วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 25, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 1874

“ยิมนาสติก” คุมเข้มป้องกันโควิด ติดกล้อง-ตรวจไข้ทุกวัน “เวิลด์คัพ”ลุ้นรอบสุดท้าย

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // สมาคมกีฬายิมนาสติกวางกฎเหล็กกับนักกีฬาทีมชาติ ห้ามออกนอกแคมป์ จัดพ่นยาค่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง และต้องวัดไข้ทุกวัน ขณะที่นักกีฬาแอโรบิก เตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 สัปดาห์หน้า ก่อนไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่อาเซอร์ไบจาน พร้อมทั้งยืนยัน ซีเกมส์ เห็นผลเลิศอย่างแน่นอน
ความเคลื่อนไหวของนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ทั้งยิมนาสติกศิลป์ , ยิมนาสติกลีลา และ ยิมนาสติกแอโรบิก เก็บตัวรวมกันที่ ศูนย์ฝึกยิมนาสติกแห่งชาติ (สโมสรจินตนา) ซอยเพชรเกษม 81 ตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของผู้ฝึกสอนชาวรัสเซีย , ชาวยูเครน และ ชาวเม็กซิกัน ทำให้นักกีฬาทุกคนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 รอบที่ 3 อันตรายอย่างมาก สมาคมฯ จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยให้กับ นักกีฬาพร้อมทั้งสต๊าฟฟ์โค้ชอย่างเข้มงวด ด้วยการออกระเบียบที่ชัดเจน ด้วยการให้นักกีฬาแต่ละชนิด แยกกันเก็บตัวในบ้านพักคนละหลัง แยกซ้อม, แยกรับประทานอาหาร และ แยกพักผ่อน โดยจัดเป็นสัดส่วน นอกจากนี้จัดตั้งโซนตรวจความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการติดกล้องวงจรปิดทั้งในสนามฝึกซ้อม และ บริเวณที่พัก มีการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อสัปดาห์ละ 3 วัน รวมถึงจัดให้มีการวัดไข้นักกีฬา และ ผู้ฝึกสอนทุกคน ทุกวัน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้มากที่สุด

ขณะที่ ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมฯ ในฐานะผู้จัดการทีมชาติไทย กล่าวว่า ขณะนี้นักกีฬาทีมชาติทุกคน อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะนักกีฬายิมนาสติกแอโรบิก มีโปรแกรมเตรียมเข้าร่วมแข่งขัน ยิมนาสติก แอโรบิก เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ (ชิงแชมป์โลก) ระหว่างวันที่ 24-27 พ.ค. 2564 ที่เมืองบากู อาเซอร์ไบจาน ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เข็มแรกเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา และต้องทำการฉีดเข็มที่ 2 อีกครั้ง วันที่ 18 พฤษภาคม สัปดาห์หน้า ที่สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข ตามระเบียบของการกีฬาแห่งประเทศไทย
สำหรับนักกีฬายิมนาสติกแอโรบิก จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายพีรพงษ์ พจนโกสีย์, นายชนกพล เจียมสุขใจ , น.ส.ชวิศา อินทกุล , น.ส.ไอรดา ปานท้าว , น.ส.สุภัสสร วัชราภรณ์ โดยมี มร.โจเซ่ โรมาน กอนซาเลซ อัลเบอร์โต้ ผู้ฝึกสอนชาวเม็กซิกัน และ นายณัฐวุฒิ พิมพา (ผู้จัดการทีม)

ดร.กุสุมาลย์ ยืนยันอีกด้วยว่า นักกีฬาและผู้ฝึกสอนทั้ง 7 คน จะเดินทางไปอาเซอร์ไบจาน วันที่ 24 พฤษภาคม หากไม่มีผลกระทบต่อการติดเชื้อโควิด ก็ไม่ต้องทำการกักตัว แข่งขันได้เลย เป้าหมายการชิงแชมป์โลก เข้ารอบสุดท้ายถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนเป้าหมายใหญ่เพื่อสร้างความมั่นใจในการคว้าเหรียญทอง ของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ปลายปีนี้ ที่เวียดนาม

Cr : วิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

โล่งอก “แข้งทีมชาติไทย” ปราศจากโควิด พร้อมเข้าแคมป์

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ขอแจ้งผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในนักกีฬาฟุตบอลชายทีมชาติไทย ที่เข้าเก็บตัวฝึกซ้อมกลุ่มที่ 1 ซึ่งได้ทำการตรวจเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ผลการตรวจเชื้อ พบว่าทุกคนมีผลออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อ โดยทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะทำการออกใบรับรองผลตรวจอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ก่อนจะรับวัคซีนเข็มที่ 2 วันที่ 18 พฤษภาคมนี้
ขณะที่ นักกีฬาฟุตบอลชายทีมชาติไทย กลุ่ม 2 ที่เข้าเก็บตัวฝึกซ้อม ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เทรนนิ่งแคมป์ จังหวัดสมุทรปราการ จะเข้ารับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคมนี้ และเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในช่วงเช้าของวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งหากผลเป็นลบ จะสามารถเริ่มฝึกซ้อมตามโปรแกรมที่วางไว้

จากนั้น นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 พร้อมกันอีกครั้ง ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ทั้งนี้กำหนดการเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เบื้องต้นเป็นวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ทั้งนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะดำเนินงานอย่างระมัดระวัง และอยู่ภายใต้การดูแลและคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยสามารถเตรียมพร้อม และมีความพร้อมมากที่สุดก่อนเข้าสู่การแข่งขัน ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

Cr : วิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

เลขาธิการ คปภ. อนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเลขาธิการ คปภ. อนุมัติแบบกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ขานรับมติ ครม. ที่เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 311.41 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสู้ภัยธรรมชาติ

โดย ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบดำเนินโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฤดูการผลิต 2564 วงเงิน 311.41 ล้านบาท โดยมีพื้นที่เป้าหมายรับประกันภัยรวม 2.92 ล้านไร่ และกำหนดให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกพื้นที่ โดยมติครม.ดังกล่าวได้มอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามรูปแบบ และหลักเกณฑ์การรับประกันภัยของโครงการฯ ปีการผลิต 2564

รวมทั้งอนุมัติกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันภัยให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถเริ่มรับประกันภัยในปีการผลิต 2564 ได้ทันที รวมถึงดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนประชาสัมพันธ์โครงการฯ ในภาพรวมและเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น

สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้เตรียมความพร้อมและเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 ตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว โดยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ตนในฐานะนายทะเบียนได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 21/2564 เรื่อง กำหนดแบบและข้อความกรมธรรม์ของประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มเกษตรกรและอัตราเบี้ยประกันภัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 แบบกรมธรรม์ ดังนี้
1. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เพื่อกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
2. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)
3. กรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 สำหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) ส่วนเพิ่ม
โครงการฯ ปีการผลิต 2564 ได้กำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 (Tier 1) อัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของ ธ.ก.ส. มีอัตราเบี้ยประกันภัย 160 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และจาก ธ.ก.ส. อีก 64 บาท/ไร่ และอัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน สำหรับลูกค้าเกษตรกรทั่วไป มีอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับเขตพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ 150 บาท/ไร่ ความเสี่ยงปานกลาง 350 บาท/ไร่ และความเสี่ยงสูง 550 บาท/ไร่ ซึ่งจะได้รับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยจากภาครัฐ 96 บาท/ไร่ และส่วนที่ 2 (Tier 2) อัตราเบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการเอาประกันภัยเพิ่มเติมจาก Tier 1 โดยแบ่งอัตราค่าเบี้ยประกันภัยเป็น 3 อัตรา ตามระดับความเสี่ยงภัยในแต่ละพื้นที่ คือ 90 บาท/ไร่ 100 บาท/ไร่ และ 110 บาท/ไร่ ตามลำดับ
ในส่วนของวงเงินความคุ้มครองคงเดิม คือ วงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 1 อยู่ที่ 1,500 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย ได้แก่ 1) ภัยน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก 2) ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง 3) ภัยลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น 4) ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง 5) ภัยลูกเห็บ 6) ภัยไฟไหม้ 7) ภัยช้างป่า สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่ 750 บาท/ไร่ และวงเงินความคุ้มครองสำหรับ Tier 2 อยู่ที่ 240 บาท/ไร่ สำหรับภัยธรรมชาติทั้งหมด 7 ภัย และสำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด อยู่ที่ 120 บาท/ไร่ โดยกำหนดวันเริ่มจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบโครงการฯ จนถึงไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และกรมธรรม์ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึงไม่เกินวันที่ 15 มกราคม 2565 ซึ่งเกษตรกรสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันภัยได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา
ทั้งนี้ มีบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ ปีการผลิต 2564 จำนวน 16 บริษัท ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย บมจ.ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) บมจ.ทิพยประกันภัย บมจ.ไทยไพบูลย์ประกันภัย บมจ.ไทยศรีประกันภัย บมจ.นวกิจประกันภัย บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ บมจ.ฟอลคอนประกันภัย บมจ.มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันส์ บมจ.เมืองไทยประกันภัย บมจ.วิริยะประกันภัย บมจ.สินมั่นคงประกันภัย บมจ.อาคเนย์ประกันภัย บมจ. แอกซ่าประกันภัย และ บมจ.แอลเอ็มจีประกันภัย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามโครงการฯ ปีการผลิต 2564 สำนักงาน คปภ. จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการฯ ไปก่อนหน้านี้ โดยจัดทำโครงการ “อบรมความรู้ประกันภัย Training for the Trainers” ซึ่งทุก ๆ ปีจะเป็นการลงพื้นที่ตามภาคต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ด้านประกันภัยกับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่วนงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องจากปีนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีความรุนแรง ส่งผลให้ในหลายจังหวัดของประเทศไทยกำหนดมาตรการเข้มงวดในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำนักงาน คปภ. จึงได้ปรับวิธีการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยจัดทำความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เช่น การจัดทำสื่อวีดิทัศน์ในรูปแบบกราฟฟิกเคลื่อนไหว (motion graphic) การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร (influencer) ในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ การจัดทำสื่อความรู้ในรูปแบบคลิปเสียง การจัดทำข้อมูลความรู้เพื่อเผยแพร่ผ่าน Application “กูรูประกันข้าว” โดยสามารถดาวน์โหลดผ่าน QR code รวมถึงการผลิตสื่อความรู้ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ พร้อมทั้งได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ สื่อความรู้ต่าง ๆ ผ่านช่องทางที่เข้าถึงเกษตรกรให้มากที่สุด

“สำนักงาน คปภ. ขอเชิญชวนเกษตรกรทุกท่านทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดผลกระทบความเสียหายจากภัยต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากศัตรูพืช หรือภัยจากโรคระบาดต่าง ๆ ซึ่งในปีนี้การจัดทำประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีทั้งแบบกรมธรรม์ที่รัฐบาลให้การอุดหนุนเบี้ยประกันภัยและแบบที่เกษตรกรสามารถซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครองเอง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย :Cr;มณสิการ รามจันทร์

“ทิปโก้” เปิดตัวฟ้าทะลายโจร ต่อยอดนวัตกรรมกลุ่มสมุนไพรสกัด

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3965
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

เคาะประมูลสิทธิวงโคจรดาวเทียม!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3964
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

ตลาดอุปกรณ์ชาร์จรถ EV กว่าหมื่นล้าน

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3963
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

ออมสินช่วย SMEs!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3962
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

ทิปโก้เปิดตัวฟ้าทะลายโจรสกัดตรา “ทิปโก้” ต่อยอดนวัตกรรมกลุ่มสมุนไพรสกัด

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทิปโก้มีการจำหน่าญผลิตภัณฑ์สมุนไพรสกัดภายใต้ตรา “ทิปโก้” คือ ขมิ้นชัน จากเทคโนโลยีการปลูก และการสกัดของบริษัท และแหล่งวัตถุดิบอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์
ธานี ที่ให้ปริมาณสารออกฤทธิ์ เคอร์คูมิ นอยด์ ปริมาณสูงมาก จึงเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากช่วยเสริมภูมิต้านทาน และภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และบรรเทาอาการ จุกเสียดท้องอืดท้องเฟ้อ

และล่าสุด ในเดือน พฤษภาคม นี้ บริษัทฯได้เพิ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรสกัดตัวใหม่ คือ ฟ้าทะลายโจรสกัด
ประเทศไทยมีสมุนไพรดีๆ จำนวนมาก และในยุค Covid-19 สมุนไพรอย่างฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน และอีก หลายๆชนิด จึงได้ถูกนำมาศึกษาทดลองใช้รักษาผู้ติดเชื้อโควิดร่วมกับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ดังกรณีที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564
(อ้างอิง https://news.thaipbs.or.th/content/303508) ถึงผลการศึกษาทดลองให้ฟ้าทะลายโจรกับผู้ติดเชื้อโควิด มีฤทธิ์ช่วย ลดอักเสบ – ลดไข้ผู้ป่วยอาการน้อย และสร้างภูมิคุ้มกัน โดยผลการศึกษา 9 โรงพยาบาล ผู้ป่วย 304 คน ที่มีอาการน้อยและไม่มีอาการปอดบวม ให้ยาฟ้าทะลายโจร 180 มก.ต่อวัน รวม 5 วัน พบว่า ทุกรายอาการดีขึ้น ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึงกรณีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาดูแลผู้ป่วย เช่น โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรดั้งเดิม ที่ใช้รักษาหวัดและอาการเจ็บคอ อันเกิดจากเชื้อไวรัส ได้รับการรับรองจากภาครัฐมานานแล้ว อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ(อ้างอิงhttp://pharmacy.su.ac.th/herbmed/drug/text/drug.php?drugID=56) ปัจจุบันในท้องตลาดมีการผลิตจำหน่ายเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ

แบบที่ 1 แบบเม็ดผงบดบรรจุแคปซูล ซึ่งองค์การอาหารและยา (อย.) กำหนดว่าจะต้องมีความเข้มข้นของ สารออกฤทธิ์หรือตัวยาสำคัญเรียกว่าแอนโดรการ์โฟไลด์ (andrographolide) ไม่ต่ำกว่า 1% กรณีเม็ดผงบด 400 มก./เม็ด มีสารฯประมาณ 4 มก./เม็ด ดังนั้นกรณีหวัดทั่วไปหากต้องทานให้ได้สารฯ 60 มก./วันก็ต้องทานแบบเม็ดผงบด 15 เม็ด/วัน (เท่ากับ 4 เม็ด/มื้อ ที่ 4 มื้อ/วัน) และกรณีทดลองโควิด หากต้องทานให้ได้สารฯ 180 มก./วัน ก็ต้องทาน แบบเม็ดผงบด 45 เม็ด/วัน (เท่ากับต้องทานถึง 11-12 เม็ดต่อมื้อ ที่ 4 มื้อ/วัน)

แบบที่ 2 แบบเม็ดสารสกัดบรรจุแคปซูล (แบบของทิปโก้) จะมีความเข้มข้นของแอนโดรการ์โฟไลด์สูงถึง 20 มก./เม็ด ดังนั้นหากต้องทานให้ได้สารฯ 60 มก./วัน ก็ทานแบบเม็ดสกัดเพียง 3 เม็ด/วัน (เท่ากับ 1 เม็ด/มื้อ ที่ 3 มื้อ/วัน) และหากต้องทานให้ได้สารฯ 180 มก./วัน ก็ทานเพียง 9 เม็ด/วัน (เท่ากับ 3
เม็ด/มื้อ ที่ 3 มื้อ/วัน) ทานน้อยกว่าแบบเม็ดผงบดหลายเท่าทำให้ลดปริมาณรับประทานลงมาก ผู้บริโภคสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องทานยาเป็นกำ ยิ่งกว่านั้น แบบเม็ดสกัดจะมีสารออกฤทธิ์ค่อนข้างคงที่จึงเป็นประโยชน์ต่อการรักษา ดังนั้น แบบเม็ดสกัดจึงจัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติและราคาสูงกว่า ทั้งนี้ยัง
สามารถทานคู่กับสมุนไพรอื่น เช่น ขมิ้นชันสกัด และวิตามินซี ที่จะเสริมการดูดซึมและผลการรักษาอีกด้วย
ฟ้าทะลายโจรสกัดของทิปโก้ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. เป็นยาสามัญประจำบ้าน ทำให้จำหน่ายได้ทุกช่องทาง (ร้านสะดวกซื้อ ออนไลน์ ฯลฯ) นอกเหนือจากร้านขายยา โดยช่วงนี้เพื่อความสะดวกแก่ผู้บริโภค ทิปโก้จึงเน้นการขายผ่านออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคที่ลิงค์ https://www.tipcoherb.com/ ซึ่งที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างมาก จึงกำลังเร่งการผลิต

นายยงสิทธิ์ กล่าวว่า สมุนไพรไทยเป็นสิ่งที่มีคุณค่า โดยเฉพาะถ้ายกระดับคุณภาพด้วยการสกัด ทิปโก้จึงมุ่งมั่นที่จะสรรสร้างเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้ผลดี มีคุณภาพ มีความปลอดภัย ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยรวมถึงส่งออกไปต่างประเทศ

และในสถานการณ์โควิดระบาดรุนแรงนี้ การที่คนไทยดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองอยู่แล้ว เช่น การใส่หน้ากาก และหมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างและหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชน การมีฟ้าทะลายโจรสกัดและ สมุนไพรอื่น เช่น ขมิ้นชันสกัด ติดบ้านไว้เพื่อพร้อมทานได้ทันทีหากเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อหรือเริ่มมีอาการ
จึงเป็นทางเลือกเพิ่มในขั้นเตรียมตัวป้องกันตนเองและในการลดความรุนแรงของอาการก่อนจะไปขั้นการตรวจเชื้อ หรือรักษาในโรงพยาบาลต่อไป.

### ข้อมูลเพิ่มเติมด้านงานประชาสัมพันธ์ กรุณาติดต่อ : ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) อีเมล์ pr@tipco.net

บริษัท พีอาร์ วัน เน็ทเวิร์ค จำกัด
ภัทธิรา บุรี 081- 636 0452, ธนิษฐา วิทยานนท์ 086-993 5744
อีเมล์ patthira@pr-one.com, tanitha @pr-one.com

 

 

 

 

AIS นำเทคโน 5จี ร่วมสร้าง ปวศ. เชื่อมฐานข้อมูลผู้ฉีดวัคซีนทุกจุด

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3961
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)