วันจันทร์, มีนาคม 16, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรกประชาสัมพันธ์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “สรสินธุ ไตรจักรภพ” วางชื่อเสียงนักธุรกิจ 60 ปี เดิมพันพิสูจน์ การเมือง “ไม่จำเป็นต้องโกง“

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “สรสินธุ ไตรจักรภพ” วางชื่อเสียงนักธุรกิจ 60 ปี เดิมพันพิสูจน์ การเมือง “ไม่จำเป็นต้องโกง“

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “สรสินธุ ไตรจักรภพ” วางชื่อเสียงนักธุรกิจ 60 ปี เดิมพันพิสูจน์ การเมือง “ไม่จำเป็นต้องโกง”

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ สรสินธุ ไตรจักรภพ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน วางทั้งชื่อเสียงและประสบการณ์ชีวิตในฐานะนักธุรกิจที่ทำงานมากว่า 60 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าการเมืองไทยยังมีพื้นที่สำหรับคนที่ “ไม่จำเป็นต้องโกง”

สรสินธุระบุว่า แม้ตนเองจะเติบโตจากภาคธุรกิจและมีความมั่นคงในชีวิตแล้ว แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชนทุกคน และส่งผลต่อทิศทางประเทศโดยตรง การตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองครั้งนี้จึงไม่ใช่เพื่อแสวงหาอำนาจหรือผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นความตั้งใจที่จะนำประสบการณ์จากภาคธุรกิจมาช่วยขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

เขาย้ำว่า ตนเคยผ่านประสบการณ์ทางการเมืองและเห็นปัญหาภายในพรรคการเมืองหลายแห่ง โดยเฉพาะเรื่องการไม่รักษาคำพูดและขาดสัจจะ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถร่วมงานกับพรรคการเมืองเดิมได้ และเลือกตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคทางเลือกใหม่ ภายใต้การนำของ ราเชน ตระกูลเวียง ที่เขามองว่าเป็นนักการเมืองซึ่งมีความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อประเทศ มากกว่าการเมืองเชิงผลประโยชน์

“การเมืองอาจน้ำเน่าได้ แต่ถ้าคนที่เข้าไปเป็นน้ำดี และไม่จำเป็นต้องเอาเงินจากการเมือง ก็ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้” สรสินธุกล่าว

ในมุมมองต่อระบบการเมืองไทย เขามองว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันยังเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กสามารถเข้าสู่สภาได้ หากมีคนที่พร้อมทำงานจริง พร้อมยอมรับว่า ระบบพรรคการเมืองทำให้คนที่ตั้งใจทำงานต้องรอคิวเป็นเวลานาน แต่ตนเลือกจะรอและสู้ในเส้นทางที่เชื่อมั่น

สรสินธุยังฝากถึงผู้ที่อยากเข้าสู่การเมือง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ว่า การเมืองต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และควรมีความพร้อมทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่งก่อน เพื่อไม่ให้การเมืองกลายเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ในด้านเศรษฐกิจ เขามองว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพสูง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและภาคเกษตรกรรม ซึ่งสามารถต่อยอดและแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ หากมีการบริหารจัดการที่จริงจังและโปร่งใส

สรสินธุทิ้งท้ายว่า ตนเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ปัจจุบันมีธุรกิจที่ดูแลพนักงานในเครือกว่า 2,000 คน และสามารถพาธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 มาได้ จึงเชื่อว่าประเทศไทยยังมีโอกาส หากได้คนที่มีความตั้งใจจริงและไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเมืองเพื่อความอยู่รอด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวใหม่