วันพุธ, พฤษภาคม 29, 2024

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 1864

เพชรมณี-แสนทนง ผ่านตราชั่งฉลุย พร้อมชิงแชมป์WBC105 ศุกร์นี้

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//  เพชรมณี ซีพีเอฟ ควง แสนทนง ต.ศิลาชัย ชั่งน้ำหนักผ่านฉลุยพร้อมชิงแชมป์สภามวยแห่งเอเซียWBC ASIA รุ่นมินิมัมเวต(105ปอนด์)เป็นคู่เอกนำรายการศึกยอดมวยโลกWBC ASIA นัดวันศุกร์ที่25กันยายนนี้ ที่ วิกรังสิต ปทุมธานี
เสี่ยตังค์ โปรโมเตอร์ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ เผยมั่นใจเพชรมณีต้องโชว์ผลงานเรียกฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้ง พร้อมกำชับห้ามประมาทเด็ดขาด ถ้าเกิดคว้าชัยมาได้ตนจะสนับสนุนเพื่อหวังเป็นแชมป์โลกในอนาคต ฝากแฟนติดตามทางช่อง7เวลา13.45น.

ที่ ค่ายมวยเพชรยินดีอะคาเดมี่ วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการชั่งน้ำหนักพร้อมตรวจร่างกาย นักชกที่จะทำศึกยอดมวยโลกWBC ASIA นัดวันศุกร์ที่25กันยายนนี้ ที่ วิกรังสิต ปทุมธานี ยิงสดช่อง7เวลา 13.45-15.45น. จัดโดย บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัดมหาชน ร่วมกับ บริษัทเพชรยินดีบ๊อกซิ่งโปรโมชั่น จำกัด ซึ่งมีโปรโมเตอร์ปิยะรัตน์ วชิระรัตนวงศ์ เป็นประธานการชั่งน้ำหนัก โดยมีนายแพทย์ จิระศักดิ์ บุบผาชาติ ทำหน้าที่ตรวจร่างกาย วัดความดัน ชีพจร อย่างละเอียด ปรากฏว่าร่างกายพร้อมรบทั้งคู่

ผลการชั่งน้ำหนักด้าน เพชรมณี ซีพีเอฟ ขึ้นชั่งได้ตามพิกัด105ปอนด์ เช่นเดียวกับคู่ชก แสนทนง ต.ศิลาชัย พร้อมชิงแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย WBC ASIA รุ่นมินิมัมเวต105 ปอนด์แน่นอน ขณะคู่ประกอบรายการชั่งได้ตามพิกัดมีดังนี้ ก้องฟ้า ซีพีเอฟ พบ ซากาเรีย ไมรี่ (เบลเยี่ยม) พิกัด 124ปอนด์ ,เพชร ซีพีเอฟ พบ มอสตาหาร์ ทัพโตซาเดย์ (อิหร่าน)พิกัด120ปอนด์,ยอดมงคล ซีพีเอฟ วัด แรมโบ้ สิงห์มนัสศักดิ์ พิกัด 114ปอนด์ ปิดท้าย เทพนิมิต วรวินิจ บี้ ยอดฉัตร ส.พลังชัย พิกัด 114ปอนด์
ด้าน เสี่ยตังค์ เผยว่า ฝากแฟนมวยทั่วประเทศมาติดตามผลงาน ศึกยอดมวยโลกWBC ASIAวันศุกร์นี้ ที่ เวทีรังสิต โดยนักมวยทั้งคู่ผ่านการตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนักเป็นที่เรียบร้อย คู่เอก เพชรมณี ที่จะชิงแชมป์กับแสนทนง ถือว่าถูกคู่เชื่อว่าผลงานต้องออกมาสนุกประทับใจแฟนมวยแน่นอน

 

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

“อสมท” ลด พนง. 700 คน! เปิดโครงการเต็มใจจาก

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3034
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

สสว.เผยผลสำเร็จดัน SMEs ไซส์กลางเข้าถึงมาตรฐาน พร้อมชูไฮไลท์เร่งกู้ชีพกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยมาตรฐาน THAILAND SURE 2020

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//สสว.เผยผลสำเร็จพัฒนา SMEs ระดับเติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญต่อเศรษฐกิจ ให้เข้าถึงมาตรฐานเพื่อรองรับตลาดสากล มุ่งสู่ SME SMART FORWARD พร้อมสร้างศักยภาพเร่งด่วนฟื้นฟูกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวดันมาตรฐาน THAILAND SURE 2020 เสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภค คาดสร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท
นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยว่า สสว. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ระดับกลางหรือระดับเติบโตที่มีศักยภาพ และมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ โดยดำเนินการร่วมกับ 14 หน่วยร่วม
ประกอบด้วย สถาบันอาหาร (กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มและเกษตรแปรรูป) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve เน้นกลุ่ม Green Business ) สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว/โรงแรม/สปา เครื่องมือแพทย์/แปรรูปสินค้าประมงภาคใต้) สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (กลุ่มแฟชั่น สิ่งทอ ไลฟ์สไตล์) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน) สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะ) สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (กลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม (ภาคเหนือ)) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ธุรกิจการค้าและบริการ (ภาคใต้)) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (กลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โรงแรม และผู้ประกอบการขนส่ง) สมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (เกษตรแปรรูป/ภาคบริการ)
ผอ.สสว. เผยอีกว่า ในปี 2563 สสว. ได้มุ่งเน้นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการยกระดับศักยภาพของธุรกิจให้เข้าถึงระบบมาตรฐาน ทั้งการตรวจประเมินเพื่อให้ได้รับใบรับรองมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสากล พร้อมรับมือและปรับตัวกับวิถีธุรกิจ New Normal ในสถานการณ์โควิด-19
โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ยกระดับธุรกิจหรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไปสู่สากล ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริม SME ตามนโยบายรัฐบาล และเป็นไปตามพันธกิจของ สสว. ในการผลักดันการส่งเสริม SMEs ให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล โดยได้ดำเนินการ อบรมเชิงปฏิบัติการเฉพาะด้านเพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรทางธุรกิจ เช่น อบรมผู้ควบคุมกระบวนการผลิตและแปรรูปอาหารในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้ได้รับใบรับรองคุณสมบัติจากหน่วยงานที่ U.S. FDA ให้รับการยอมรับ ฯลฯ ให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยที่ปรึกษา ณ สถานประกอบการ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ โดยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจแยกตามรายกลุ่มอุตสาหกรรม ต่อยอดการพัฒนาเพื่อให้ได้รับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เช่น มาตรฐาน ISO มาตรฐานท่องเที่ยว มาตรฐานฉลากทางเลือกสุขภาพ มาตรฐานฉลากทางเลือกสำหรับหน้ากากผ้า ฯลฯ สนับสนุนการจัดทำฉลากโภชนาการ และตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ หรือสอบเทียบเครื่องมือวัดในโรงงานอุตสาหกรรม หรือตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ตรวจวิเคราะห์มาตรฐานชุดป้องกัน (Personal Protective Equipment : PPE) หน้ากากผ้า ในช่วงสถานการณ์ โควิด – 19 เป็นต้น
“ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สสว. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครึ่งปีหลัง 2563 -2564 จึงได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เสนอกิจกรรมเร่งด่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวแบบบูรณาการรองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ COVID-19 ในชื่อ “THAILAND SURE 2020” โดยเน้น 7 กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวหลัก คือ
1. มาตรฐานร้านของฝาก (SURE Souvenir Shop Standard) 2. มาตรฐานที่พัก โรงแรม (SURE Accommodation Standard) 3. มาตรฐานร้านอาหาร (SURE Restaurant Standard) 4. มาตรฐานบริการขนส่งรถบัสและรถตู้ (SURE Bus and Van Standard) 5. มาตรฐานตัวแทนการท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว (SURE Travel Agency Standard) 6. มาตรฐานของกลุ่มสปา และความงาม (SURE Spa & Beauty Standard) 7. มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว (SURE Tourist Attraction Standard) ผู้ประกอบการในกลุ่มท่องเที่ยว ที่จะได้รับตรามาตรฐาน ดังกล่าว ต้องนำความรู้ไปปฏิบัติจริงในกิจการของ และที่สำคัญต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจะผ่านเกณฑ์การพิจารณา ได้รับตราสัญลักษณ์ “Thailand SURE 2020” จากสสว. และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย”
จากการดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level) ในปี 2563 ในภาพรวมทำให้เกิดผลลัพธ์ คือ 1. การปรับตัวของ SMEs ในรูปแบบวิถีธุรกิจแบบใหม่รองรับ New Normal ที่ต้องสามารถเชื่อมโยงและสร้างความมั่นใจด้านสุขอนามัย การใช้เทคโนโลยี การมีมาตรฐานและความปลอดภัย เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และ 2. เกิดผลผลิตที่เป็นรูปธรรม อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) Eco Design : ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม พัฒนาศักยภาพนวัตกรรมองค์กร (Innovation Organization) IOT DEMO รูปแบบจำลอง IOT Solution ผลิตภัณฑ์สปา ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปด้วยเทคโนโลยี และได้รับมาตรฐาน หรือใบรับรองสัญลักษณ์ทางโภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ผลิตภัณฑ์สิ่งทอแฟชั่นที่มีนวัตกรรม ได้รับมาตรฐานและรับรองฉลากต่าง ๆ อาทิ ISO / GMP / GMP Codex / HACCP / Smart Fabric / CoolMode / เสื้อประหยัดไฟเบอร์ 5 / Thailand Textiles Tag ผลิตสมุนไพรไทยจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน รวมทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับตรามาตรฐานความปลอดภัย Thailand SURE 2020 โดยรวมสามารถคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมผลักดัน SMEs ระดับเติบโตในโครงการก้าวสู่ SME SMART FORWARD
ในอนาคต
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-298-3282 และ 02-298-3047 และ www.sme.go.th Facebook : Osmep สสว.
ประสานงานประชาสัมพันธ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่:
เจริญไชย จารุกะกุล ส่วนสื่อสารองค์กร สสว. โทร. 081 615 5450, 02 298 3201 Email : charoenchai@sme.go.th
มยุรี คำสะอาด ประชาสัมพันธ์ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โทร. 08 5044 8689, 0 2713 5492 – 9 ต่อ 710 :Cr;มณสิการ รามจันทร์

คุกอ่วม”พัฒนา เมืองสุข” 99 ปี ทุจริตบ้านเอื้ออาทร

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // คุกอ่วม”พัฒนา เมืองสุข”99 ปี ตามกฎหมายคงจำคุก 50 ปี คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ

วันที่ 24 ก.ย.63 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน อ่านคำพิพากษา คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 สมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548-2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงษ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลย

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91

พิพากษาจำคุกนายวัฒนา ความผิด ม .148 จำนวน 11 กระทง กระทงละ 9 ปี รวม 99 ปี แต่คงจำคุกจริง 50 ปี นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง มีความผิด 11 กระทง กระทงละ 6 ปี รวม 66 ปีจำคุกจริง 50 ปี นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ มีความผิดกระทงเดียว คุก 4 ปี

รายชื่อจำเลย 14 ราย ประกอบด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พม., 2.นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ด กคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548-19 ก.ย. 2549, 3.นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, 4.นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, 5.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง, 6.น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด, 7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ, 8.บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 9.บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, 10.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, 11.บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, 12.บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย, 13.บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ 14.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ

Cr. : นายทวีศักดิ์ ชิตทัพ ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

สำนักข่าวเนตรทิพย์-ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1160091018310051067
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

สำนักงานศาลยุติธรรมจับมือ ธ.กสิกรไทย รับชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกค์

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ //  สำนักงานศาลยุติธรรมลงนามข้อตกลงกับ ธ.กสิกรไทย ชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกค์  เพิ่มความสะดวกให้คู่ความ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น. สำนักงานศาลยุติธรรมจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการรับชำระเงินของสำนักงานศาลยุติธรรม ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และ/หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการให้บริการออกใบรับเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เพื่อยกระดับ   การให้บริการของระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม (CIOS) โดยการนำนวัตกรรมทางการเงิน

มาสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ เพิ่มความสะดวกในการชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้แก่คู่ความ โดยมี นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ณ ศูนย์วิทยบริการศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ชั้น 6 ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานศาลยุติธรรมได้พัฒนาระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม (CIOS) เพื่อให้บริการยื่น ส่ง และรับคำคู่ความ ขอคัดถ่ายเอกสารในสำนวน ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด รวมถึงการสืบค้นและติดตามข้อมูลคดีผ่านอินเตอร์เน็ต
ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในการยื่นคำคู่ความและ/หรือเอกสารที่ต้องมีการชำระค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี การวางเงินต่อศาล หรือค่าจัดทำเอกสาร ผู้ใช้บริการต้องชำระเงินแยกตามรายการ   ที่ได้รับแจ้งผ่านทางระบบ CIOS ซึ่งอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากและเสียเวลาในการดำเนินการ

ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความ ทนายความ และประชาชนทั่วไปในการชำระเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สำนักงานศาลยุติธรรมจึงร่วมมือกับบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้บริการรับชำระเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของสำนักงานศาลยุติธรรมและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและ/หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารอื่น ๆ โดยสามารถเลือกชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง อาทิ ใบเแจ้งยอดชำระเงิน  (Bill Payment) บริการชำระเงินผ่านการหักบัญชีอัตโนมัติ (Online Direct Debit) หรือบริการรับชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway) โดยการตัดเงินจากบัตรเดบิต/เครดิตได้ทันที ทำให้สามารถชำระค่าบริการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ไม่ต้องแยกโอนจ่ายทีละบัญชี ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่าย

ในการเดินทาง อีกทั้งยังมีความปลอดภัย สามารถทราบผลการชำระเงินพร้อมรับใบเสร็จรับเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้ทันทีผ่านระบบ CIOS ง่ายครบ จบในจุดเดียว

Cr.: นายทวีศักดิ์ ชิตทัพ ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

ไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 รวมสินค้าสุดเก๋ จากเหล่าแอร์โฮสเตส-สจ๊วต

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เปิดพื้นที่รวบรวมสินค้าดีๆ จากหนุ่มหล่อ สาวสวยพนักงานต้อนรับจากสายการบินดังทั่วประเทศ ที่ใช้เวลาว่างสร้างแบรนด์สุดปัง เตรียมนำมาจำหน่ายให้เหล่าผู้โดยสารนักช้อปในราคาย่อมเยา ในงาน “Chic Chic Cool Crew ตลาดนี้ลูกเรือแซ่บ” ทั้งสินค้าแฟชั่น อาหาร เบเกอรี่ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ พร้อมบริการพิเศษ! เสิร์ฟความอร่อยและให้บริการลูกค้าทุกท่านเหมือนกับนั่งอยู่บนเครื่องจริง

ในวันที่ 25 – 27 กันยายน 2563เวลา 10.00 – 21.00 น.
บริเวณ ลานไนน์ สแควร์ ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

โดยภายในพื้นที่จัดงาน “Chic Chic Cool Crew ตลาดนี้ลูกเรือแซ่บ” บริเวณ ลานไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้ดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด เริ่มจากกั้นขอบเขตทางเข้าออกงานที่ชัดเจน มีจุดลงทะเบียนแอพพลิเคชั่นไทยชนะ พร้อมตรวจวัดอุณภูมิร่างกายลูกค้าและผู้ขายสินค้าทุกท่าน และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยเข้ามาในพื้นที่จำหน่ายสินค้าโดยเด็ดขาด รวมถึงจัดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึงอีกด้วย

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ของศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์พระราม 9 ได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 www.thenine.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ  The Nine Center Rama 9 และ อินสตาแกรม Thenine_rama9:Cr;มณสิการ รามจันทร์

สายลมโมเดล.. จับ“สายไฟ-สายสื่อสาร”มุดดิน

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3033
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

กฟผ. ร่วมโชว์ยานยนต์ไฟฟ้า 4 E งาน “ASEAN Sustainable Energy Week 2020”

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// กฟผ. มุ่งส่งเสริมและกระตุ้นคนไทยให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ร่วมโชว์ผลงานและนิทรรศการยานยนต์ไฟฟ้า 4 E ได้แก่ รถ i-EV กฟผ. E-Bike E-Bus และ E- Boat ภายใต้แนวคิด “EGAT’s E-mobility” ในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 23 – 26 กันยายนนี้
นายสาธิต ครองสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ร่วมกับ บริษัท Informa Markets จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 (ASE2020) ขึ้น ระหว่างวันที่ 23 – 26 กันยายน 2563 ที่

ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นงานที่จัดแสดงเทคโนโลยีและจัดประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า
ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยได้รับเกียรติจาก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าเยี่ยมชมผลงานและนิทรรศการยานยนต์ไฟฟ้าของ กฟผ. ที่ บูธ กฟผ.
นายสาธิต ครองสัตย์ กล่าวว่า กฟผ. ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า กฟผ. ภายใต้แนวคิด “EGAT’s E-mobility” โดย กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต กฟผ. จึงมุ่งมั่นดำเนินโครงการวิจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐ โดยส่งเสริมให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ (EV) หลากหลายรูปแบบ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า 4 E ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง กฟผ.-สวทช. (รถ i-EV กฟผ.) รถบัสโดยสารดัดแปลง (E-Bus) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) เรือไฟฟ้า (E-Boat) รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) และการบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าจาก EV สำหรับไฮไลท์ที่บูธ กฟผ. ในปีนี้ได้นำรถ i-EV กฟผ. และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาจัดแสดง เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รับประสบการณ์จริงจากการทดลองนั่ง ทั้งนี้ กฟผ. หวังว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวและหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ภายในงาน กฟผ. ได้เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อ “The Role of EGAT in Building Thailand’s Smart Energy Future” เพื่อแสดงถึงทิศทางและบทบาทของ กฟผ. ในอนาคตที่จะนำ EV มาใช้ในทุกภาคส่วนของ กฟผ.ผ่านแผนแม่บทการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม

ยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในประเทศต่อไป และหัวข้อ “Policy of Bioenergy Power Plant in Thailand and Case Study” โดยแสดงให้เห็นถึง กฟผ. ขานรับนโยบายภาครัฐเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้รูปแบบโมเดล โคก หนอง นา อีกด้วย
“กฟผ. ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซล รวมทั้งลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM2.5 และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง สามารถเข้าร่วมงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2020 และเยี่ยมชมบูธ กฟผ. ตั้งแต่วันนี้จนถึง 26 กันยายน 2563 ที่ บริเวณ โซน D ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา”

 

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์