https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1162095148210050864
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1162095148210050864
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์//บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 มีกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของบริษัทฯ จำนวน 1,078 ล้านบาท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับลงทุนจัดตั้ง “บริษัท ธนชาต พลัส จำกัด” ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน (Asset-based Financing) เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มให้บริษัทฯ
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP กล่าวว่า “ในไตรมาส 1 ปี 2564 TCAP และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมจำนวน 1,521 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยกำไรสุทธิของบริษัทย่อยต่าง ๆ จำนวน 930 ล้านบาท ซึ่งแต่ละบริษัทยังมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) รวมถึง บริษัท เอ็ม บี เค ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 600 ล้านบาท ปรับตัวลดลง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ยังได้รับผลกระทบทางลบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปีนี้ มีจำนวน 1,078 ล้านบาท ลดลง 18.7% จากไตรมาส 1 ปีก่อนหากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
ปัจจุบัน TCAP ยังมีเงินสดคงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างมากจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เราพยายามศึกษาและวิเคราะห์การลงทุนต่าง ๆ เพื่อนำเงินสดที่มีไปลงทุนสร้างผลตอบแทนที่ดีและเหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งทางเลือกหนึ่งก็คือธุรกิจการให้สินเชื่อ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่กลุ่มธนชาต มีความเชี่ยวชาญ คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้มีมติให้จัดตั้ง “ บริษัท ธนชาต พลัส จำกัด” เพื่อประกอบธุรกิจการให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน (Asset-based Financing) ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อธุรกิจระยะสั้นและระยะกลาง ที่มีหลักประกัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้า และเป็นการสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้กับผู้ถือหุ้นของ TCAP ต่อไปในอนาคต โดย TCAP จะถือหุ้นในบริษัท ธนชาต พลัส 100% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินธุรกิจได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้” :Cr;มณสิการ รามจันทร์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // อดีตนักข่าวกีฬา “คมชัดลึก” แจ้งจับดำเนินคดี น.ส.วาสนา (หนอกกระโทก) ปณิชยพงศ์ เพื่อนสาววัย 48 ปีสมัยเรียน มศว ประสานมิตร หลังหลอกโกงเงินคนไปเป็นจำนวนมากมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ใช้วิถีสร้างภาพโปรไฟท์ให้ดูดีในโลกโซเชี่ยลจนเหยื่อติดเบ็ด แต่ยังหนีลอยนวลจับเข้าคุกไม่ได้ ยิ่งเพื่อนเก่าสมัยเรียนทุกคนหน้าหงิกโดนไปรวมกันกว่า 1 แสนบาท
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่สน.วังทองหลาง นายอภิชาติ ระวีวัฒน์ หรือ “ต้นสัก คมชัดลึก” อดีตผู้สื่อข่าวสายกีฬา นสพ.คมชัดลึก ในเครือบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำจัด (มหาชน) ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ รองผู้กำกับการฯ และ พ.ต.ต.จุฑาพงศ์ ชาญดิลกโชติ สารวัตรสอบสอน สน.วังทองหลาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ น.ส.วาสนา (หนอกกระโทก) ปณิชยพงศ์ หรือ “วาส ขายไข่” อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 131 หมู่ 3 ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ในฐานความผิดฉ้อโกงด้วยการหลอกยืมเงินและไม่ยอมคืนให้ตามสัญญาจำนวน 60,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีพรรคพวกเพื่อนฝูงอีกหลายคนสมัยเรียน มศว ประสานมิตร ทั้งข้าราชการครู ที่ระนอง และทหารเรือ ถูก น.ส.วาสนา เอ่ยปากยืมเงินไปเป็นจำนวนไม่น้อยรวมกันแล้วกว่า 100,00 บาท จึงต้องการมาแจ้งความดำเนินคดีทางกฏหมายให้ถึงที่สุดกับสาวใหญ่อันตรายรายนี้ เพื่อไม่ต้องการให้คนอื่นตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป หลังสืบทราบมาว่า น.ส.วาสนา มีพฤติกรรมลักษณะนี้มานานหลายปีสร้างความเดือดร้อนเกี่ยวกับเงินทองไปทั่ว จนถึงขนาดต้องทิ้งธุระกิจขายไข่ไก่จาก อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว หนีเร่ร่อนไปพร้อมกับสามีชื่อ “พล” ไปขายของตามตลาดนัดที่ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี เนื่องจากถูกเจ้าหนี้ทั้งในและนอกระบบจำนวนมากตามทวงเงินไม่เว้นแต่ละวัน
นายอภิชาติ เปิดเผยว่า ไม่คิดมาก่อนว่า จะถูกเพื่อนสมัยเรียนที่รู้จักกันมานานหลายสิบปีมาทำแบบนี้ ทั้งที่จริงเมื่อตอนเรียนจบมาใหม่ๆก็เคยถูก น.ส.วาสนา ยืมเงินหลักหมื่นไปแล้ว อ้างว่า ตัวเองมีปัญหาทางครอบครัวก็ได้ช่วยเหลือไป จากนั้นก็ระมัดระวังตัวเองมาตลอด แถมเคยบอกกับ น.ส.วาสนา ว่า หากจะคบกันเป็นเพื่อนอีกห้ามมีปัญหากันเรื่องเงิน กระทั่งล่าสุด น.ส.วาสนา ได้ติดต่อผ่านไปยังเพื่อนผู้ชายของตัวเองคนหนึ่งในวงการฟุตบอลไทยว่า ช่วยการันตีค้ำประกันให้หน่อยต้องการเงิน 30,000 บาท เพื่อเอาไปหมุนในธุรกิจส่วนตัว พร้อมรับปากว่า จะคืนให้ภายในเวลา 3 เดือน
ทั้งนี้เพื่อนคนดังกล่าวจึงติดต่อมาที่ตัวเองว่า พอช่วยเหลือได้หรือไม่ ซึ่งตัวเองมองว่า เป็นเพื่อนกันมานาน และมีเพื่อนการันตีให้แบบนี้คงไม่น่ามีปัญหาอะไร ก่อนจะโอนเงินดังกล่าวไปให้ จากนั้นแค่เดือนเดียว น.ส.วาสนา ก็ได้เอ่ยปากยืมเงินเพื่อนชายคนนี้อีกครั้งละ 2,000-3,000 บาทบ้าง อ้างว่า ธุรกิจขายไข่ไม่ค่อยดี เหตุญาติทางสามีไม่ยอมเอาไข่เกรดเอมาให้ จนทุนหายกำไรหด ส่งผลให้ตัวเองเกิดความสงสัยจึงโทรศัพท์ไปเค้นหาความจริง ก่อนทุกอย่างจะมาโป๊ะแตกรู้อีกทีคือ น.ส.วาสนา ได้แอบติดต่อยืมเงินภรรยาตัวเองไปก่อนหน้านี้แล้ว 30,000 บาท ด้วยการยื่นข้อเสนอให้มาทำธุรกิจขายไข่ไก่ร่วมกัน แล้วจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ แต่สุดท้ายก็บ่ายเบี่ยงเชิดเงินหนีไป ดังนั้นตัวเองจึงขอเป็นตัวแทนเพื่อนๆออกมาแจ้งความในครั้งนี้

อดีตนักข่าวกีฬาคมชัดลึก ได้กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ น.ส.วาสนา ได้สร้างภาพแสดงโปรไฟท์ตัวเองบนโลกโซเชี่ยลว่า เป็นคนมีฐานะค่อนข้างดีชอบช่วยเหลือสังคม โดยมีธุรกิจขายไข่ไก่ และที่ดินนับ 10 ไร่พร้อมสวนลำใยมากมาย มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ เพื่อให้ทุกคนหลงเชื่อและยอมรับ ก่อนจะหลอกยืมเงินกับคนที่สนิมสนมและบุคคลรอบข้างไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่ที่นับถือคนหนึ่งเป็นถึงเจ้าของฟาร์มขายไข่ไก่ชื่อดังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ก็ถูกเล่ห์เหลี่ยมคำโกหกของ น.ส.วาสนา กับ สามี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆโกงเงินไปเป็นล้าน ขณะเดียวกันญาติพี่น้องทางฝ่าย น.ส.วาสนา ก็ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ความเป็นพี่เป็นน้องเพราะพฤติกรรมเช่นนี้
ส่วนตัวต้องการให้ น.ส.วาสนา เข้ามามอบตัวกับทางตำรวจเพื่อเคลียร์คดีทั้งหมดที่เกิดขึ้น และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก เนื่องจากมีเพื่อนฝูงหลายคนถูกกระทำแบบนี้แต่ไม่กล้าแจ้งความเพราะอาย จึงทำให้ผู้หญิงอันตรายคนนี้ได้ใจทำผิดซ้ำซาก แถมยังลอยนวลอยู่ในสังคมได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นหากผู้ใดเคยถูกผู้หญิงคนนี้โกงเงินขอให้เข้าไปแจ้งความเอาผิดกันเยอะๆจะได้ตามตัวมาลงโทษทางกฏหมาย หรือ ถ้าผู้ใดพบเห็นผู้หญิงคนดังกล่าวนี้ สามารถแจ้งมาได้ที่เบอร์โทร 081-695-1525 จะมีสินน้ำใจให้ เพื่อนำไปสู่การจับกุมต่อไป
Cr : วิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // “จาย อังค์สุธาสาวิทย์” ขอกำลังใจจากแฟนจักรยานชาวไทย ก่อนลงชิงชัยในศึกจักรยานประเภทลู่ “ยูซีไอ แทร็ค เนชั่นส์ คัพ 2021” สนามที่ 1 ที่ฮ่องกง พร้อมประกาศคว้า 3 อันดับแรกมาครองให้ได้ ด้าน “เสธ.หมึก” ออกมาตรการเข้มให้นักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ที่เตรียมล่าแต้มสะสมไป “โอลิมปิกเกมส์” กักตัวอยู่เฉพาะในโรงแรมและสนามฝึกซ้อมเท่านั้น ขณะที่กิจกรรม “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” ครั้งที่ 3 กำหนดจัดวันเสาร์ที่ 15 พ.ค.นี้
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่ “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ นักปั่นไทยเจ้าของเหรียญทองคีริน กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 เข้าร่วมการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ “ยูซีไอ แทร็ค เนชั่นส์ คัพ 2021” สนามที่ 1 ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม ล่าสุด จาย เดินทางถึงฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา

พลเอกเดชา กล่าวว่า จายลงแข่งขันใน ยูซีไอ แทร็ค เนชั่นส์ คัพ 2021 รายการแรกคือ คีริน รอบคัดเลือก ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันในช่วงค่ำ จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม แข่งขันรายการสปรินต์บุคคล รอบคัดเลือกในช่วงเช้า หากผ่านเข้ารอบจะแข่งขัน จนถึงรอบชิงชนะเลิศในช่วงค่ำ ซึ่งจาย ตั้งความหวังเอาไว้ว่าในรายการคีริน ต้องติด 1 ใน 3 อันดับแรก ขณะที่รายการสปรินต์ จาย หวังทำเวลาให้ต่ำกว่า 10 วินาที ซึ่งจะเป็นการทำสถิติประเทศไทยขึ้นมาใหม่อีกด้วย
จาย อังค์สุธาสาวิทย์ กล่าวผ่านวีดีโอคอลมาถึงแฟนจักรยานชาวไทยว่า “สวัสดีครับทุกคน ผมเพิ่งเดินทางมาถึงฮ่องกง สำหรับการแข่งขัน ยูซีไอ แทร็ค เนชั่นส์ คัพ 2021 สนามแรก ผมฝึกซ้อมมาอย่างหนัก หวังว่าจะทำให้คนไทยภูมิใจ มันเป็นการแข่งขันที่รวดเร็วมาก คิดว่าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด และจะคว้าชัยชนะ ขึ้นไปยืนบนแท่นรับรางวัลได้อย่างที่ตั้งความหวังเอาไว้ ขอขอบคุณกำลังใจจากพี่น้องชาวไทย หวังว่าทุกท่านจะให้การสนับสนุนในทุก ๆ จะแจ้งกำหนดการแข่งขันให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์ในช่วงโรคไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดในขณะนี้ ผมจะรักษาตัวเองให้ปลอดภัยที่สุด ขอบคุณครับ”

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า ในส่วนของนักกีฬาจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์หญิง 2 คน คือ “น้องฟ้า” น.ส.ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร และ “น้องมิ้ง” น.ส.วรัญญา แซ่แต้ ไปแข่งขันเก็บคะแนนสะสมเพื่อให้ได้สิทธิ์ไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น รายการ “ยูซีไอ บีเอ็มเอ็กซ์ เวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอส” สนามที่ 3-4 ระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม ที่กรุงโบโกตา โคลอมเบีย ล่าสุด นักกีฬาทั้ง 2 คน รวมทั้ง “โค้ชบอส” นายอัถร ไชยมาโย ผู้จัดการทีมและผู้ฝึกสอน และ นายจีระพล ปัทมินทร์ ช่างประจำทีม เข้ารับการฉีควัคซีนเพื่อป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 เข็มที่สอง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมที่จะออกเดินทางไปโคลอมเบียวันที่ 21 พฤษภาคมนี้
นายกสองล้อไทย กล่าวอีกว่า ตอนนี้สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ออกมาตรการเข้ม ห้ามไม่ให้นักกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ออกไปนอกโรงแรมที่พัก นอกจากเดินทางไปฝึกซ้อมที่สนามเสมอกัน เซอร์กิต เมื่อซ้อมเสร็จก็ให้กลับโรงแรมที่พักทันที นอกจากนี้ก็ห้ามไม่ให้พ่อ-แม่ผู้ปกครอง หรือบุคคลภายนอกเข้าไปในสนามซ้อมอย่างเด็ดขาด รวมทั้งห้ามไปพบในโรงแรมที่พักด้วย ให้ติดต่อสื่อสารกันทางออนไลน์เท่านั้น นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คนจะต้องกักตัวจนกระทั่งถึงวันเดินทาง ต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 06.00 น. และ 18.00 น. รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการของ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ พลเอกเดชา เปิกเผยอีกว่า สำหรับกิจกรรมขี่จักรยานออนไลน์ “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” เฟส 3 จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกายในบ้าน ช่วงที่โรคไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด โดยจัดมาแล้ว 2 ครั้ง มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในรายการปั่นสู่ฝันคนวัยมันส์
สำหรับกิจกรรมครั้งที่ 3 จัดขึ้นวันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม โดย “โค้ชตั้ม” พันจ่าอากาศเอก วิสุทธิ์ กสิยะพัท หัวหน้าผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทถนนทีมชาติไทย จะเป็นผู้เลือกเส้นในการปั่น ส่วนการปรับวันเวลาการปั่นจากเดิมวันอาทิตย์ มาเป็นวันเสาร์ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของแฟน ๆ ทางบ้าน
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” เฟส 3 ครั้งที่ 2 ติดตามได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th และที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thaicycling Association หรือมีข้อสงสัยประการใดส่งคำถามมาที่ Inbox หรือ “กล่องข้อความ” ในเฟซบุ๊ก
Cr : วิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // “วิ่งธงชาติไทย” เข้าสู่1000 กม.สุดท้าย! “บาส-แต้ว” ฮีโร่เมืองหมอแคน ร่วมส่งกำลังใจ ร่วมเชียร์นักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิก ไปโตเกียวโอลิมปิก” วิ่งจากตัวเมืองขอนแก่น ถึง อ.พล ทีม Road to Totyo และ มาร์แชล ช่วยปิดจ็อบวิ่งจบที่ 3,619 กม. ทำให้เหลือระยะทางอีกเพียง 987 กม. จะพิชิตภารกิจ 4,606 กม.
ความเคลื่อนไหวกิจกรรมประวัติศาสตร์ “FLAG OF NATION วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กม. เทียบเท่าระยะทางกรุงเทพฯ ไปยังกรุงโตเกียว และจัดขึ้นเพื่อรวบรวมกำลังใจจากพี่น้อง
คนไทยส่งต่อถึงนักกีฬาทีมชาติไทย ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา วิ่งต่อเนื่องเป็นวันที่ 47 โดยยังเป็นการวิ่งอยู่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ระยะทางรวม 75.4 กม.

สำหรับการวิ่งในวันที่ 47 ฝ่ายจัดการแข่งขันยังคงยึดมาตรการเข้ม ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น คงใช้ทีมมาร์แชล และทีมนักวิ่ง Road to Tokyo เป็นทีมหลักการวิ่งทำหน้าที่รับส่งธงชาติไทยผืนประวัติศาสตร์แทนพี่น้องนักวิ่งจากจ.ขอนแก่น
ในช่วงออกสตาร์ทที่สนามกีฬาจังหวัดขอนแก่น ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เชิญธงชาติไทย ส่งต่อให้กับตัวแทนผู้สนับสนุนกิจกรรมออกวิ่งในช่วงแรก ก่อนส่งต่อให้กับทีมมาร์แชล และทีมนักวิ่ง Road to Tokyo สับ
เปลี่ยนกันออกมาวิ่ง ก่อนจะนำธงชาติไทยมาถึงยังที่หมาย ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.เมืองพล (ห้างหุ้นส่วนจำกัด กอชั่งหยู ปิโตเลียม) อ.พล จ.ขอนแก่น พร้อมขยับระยะทางวิ่งรวม 3,619 กม. เหลือระยะทางวิ่งอีกเพียง 987 กม.เท่านั้น จะพิชิตภารกิจ 4,606 กม.ในกิจกรรมประวัติศาสตร์ครั้งนี้
ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เผยว่า ขอบคุณทีมงานจัดกิจกรรมที่ให้จังหวัดและพี่น้องชาวขอนแก่นได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ตนและชาวขอนแก่นขอส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคนในกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกครั้งนี้เป็นพิเศษ หลังเจ้าภาพญี่ปุ่น ไม่เปิดให้กองเชียร์จากชาติเข้าไปเชียร์ที่ข้างสนาม จึงถือโอกาสร่วมส่งกำลังใจและขอให้ประสบชัยชนะและความสำเร็จกลับมา

“สุทธนิสา แสนศิลา” Rider specialist บริษัท ฟู้ดแพนด้า ไทยแลนด์ จํากัด เผยว่า ฟู้ด แพนด้า ขอให้กำลังใจและขอให้นักกีฬาทุกคนที่เป็นตัวแทนไปแข่งขัน ประสบความสำเร็จ และขอยืนยันว่า ฟู้ด แพนด้า จะให้การสนับสนุนทุกกิจกรรมที่เป็นระโยชน์ต่อสังคมแบบนี้ ทั้งเพื่อสุขภาพและกีฬา
ทั้งนี้ระหว่างการวิ่งในช่วงสายและบ่ายของวัน 2 นักกีฬาฮีโร่โอลิมปิกชาวเมืองขอนแก่น ทั้ง “แต้ว” ร้อยโทหญิง พิมศิริ ศิริแก้ว จอมพลังเหรียญเงินโอลิมปิก ปี 2012 และ 2016 รวมถึง “บาส” เรือเอก สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกเหรียญทองโอลิมปิก ปี 1996 ยังโฟนอินเข้ามาร่วมพูดคุยกับผู้บรรยาย พร้อมบอกเล่าถึงประสบการณ์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของตัวเองทางเฟซบุ๊ก Road to Tokyo 2020 ด้วย
“แต้ว” พิมศิริ เปิดใจถึงโอลิมปิกเกมส์ว่า ครั้งแรกเมื่อปี 2012 ยังเด็ก ทำให้รู้สึกว่ากดดันมาก แต่ผ่านได้ด้วยดี เพราะ
ฝึกหนัก ส่วนครั้งสอง ปี 2016 ก็กดดันไม่ต่างกัน เพราะถูกตั้งความหวัง แต่ก็ทำสำเร็จได้ ขอแนะนำน้องๆนักกีฬาว่า ขอให้มั่นใจในเป้าหมาย ขอให้เชื่อมั่นตัวเองว่าต้องทำได้ เราก็ก็จะทำได้“โตเกียวเกมส์ครั้งนี้ แต้ว อยากส่งกำลังใจให้น้องๆ นักกีฬาไทยทุกคน ทุกประเภทกีฬาเลย ขอให้สู้ๆ ก็เชื่อมั่นว่าพลังใจจากการวิ่งธงชาติไทยโดยประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ จะเป็นแรงผลักดันอย่างดีให้กับนักกีฬาไทย คว้าเหรียญรางวัล และความสำเร็จกลับมาฝากคนไทย”

ส่วน “สมรักษ์ คำสิงห์” เผยว่า ยังดีใจมากๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้คนไทยได้ดีใจและภูมิใจไปพร้อมกัน โอลิมปิกปี 1996 ทุ่มสุดชีวิต เพราะหวังแก้ตัวจากครั้งแรกเมื่อปี 1992 ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ และได้ร้องเพลงชาติไทยที่เพราะที่สุดในโลก สำหรับ
น้องๆ ที่ไปแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว อยากบอกว่า ขอให้มั่นใจในตัวเอง อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนไปอย่างมีความหวังมาก หวังน้อย ขอให้มีตั้งความหวังกันทุกคน
สำหรับกิจกรรมการวิ่งธงชาติไทยวันศุกร์ ที่ 14 พ.ค.64 วิ่งต่อเนื่องเป็นวันที่ 48 จะวิ่งจาก ปั๊มน้ำมัน ปตท.เมืองพล (ห้างหุ้นส่วนจำกัด กอชั่งหยูปิโตเลียม) ไปยัง ปั๊มน้ำมัน ปตท.ดอนหวาย ต.โตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ระยะทางรวม 86.9
กม. ผู้ที่สนใจชมการไลฟ์สดได้ที่เฟซบุ๊ก Road to Tokyo 2020 ตลอดทั้งวัน
Cr : วิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // สมาคมกีฬายิมนาสติกวางกฎเหล็กกับนักกีฬาทีมชาติ ห้ามออกนอกแคมป์ จัดพ่นยาค่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง และต้องวัดไข้ทุกวัน ขณะที่นักกีฬาแอโรบิก เตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 สัปดาห์หน้า ก่อนไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่อาเซอร์ไบจาน พร้อมทั้งยืนยัน ซีเกมส์ เห็นผลเลิศอย่างแน่นอน
ความเคลื่อนไหวของนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ทั้งยิมนาสติกศิลป์ , ยิมนาสติกลีลา และ ยิมนาสติกแอโรบิก เก็บตัวรวมกันที่ ศูนย์ฝึกยิมนาสติกแห่งชาติ (สโมสรจินตนา) ซอยเพชรเกษม 81 ตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของผู้ฝึกสอนชาวรัสเซีย , ชาวยูเครน และ ชาวเม็กซิกัน ทำให้นักกีฬาทุกคนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 รอบที่ 3 อันตรายอย่างมาก สมาคมฯ จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยให้กับ นักกีฬาพร้อมทั้งสต๊าฟฟ์โค้ชอย่างเข้มงวด ด้วยการออกระเบียบที่ชัดเจน ด้วยการให้นักกีฬาแต่ละชนิด แยกกันเก็บตัวในบ้านพักคนละหลัง แยกซ้อม, แยกรับประทานอาหาร และ แยกพักผ่อน โดยจัดเป็นสัดส่วน นอกจากนี้จัดตั้งโซนตรวจความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการติดกล้องวงจรปิดทั้งในสนามฝึกซ้อม และ บริเวณที่พัก มีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อสัปดาห์ละ 3 วัน รวมถึงจัดให้มีการวัดไข้นักกีฬา และ ผู้ฝึกสอนทุกคน ทุกวัน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้มากที่สุด

ขณะที่ ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมฯ ในฐานะผู้จัดการทีมชาติไทย กล่าวว่า ขณะนี้นักกีฬาทีมชาติทุกคน อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะนักกีฬายิมนาสติกแอโรบิก มีโปรแกรมเตรียมเข้าร่วมแข่งขัน ยิมนาสติก แอโรบิก เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ (ชิงแชมป์โลก) ระหว่างวันที่ 24-27 พ.ค. 2564 ที่เมืองบากู อาเซอร์ไบจาน ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เข็มแรกเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา และต้องทำการฉีดเข็มที่ 2 อีกครั้ง วันที่ 18 พฤษภาคม สัปดาห์หน้า ที่สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข ตามระเบียบของการกีฬาแห่งประเทศไทย
สำหรับนักกีฬายิมนาสติกแอโรบิก จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายพีรพงษ์ พจนโกสีย์, นายชนกพล เจียมสุขใจ , น.ส.ชวิศา อินทกุล , น.ส.ไอรดา ปานท้าว , น.ส.สุภัสสร วัชราภรณ์ โดยมี มร.โจเซ่ โรมาน กอนซาเลซ อัลเบอร์โต้ ผู้ฝึกสอนชาวเม็กซิกัน และ นายณัฐวุฒิ พิมพา (ผู้จัดการทีม)

ดร.กุสุมาลย์ ยืนยันอีกด้วยว่า นักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั้ง 7 คน จะเดินทางไปอาเซอร์ไบจาน วันที่ 24 พฤษภาคม หากไม่มีผลกระทบต่อการติดเชื้อโควิด ก็ไม่ต้องทำการกักตัว แข่งขันได้เลย เป้าหมายการชิงแชมป์โลก เข้ารอบสุดท้ายถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนเป้าหมายใหญ่เพื่อสร้างความมั่นใจในการคว้าเหรียญทอง ของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ปลายปีนี้ ที่เวียดนาม
Cr : วิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ขอแจ้งผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในนักกีฬาฟุตบอลชายทีมชาติไทย ที่เข้าเก็บตัวฝึกซ้อมกลุ่มที่ 1 ซึ่งได้ทำการตรวจเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ผลการตรวจเชื้อ พบว่าทุกคนมีผลออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อ โดยทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำการออกใบรับรองผลตรวจอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ก่อนจะรับวัคซีนเข็มที่ 2 วันที่ 18 พฤษภาคมนี้
ขณะที่ นักกีฬาฟุตบอลชายทีมชาติไทย กลุ่ม 2 ที่เข้าเก็บตัวฝึกซ้อม ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เทรนนิ่งแคมป์ จังหวัดสมุทรปราการ จะเข้ารับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคมนี้ และเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในช่วงเช้าของวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งหากผลเป็นลบ จะสามารถเริ่มฝึกซ้อมตามโปรแกรมที่วางไว้

จากนั้น นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 พร้อมกันอีกครั้ง ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ทั้งนี้กำหนดการเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เบื้องต้นเป็นวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ทั้งนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะดำเนินงานอย่างระมัดระวัง และอยู่ภายใต้การดูแลและคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยสามารถเตรียมพร้อม และมีความพร้อมมากที่สุดก่อนเข้าสู่การแข่งขัน ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
Cr : วิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเลขาธิการ คปภ. อนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ขานรับมติ ครม. ที่เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 311.41 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสู้ภัยธรรมชาติ
โดย ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบดำเนินโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฤดูการผลิต 2564 วงเงิน 311.41 ล้านบาท โดยมีพื้นที่เป้าหมายรับประกันภัยรวม 2.92 ล้านไร่ และกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกพื้นที่ โดยมติครม.ดังกล่าวได้มอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามรูปแบบ และหลักเกณฑ์การรับประกันภัยของโครงการฯ ปีการผลิต 2564
รวมทั้งอนุมัติกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันภัยให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถเริ่มรับประกันภัยในปีการผลิต 2564 ได้ทันที รวมถึงดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนประชาสัมพันธ์โครงการฯ ในภาพรวมและเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น
สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้เตรียมความพร้อมและเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว โดยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ตนในฐานะนายทะเบียนได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 21/2564 เรื่อง กำหนดแบบและข้อความกรมธรรม์ของประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มเกษตรกรและอัตราเบี้ยประกันภัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 แบบกรมธรรม์ ดังนี้
1. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
2. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)
3. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ส่วนเพิ่ม
โครงการฯ ปีการผลิต 2564 ได้กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 (Tier 1) อัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของ ธ.ก.ส. มีอัตราเบี้ยประกันภัย 160 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และจาก ธ.ก.ส. อีก 64 บาท/ไร่ และอัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าเกษตรกรทั่วไป มีอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับเขตพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ 150 บาท/ไร่ ความเสี่ยงปานกลาง 350 บาท/ไร่ และความเสี่ยงสูง 550 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และส่วนที่ 2 (Tier 2) อัตราเบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเอาประกันภัยเพิ่มเติมจาก Tier 1 โดยแบ่งอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเป็น 3 อัตรา ตามระดับความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่ คือ 90 บาท/ไร่ 100 บาท/ไร่ และ 110 บาท/ไร่ ตามลำดับ
ในส่วนของวงเงินความคุ้มครองคงเดิม คือ วงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 1 อยู่ที่ 1,500 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย ได้แก่ 1) ภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก 2) ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง 3) ภัยลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4) ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง 5) ภัยลูกเห็บ 6) ภัยไฟไหม้ 7) ภัยช้างป่า สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่ 750 บาท/ไร่ และวงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 2 อยู่ที่ 240 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย และสำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่ 120 บาท/ไร่ โดยกำหนดวันเริ่มจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบโครงการฯ จนถึงไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงไม่เกินวันที่ 15 มกราคม 2565 ซึ่งเกษตรกรสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา
ทั้งนี้ มีบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ ปีการผลิต 2564 จำนวน 16 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย บมจ.ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) บมจ.ทิพยประกันภัย บมจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย บมจ.ไทยศรีประกันภัย บมจ.นวกิจประกันภัย บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ บมจ.ฟอลคอนประกันภัย บมจ.มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันส์ บมจ.เมืองไทยประกันภัย บมจ.วิริยะประกันภัย บมจ.สินมั่นคงประกันภัย บมจ.อาคเนย์ประกันภัย บมจ. แอกซ่าประกันภัย และ บมจ.แอลเอ็มจีประกันภัย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามโครงการฯ ปีการผลิต 2564 สำนักงาน คปภ. จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการฯ ไปก่อนหน้านี้ โดยจัดทำโครงการ “อบรมความรู้ประกันภัย Training for the Trainers” ซึ่งทุก ๆ ปีจะเป็นการลงพื้นที่ตามภาคต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ด้านประกันภัยกับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่วนงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องจากปีนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีความรุนแรง ส่งผลให้ในหลายจังหวัดของประเทศไทยกำหนดมาตรการเข้มงวดในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำนักงาน คปภ. จึงได้ปรับวิธีการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยจัดทำความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เช่น การจัดทำสื่อวีดิทัศน์ในรูปแบบกราฟฟิกเคลื่อนไหว (motion graphic) การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร (influencer) ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ การจัดทำสื่อความรู้ในรูปแบบคลิปเสียง การจัดทำข้อมูลความรู้เพื่อเผยแพร่ผ่าน Application “กูรูประกันข้าว” โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน QR code รวมถึงการผลิตสื่อความรู้ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ พร้อมทั้งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ สื่อความรู้ต่าง ๆ ผ่านช่องทางที่เข้าถึงเกษตรกรให้มากที่สุด
“สำนักงาน คปภ. ขอเชิญชวนเกษตรกรทุกท่านทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดผลกระทบความเสียหายจากภัยต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากศัตรูพืช หรือภัยจากโรคระบาดต่าง ๆ ซึ่งในปีนี้การจัดทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีทั้งแบบกรมธรรม์ที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเบี้ยประกันภัยและแบบที่เกษตรกรสามารถซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครองเอง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย :Cr;มณสิการ รามจันทร์
http://www.natethip.com/news.php?id=3965
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)