พิมพ์ไทยออนไลน์ // นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดแข่งขัน Ultra Trail Thailand Series โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะอนุกรรมการด้านกีฬา ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ประธานจัดการแข่งขัน Ultra Trail Thailand Series Phatthalung จังหวัดพัทลุง, พลเอก ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ประธานจัดการแข่งขันตะนาวศรีเทรล, ดร. ชุมพล ครุฑแก้ว ประธานสมาคมวิ่งเทรลไทย และแชมป์เก่าของแต่ละสนาม ในการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา ร่วมงาน ที่ ห้องประชุม ชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับสนามวิ่งเทรล Thailand By UTMB ที่ได้ยกระดับอยู่ในสนาม Ultra-Trail World Tour ซึ่งในปี 2021 มี 28 สนาม จาก 6 ทวีป 22 ประเทศทั่วโลก โดยในเอเชียมีทั้งหมด 6 สนาม ได้แก่ จีน 2 สนาม, ญี่ปุ่น 1 สนาม, เกาหลี 1 สนาม, ไต้หวัน 1 สนาม และไทย 1 สนาม”
“สนาม Ultra-Trail World Tour เป็นสนามเก็บคะแนนของนักวิ่งเทรลชั้นนำทั่วโลก ที่จะเดินทางไปเก็บคะแนน ซึ่งไทยเป็น 1 ในสนามเก็บแต้มของโลกนี้ด้วย ในครั้งนี้ Thailand By UTMB เป็นควอลิฟายด์สู่สนาม Ultra Trail Du Mont Blanc (UTMB) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสนามโอลิมปิคของเหล่านักวิ่งเทรล จากทั้งหมด 5 สนาม และปีหน้าคาดว่า จากการได้รับเป็นสนาม Ultra-Trail World Tour จะทำให้มีนักวิ่งเข้าแข่งขันจำนวนมาก เพื่อที่จะนำเป็นสนามควอลิฟายด์สู่สนาม UTMB เปิดให้นักวิ่งเทรลในไทยมีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันสนามระดับโลกให้ง่ายขึ้น”

สำหรับ Ultra Trail Thailand Series เป็นโครงการยกระดับงานวิ่งเทรลในประเทศให้มีมาตรฐานระดับสากล โดยคัดเลือกสนามวิ่งเทรลจากทั่วประเทศ นำมาเข้าเป็นสนามในสังกัด Ultra Trail Thailand Series โดยกำหนดกรอบและเงื่อนไขไว้ พร้อมให้แนวทางการจัดการแข่งขันวิ่งเทรลมาตรฐานโลก และมาตรฐานการจัดการแข่งขันภายใต้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และยกระดับนักกีฬาวิ่งเทรลโดยคัดเลือกนักกีฬาตัวแทน “ประเทศไทย” ไปแข่งขันสนาม UTMB และการจัดอันดับผู้มีความเป็นเลิศทางด้านการวิ่งเทรลในประเทศไทยโดยมอบให้กกท.และสมาคมวิ่งเทรลไทยเป็นผู้ดำเนินโครงการนี้ ปี 2021 สนามใน Ultra Trail Thailand Series ประกอบด้วย 3 สนาม คือ 1) Thailand By UTMB ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่, 2) Ultra Trail Phatthalung พัทลุง, และ 3) ตะนาวศรีเทรล ราชบุรี
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์




ได้สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาผ้าไทยโดยเสมอมา เกิดการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรม ภูมิปัญญารักษาขนบประเพณี ส่งผลให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการในชุมชน
อันเป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ให้มีความมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทำให้เกิดการหมุนเวียนในห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจระดับประเทศ
และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กรมการพัฒนาชุมชนได้สืบสานภูมิปัญญาและอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือ (MOU) กับสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดทำโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ขึ้น ลงนาม MOU ร่วมกับ 76 จังหวัดและกทม.ในการสวมใส่ผ้าไทย และกรมการพัฒนาชุมชนเองก็ได้ผลักดันมาตรการสวมใส่ผ้าไทย จนเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย จนเกิดการรณรงค์ให้คนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละสองวัน
รวมไปถึงการเร่งพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความสามารถในการผลิต การออกแบบ การตัดเย็บ การดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และตลาดออนไลน์ เพื่อให้เกิดการค้าเชิงพาณิชย์ อันจะทำให้เกิดรายได้ ความมั่นคงในชีวิต วิถีชุมชนยั่งยืน 
โดยเฉพาะผ้าไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสืบสานภูมิปัญญา การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น เป็นการสร้างคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม พัฒนาศักยภาพและยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ในการพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
สามารถขยายตลาดเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น เสริมสร้างภาพลักษณ์ การรับรู้คุณค่าของผลิตภัณฑ์ OTOP สู่ระดับสากล และเพื่อขยายการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และตลาดออนไลน์โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ดีไซน์ใหม่ ๆ
แนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มของผ้าไทย จากการรวบรวมข้อมูล การลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้ประกอบการ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ควบคู่ไปกับการอบรม สัมมนาเชิงปฏิบัติ กับผู้ประกอบการผ้าไทยทั่วประเทศ กว่า 300 กลุ่ม/ราย เพื่อเป็นการจัดทำฐานข้อมูลที่สำคัญของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และมีการลงพื้นที่ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เพื่อให้ความรู้ แนวทางการพัฒนาศักยภาพ แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และรายละเอียดแผนงานให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ อุดรธานี นครราชสีมา กรุงเทพ เชียงใหม่ พิษณุโลก และสงขลา
โดยได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีโดยมีนักวิชาการ นักออกแบบแฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยและมีผลงานในระดับโลกมาร่วมเป็นวิทยากร ต่อจากนั้นดีไซน์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และการตลาดจึงได้มีการวาง PRODUCT CONCEPT จัดทำร่างแบบ Sketch วางรูปแบบ ลาย โทนสี คู่สี วัสดุที่ใช้ โดยนำอัตลักษณ์ของแบรนด์และจุดเด่นของภิปัญญามาสร้างเป็นจุดดึงดูดทางการตลาดและออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในกระบวนการผลิตตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
เพื่อให้ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง 60 ท่านทำการออกแบบและให้คำแนะนำการผลิตชิ้นงานต้นแบบจาก 300 ผู้ประกอบการมีการจัดทำ E-Catalogue 300 ผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการขายผ่านระบบออนไลน์ และมีการจัดแสดง 40 ผลงานที่โดดเด่นในรูปแบบแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษสุดในงานกาล่าไนท์ เสน่ห์สีสัน แพรพรรณ แห่งสยาม ในวันที่ 18 ธันวาคม นี้ ณ ห้องรอยัลจูบิลลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเดินแบบโดยนางแบบแฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย
นอกจากนี้นายสุทธิพงษ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า โครงการนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์จากผ้าไทย ในวันที่ 16-18 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์ราชการอาคาร B ก็ขอเชิญชาวนทุกท่านมาซื้อหาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งชุดแฟชั่น ชุดกลางวัน ชุดเดรสกลางคืน ผ้าอัตตลักษณ์ ผ้าผืน ผ้าซิ่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า รองเท้า หมวก เครื่องประดับจากผ้า กลุ่มเคหะสิ่งทอและอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นงานรวมมหกรรมผ้าไทยที่หลากหลายที่สุดแห่งปี ผมขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมกันส่งเสริม อุดหนุน เป็นแรงใจ และร่วมให้การสนับสนุนผ้าไทยให้มีอนาคตที่สดใส อยู่คู่คนไทยและประเทศไทยของเราตลอดไปครับ นายสุทธิพงษ์กล่าวในที่สุด..




มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมการเดินเรือสู่การเป็น Smart Ship เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
โดยมีทีมงานที่พร้อมดูแลและให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นว่า NAVA by NSAT จะเป็นบริการเรือธง ที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการเดินเรือสู่การเป็น Smart Ship และสร้างประสบการณ์อันดีเยี่ยมด้านการสื่อสารทางทะเลให้แก่ผู้ใช้งานทางทะเลได้อย่างครบวงจร”


