https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1159736806910055190
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1159736806910055190
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)
พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00น. มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ ลงพื้นที่มอบสิ่งของเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัย ชาวบ้านสงเปือย และ บ้านสูบ จ.เลย
องพจนกรโกศล ดร. ผู้ช่วยปลัดซ้ายอนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราห์, พระครูปริยัตินันทวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีภูทอก รองเจ้าคณะอำเภอเชียงคาน, พระครูจริยสารธรรม เจ้าคณะตำบลท่าสวรรค์ เจ้าอาวาสวัดป่าจริยธรรม, พระครูบุญประภาการ เจ้าอาวาสวัดโพนงาม 
ในการนี้ หม่อมหลวง ภัทรสุดา กิติยากร ได้ร่วมเดินทางไปร่วมเป็นประธานในการมอบสิ่งของและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย
ซึ่งในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้มีภาคส่วนราชการมาให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
โดยมีนายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้กล่าวต้อนรับคณะ และร่วมมอบสิ่งของให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือน ณ พื้นที่โรงเรียนบ้านสงเปือย ซึ่งมีนายสุพล แก้ววงษา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสงเปือย ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย เดินทางมาร่วมในพิธีด้วย ซึ่งในการนี้ ได้มอบเงินและสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง แก่ผู้ประสบอุทกภัย ณ บ้านสงเปือย อ.เชียงคาน จ.เลย จำนวน 60 หลังคาเรือน

จากนั้นในเวลา 13.00 น. ทั้งคณะได้เดินทางไปที่ บ้านสูบ ต.น้ำสวย อ.เมือง จ.เลย เพื่อมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ไก่และปูนซีเมนต์ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านสูบ ต.น้ำสวย อ.เมือง จ.เลย
อีกจำนวน 60 หลังคาเรือนโดยมี นาย กิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย เป็นผู้ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกและร่วมมอบสิ่งของให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ฝายกั้นน้ำแตกในพื้นที่ บ้านสูบแห่งนี้ อีกด้วย
ในการนี้ หม่อมหลวงภัทรสุดา กิติยากร ได้กล่าวให้กำลังใจกับผู้ประสบภัยในพื้นที่ว่า ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลและแบ่งปันกันน้ำหลากที่ไหลมามันได้ลดไปแล้ว แต่ขออย่าให้น้ำใจในสังคมของเราลดลงไปตามน้ำเลย หากเราช่วยกันฟื้นฟูดูแลซึ่งกันและกัน ไม่นานเราก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติเช่นเดิมได้ค่ะ ฟ้าหลังฝนย่อมมีฟ้าที่สดใสได้ใหม่เสมอ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ สู้ๆคะสำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเข้าร่วมหรือสนับสนุนโครงการ คาราวาน จิตอาสา ฟ้าเปิดทาง สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ 
มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์
เบอร์โทรศัพท์ 094-3398484 ,085-1779169:Cr;มณสิการ รามจันทร์ 
พิมพ์ไทยออนไลน์// การแข่งขันแบดมินตัน โตโยต้าชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเงินรางวัลรวม 1,020,000 บาท ที่เซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา รอบชิงชนะเลิศ โดยรายการนี้ เป็นการคัดเลือกนักกีฬา ไปเข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันประเภททีมชิงแชมป์โลก โธมัส คัพ และอูเบอร์ คัพ 2020 ระหว่างวันที่ 3-11 ต.ค.นี้ ที่เมืองออร์ฮุส ประเทศเดนมาร์ก

สำหรับผลการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศ ปรากฎว่า ชายเดี่ยว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ (บ้านทองหยอด) มือวางอันดับ 3 ของรายการ ชนะ กันตภณ หวังเจริญ (พลสนะแบดมินตัน) มือวางอันดับ 1 ของรายการ 21-17, 21-23, 21-11, หญิงเดี่ยว พิทยาภรณ์ ไชยวรรณ (บ้านทองหยอด) มือวางอันดับ 4 ของรายการ ชนะ พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ (ภควัฒน์ แบดมินตัน) มือวางอันดับ 2 ของรายการ 21-16, 21-16

ชายคู่ สุภัค จอมเกาะ (ราชพฤกษ์ นครราชสีมา) กับ กิตตินุพงษ์ เกตุเรน (สิงห์ H.H.) คู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ ชนะ ณัฐพัฒน์ ตฤณขจี (สิงห์ H.H.) กับ ตนุภัทร วิริยางกูร (ตำรวจ) คู่มือวางอันดับ 2 ของรายการ 21-17, 21-13, หญิงคู่ นันทน์กาญจน์ เอี่ยมสอาด กับ เบญญาภา เอี่ยมสอาด (เกษมศักดิ์ Badminton Academy) ชนะ ณิชชาอร จินดาพล (ตำรวจ) กับ รวินดา ประจงใจ (ธนบุรี) คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ 12-21, 21-17, 21-17 และ คู่ผสม สุภัค จอมเกาะ (ราชพฤกษ์ นครราชสีมา) กับ ศุภิสรา เพียวสามพราน (สามพราน) ชนะ รัชพล มรรคศศิธร (สิงห์ H.H.) กับ ขวัญชนก สุดใจประภารัตน์ (สมาคมกีฬากรุงเก่า) คู่มือวางอันดับ 5/6 ของรายการ 21-13, 21-14

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “การแข่งขันแบดมินตัน โตโยต้าชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ ก่อนที่รัฐบาลจะมีการผ่อนปรนให้มีผู้ชมได้ โดยเริ่มวันที่ 13 ส.ค. ซึ่งตรงกับรอบชิงชนะเลิศ สมาคมฯ ได้จัดเก้าอี้สำหรับผู้ชมบริเวณด้านข้างสนามแข่งขัน ขอความร่วมมือทุกท่านสวมหน้ากากอนามัย และไม่เคลื่อนย้ายเก้าอี้ขณะรับชม รวมถึงจากการ Live Streaming ในทุกรอบการแข่งขัน โดยเฉพาะในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดให้มีการพากย์ประกอบไปพร้อมกับการ Live Streaming ถือว่าได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มีแฟนกีฬาแบดมินตัน เฝ้าติดตามชมเป็นจำนวนมาก”

“ส่วนผลการแข่งขันปีนี้ เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เรามีนักกีฬาคลื่นลูกใหม่ เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่าทุกปี และทำผลงานได้อย่างดี มีแชมป์หน้าใหม่ ที่ได้แชมป์ครั้งแรกในทุกประเภท ซึ่งแสดงให้เห็น ถึงการพัฒนาของนักแบดมินตันในประเทศไทย”
“ขอแสดงความยินดี กับนักกีฬาดาวรุ่งหลายคนที่ทำผลงานได้ดี จนสามารถผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ในศึกโธมัสคัพ และ อูเบอร์คัพ ซึ่งหลายคนเป็นการติดทีมชาติครั้งแรก เช่น สุภัค จอมเกาะ, ณัฐพัฒน์ ตฤนขจี ในประเภทชายคู่ รวมถึงคู่พี่น้องนันทน์กาญจน์-เบญญาภา เอี่ยมสอาด ที่สร้างเซอร์ไพรส์ ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ประเภทหญิงคู่และติดทีมชาติเป็นครั้งแรก และณิชาอร จินดาพล หญิงเดี่ยว ที่ผันตัวมาเล่นหญิงคู่ ครั้งแรก ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม” คุณหญิงปัทมา กล่าว
อนึ่ง สำหรับรายชื่อผู้มอบรางวัลให้กับนักกีฬาในประเภทต่าง ๆ มีดังนี้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย, คุณสุรักษ์ พานิชย์เจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ คุณกาญจนา สมสินสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป YONEX THAILAND บจก. ฟาร์อีสท์สเปเชียลลิตี้
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.เกษตร เปิดหลักสูตรใหม่ระดับประกาศนียบัตร ใช้เวลาเรียน 1 ปี หวังพัฒนาและสร้างบุคลากรเสริมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย รองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
รศ.ดร.อนุวัตร แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิด คาดว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการคาดการณ์กันว่าในปี 2562-2564 แนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะมีประมาณ 0-2 เปอร์เซ็นต์
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านเครื่องดื่มของไทย ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการรายย่อยเพิ่มมากขึ้น ให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในระดับสากล จึงเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
โดยจะเป็นหลักสูตร ระดับประกาศนียบัตรขั้นสูงที่ใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 1 ปีหรือสองภาคการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องดื่มและการจัดการ (Graduate Diploma Program in Beverage Technology and Management) นี้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของโครงการ South East Asia Academy for Beverage Technology (SEA-ABT) ซึ่งได้การสนับสนุนจากโปรแกรม the Erasmus+ Capacity Building in Higher Education (CBHE) ของสหภาพยุโรป (European Union)
ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรีย อิตาลี และเยอรมัน รวมถึงภาคเอกชน องค์กรและหน่วยงานการศึกษาภายในสหภาพยุโรปอีกหลายแห่ง
“หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องดื่มและการจัดการ เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรขั้นสูง มีระยะเวลาเรียน 2 ภาคการศึกษา หรือ 1 ปี จำนวน 24 หน่วยกิต โดยเนื้อหาของหลักสูตรนี้ได้ผ่านการกลั่นกรองเนื้อหาการสอนจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ มีการผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม”
การจัดการเรียนการสอนสำหรับหลักสูตรนี้ จะเป็นช่วงเวลานอกเวลาราชการ สอนเป็นภาษาไทย โดยมีคณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเป็นผู้สอนและวิทยากร กำหนดการรับสมัครประมาณเดือนตุลาคม 2563 มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 90,000 บาท ต่อหลักสูตร (ภาคการศึกษาละ 45,000 บาท)
ทั้งนี้สามารถติดตามดูประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการได้ที่ www.agro.ku.ac.th หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ beveragetechnology.thailand@gmail.com และที่เบอร์โทร 081-987-9204 และนอกจากหลักสูตรดังกล่าว ทางโครงการและมหาวิทยาลัยเครือข่าย ยังจะมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ทั้งสัมมนา อบรมระยะสั้น หลักสูตรเรียนร่วมสองปริญญาอีกด้วย:Cr;มณสิการ รามจันทร์
พิมพ์ไทยออนไลน์// นายกิตตน์สมบัติ เอื้อมมงคล นายกสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย เผยว่า จากผลสำเร็จในการจัดการแข่งขันเทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 80 ประจำปี 2563 ที่เพิ่งจบลงไป ซึ่งถือเป็นรายการแข่งขันที่ได้รับการตอบรับที่ดีมีนักเทนนิสให้ความสนใจเข้าแข่งขันจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้การแข่งขันเทนนิสรายการต่างๆทั้งในและต่างประเทศต้องยกเลิกและหยุดแข่งไปนานหลายเดือน อีกทั้งยังได้เห็นว่านักเทนนิสดาวรุ่งหลายๆคนมีพัฒนาการที่ดี มีการล้มมือวาง ล้มรุ่นพี่ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ในอนาคตวงการเทนนิสไทยจะได้มีนักหวดดาวรุ่งขึ้นมาอีกมาก
นายกสมาคมกีฬาเทนนิสฯ กล่าวอีกว่า เพื่อความต่อเนื่องในการพัฒนาของนักเทนนิสไทยวันที่ 3-15 กันยายนนี้สมาคมฯจะจัดการแข่งขันเทนนิสเยาวชนเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย เวทีแข่งขันของนักเทนนิสเยาวชน จากนั้นก็จะจัดให้มีการแข่งขันของนักเทนนิสรุ่นประชาชนทั่วไป ซึ่งวางแผนกันไว้คือจัดแข่งขัน 4 แมตช์กับอีก 1 มาสเตอร์ โดยมีการกีฬาแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนพร้อมด้วยสปอนเซอร์อีกหลายๆแห่ง เพื่อกระตุ้นให้วงการเทนนิสมีความคึกคัก นักกีฬาจะได้มีเวทีแข่งขันเพราะจากนี้ถึงสิ้นปีการแข่งขันเทนนิสนานาชาติทั้งในไทยและต่างประเทศอาจจะยังไม่สามารถจัดแข่งได้หรือยังมีอุปสรรคในด้านความปลอดภัยจากปัญหาของไวรัสโควิด-19
นายกิตตน์สมบัติ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสนามเทนนิสที่ศูนย์ฝึกกีฬามวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นนับเป็นข่าวดีที่ในเดือนตุลาคมนี้ก็จะเริ่มมีการก่อสร้างแล้วโดยจะสร้างสนามดินก่อนคาดใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนก็จะแล้วเสร็จ นักกีฬาสามารถไปฝึกซ้อมบนสนามดินเพื่อสร้างพื้นฐานการเล่นเทนนิสและฝึกทักษะการเล่นเทนนิสให้มีความแข็งแกร่งได้ดี
“ส่วนอีกเรื่องที่น่ายินดีคือขณะนี้มีผู้สนใจที่จะสนับสนุนการส่งนักเทนนิสไทยไปฝึกซ้อมที่อะคาเดมีของ ราฟาเอล นาดาล อดีตมือ1โลกที่สเปน ซึ่งสมาคมก็ยินดีหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและโครงการนี้มีความคืบหน้าสมาคมก็จะแจ้งนักกีฬาเพื่อเตรียมความพร้อมโดยที่วางไว้อาจจะคัดเลือกนักหวดชาย 4 คน หญิง 4 คน ไปฝึกซ้อมทั้งนี้ยังต้องรอความชัดเจนและรายละเอียดอีกที”
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์// “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยภ์ เป็นประธานการประชุมการกำหนดรูปแบบการจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนน ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2563 แบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal สนามที่ 3 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม ที่ สนามภายในบริเวณเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี โดยมี นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ, นายอภิรักษ์ ทองโต รองผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ 2, นายณัฐพงศ์ โลหิตนาวี ประธานฝ่ายเทคนิคสมาคมกีฬาจักรยานฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลทองผาภูมิ

พลเอกเดชา กล่าวต่อที่ประชุมว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้ เป็นสนามสุดท้าย จะทราบว่านักปั่นคนใดจะเป็นแชมป์ประเทศไทย และได้ครองถ้วยพระราชทาน แต่จะเป็นการจัดในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal ซึ่งต้องยึดมาตรการหลัก 5 ข้อของ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัส และจำกัดจำนวนคน โดยนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคนก่อนจะเข้าพื้นที่จัดการแข่งขันต้องผ่านจุดคัดกรอง เริ่มจากการตรวจสอบรายชื่อ ตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โม สแกน ต้องลงทะเบียนในแอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ผ่านการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจักรยาน พร้อมกับติดสติกเกอร์บนรถจักรยาน และมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 2 เมตร
นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวอีกว่า ส่วนพิธีมอบรางวัลจะให้นักกีฬาไปรับถ้วยและเหรียญรางวัล พร้อมใบประกาศนียบัตรด้วยตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ จะจัดวางเอาไว้ให้บนเวที เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัส ส่วนกิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กับ สมาคมกีฬาจักรยานฯ และเทศบาลตำบลทองผาภูมิ จะจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม 200 คน และจะต้องผ่านจุดคัดกรองเช่นเดียวกัน

พลเอกเดชา กล่าวต่อไปว่า สำหรับกำหนดการแข่งขัน วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม แข่งขันประเภทถนนไทม์ไทรอัล และกิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ”, วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม แข่งขันประเภทถนน แมสสตาร์ต (โร้ดเรซ), วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม แข่งขันประเภทเสือภูเขาครอสคันทรี่ และ ดาวน์ฮิล ซึ่งการแข่งขันดาวน์ฮิล จะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น. ด้านเส้นทางการแข่งขันทุกประเภท จะใช้เส้นทางภายในบริเวณเขื่อนวชิราลงกรณ ยกเว้นกิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ” เส้นทางเริ่มจากบริเวณหน้าเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ปั่นเข้าไปในตลาดแล้ววกกลับมาเข้าเส้นชัยที่หน้าเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ระยะทางประมาณ 5 กม.
ด้าน นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ กล่าวว่า การที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับเทศบาลตำบลทองผาภูมิ และเขื่อนวชิราลงกรณ มาจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนน และเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 3 ที่อำเภอทองผาภูมิ อีกครั้ง นับว่าเป็นเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เพราะจะทำให้พี่น้องชาวอำเภอทองผาภูมิ ในฐานะเจ้าบ้าน จะช่วยกันต้อนรับบรรดานักกีฬาและผู้ติดตาม ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 1,000 คน นอกจากเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายแล้ว เราในฐานะคนทองผาภูมิก็จะได้รับประโยชน์จากการที่มีผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ เศรษฐกิจจะดีขึ้น มีผู้มาพักในรีสอร์ทหรือโรงแรมต่าง ๆ มารับประทานอาหาร มาจับจ่ายใช้สอย เป็นการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในชุมชน หลังจากที่เราได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจซบเซานานหลายเดือน ชาวทองผาภูมิยินดีต้อนรับทุกท่านที่จะมาเยือนด้วยมิตรไมตรี

“ฝากถึงบรรดานักปั่นที่จะมาร่วมการแข่งขันที่อำเภอทองผาภูมิ ตอนนี้ที่พักตามโรงแรมและรีสอร์ทต่าง ๆ เริ่มจะเต็มแล้ว หลังจากทราบข่าวว่าจะมีการแข่งขันระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม ทำให้มีผู้มาจองที่พักล่วงหน้ากันเป็นจำนวนมาก ทั้งที่พักในตัวอำเภอทองผาภูมิ และที่พักในเขื่อนวิราลงกรณ ดังนั้นท่านใดที่ยังไม่ได้ติดต่อจองที่พักขอให้รีบจองโดยด่วน คาดว่าจะเต็มภายในไม่กี่วันนี้ ในปีที่ผ่านมา นักปั่นหลายท่านต้องไปนอนที่วัด เพราะจองไม่ทัน สำหรับอำเภอทองผาภูมิมีของดีมากมาย โดยเฉพาะผลไม้อย่าง เงาะ มังคุด ทุเรียน ช่วงนี้ทุเรียนชุดสุดท้ายกำลังออกผล นักปั่นสามารถซื้อติดมือกลับไปรับประทานที่บ้านได้ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวขอแนะนำให้ไปเที่ยวน้ำตกผาตาด ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามอยู่ท่ามกลางหุบเขา หรือชมตลาดเช้าทองผาภูมิ สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน และไปเที่ยวชมวัดท่าขนุน เป็นวัดที่อยู่บนเขา มีทิวทัศน์ที่งดงาม นักท่องเที่ยวสามารถไปกราบสรีระของหลวงพ่อสาย เกจิชื่อดังที่ชาวทองผาภูมิเคารพนับถือ”
นอกจากนี้นักปั่นและผู้ติดตามสามารถเดินทางไปเที่ยวที่อำเภอสังขละบุรี ที่มีเขตติดต่อกับอำเภอทองผาภูมิ ไปชมสะพานมอญ ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวอับดับ 2 ของโลก ไปกราบสรีระของหลวงพ่ออุตตมะ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม รวมทั้งไปสักการะพระเจดีย์พุทธคยา ปูชนียสถานที่สำคัญคู่กับวัดวังก์วิเวการาม มีสีเหลืองทอง สามารถมองเห็นได้จากแม่น้ำซองกาเรีย ภายในองค์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมไปกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ดังนั้นนักปั่นที่มาแข่งขันจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 3 นี้ สามารถพาครอบครัวมาท่องเที่ยวอย่างมีความสุข เรียกว่ามาครั้งเดียวได้ทั้งเที่ยวและแข่งขันด้วย

ขณะที่ นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ เปิดเผยว่า ทางเขื่อนวชิราลงกรณ มีความยินดีต้อนรับนักกีฬาจักรยานและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน สำหรับสนามแข่งขันทั้งประเภทถนนและเสือภูเขา มีความพร้อมมาก และเป็นเส้นทางที่สวยงาม นอกจากมาแข่งขันจักรยานแล้ว ภายในเขื่อนวชิราลงกรณยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ให้นักกีฬาและผู้ติดตามได้ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากมาย เช่น เรือนเขาแหลม, สกาย วอล์ค ทางเดินที่เป็นกระจกใส, ล่องแพภายในเขื่อน, เนินสไลเดอร์,สวนรวมฤทัย, สวนพันธุ์ไม้ต่าง ๆ เส้นทางปั่นจักรยานที่สวยงาม ส่วนบรรยากาศภายในเขื่อนช่วงนี้จะเย็นสบาย อาจจะมีฝนบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วร่มรื่น จึงขอเชิญนักกีฬา ผู้ชม หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปมาท่องเที่ยว พร้อมชมการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม เขื่อนวชิราลงกรณ ยินดีต้อนรับทุกท่าน
ทั้งนี้ นักกีฬาที่จะสมัครเข้าแข่งขันจักรยานถนน เฉพาะประเภทไทม์ไทรอัล เข้าไปสมัครได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (ไม่รับสมัครที่หน้างาน) ส่วนประเภทแมสสตาร์ต (โร้ดเรซ) สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ หรือสมัครที่หน้างานได้จนถึงเวลา 08.00 น. ของวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม สำหรับเสือภูเขา ทั้งครอสคันทรี่ และดาวน์ฮิล สมัครผ่านเว็บไซต์ หรือสมัครที่หน้างานได้จนถึงเวลา 08.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ขณะที่กิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ” เปิดให้ลงทะเบียนที่จุดรับสมัครหน้าเทศบาลทองผาภูมิ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ โทร.0-2719-3340-2
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์// การแข่งขันสนุกเกอร์สะสมคะแนนประเทศไทย รายการพี 80-ทรู สงขลาคัพ 2020 ไทยแลนด์ แรงกิ้ง ประจำปี พ.ศ. 2563 กลับมาแข่งขันอีกครั้งแบบมีผู้เข้าชมตามระเบียบของศบค.อย่างเคร่งครัด ที่โรงแรม ที อาร์ ร็อค ฮิลล์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันที่ 13 ส.ค.โดยมี นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เป็นประธาน? ชิงเงินรางวัลรวม 1,500,000 ซึ่งนักกีฬาที่ทำแม็กซิมัมเบรค 147 แต้ม แอร์อีมิเน้นท์ มอบทองคำมูลค่า 5 แสนบาท นอกจากนี้นักกีฬาคนใดทำเซนจูรีเบรกเกิน 100 แต้ม จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท จากทรัลส์ซิตี้ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ริ่มคู่แรก ไทยทอร์นาโด “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม อดีตมือ 3 ของโลก แชมป์เก่าสนุกเกอร์ที่สงขลาเมื่อปีที่แล้ว ลงดวลคิวกับ กอบกิจ พลาจิณ “ชิม ศิษย์ต่าย” มืออันดับ 5 ประเทศไทยแชมป์สนุกเกอร์ดิวิชั่นสนามที่ 4 เชียงใหม่เมื่อปีที่แล้ว ในช่วง 4 เฟรมแรก ต๋อง ศิษย์ฉ่อย แชมป์เก่าออกสตาร์ทขึ้นนำไปก่อน 1-0 แต่ในช่วง 3 เหรมต่อมา ชิม ศิษย์ต่าย ออกมากด 2 ไม้เบรกยาว 101 แต้มรับเงินรางวัล 10,000 บาทจากทรัลส์ซิตี้และ 73 ขึ้นนำ ต๋อง 3-1 เหรม ต่อจากนั้นเฟรม 5 ต๋องมาได้เฟรมเมื่อแทง 2 ไม้เบรก 15 กับ 57 ชนะไล่มา? 2-3 ดท้ายเฟรมหก ชิม ศิษย์ต่าย อาศัยความคมกว่าแทงชนะต๋อง ศิษย์ฉ่อย 4-2 เฟรม(36-63, 101(101)-0,78-8,74(73)-8,0-72,67-1) ส่งผลให้ ชิม ศิษย์ต่าย ผ่านเข้ารอบนองชนะเลิศ ไปรอผู้ชนะระหว่าง กฤษณัส เลิศสัตยาทร”นุ้ก สงขลา” หรือ ณรงค์ ตาขันทอง “โฟน?เนวาด้า” ในวันที่ 14 ส.ค.เวลา 15.00? น.

ภายหลังจากจบเกมแข่งขัน ชิม ศิษย์ต่าย กล่าวว่า วันนี้จังหวะและโอกาสการแทงของตนนั้ยถือว่าไหลลื่นพอสมควรโดยเฉพาะทำ 2 ไม้เบรกได้ทำให้นำพี่ต๋อง ซึ่งยอมรับว่ากดดันบ้างแต่ก็พยายามผ่อนคลายตัวเองจนเอาชนะไอดอลของผมได้ ส่วนการลุ้นแชมป์ตอนนี้ก็ต้องรอรอบต่อไปว่าจะสามารถคุมเกมตัวเองได้ดีหรือไม่ด้วย
มาต่อคู่ของ ธนวัฒน์ ถิรพงศ์ไพบูลย์ หรือ แมน นครปฐม มืออันดับ 9 ประเทศไทย แชมป์ 15 แดงทีมชิงแชมป์โลก ปี 61 ดวลคิวกับ ยุทธภพ ภาคพจน์ หรือ นุ้ก จันท์ เหรียญทองแดงบิลเลียดซีเกมส์ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยช่วง 4 เฟรมแรก นุ้ก จันท์ ออกสตาร์ทนำไปก่อน 1-0 ก่อนจะสลับกันแพ้ชนะจน แมน นครปฐม ไล่มาเสมอ 2-2 เฟรม จากนั้นในเฟรม 5 นุ้ก จันท์ เป็นฝ่ายตบเอาชนะแมนขึ้นนำ 3-2 จากนั้น แมน นครปฐม เครื่องร้อนกด 2 ไม้เบรก 80 และ 103 แต้ม จนทำให้ แมน นครปฐม เฉือนชนะ นุ้ก จันท์ ไปแบบสนุก 4-3 เฟรม(47-56,71-54,49-72,62-34,32-68,80-27,117(103)-6) ส่งผลให้ แมน นครปฐม เข้ารอบรองชนะเลิศจะลงเล่นในวันที่ 14 ส.ค.เวลา 13.00 น.
“บิ๊กฮง” นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทยเผยว่า รู้สึกดีใจที่ทางภาครัฐทาง ศบค. ได้มีการผ่อนผันให้ผู้ชมเข้าชมกีฬาได้ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.?นี้? ซึ่งทางสมาคมจะปฎิบัติอย่างเคร่ง
ครัดในฐานะกีฬาแรกที่มีคนชมและถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ส่วนการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพของไทยเรานั้นยังยืนยันว่าจะจัดสนุกเกอร์รายการพี? 80-ทรู ไปยังจบ 7 สนามที่ตั้งเอาไว้ โดยเฉพาะตอนนี้แข่งขันมาแล้ว 4 สนามยังเหลืออีก 3 สนามที่เราจะต้องจัดแข่งขันให้จบต่อไป
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์//นางสาวไปรยาภรณ์ แข็งแรง กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด (ซ้าย) ผู้บริหารศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ในเครือเอ็ม บี เค มอบเงินทำบุญในการจัดงาน อิ่มบุญ สุขใจ เข้าพรรษาไทย ให้แก่ ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิพุทธานุสรณ์ (ขวา) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส :Cr;มณสิการ รามจันทร์
พิมพ์ไทยออนไลน์// เมื่อวันที่ 13 ส.ค.63 ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดงานเสวนา “Back To Thailand Running Boom” นับถอยหลังสู่งานวิ่งวิถีใหม่” พร้อมเปิดตัวคู่มือ” วิ่งที่บ้าน” เตรียมร่างกายก่อนกลับสู่สนาม และคู่มือมาตรฐานการจัดงานวิ่ง “The Next Normal Of Road Race Manual” สิ่งที่ต้องรู้กับมาตรการที่ต้องทำ ณ ห้องประชุม 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมืองไทยที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จนล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ไฟเขียว ประกาศปลดล็อก 31 ชนิดกีฬา ให้สามารถกลับมาจัดการแข่งขันได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด โดยการจัดงานวิ่ง เป็น 1 ใน 31 ชนิดกีฬาที่จะกลับมาจัดได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่ที่ผมเชื่อว่าคนรักสุขภาพต่างเฝ้ารอการกลับมาครั้งนี้ว่าจะเป็นอย่างไร เราจึงได้จัดงานเสวนาในครั้งนี้ขึ้นมา
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การจัดงานเสวนา “Back To Thailand Running Boom” สสส.และภาคีเครือข่ายหารือเพื่อร่วมกันวางแผนและเสนอแนวทางต้อนรับการจัดงานวิ่งในชีวิตวิถีใหม่ ผมมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถกลับมาเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศในเมืองต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานได้อย่างที่เคยเป็น ทั้งการสร้างงาน สร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวและกีฬาได้เป็นอย่างดี งานวิ่งถือเป็นกีฬามวลชนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เมื่อได้รับการปลดล็อกให้สามารถจัดการแข่งขันได้ในครั้งนี้ จึงนับเป็นกลไกที่จะปลุกพลังคนไทยให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพและสร้างเสริมสุขภาวะกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมมาตรการรับมือให้ดีที่สุด

คุณบงกชรัตน์ โมลี ผู้อำนวยการกองงาน คณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กีฬามวลชนเป็นการจัดกิจกรรมที่สามารถส่งเสริมให้เกิดการสร้างงานและการท่องเที่ยวทางกีฬาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประเมินว่ามีมูลค่าการใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากกิจกรรมวิ่งมวลชน เกินกว่า 7,000-10,000 ล้านบาทต่อปี แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมกีฬามวลชนต้องหยุดชะงักลงทำให้หลายฝ่ายได้รับผลกระทบ จนล่าสุดตอนนี้ งานวิ่ง เป็น 1 ใน 31 ชนิดกีฬา ที่ได้ปลดล็อกและสามารถกลับมาจัดการแข่งขันได้อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเราทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้จัดทำแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมา ผ่านการ Scan QR Code เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้จัดงานวิ่งได้กรอกข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ของการจัดงาน เพื่อนำไปยื่นต่อผู้ว่าราชการในจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ สิ่งเหล่านี้จะช่วยนำร่องและสร้างมาตรฐานการจัดงานวิ่งในในยุคใหม่ของ Running Boom ได้เป็นอย่างดี
คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานการจัดประชุมและนิทรรศการ กล่าวว่า การปรับตัว และทิศทางที่น่าจะเป็นเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย และสามารถกลับมาจัดงานวิ่งถนนในฐานะของผู้สนับสนุนที่ร่วมผลักดันให้งานวิ่งเป็นมาตรฐานนานาชาติ จะเห็นได้จากช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สภาผู้เชี่ยวชาญสหวิชาชีพในระดับนานาชาติ ได้จัดอันดับให้ไทย เป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 จาก 184 ประเทศทั่วโลก นับเป็นข่าวดีที่ช่วยย้ำชื่อเสียงด้านสาธารณสุขของไทยในเวทีโลก ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะนำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพมาเป็นจุดขายโดยเฉพาะการจัดกิจกรรมเชิงสุขภาพที่รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัยที่ช่วยลดการรวมตัวในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท อย่างงานวิ่งถนนและวิ่งเทรลและอาจเป็นกิจกรรมแรกๆ ที่สามารถเปิดรับชาวต่างชาติให้เลือกประเทศไทยเป็น Safe Destination สำหรับงาน Sport Mass Participation ได้ เมื่อวัคซีนป้องกันโรคโควิดมีผลบังคับใช้และแพร่หลายในแต่ละประเทศ
นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ กกท. กล่าวว่า กกท. ได้จัดทำคู่มือ “วิ่งที่บ้าน” เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมร่างกายก่อนกลับสู่สนาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับตัวหรือการซ้อมให้เหมาะสม เพื่อคงสมรรถภาพและความแข็งแรงของร่างกาย พร้อมนับถอยหลังสู่สถานการณ์ปกติที่จะกลับมาวิ่งด้วยความแข็งแรงและมีความสุขอีกครั้ง รวมถึงยังมีคู่มือมาตรฐานการจัดงานวิ่ง “The Next Normal Of Road Race Manual” สิ่งที่ต้องรู้ กับ มาตรการที่ต้องทำจากทางสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย อีกด้วย กกท. ในฐานะองค์กรหลักที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศ ขอยืนยันกับประชาคมกีฬาวิ่งถนนและวิ่งเทรลว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะกลับมาสร้างเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศอีกครั้ง

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีวิทยากรจากหลากหลายองค์กรมาร่วมบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ “ชีวิตวิถีใหม่กับมาตรการใหม่การจัดกีฬามวลชน” คุณบงกชรัตน์ โมลี ผู้อำนวยการกองงาน คณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, “งานวิ่งถนนในแบบแผนชีวิตวิถีใหม่” นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ กกท., “มหกรรมกีฬาในชีวิตวิถีใหม่” คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.), “ชีวิตวิถีใหม่ สุขภาวะกับการออกกำลังกาย” ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), “กีฬากรีฑา : งานวิ่งถนนมาตรฐานใหม่ ในยุคชีวิตวิถีใหม่” พลตำรวจตรี สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยฯ, เปิดตัวคู่มือมาตรฐานการจัดงานวิ่ง “The Next Normal Of Road Race Manual” อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้บริหารสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย, “การรวมพลังในบทบาทใหม่ต่ออุตสาหกรรมกีฬามวลชนยุคชีวิตวิถีใหม่” คุณรัฐ จิโรจน์วณิชชากร นายกสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย
วิ่งวิถีใหม่…ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยฯ และภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดงานเสวนา “Back To Thailand Running Boom” นับถอยหลังสู่งานวิ่งวิถีใหม่” พร้อมเปิดตัวคู่มือ” วิ่งที่บ้าน” เตรียมร่างกายก่อนกลับสู่สนาม และคู่มือมาตรฐานการจัดงานวิ่ง “The Next Normal Of Road Race Manual” สิ่งที่ต้องรู้กับมาตรการที่ต้องทำ ณ ห้องประชุม 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์