วันจันทร์, ธันวาคม 1, 2025

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก

“อัครา” ชู “พม.ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต หนุน จ.แพร่ นำร่องพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการ “พม.ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต พร้อมรับฟังรายงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยในพื้นที่ และมอบความช่วยเหลือด้านสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. ให้กับกลุ่มเปราะบางและประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม ได้แก่ เงินสงเคราะห์กลุ่มเปราะบาง , เงินอุดหนุนปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุและคนพิการ , เงินอุดหนุนตามโครงการบ้านพอเพียง , เงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสวนเขื่อน และ “ถุงฮีล(Heal)ใจ พม.ใกล้คุณ” เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

นอกจากนี้ เยี่ยมชมกิจกรรมพื้นที่สร้างสุขสำหรับคนทุกช่วงวัย (ลานเล่นสำหรับเด็ก) , กิจกรรมจากกลุ่มพลังโจ๋ พลังสร้างสรรค์แบ่งปันความสุข , บูธนิทรรศการแสดงกิจกรรม ผลงานของหน่วยงานทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดแพร่และภาคีเครือข่ายท้องถิ่น และบูธแสดงผลิตภัณฑ์ชุมชนพื้นถิ่น โดยมีนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , คณะผู้บริหารท้องถิ่น , ผู้แทนหน่วยงานทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดแพร่ และภาคีเครือข่ายท้องถิ่น เข้าร่วมงาน ณ หอประชุมเทศบาลตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

นายอัครา กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดแพร่ครั้งนี้ กระทรวง พม. ได้นำนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต มาให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแพร่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส นำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ เรายังได้มามอบสิทธิสวัสดิการสังคมต่างๆ ให้กับพี่น้องกลุ่มเปราะบางในพื้นที่

                     

นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขับเคลื่อนนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” นั้น กระทรวง พม. จะปรับบทบาทในการทำงานคือ เราต้องเข้าไปรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อเราจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติต่างๆ ได้ อีกทั้งจะต้องลดรายจ่ายในครัวเรือน เพิ่มการสร้างรายได้ให้กับคนทุกช่วงวัย อาทิ การสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนมีรายได้ระหว่างเรียน โดยการใช้สื่อโซเชียลในการเปิดร้านค้าขายของออนไลน์ และการส่งเสริมอาชีพในครอบครัวและชุมชนเพื่อไม่ให้ไปทำงานต่างถิ่นที่ห่างไกล อาทิ การส่งเสริมการเลี้ยงหม่อนไหมในพื้นที่บริเวณบ้าน โดยใช้เวลาในการเลี้ยงและเก็บขายภายใน 30 วัน ทำให้ทุกสิ้นเดือน ผู้สูงอายุในครอบครัวจะมีรายได้ และนำเงินมาเลี้ยงดูลูกหลาน ส่งผลให้สมาชิกครอบครัวมีความใกล้ชิดกัน ลดช่องว่างระหว่างวัย และลดปัญหาภายในครอบครัวอีกด้วย ซึ่งอนาคตเราจะทำเป็นวิสาหกิจชุมชน และ กลุ่มอาชีพของพ่อบ้านแม่บ้านด้วย ทั้งนี้ เราจะทำให้จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดนำร่องในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย ด้วยมิติใหม่ของการทำงาน ภายใต้นโยบาย “พม.ใกล้คุณ”#พมใกล้คุณ:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

                             

“อัครา” นำทีม พม. – กษ. – ศธ. – กก. ติดตามบูรณาการกับท้องถิ่น ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย จ.แพร่ พร้อม “ถุงฮีล(Heal)ใจ พม.ใกล้คุณ”

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อตรวจติดตามการบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย จากนั้นมอบถุงยังชีพ “ถุงฮีล(Heal)ใจ พม.ใกล้คุณ” เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กลุ่มเปราะบางจำนวน 400 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งมอบงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดแพร่ ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 6 โครงการ เป็นเงิน 4,799,674 บาท โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) คณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) , กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โดมสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

นายอัครา กล่าวว่า วันนี้ ตนพร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และกระทรวง กษ. , ศธ. และ กก. ได้มาร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อตรวจติดตามการบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัย หลังจากวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย ระหว่าง 4 กระทรวง กับ 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย , สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนมาตรการและแนวทางการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยทุกช่วงวัยในท้องถิ่นทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ทั้งด้านคุณภาพชีวิต ด้านคนเปราะบาง ด้านการศึกษา และด้านอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น การลดรายจ่ายครัวเรือนเปราะบาง , การช่วยเหลือดูแลครัวเรือนเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม , การส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร , การส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาที่เหมาะสมให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงคนทุกช่วงวัย และการนำสินค้า บริการจากคนทุกช่วงวัยมาใช้ยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างอาชีพ และรายได้

นายอัครา กล่าวว่า สำหรับกระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต ที่มุ่งยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของปัญหาทางสังคม และต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิดและทันสถานการณ์ โดยกระทรวง พม. ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและทำงานแบบมุ่งเป้า เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคม อาทิ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด , เบี้ยความพิการ , เบี้ยผู้สูงอายุ , เงินสงเคราะห์สำหรับกลุ่มเปราะบาง , งบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส , โครงการบ้านมั่นคง , โครงการบ้านพอเพียง , โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย, เงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ , กายอุปกรณ์สำหรับคนพิการ และการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการลดรายจ่ายที่จำเป็นของครัวเรือน สร้างรายได้ใกล้บ้าน และจัดการภาระหนี้อย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนาคนทำงานเพื่อสังคม โดยประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน องค์กรประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ #พมใกล้คุณ:Cr;มณสิการ รามจันทร์

                                                       

กลุ่มพี่ชัย DNA เดียวกัน ร่วมใจทำกิจกรรมเพื่อสังคม มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การแพทย์ที่จ.สตูล

0
Oplus_131072

พิมพ์ไทยออนไลน์//กลุ่มพี่ชัย DNA เดียวกัน นำโดย คุณสินชัย เอื้ออัครวงศ์ ดารานักแสดงพร้อมด้วยเหล่าดารา และแฟนคลับ (FC) ได้ร่วมใจทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ครบระยะเวลา 1 ปี ด้วยการจัดโครงการช่วยเหลือสังคมทั้งสิ้น 3 โครงการ

โครงการแรก เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2568 จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงคนตาบอดบ้านสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

โครงการที่สอง วันที่ 25 มีนาคม 2568 ดำเนินกิจกรรมสร้างห้องน้ำให้กับนักเรียนและคณะครู-อาจารย์ ณ โรงเรียนบ้านหนองบัวลี จังหวัดบุรีรัมย์

โครงการที่สาม วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 จัดขึ้นที่จังหวัดสตูล ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมแรก มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนมุสลิม ณ โรงเรียนอนุบาลท่าแพพัฒนา อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล โดยมี นายน็อต บูเก็ม ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลท่าแพพัฒนา และ นายฮาบีบุญ เลาะเตาวะโต ศิษย์สถาบันผู้นำศาสนาอิสลามสำนักจุฬาราชมนตรี รุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ คุณฮากีม ดลภาวิจิต และเป็นศิษย์รุ่นพี่ คุณสินชัย เอื้ออัครวงศ์ รุ่นที่ 8 รับมอบทุนในครั้งนี้

กิจกรรมที่สอง มอบเครื่องช่วยหายใจอัตโนมัติขนาดเล็กประจำรถส่งต่อ ณ โรงพยาบาลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยมี นายแพทย์ปวิตร วณิชชานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรเป็นผู้รับมอบ

กลุ่มพี่ชัย DNA เดียวกันยังประกอบด้วยทีมดาราและผู้กำกับชื่อดัง อาทิ คุณต้อมารุต สาโรวาท และ คุณฮากีม ดลภาวิจิต พร้อมด้วยแฟนคลับจำนวนมาก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมครั้งนี้ผ่านการ Live สดเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นแบบอย่างในการรวมพลังช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม

ในโอกาสนี้ ผู้จัดกิจกรรมขอขอบคุณ วิทยาลัยการอาชีพละงู โดย ผู้อำนวยการสะเทือน สรรพจักร ที่ให้ความอนุเคราะห์ในการประสานงานและสนับสนุนทีมงานสื่อมาร่วมงาน
:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

เปิดลิสต์งานมาแรง สมัครงานตำแหน่งฮิตที่หลายบริษัทต้องการในเดือนพฤศจิกายน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน หลายคนเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในการ สมัครงาน ก่อนถึงช่วงปีใหม่ ซึ่งถือเป็นจังหวะทองที่หลายบริษัทเร่งเปิดรับพนักงานเพื่อเติมตำแหน่งสำคัญให้พร้อมสำหรับไตรมาสแรกของปีถัดไป ช่วงเวลานี้จึงกลายเป็นหนึ่งในเดือนที่ “การแข่งขันไม่สูงเท่าต้นปี แต่มีตำแหน่งเปิดรับจำนวนมาก” โดยเฉพาะงานในสายเทคโนโลยี ธุรกิจดิจิทัล การตลาด และงานบริการที่เติบโตต่อเนื่องตามเศรษฐกิจยุคใหม่สำหรับผู้ที่กำลังมองหาตำแหน่งงานที่ตรงกับความถนัด หรือต้องการก้าวกระโดดในสายอาชีพ การรู้ว่า ตำแหน่งไหนกำลังมาแรง จะช่วยให้คุณสมัครงานได้อย่างมีเป้าหมายมากขึ้น พร้อมเตรียมสกิลและเรซูเม่ให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง บทความนี้จึงรวบรวมลิสต์ งานมาแรงประจำเดือนพฤศจิกายน ที่หลายบริษัทต้องการที่สุด เพื่อให้คุณใช้เป็นไกด์ไลน์วางแผนเส้นทางอาชีพและเริ่ม “สมัครงาน” ได้อย่างมั่นใจในช่วงปลายปีนี้

Data Analyst / Data Scientist
งานด้านข้อมูลยังคงเป็นหนึ่งในตำแหน่ง “มาแรงอันดับต้น ๆ” 🔥 ที่หลายบริษัทเปิดรับในเดือนพฤศจิกายน เพราะทุกองค์กรต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ยอดขาย การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ส่งผลให้ตำแหน่ง Data Analyst และ Data Scientist กลายเป็นงานฮิตที่ผู้สมัครจำนวนมากให้ความสนใจ และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการ สมัครงาน ในสายดิจิทัลยุคใหม่
ทำไมตำแหน่งนี้ถึงฮิต?
• องค์กรปรับตัวสู่ Data-Driven และต้องการข้อมูลมาช่วยตัดสินใจ
• ความต้องการบุคลากรสูง แต่ผู้มีทักษะยังมีจำนวนจำกัด
• เป็นงานที่อยู่ในทุกอุตสาหกรรม ทั้งธนาคาร เทคโนโลยี โรงพยาบาล ค้าปลีก โลจิสติกส์ และสตาร์ทอัพ
ทักษะสำคัญที่ต้องมีเพื่อสมัครงานตำแหน่งนี้
• Power BI / Tableau – สร้าง Dashboard และสรุปข้อมูลให้เข้าใจง่าย
• SQL – ใช้ดึงข้อมูลและจัดการฐานข้อมูล
• Python – วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและทำ Machine Learning
• Data Visualization – ถ่ายทอดข้อมูลให้เห็นภาพและสื่อสารผลลัพธ์ได้ชัดเจน
Data Analyst / Data Scientist เหมาะกับใคร?
• ผู้ที่ต้องการ สมัครงานสายข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น Analyst หรือ Scientist
• คนที่อยากย้ายสายจากธุรกิจ การตลาด หรือการเงินมาทำด้าน Data
• ผู้ที่ต้องการงานที่มีเสถียรภาพและโอกาสเติบโตสูงในอนาคต
Digital Marketing / Performance Marketing
งานสาย การตลาดออนไลน์ ยังคงเป็นหนึ่งในตำแหน่งสุดฮิตที่หลายบริษัทเปิดรับจำนวนมากในเดือนพฤศจิกายน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ e-commerce 🛒, แบรนด์สินค้า 💄, บริษัทเทค 📱 หรือสตาร์ทอัพ 🚀 ต่างต้องการผู้เชี่ยวชาญที่สามารถขับเคลื่อนยอดขายและสร้างการเติบโตบนโลกดิจิทัลได้จริง ทำให้ตำแหน่ง Digital Marketing และ Performance Marketing กลายเป็นงานยอดนิยมสำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาส สมัครงาน ในยุคที่การแข่งขันบนโซเชียลสูงขึ้นเรื่อย ๆ
✨ เหตุผลที่ตำแหน่งนี้มาแรง
• โลกออนไลน์แข่งขันดุเดือดขึ้นทุกปี ⚡
• ทุกบริษัทต้องการคน ยิงโฆษณาเก่ง ๆ เพื่อปิดยอดขาย
• เป็นงานที่วัดผลได้ชัดเจน ชี้วัดความสำเร็จด้วยตัวเลข
• เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเติบโตแบบรวดเร็วและยั่งยืน
ทักษะสำคัญที่ต้องมีเพื่อสมัครงานตำแหน่งนี้
• Meta Ads / Google Ads – ยิงแอดให้แม่นและคุ้มงบ 📊
• SEO – ดันเว็บไซต์ขึ้นอันดับแบบยั่งยืน 🔍
• Content Strategy – วางแผนคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้า ✍️
• Analytics – อ่านและตีความ KPI เพื่อเพิ่มผลลัพธ์แคมเปญ 📈
Digital Marketing / Performance Marketing เหมาะกับใคร?
• ผู้ที่ต้องการ สมัครงานด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง
• คนที่ชอบงานครีเอทีฟผสมตัวเลข 🎨➕📊
• ผู้ที่อยากเข้าสู่วงการ e-commerce
• ผู้ที่ต้องการเติบโตในงานที่ตลาดต้องการต่อเนื่อง
Software Developer / Full Stack Developer ตำแหน่งทองที่ทุกองค์กรต้องการ

ในยุคที่ทุกธุรกิจกำลังเร่งสปีดสู่ดิจิทัล การมี “นักพัฒนาซอฟต์แวร์เก่ง ๆ” คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใหญ่ สตาร์ทอัพ หรือธุรกิจ SME ต่างต้องการคนที่สามารถพัฒนาเว็บ แอป หรือระบบหลังบ้านให้ทำงานได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย นั่นทำให้ตำแหน่ง 💻Software Developer / Full Stack Developer กลายเป็นหนึ่งในสายงานที่ฮิตที่สุดของเดือนพฤศจิกายนแบบไม่มีใครโค่นได้
🔥 ทำไมตำแหน่งนี้ถึงยังมาแรงเสมอ?
1. ทุกธุรกิจต้องมีดิจิทัลแพลตฟอร์มเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบหลังบ้าน หรือแพลตฟอร์มลูกค้า—ทั้งหมดต้องการคนพัฒนาและดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงเกิด “Demand ไม่เคยตก” สำหรับสาย Developer
2. ระบบอัตโนมัติ (Automation) เติบโตต่อเนื่ององค์กรต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้ระบบแทนงานที่ทำซ้ำ ๆ ทำให้ Developer มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ
3. งาน Remote / Hybrid รองรับหลายบริษัทเปิดรับ Developer แบบทำงานที่ไหนก็ได้ ทำให้ตลาดกว้างขึ้นมาก ทั้งในประเทศและระดับสากล
🧠สกิลที่บริษัทต้องการมากที่สุด
• JavaScript, TypeScript
• React, Vue, Angular (Front-end)
• Node.js, Python, Java, Go (Back-end)
• Database: MySQL, PostgreSQL, MongoDB
• Cloud: AWS / GCP / Azure
• Version Control: Git, GitHub
• CI/CD และ DevOps ระดับพื้นฐานช่วยเพิ่มความได้เปรียบ
🚀 คำแนะนำสำหรับผู้สมัครงานสาย Developer
• สร้าง Portfolio หรือ GitHub ให้มีโปรเจกต์จริง
• ทำ ระบบเล็ก ๆ เช่น Web App, API, Dashboard
• เขียนอธิบายว่าใช้เทคโนโลยีไหน ทำไมเลือกแบบนั้น
• อัปเดตโปรไฟล์ LinkedIn / Job Search ให้ครบถ้วน
• เรียนรู้เทคโนโลยีที่ตลาดต้องการ เช่น Next.js, Docker, Cloud
HR / Talent Acquisition
ในเดือนพฤศจิกายน หลายองค์กรเริ่มวางแผนบุคลากรสำหรับปีถัดไป ทำให้ตำแหน่ง HR / Talent Acquisition กลายเป็นหนึ่งในงานที่ “มาแรงที่สุด” เพราะการมี HR ที่มีทักษะครบถ้วนไม่เพียงช่วยสรรหาบุคลากรที่ตรงความต้องการ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง และช่วยรักษาพนักงานเก่งให้อยู่กับบริษัทต่อไปการสมัครงานตำแหน่งนี้ในช่วงปลายปีถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่สนใจงานด้านทรัพยากรบุคคล เพราะหลายบริษัทมักต้องเร่งเปิดรับผู้สมัครใหม่เพื่อเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับไตรมาสแรกของปีถัดไป
🔥 ทำไมตำแหน่ง HR / Talent Acquisition ถึงมาแรง?
• การสรรหาบุคลากรปีใหม่หลายบริษัทเปิดรับผู้สมัครใหม่เพื่อเติมเต็มทีมและสร้างความพร้อมก่อนปีใหม่
• การรักษาพนักงานสำคัญHR ช่วยวางแผนพัฒนาพนักงาน ลดอัตราการลาออก และสร้างความพึงพอใจในองค์กร
• Employer BrandingHR ยุคใหม่ต้องสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้ดึงดูดผู้สมัครงานคุณภาพ
• ความต้องการตลาดสูงทุกองค์กรต้องมีทีม HR ที่สามารถคัดเลือกและบริหารคนเก่ง ๆ ให้ตรงตำแหน่ง
💡 HR / Talent Acquisition เหมาะกับใครบ้าง?
• ผู้ที่ต้องการ สมัครงานด้านทรัพยากรบุคคล
• คนที่ชอบทำงานเกี่ยวกับคนและการบริหารทีม
• ผู้ที่อยากมีบทบาทสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์บุคลากร
• คนที่ชอบงานที่ผสมผสานระหว่างวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน
✅ คำแนะนำสำหรับผู้สมัครงาน HR / Talent Acquisition
• เตรียม เรซูเม่ที่ชัดเจน เน้นผลงานการสรรหาและพัฒนาพนักงาน
• แสดง ตัวอย่างโครงการ HR หรือ Employer Branding ที่เคยทำ
• อัปเดตความรู้ด้าน กฎหมายแรงงาน, HR Tech และ Recruitment Tools
• พัฒนาทักษะ การสื่อสารและการเจรจา เพราะเป็นหัวใจสำคัญของงาน HR
AI Engineer / Machine Learning Engineer
ในยุคดิจิทัลและ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ตำแหน่ง AI Engineer และ Machine Learning Engineer ถือเป็นหนึ่งในงานที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดแรงงานเดือนพฤศจิกายน ทั้งองค์กรใหญ่ สตาร์ทอัพเทค และธุรกิจที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์อัจฉริยะต่างกำลังเร่งสรรหาผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างโมเดลที่จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างแม่นยำการสมัครงานในสายนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่อนาคตของเทคโนโลยี และสร้างผลงานที่มีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างชัดเจน Soft Skills ของ AI Engineer / Machine Learning Engineer คือ การแก้ปัญหาเชิงซับซ้อน (Problem Solving),การคิดเชิงตรรกะและคณิตศาสตร์,การสื่อสารผลลัพธ์เชิงเทคนิคให้ทีมธุรกิจเข้าใจ,การทำงานเป็นทีมข้ามสายงาน (Data, Dev, Product)
🔥 ทำไมตำแหน่ง AI / Machine Learning Engineer ถึงมาแรง?
• AI กำลังเข้ามาแทนที่หลายกระบวนการธุรกิจหลายองค์กรนำ AI มาประยุกต์ใช้ในงาน Customer Service,Marketing Automation, Recommendation Systems และ Predictive Analytics ทำให้ความต้องการผู้เชี่ยวชาญเพิ่มสูง
• ธุรกิจต้องการข้อมูลเชิงลึกMachine Learning ช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และคาดการณ์แนวโน้มตลาดอย่างแม่นยำ
• นวัตกรรมและการแข่งขันสูงทุกสตาร์ทอัพและองค์กรเทคโนโลยีต่างแข่งขันกันสร้างผลิตภัณฑ์ AI ที่เหนือกว่าคู่แข่ง ทำให้ตำแหน่งนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญ
• งานมีอนาคตและรายได้สูงสายงาน AI / ML เป็นตำแหน่งที่เติบโตต่อเนื่อง มีรายได้สูง และมีโอกาสทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
💡 AI / Machine Learning Engineer เหมาะกับใครบ้าง?
• ผู้ที่ต้องการ สมัครงานสาย AI / Machine Learning
• คนที่สนใจสร้างโมเดลและระบบอัจฉริยะเพื่อช่วยธุรกิจตัดสินใจ
• ผู้ที่ต้องการทำงานในสตาร์ทอัพเทคหรือองค์กรที่เน้นนวัตกรรม
• คนที่อยากมีเส้นทางอาชีพที่เติบโตต่อเนื่องและรายได้สูง
✅ คำแนะนำสำหรับผู้สมัครงาน AI / ML
• สร้าง Portfolio หรือ GitHub Project ที่แสดงผลงานโมเดล Machine Learning หรือ AI
• ทำโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Science / Deep Learning / NLP
• อัปเดตความรู้ด้าน AI Trends, LLM, Computer Vision, Recommendation Systems
• พัฒนาทักษะ การอธิบายผลลัพธ์เชิงเทคนิคให้ผู้ไม่ใช่สายเทคเข้าใจ
• สมัครงานที่บริษัทที่เน้น Innovation, R&D หรือ AI Product
Content Creator / Social Media Admin
ในยุคที่ทุกธุรกิจต้องมีตัวตนบนโลกออนไลน์ ตำแหน่ง Content Creator และ Social Media Admin กลายเป็นหนึ่งในงานที่หลายบริษัทเปิดรับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนที่เป็นช่วงปลายปี หลายองค์กรเร่งทำแคมเปญการตลาด เตรียมโปรโมชั่น และสร้างการรับรู้แบรนด์ให้แข็งแรงก่อนปีใหม่การสมัครงานในสายนี้ไม่เพียงแค่สร้างคอนเทนต์ให้สวยงาม แต่ยังต้องสามารถ สร้าง Engagement, เพิ่มยอดขาย, และสื่อสารแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ที่มีทักษะครบกลายเป็น “ขุมทรัพย์” ขององค์กร Soft Skills ของ ตำแหน่ง Content Creator และ Social Media Admin คือ มีความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 💡 มีการสื่อสารให้เข้าใจง่ายและดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย 🗣️การปรับตัวเร็วต่อแนวโน้มและ Algorithm ใหม่ ๆ 🔄 การทำงานร่วมกับทีม Marketing, Design, และ Product 🤝🔥 ทำไมตำแหน่งนี้ถึงมาแรง?
• การตลาดออนไลน์เติบโตต่อเนื่องธุรกิจทุกประเภท—จาก e-commerce 🛒 ไปจนถึงโรงแรม 🏨 และสตาร์ทอัพ 🚀—ต้องการคนสร้างคอนเทนต์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
• การแข่งขันในโซเชียลสูงขึ้นทุกโพสต์ต้องดึงความสนใจภายในไม่กี่วินาที ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์มีค่าอย่างมาก
• วัดผลได้ชัดเจน ผลงานคอนเทนต์สามารถวัดได้ด้วยยอด Engagement, Reach, Click, Conversion ทำให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
• งานสร้างสรรค์ + วิเคราะห์ข้อมูล งานนี้ไม่ใช่แค่การสร้างคอนเทนต์ แต่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
💡 Content Creator / Social Media Admin เหมาะกับใครบ้าง?
• ผู้ที่ต้องการ สมัครงานสายคอนเทนต์และโซเชียลมีเดีย
• คนที่ชอบงานสร้างสรรค์และมีความคิดเชิงกลยุทธ์
• ผู้ที่อยากทำงานในธุรกิจออนไลน์, e-commerce, หรือแบรนด์สินค้า
• คนที่ต้องการสายงานที่ผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์ + การวิเคราะห์ตัวเลข
✅ คำแนะนำสำหรับผู้สมัครงาน Content Creator / Social Media Admin
• สร้าง Portfolio Online แสดงผลงานคอนเทนต์จริง เช่น วิดีโอ, กราฟิก, หรือแคมเปญที่ทำ
• อัปเดตความรู้ Social Media Trends และ Algorithm อย่างสม่ำเสมอ
• มีความเข้าใจ กลุ่มเป้าหมายและ KPI ของแบรนด์
• เตรียมตัวโชว์ ความคิดสร้างสรรค์ + การวิเคราะห์ผลลัพธ์ ในการสัมภาษณ์
Customer Success / Customer Support
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หลายบริษัทไม่ว่าจะเป็น SaaS, e-commerce, ธุรกิจบริการ หรือสตาร์ทอัพ กำลังเร่งสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและรักษาฐานลูกค้าเดิม ทำให้ตำแหน่ง Customer Success และ Customer Support กลายเป็นหนึ่งในงานที่หลายองค์กรต้องการอย่างมากงานในสายนี้ไม่ใช่แค่การตอบคำถามลูกค้า แต่เป็นบทบาทสำคัญที่ช่วย สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า, เพิ่มการใช้งานบริการ, และผลักดันยอดขาย การสมัครงานในตำแหน่งนี้จึงถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ต้องการงานที่มีความมั่นคงและเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ
🔥 ทำไมตำแหน่งนี้ถึงมาแรง?
• ความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจธุรกิจธุรกิจยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ Customer Experience มากขึ้น คนที่สามารถทำให้ลูกค้าใช้งานบริการต่อเนื่องและพึงพอใจมีค่าอย่างมาก
• ช่วยเพิ่มรายได้และลด churn rate Customer Success ทำหน้าที่ผลักดันให้ลูกค้าต่อสัญญา ซื้อแพ็กเกจเพิ่มเติม และใช้บริการอย่างเต็มศักยภาพ
• ตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์และบริการดิจิทัลทุกบริการออนไลน์จำเป็นต้องมีทีมสนับสนุนที่สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว และสร้างความประทับใจ
• ตลาดแรงงานต้องการต่อเนื่องสาย Customer Success / Support เป็นตำแหน่งที่ขาดแคลนผู้มีทักษะ ทำให้คนที่มีประสบการณ์และ Soft Skills ดี ๆ มีโอกาสสูงในการ สมัครงาน
💡 Customer Success / Customer Support เหมาะกับใครบ้าง?
• ผู้ที่ต้องการ สมัครงานด้านบริการลูกค้าและ Customer Success
• คนที่ชอบงานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและแก้ไขปัญหา
• ผู้ที่ต้องการบทบาทสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
• คนที่อยากทำงานในธุรกิจ SaaS, e-commerce หรือบริการออนไลน์
✅ คำแนะนำสำหรับผู้สมัครงาน Customer Success / Customer Support
• เตรียม เรซูเม่เน้นประสบการณ์ดูแลลูกค้า หรือผลลัพธ์ที่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจ
• แสดง ความสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และจัดการเหตุการณ์ยาก ๆ ได้
• อัปเดตความรู้เกี่ยวกับ เครื่องมือ CRM และ Analytics
• ฝึก การสื่อสารเชิงบวกและสร้างความสัมพันธ์ กับลูกค้า
การสมัครงานตำแหน่ง Customer Success หรือ Customer Support ในเดือนพฤศจิกายนถือเป็นโอกาสทอง เพราะหลายบริษัทเร่งสร้างทีมเพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้าและส่งท้ายปี ทำให้ผู้ที่มีทักษะครบและ Soft Skills ดี ๆ สามารถสร้างโอกาสและเติบโตในสายงานนี้ได้อย่างมั่นคง 🤝✨

สรุป

เดือนพฤศจิกายนถือเป็นช่วงสำคัญของตลาดแรงงาน หลายบริษัทเริ่มเร่งเติมทีมและเตรียมแผนสำหรับปีหน้า ทำให้ ตำแหน่งงานที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุด หลายสายงาน ทั้งสายเทคโนโลยี การตลาด การขาย และบริการลูกค้า กลายเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาส สมัครงาน การเตรียมตัวให้พร้อมทั้ง ทักษะ ความรู้ และ Portfolio จะช่วยให้คุณได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะตำแหน่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดรับจำนวนมาก แต่ยังต้องการผู้สมัครที่มีความสามารถจริงและพร้อมทำงานได้ทันที:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

สำนักงาน คปภ. จับมืออินฟลูฯ ชื่อดังถ่ายทอดแนวคิด “ชีวิตดี..ต้องมีแผน” ในงานเสวนา “InSuerFluencer : อินฟลูฯ เล่าประกัน” ส่งเสริมความรู้ประกันภัยสู่คนรุ่นใหม่

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเวทีขับเคลื่อนความรู้ด้านประกันภัยในรูปแบบใหม่ ผ่านงานเสวนา “InSuerFluencer : อินฟลูฯ เล่าประกัน” ภายใต้แนวคิด “ชีวิตดี..ต้องมีแผน” เพื่อสะท้อนบทบาทของสำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระบบประกันภัยของประเทศ ที่เดินหน้าผลักดันนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

ภายในงานมีการจัดเสวนาซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของงาน ในหัวข้อ “ชีวิตดี.. ต้องมีแผน” โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ร่วมพูดคุยกับ Influencer ทั้ง 6 ท่าน ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ด้านการวางแผนชีวิตในหลากหลายมิติที่เกี่ยวข้องกับประกันภัยอย่างรอบด้าน ได้แก่ ป้าตือ–สมบัษร ถิระสาโรช ถ่ายทอดแนวทางการวางแผนชีวิตวัยเกษียณ และสิทธิประกันภัยที่ผู้สูงอายุต้องรู้ ตลอดจนการใช้ประกันชีวิตและประกันโรคร้ายแรงเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคง หมอเจี๊ยบ–ลลนา ก้องธรนินทร์ ให้ความรู้ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรคมะเร็งซึ่งเป็นโรคร้ายแรงอันดับหนึ่ง

พร้อมประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับสุขภาพ การวางแผนประกันสุขภาพ ประกันทรัพย์สิน ประกันอัคคีภัย และประกันภัยสัตว์เลี้ยง คุณต้นหอม–ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ และ คุณรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ลุยกิจกรรม รวมถึงการวางแผนประกันภัยสำหรับเด็กและการส่งต่อมรดกเพื่อดูแลครอบครัวในอนาคต คุณพอล–ภัทรพล ศิลปาจารย์ นำเสนอแนวคิดการวางแผนทางการเงินร่วมกับประกันภัย เช่น ประกันชีวิตบำนาญ และประกันชีวิตควบการลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว คุณนิว–ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ ถ่ายทอดแนวคิดประกันภัยยุคดิจิทัล การประกันภัยไซเบอร์ และการประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า

ดำเนินรายการเสวนา โดย คุณโบ ธนากร ชินกูล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงประเด็นด้านประกันภัยให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงผู้ฟังทุกช่วงวัย โดยช่วงท้ายของการเสวนา เลขาธิการ คปภ. ได้สรุปประเด็นสำคัญจากทุกมุมมองที่ Influencer ทั้ง 6 ท่านได้ร่วมถ่ายทอด พร้อมเน้นย้ำว่า “การวางแผนชีวิตโดยใช้ประกันภัยให้ถูกต้อง เหมาะสม และทันยุคสมัย” คือกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้ประชาชนในทุกช่วงวัย

นอกจากนี้ เลขาธิการ คปภ. ยังฝากถึงผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยฉบับแรก โดยควรคำนึงถึง ความคุ้มครองที่เหมาะสม และความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อให้ประกันภัยเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนในระยะยาว สำหรับผู้ที่มีประกันภัยอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยของตนเองผ่านแพลตฟอร์ม “คปภ. รอบรู้” ผ่าน LINE OA และแอป “OIC Connect” ซึ่งเป็นช่องทางดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ทำประกันภัยสามารถดูความคุ้มครองของทุกกรมธรรม์ได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบกรมธรรม์ได้ในที่เดียว ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย พร้อมบริการแจ้งเตือนและข้อมูลสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน รวมทั้งยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม OIC Gateway เป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลด้านประกันภัยแบบ Real-time ผ่านมาตรฐาน API ของสำนักงาน คปภ. โดยสามารถเชื่อมต่อกับแอปภาครัฐของรัฐบาล ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความคุ้มครองได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตามมาตรฐานด้านข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. มุ่งพัฒนาวิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย กระชับ และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อทำให้เรื่องประกันภัยที่มักถูกมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน ให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้วางแผนชีวิตได้จริง ทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และการบริหารความเสี่ยงในทุกช่วงวัย งานเสวนาครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้พลังของ Influencer เป็นสะพานเชื่อมให้ประชาชนเห็นว่าประกันภัยคือเครื่องมือสำคัญในการจัดการความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงระยะยาวของชีวิต ผ่านการนำเสนอเรื่องประกันภัยในภาษาที่เข้าถึงง่ายและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้อย่างเหมาะสม สะท้อนบทบาทเชิงรุกของสำนักงาน คปภ. ในการนำประกันภัยเข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการของ ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้ครบทั้งความสนุกและสาระ ผู้สนใจสามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของสำนักงาน คปภ. ทุกแพลตฟอร์ม :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

e.p.t.q. เปิดตัวพรีเซนเตอร์ “ เจนเย่ เมธิกา ” ตัวแทนสะท้อนความสวยที่โดดเด่น ให้ผู้หญิงทุกเจน “ ชัดเจนในแบบฉัน ”

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//บริษัท เอสทีมา จำกัด (Aestema Co., Ltd.) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย e.p.t.q. filler (อี.พี.ที.คิว. ฟิลเลอร์) ในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Premium • Natural • Trusted” โดดเด่นด้านนวัตกรรมความงามและคุณภาพมาตรฐานได้การยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทย e.p.t.q. ดำเนินธุรกิจโดยมีเป้าหมายสำคัญคือ “สร้างมาตรฐานใหม่ของความงามอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ” ตอบโจทย์ความมั่นใจของทั้ง ผู้บริโภค และ คลินิกคู่ค้า อย่างครบวงจร

e.p.t.q. คือแบรนด์ที่ผู้หญิงพูดถึงในฐานะ ‘การสะท้อนความเป็นตัวตน และเป็นแบรนด์ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับผู้หญิงทุกเจน ไม่ว่าเจนไหน ก็สามารถที่จะสวยมั่นใจผ่านตัวตนของตัวคุณเอง’ ล่าสุดจัดงานเปิดตัวซุปตาร์สาวสวย “เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์ ในแคมเปญ “Reflect You” ตัวแทนของหญิงสาวยุคใหม่ ที่มีความมั่นใจ มีแนวคิด และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิง ที่มีความกล้าแสดงออกในสไตล์ของตัวเองอย่างชัดเจน โดยจัดงานเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ของ e.p.t.q. ในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ณ โซนอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในงานพิธีกรกล่าวต้อนรับ คุณจิรวิชญ์ วิสุทธิญาณ (CEO) และ คุณธรรมพงศ์ ตรีศิริพิศาล (Co-Founder) พร้อมพันธมิตรและลูกค้าคนสำคัญ ชมไฮไลท์โชว์พิเศษเปิดตัวพรีเซนเตอร์สาวสวย “เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร” ที่มาร่วมพูดคุยและแชร์ตัวช่วยที่ทำให้ดูดี มีความมั่นใจ สวยเท่ห์ สง่างาม และจริงใจในแบบฉบับของผู้หญิงยุคใหม่ โดยมี ณภัทร นัตธนนท์ ปิ่นโรจน์กีรติ รับหน้าที่พิธีกร

คุณจิรวิชญ์ วิสุทธิญาณ (CEO ) เผยถึงการเลือก “เจนเย่” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ ครั้งนี้ว่า “เจนเย่ คือตัวแทนของผู้หญิงที่ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองให้สวยขึ้น แต่ ‘มีความเข้าใจในความสวยของตัวเอง’ เป็นตัวแทนของความสง่างามแบบเรียบง่ายที่เข้าถึงได้ (Effortless Elegance) เจนเย่ คือสัญลักษณ์ของความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ มีแนวคิด และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง มีพลัง และจริงใจในแบบของตัวเอง สะท้อนจิตวิญญาณภายใต้แคมเปญ “Reflect You” สื่อถึงแนวคิดว่า ‘ความงามไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่คือการสะท้อนสิ่งที่งดงามอยู่แล้วในตัวคุณ’ ซึ่งเป็น KEY MESSAGE : “ ชัดเจนในแบบฉัน” เจนเย่ มีบุคลิกที่ผสมผสานระหว่าง แฟชั่นและความเรียลซึ่งตรงกับ Positioning ของ e.p.t.q. ที่ต้องการสื่อสารความงามอย่างมั่นใจแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ คุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา เจนเย่คือตัวแทนที่ชัดเจนและลงตัวที่สุดในยุคนี้ครับ”

” e.p.t.q. คือสารเติมเต็มชนิดกรดไฮยาลูโรนิค ที่ผ่านการรับรองวัตถุดิบไฮยาลูโรนิคจาก US FDA บรรจุ / จัดจำหน่าย จากประเทศเกาหลีใต้ และนำเข้าโดยบริษัท เอสทีมา จำกัด มีการควบคุมการผลิต ภายใต้มาตรฐานสากล European Pharmacopoeia โดยเน้นการควบคุมคุณภาพของเนื้อเจล และความสม่ำเสมอของโครงสร้างโมเลกุลในแต่ละล็อตผลิต เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ทางคลินิกที่เหมาะสมทั้งปริมาณ และตำแหน่งในการทำหัตถการ

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต
· โรงงานผู้ผลิตได้รับการรับรองมาตรฐาน KFDA (Korea)
· ผลิตภัณฑ์ได้รับ CE Mark สำหรับการจำหน่ายในกลุ่มประเทศยุโรป
· กระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การกำกับตามข้อกำหนดคุณภาพระดับสากล

กระบวนการผลิต
· ใช้กระบวนการผลิตที่ควบคุมปริมาณสารตกค้างในขั้นตอนการเชื่อมโมเลกุล
· มีขั้นตอนการทำให้เนื้อเจลบริสุทธิ์ (Purification) ก่อนการบรรจุ
· ผ่านการตรวจสอบคุณภาพในหลายระดับก่อนส่งออกไปยังแต่ละประเทศ

คุณลักษณะเฉพาะของเนื้อเจล
· โครงสร้างเจลมีความสม่ำเสมอ (Cohesive Structure)
o เพื่อช่วยให้รูปทรงของเจลมีความคงตัวในระหว่างขั้นตอนหัตถการ
· ค่าความหนืดและความยืดหยุ่น (Complex Viscosity)
o ถูกออกแบบให้มีความสมดุล เพื่อรองรับการใช้งานในบริเวณต่าง ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
· ผิวสัมผัสของเจลมีความลื่นและสม่ำเสมอ
o ช่วยให้แพทย์ควบคุมแรงดันระหว่างการฉีดได้ตามความเหมาะสม

ตลอดเวลาที่ผ่านมา e.p.t.q. เติบโตจากการบอกต่อในวงการแพทย์มากกว่าการโฆษณา ผลประกอบการได้รับความไว้วางใจ จากการที่เราเป็นผู้รับฟังผู้คนในวงการ ทั้งหมอ คนไข้ และผู้บริโภค จาก Clinic Partner มากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ สร้างการรับรู้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค (Consumer Awareness) เพิ่มขึ้นกว่า 55% ในกลุ่ม Gen Y–Z มีการพูดถึงแบรนด์ในสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยมองว่ายอดขายคือผลลัพธ์ของความเชื่อใจ ไม่ใช่แค่การตลาด

ในปีนี้แนวโน้มการขยายตลาด e.p.t.q. จะไม่หยุดอยู่ที่การเป็นแบรนด์ฟิลเลอร์เท่านั้น แต่เราจะเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความงามที่สะท้อนความเป็นตัวตน’ Regional Growth (ASEAN Expansion) เตรียมขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม, ลาว ผ่านโมเดล “Clinic Collaboration Hub” ที่สร้างประสบการณ์แบรนด์ร่วมกับคลินิกชั้นนำ มีการวางกลยุทธ์ สร้างการรับรู้ในช่องทาง

-Digital-First Strategy ลงทุนใน Digital Content – KOL Marketing เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Professionals / First-time filler users

-Educational Marketing จัดเวิร์กช็อป “EPTQ Experience Academy” ร่วมกับแพทย์ชั้นนำเพื่อเสริมความรู้ด้านเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัยและเน้นผลลัพธ์ธรรมชาติ

-Sustainable Beauty Movement ผลักดันภาพลักษณ์แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ “Beauty with Responsibility” ทั้งด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และการยกระดับอุตสาหกรรมความงามของไทย

นับจากนี้ e.p.t.q. จะไม่ใช่แค่แบรนด์ฟิลเลอร์ แต่จะเป็นแบรนด์ที่ผู้หญิงพูดถึงในฐานะ ‘การสะท้อนความเป็นตัวตน‘ และเป็นแบรนด์ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับผู้หญิงทุกเจน ไม่ว่าจะเจนไหนก็สามารถสวย และมั่นใจได้ด้วยตัวของคุณเอง มาร่วมเปิดประสบการณ์ความสวยที่โดดเด่น ของผู้หญิงทุกเจน “ชัดเจนในแบบฉัน” ไปกับ e.p.t.q.

ติดตามเรื่องราวดีดีได้ที่ช่องทาง :
Facebook page: eptqthailand หรือ Link >> https://www.facebook.com/eptqthailandInstagram page: eptq.thailand หรือ Link https://www.instagram.com/eptq.thailandWebsite: https://aestemaworld.com

Tel. 02-010-2988#eptqthailand #eptqReflectYou #ชัดเจนในแบบฉัน

:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

ปิดฉาก”มหกรรมชี้ช่องรวยแฟรนไชส์@เซ็นทรัลปิ่นเกล้า” ธุรกิจสะดวกซัก ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ กระแสแรงดันยอดแฟรนไชส์พุ่ง 41 ลบ.

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ประสบความสำเร็จเกินคาด สำหรับงานมหกรรมชี้ช่องรวย ธุรกิจ&แฟรนไชส์ ครั้งที่ 18 ที่จัดขึ้นส่งท้ายช่วงปลายปี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้าร่วมงานเพื่อช้อปธุรกิจและแฟรนไชส์ และซื้อสินค้าบริการในงานตลอดทั้ง 4 วัน รวมทั้งสิ้น 15,300 ราย โดยปิดยอดดีลแฟรนไชส์ในงานรวมทั้งสิ้น 41 ล้านบาท ธุรกิจแฟรนไชส์ยอดนิยมสูงสุดในงาน ได้แก่ ธุรกิจสะดวกซัก ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ แฟรนไชส์อาหาร และ แฟรนไชส์เครื่องดื่ม

นางสาววิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร ประธานจัดงานมหกรรมชี้ช่องรวย ธุรกิจและแฟรนไชส์ กล่าวถึงผลการจัดงานว่า “การจัดงานมหกรรมชี้ช่องรวย ธุรกิจและแฟรนไชส์ ครั้งที่ 18 นี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เรียกว่าเป็นการปิดท้ายงานแฟรนไชส์สัญจรปี 2568 ได้อย่างสวยงาม เป็นไปตามความตั้งใจของบริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ผนึกหน่วยงานพันธมิตร ธนาคารออมสิน และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดงานแฟรนไชส์สัญจรเยือนหัวเมืองใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังสร้างงาน สร้างอาชีพ เปิดโอกาสคนไทยในพื้นที่ได้เห็นช่องทางทำธุรกิจ และต่อยอดรายได้เพิ่ม สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง แม้ต้องเผชิญภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน”

สำหรับธุรกิจและแฟรนไชส์ที่ได้รับนิยมในงาน ได้แก่ ธุรกิจร้านสะดวกซัก แฟรนไชส์จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ แฟรนไชส์อาหาร และแฟรนไชส์เครื่องดื่ม โดยแบรนด์ธุรกิจและแฟรนไชส์ที่ติดอันดับความนิยมสูงสุด คือ ธุรกิจสะดวกซัก Speed Queen By VJ Group, CleanChain , Trendy Wash, โคริคิวบ์ เครื่องผลิตน้ำแข็งอัตโนมัติและน้ำดื่มหยอดเหรียญ, ทีเอสอาร์ ลิฟวิ่ง โซลูชั่น ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ นอกจากนี้แฟรนไชส์อาหาร และแฟรนไชส์เครื่องดื่ม ก็ยังครองความนิยมเหนียวแน่นเช่นกัน

โดยแบรนด์ที่ติดโผ ได้แก่ ซามูไรราเมง, เฮงปังปั๊ว หวานเย็นสูตรเด็ดเยาวราช, ลูกชิ้นแม่ประณาม, Yomakhi โยเกิร์ตสดผสมคอลลาเจน, ขาหมูพระนคร และ จงชงดี รวมยอดดีลธุรกิจและแฟรนไชส์ในงานทั้งสิ้น 41 ล้านบาท นอกจากนี้ในงานยังให้บริการด้านสินเชื่อ จากธนาคารออมสิน และ ค้ำประกันสินเชื่อ จากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สำหรับผู้ต้องการเริ่มต้นและต่อยอดธุรกิจด้วย โดยมียอดจองสินเชื่อในงานรวมทั้งสิ้น 6.8 ล้านบาท

บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังมุ่งมั่นเดินสายสานภารกิจสร้างงานสร้างอาชีพให้พี่น้องชาวไทย พร้อมสนับสนุนแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยวางตารางงานมหกรรมชี้ช่องรวย ธุรกิจ และแฟรนไชส์ เดินสายสัญจรในปี พ.ศ.2569 อย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดในช่วงเดือนมีนาคม ตุลาคม และ ธันวาคม ปี 2569 ผู้ประกอบการที่สนใจออกบูธในงาน สามารถสอบถามรายละเอียด โทร. 09-4915-4624 , 062-845-9515 :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

สำนักข่าวเนตรทิพย์-ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://linevoom.line.me/post/1176247520847565598
Cr. : ต้นบจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊ฉบังค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

กรมอนามัย ผนึก WHO-มหิดล-สสส. ชูไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม SEAPAC 2025 ดัน “กิจกรรมทางกาย” ผ่านแนวคิด “สุขภาพดี สร้างได้ทุกที่”

0

กรมอนามัย ผนึกกำลัง WHO-มหิดล-สสส. ชูไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม SEAPAC 2025
ดัน “กิจกรรมทางกาย” เป็นวาระแห่งภูมิภาค
เปิดฉากประชุมวิชาการระดับนานาชาติ กรมอนามัยโชว์แนวคิด “สุขภาพดี สร้างได้ทุกที่” ชี้ต้องไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการสร้างนโยบายและสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ทุกคนมีสุขภาพดีได้ตั้งแต่ที่บ้าน โรงเรียน และชุมชน เพื่อสู้ภัย NCDs

นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตินวรางกูร รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ South-East Asia Physical Activity Conference 2025 (SEAPAC 2025) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ วานนี้ ( 6พ.ย.68) ว่า กรมอนามัยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในครั้งนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ทั้ง ดร. Ailan Li ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO), ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.รชตะ รัชตะนาวิน ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วม

รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แนวคิดหลักของการประชุมคือ “สุขภาพดี สร้างได้ทุกที่” (The Promotion of National Policies and Plans for Physical Activity) โดยเน้นย้ำว่าการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) เป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนในการแก้ปัญหาสุขภาพโลก โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง
“การสร้างสุขภาพดี ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ในโรงพยาบาล แต่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทั้งในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และที่ทำงาน ซึ่งต้องอาศัยการผลักดันเชิงนโยบายและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี” นายแพทย์สุรศักดิ์ กล่าว

ด้าน ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้แทนจาก สสส. กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยมีแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2561 – 2573) ที่ชัดเจน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์และทิศทางระดับชาติในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดการเกิดโรค NCDs ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน โดยมี 3 ประเด็นยุทธศาสตร์หลัก คือ การส่งเสริมกิจกรรมทางกายทุกกลุ่มวัย การสร้างสภาพแวดล้อมที่กระฉับกระเฉง และการพัฒนาระบบสนับสนุน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 75 และลดพฤติกรรมเนือยนิ่งร้อยละ 10

ขณะที่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.รชตะ รัชตะนาวิน ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยมหิดล ย้ำว่า การส่งเสริมกิจกรรมทางกายจะประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และการเมืองในทุกระดับ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดิน การขี่จักรยาน รวมถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ปลอดภัย การจัดระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงกับ WHO Global Action Plan on Physical Activity (GAPPA) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ซึ่งการประชุม SEAPAC 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงและเป็นเวทีแห่งการสร้างพันธมิตรใหม่ในการขับเคลื่อนระหว่างทุกภาคส่วน สมาชิก 14 ประเทศ ที่จะร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงการมีกิจกรรมออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลกต่อไป.