563 กระทรวง พม. โดย พส. ได้กำหนดจัดงาน “18 ปี พัฒนาสังคมวิถีใหม่ ก้าวไกลยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจการดำเนินงาน ตลอดจนนวัตกรรมทางสังคมที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมวิถีใหม่ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจ
แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายด้านการจัดสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์
ซึ่งมีกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย 1) การมอบรางวัล “คนดี ศรี พส.” ประจำปี 2563 จำนวน 1 รางวัล ให้แก่บุคลากรสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตจนเป็นที่ประจักษ์ 2) การมอบโล่เกียรติคุณข้าราชการและลูกจ้างประจำดีเด่น ประจำปี 2562 จำนวน 6 รางวัล ให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ซึ่งเป็นผู้มีความวิริยะอุตสาหะ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเกิดประโยชน์ต่อองค์กรและกลุ่มเป้าหมาย จนได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานและผู้เกี่ยวข้อง 3) การมอบรางวัลบุคคลผู้กระทำความดี จำนวน 1 รางวัล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็น ที่ประจักษ์ 4) การมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้แทนองค์กรสวัสดิการสังคม จำนวน 7 องค์กร ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม 5) การมอบเข็มและใบรับรองมาตรฐานแก่นักสังคมสงเคราะห์ จำนวน 13 คน ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม 6) การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ภาคีเครือข่าย “น้ำใจจากภาคี คนดี ศรี พส.” จำนวน 7 รางวัล และ 7) การมอบทุนการศึกษามูลนิธิลูกประชาสงเคราะห์ ประจำปี 2563 ให้แก่บุตรของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ จำนวน 124 ทุน
นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขับเคลื่อนงานปีที่ 18 ของ พส. จะเป็นปีแห่งความท้าทายในการทำงาน ที่มุ่งมั่นและเต็มกำลังเพื่อประชาชนกลุ่มเป้าหมาย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง
เพื่อการพัฒนาสังคมวิถีใหม่ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดย “ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง” :Cr;มณสิการ รามจันทร์
พิมพ์ไทยออนไลน์// สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เปิดศึกการแข่งขันเทนนิสเยาวชนเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 58 ประจำปี 2563 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 3 – 15 กันยายนนี้ ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมาดวลกันวันแรก ผลคู่ที่น่าสนใจมีดังนี้
รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก อัจฉราพร วรรณโพธิ์ (อำนาจเจริญ) ชนะ รวินท์นิภา บัณฑิตเวชกร (ปทุมธานี) 6-0, 6-0 กมรวรรณ ก้อนศิลา (นนทบุรี) ชนะผ่าน ณัฐณิชา กฤติยาวงศ์ (กรุงเทพฯ) ภัทราภา อรชุนะกะ (กรุงเทพฯ) ชนะ นันท์นภัส ลำธารทอง (นนทบุรี) 6-3, 7-5 ไทร่า ลิธิบี (กรุงเทพฯ) ชนะ พรปวีณ์ นวลศรี (ปทุมธานี) 6-1, 6-0 วรรษชล แสนยาอุโฆษ (กรุงเทพฯ) ชนะ วาริศา อินทรพรหม (กรุงเทพฯ) 6-2, 6-4 ศตพร หนุนทอง (ฉะเชิงเทรา) ชนะ เมสสิยพร ตันจันทร์พงศ์ (กรุงเทพฯ) 6-1, 6-3 กัญจน์ชญา จูงวัฒนา (กรุงเทพฯ) ชนะ ณิชารีย์ บัวเพ็ชร (ชลบุรี) 6-3, 7-6 (3) เพียรธัญธัญ จิตรมั่นมานะ (กรุงเทพฯ) ชนะผ่าน ชนัสนันท์ ศิริวิโรจน์สกุล (กรุงเทพฯ) พิมพ์ลภัส ลิม (กรุงเทพฯ) ชนะ มัชฌิม มาลยาภรณ์ (พิษณุโลก) 6-1, 6-0 ปพิชญา อิสโร (สงขลา) ชนะ ณีราชา วิทูประพัทธ์ (เพชรบุรี) 6-0, 6-0 วิรินทร์ รื่นถวิล (พระนครศรียุธยา) ชนะ พิมพ์มาดา ลิม (กรุงเทพฯ) 7-5, 6-0

รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ประเภทชายเดี่ยว รอบแรก ธีร์ธัช รักคิด (กรุงเทพฯ) ชนะ ภัทรภูมินทร์ กางทอง (สกลนคร) 4-0, 4-0 ณัฐชนน ทองบัณฑิต (ชลบุรี) ชนะ ธนันต์ภูมิ ภูอนันตานนท์ (กรุงเทพฯ) 4-0, 4-1 พัชรวุฒิ อานันทนะสุวงศ์ (กรุงเทพฯ) ชนะ ปุณณ์ณพิชญ์ พิทักษ์ตระกูล (ชลบุรี) 4-1, 4-0 ธนดล เอี่ยมประเสริฐ (ชลบุรี) ชนะ ถิรวัสส์ พัฒนผดุงพงศ์ (กรุงเทพฯ) 4-0, 4-2 ณัทกร ศิลปรัตน์ (สุพรรณบุรี) ชนะ พิชญ์พงษ์ จีนาพันธุ์ (ปทุมธานี) 4-0, 2-4, 10-6 (ซุปเปอร์ไทเบรก) ณัฏฐ์ นาทันรีบ (กรุงเทพฯ) ชนะ ภาณุทรรศ จักเลิศชัย (กรุงเทพฯ) 4-0, 4-0 ขุน หวั่งหลี (กรุงเทพฯ) ชนะ ณภัทร ธนโสภณพิทักษ์ (นครศรีธรรมราช) 4-0, 4-1 วริษฐ์ เลิศสินธพานนท์ (กรุงเทพฯ) ชนะ ชินชวกร หงษ์หิรัญเรือง (ชุมพร) 5-4 (2), 0-4, 10-5 (ซุปเปอร์ไทเบรก) อนันต์นที พงศ์ศิริเลิศ (ชุมพร) ชนะ ณัฏฐพัฒน์ พรมวิชัย (สมุทรสาคร) 4-0, 4-0 อภิวัฐ เครือวัลย์( ชลบุรี) ชนะ ก้องภพ แซ่ลิ้ม (นครปฐม) 4-1, 4-0 เดนิส เขียวรักษา (ชลบุรี) ชนะผ่าน ชนินท์ โกวิทวัฒนชัย (ชลบุรี) ธนกร ไชยลังการ (พระนครศรีอยุธยา) ชนะผ่าน ธรรมลักษณ์ โกวิทวัฒนชัย (ชลบุรี) ภัคณัฏฐ์ สุขศรีวงศ์ (กรุงเทพฯ) ชนะ ภัทรปวินทร์ กางทอง (สกลนคร) 4-0, 4-0 ฌาน เลาอมรพาณิชย์ (กรุงเทพฯ) ชนะ ไอศูรย์ มังกรพานิชธาร (สมุทรปราการ) 4-2, 4-1 ปัณณพรรธน์ นิ่มนวลกุล (กรุงเทพฯ) ชนะ กันตธาวิน วรทินไชย (กรุงเทพฯ) 4-0, 4-0
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์// ความเคลื่อนไหวการแข่งขันเทควันโดพุมเซ่ รายการ “พัทยา เทควันโด พุมเซ่ บีซ 2020” รูปแบบใหม่ “นิวนอร์มอล” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของไทย หลังสถานการณ์โรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลายดีขึ้น ภายใต้การรับรองจากสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่มี “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมฯ วันที่ 5-6 ก.ย.นี้ ที่ บริเวณชายหาดโรงแรมแอมบาสเดอร์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท คือ ประพุมเซ่, ประเภทฟรีสไตร์พุมเซ่, ประเภทเทควันโดแดนซ์ และ ประเภทเทควันโดเบรกกิ้ง ตั้งแต่อายุ 9 ปีจนถึงประชาชนทั่วไปชาย-หญิง
“บิ๊กแป๊ะ” นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับรายงานความพร้อมในด้านต่างๆทั้งโรงแรมที่พัก, สนามแข่งขัน, จุดคัดกรอง และ สถานที่ท่องเที่ยวห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาเป็นอันขาดในช่วงวันหยุดนี้จาก นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ เลขาธิการสมาคมกีฬาแห่งจ.ชลบุรี และ “โค้ชนุ” พิษณุ พันพรหม เฮดโค้ชเทควันโดเมืองชลบุรี ในฐานะฝ่ายจัดการแข่งขัน เวลานี้ทุกอย่างมีความพร้อมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ในการต้อนรับนักเทควันโดพุมเซ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะจุดคัดกรองนักกีฬาและบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมไปถึงผู้ฝึกสอนที่จะมาให้กำลังใจนักกีฬาของตัวเองจำนวนมาก ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตั้งจุดตรวจและจุดคัดกรองโควิด-19 อย่างเข้มข้นตามมาตรฐานของ กระทรวงสาธารณะสุข โดยเฉพาะทุกคนที่เข้ามาภายในบริเวณสนามแข่งขันจะต้องสวมหน้ากากอานามัย และมีจุดวางเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้อย่างทั่วถึง
นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ พ่อบ้านสมาคมกีฬาแห่งจ.ชลบุรี กล่าวว่า เวลานี้เราปิดรับสมัครนักเทควันโดพุมเซ่ทั่วประเทศ ทางออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า มีนักกีฬาสนใจเข้าร่วมมากกว่า 500 คนจากสโมสรและชมต่างๆ ถือว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีต้องขอขอบคุณสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยที่ให้ความไว้วางใจในครั้งนี้
เนื่องจากเมืองพัทยามีสถานที่ท่องเที่ยวและท้องทะเลที่สวยงามไม่แพ้ภาคใต้ แถมยังมีร้านค้าและร้านอาหารให้เลือกมากมาย ส่วนตัวหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นอกเหนือจากเกมกีฬาที่จะต้องมาแข่งขันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งแล้ว ในอนาคตเราจะขอรับเป็นเจ้าภาพในระดับนานาชาติต่อไปอีก เพื่อต้องการประกาศให้ผู้คนได้รับรู้ถึงศักยภาพความพร้อมของจ.ชลบุรี ที่เราเป็นเมืองแห่ง “สปอร์ตซิตี้” ขอเพียงแค่ได้รับโอกาสจากสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยเท่านั้น เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสร้างนักเทควันโดหน้าใหม่ๆก้าวไปสู่ทีมชาติต่อไป
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์// “สองล้อ” ทำงานหนักต่อเนื่อง เดินหน้าลุยแผนปฏิบัติการ “Rod to Paris 2024” าตั้งแต่ปลายปี 2562 เพื่อสร้างนักกีฬาดาวรุ่งทุกประเภท “ถนน-ลู่-เสือภูเขา-บีเอ็มเอ็กซ์” เป้าหมายหลักคือการผ่านควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ ฝรั่งเศส ด้านศึกบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 2-3 ที่ สนามเสมอกันเซอร์กิต จ.สุพรรณบุรี วันที่ 5-6 กันยายน มีถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก Thaicycling Association เวลา 14.00-16.00 น. ทั้งสองวัน
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เผยว่า หลังจากที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ประสบความสำเร็จในการจัดทำและบริหารจัดการตามโครงการ “Rod to Tokyo 2020” ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานนักปั่นไทย เพื่อก้าวไปสู่ระดับนานาชาติ ระดับโลก และระดับโอลิมปิกเกมส์แล้ว สมาคมฯเริ่มวางแนวทางแผนปฏิบัติการอีก4 ปีข้างหน้า “Rod to Paris 2024” เพื่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่ากรอบการทำงานจะเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2564 เดือนตุลาคม 2563 แต่ในความเป็นจริงนั้น สมาคมกีฬาจักรยานฯ เดินหน้าแผนตั้งแต่ปลายปี 2562 แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสภาวะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างหนักหน่วงในช่วงต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน

พลเอกเดชา กล่าวว่า แผนปฏิบัติการ Road to Paris 2024 สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะเน้นหนักไปที่การสร้างนักกีฬาดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนนักกีฬารุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นประเภทถนน ลู่ เสือภูเขา และบีเอ็มเอ็กซ์ เป้าหมายหลักคือการผ่านควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ครบทั้ง 4 ประเภท รวมถึงเป้าหมายการต่อยอดความสำเร็จของนักปั่นไทยในระดับภูมิภาค ทั้งในซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ รวมไปถึงการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย สำหรับทุกภาคส่วนของสมาคม
กีฬาจักรยานฯ เป็นอย่างมาก“ในแผนพัฒนารอบนี้ สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะพัฒนาศูนย์ฝึกจักรยานทั้ง 4 ภูมิภาค ประกอบด้วยศูนย์ฝึกจักรยานกองบิน 46 พิษณุโลก, ศูนย์ฝึกจักรยานพะเยา, ศูนย์ฝึกจักรยานวัดดงน้อย สระบุรี และศูนย์ฝึกจักรยานสุราษฎร์ธานี ให้มีความพร้อมการสร้างนักกีฬาจักรยานภูมิภาครุ่นใหม่อย่างถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งปัจจุบันบุคลากรหลักโดยเฉพาะผู้ฝึกสอน เป็นบุคลากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนจักรยานระดับสูงมาทั้งสิ้น จะได้รับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์การกีฬาครบวงจร
ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เวทเทรนเนอร์, จักรยานวัตไบค์, อุปกรณ์การตรวจวิเคราะห์สมรรถภาพนักกีฬา จนถึงอุปกรณ์การปรับตั้งรถจักรยานแข่งขันให้เข้ากับสรีระและศักยภาพของนักปั่น เพื่อให้สามารถดึงเอาประสิทธิภาพของนักปั่นออกมาใช้อย่างเต็มที่ทั้งในระหว่างการฝึกซ้อมและแข่งขัน”
นอกเหนือจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในเรื่องการสนับสนุนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในทุก ๆ ด้านที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถทางร่างกายของนักกีฬาจักรยาน จะเน้นหนักเรื่องการวิเคราะห์ความเหมาะสม ของกล้ามเนื้อนักกีฬาในแต่ละศูนย์ หรือการ Identify นักกีฬา เพื่อนำมาพัฒนาและต่อยอดไปสู่การแข่งขันเฉพาะทาง ที่เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะทางกล้ามเนื้อและสรีระของนักกีฬาแต่ละบุคคลต่อไป

สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย มีภาระหนักการจัดหางบประมาณ ด้านการลงทุนมารองรับการเดินหน้าแผนปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่เชื่อว่าจากการสนับสนุนอย่างเต็มที่ จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ต่างก็ประจักษ์ในผลงานในอดีตที่ผ่านมาของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ก็เชื่อว่าอุปสรรคในด้านงบประมาณไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินการโครงการดังกล่าวให้สัมฤทธิ์ผล”
นอกจากนี้ “ซูเปอร์หมึก คึกกว่า 5G” เปิดเผยอีกว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้จัดการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2563 ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal สนามที่ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน ที่สนามเสมอกันเซอร์กิต จ.สุพรรณบุรี ล่าสุด มียอดนักกีฬาที่สมัครเข้าแข่งขันสนามละ 285 คน คาดว่าเมื่อปิดรับสมัครแล้วจะมียอดสูงถึงสนามละ 300 คน อย่างแน่นอน เนื่องจากว่างเว้นจากการแข่งขันมานานหลายเดือน
สำหรับการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2563 ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal สนามที่ 2 และ 3 จะมีการถ่ายทอดสดให้แฟนกีฬาสองล้อได้ชมทางเฟซบุ๊กของสมาคมกีฬาจักรยานฯ Thaicycling Association ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน และวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน เวลา 14.00-16.00 น.และได้ตั้งโทรทัศน์วงจรปิดภายในเต็นท์ด้านหน้าสนามอีก 6 จุด เพื่อให้ผู้ติดตามและผู้ปกครองของนักกีฬาได้รับชม
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์// แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยได้ชมติดขอบสนามอีกครั้ง หลัง ศบค. อนุญาตให้ ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ OR BRIC Superbike 2020 มีผู้ชมในสนามได้ เริ่มต้นสนาม 2 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมขยายฐานความนิยมสู่ประเทศอาเซียน ถ่ายทอดสดสู่ 3 ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว, เมียนมาร์ และ กัมพูชาครั้งแรก ด้าน “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ 3 สมัยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม หวังทวงบัลลังค์แชมป์
ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 (OR BRIC Superbike Championship 2020) เตรียมระเบิดความมันส์สนามที่ 2 วันที่ 5-6 กันยายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้รูปแบบ “นิว นอร์มอล เรซ”

ล่าสุด นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า ศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2020 (OR BRIC Superbike 2020) นับเป็นการแข่งขันจักรยานยนต์รายการแรกในเมืองไทย ที่กลับมาจัดการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย ซึ่งในสนามแรกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยังไม่เปิดให้มีผู้ชมเข้าชมในสนาม
“ถือได้ว่า เป็นข่าวดีของแฟนความเร็วชาวไทยจริงๆ เมื่อ ศึก OR BRIC Superbike สนาม 2 ได้รับอนุญาตให้มีแฟนเข้าชมการแข่งขันได้แล้ว แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และจำกัดจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันอยู่ที่ 6,000 คนต่อสนาม โดยยึดตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 9/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 8)”

“นอกจากนี้ ทางฝ่ายจัดการแข่งขัน ยังเดินหน้าแผนการขยายความนิยมของ OR BRIC Superbike 2020 ออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านกล่อง MVBOX อย่าง สปป.ลาว รับชมทางช่อง MVL, เมียนมาร์ รับชมทางช่อง MVM และ กัมพูชา รับชมทางช่อง TV3 ถือเป็นการถ่ายทอดสดไปสู่ประเทศอาเซียน เพื่อนบ้านของไทยเป็นครั้งแรก”
สำหรับ ศึก OR BRIC Superbike 2020 แข่งขันทั้งสิ้น 5 คลาส ได้แก่ คลาสสูงสุดของประเทศไทย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี, ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี, ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี , ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี และ สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี นอกจากนี้ยังเสริมทัพความมันส์จากการแข่งขันซัพพอร์ตเรซ จากค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่ อย่างเอ.พี.ฮอนด้า และ ยามาฮ่า ที่มาเสริมความสนุกภายในรายการอีกด้วย
การลุ้นแชมป์ของนักกีฬาในแต่ละรุ่นนั้น ภายหลังจากผ่านการแข่งขันสนามแรก สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในคลาสสูงสุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1) นั้น ปรากฏว่า “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก ยามาฮ่า เพาเวอร์สปีด เรซซิ่ง ทีม เจ้าของแชมป์สนามแรกนำเป็นจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ตามด้วยทีมเมทอย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ที่ตามอยู่ 5 คะแนน ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ชัยวิชิต นิสกุล จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลังอยู่ 9 คะแนน

ขณะที่แชมป์ประเทศไทย 3 สมัยอย่าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ไร้แต้มจากสนามแรก หลังจากพลาดล้มขณะที่เป็นผู้นำ ส่งผลให้สถานการณ์ในการป้องกันแชมป์ในปีนี้ยากขึ้นอย่างมาก
ฐิติพงศ์ กล่าวว่า “รายการนี้ โดยส่วนตัวยังคงมีความพร้อมเต็มร้อยเหมือนเดิม หลังจากที่พลาดล้มจากสนามแรกเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ก็กลับมาทำการบ้านอย่างหนัก ฝึกซ้อมเต็มที่ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าในปีนี้คู่แข่งมีความแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่ผมเองก็ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถทวงตำแหน่งแชมป์กลับมาได้อย่างแน่นอน”
แฟนความเร็วมามันส์ติดขอบสนามไปพร้อมกัน 5-6 กันยายนนี้ บัตรเข้าชมการแข่งขัน ที่นั่ง Grandstand ราคา 100 บาท / 1 วัน ซื้อได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ (จำหน่ายบัตรวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น) ส่วนผู้ชมทางบ้าน รับชมถ่ายทอดสดทาง True4U ช่อง 24 วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนนี้ เวลา 14.30-17.00 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Bric Superbike และ Chang Circuit Buriram และ Youtube : Bric Channel ตั้งแต่ เวลา 08.00 น.
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์