วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 1864

“ปอปอ” สร้างประวัติศาสตร์ รับทุน “สหพันธ์ยิมนาสติกโลก” ลั่นคว้าทองซีเกมส์

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // “ปอปอ” พิยดา พีรมธุกร สร้างประวัติศาสตร์ เป็นนักกีฬายิมนาสติกคนแรกของไทย ได้รับทุนร่วมกับนักกีฬายิมนาสติกอาชีพทั่วโลก จากสหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติ “ศรายุทธ” ย้ำนี่คือรางวัลเกียรติยศของวงการยิมไทย มองเห็นเส้นทางสดใส ทั้งแชมป์เอเชีย และ เหรียญทองซีเกมส์
จากการที่ สหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติ หรือ ( FIG. ) ได้ส่งหนังสือถึงสมาคมกีฬายิมนาสติกทั่วโลกจำนวน 23 ประเทศ ให้เสนอรายชื่อนักกีฬายิมนาสติก 4 ประเภท ได้แก่ นักกีฬายิมนาสติกศิลป์ชาย-นักกีฬายิมนาสติกศิลป์หญิง รุ่นเยาวชนและรุ่นประชาชน, นักกีฬายิมนาสติกลีลา รุ่นเยาวชน และ รุ่นประชาชน, นักกีฬายิมนาสติกแทรมโปลีน รุ่นเยาวชนและรุ่นประชาชน ประเภทละ 3 คน (รวมจำนวน 12 คน) เพื่อพิจารณาทั้งผลงาน และ ผลการเรียน เพื่อรับทุนการพัฒนาศักยภาพการฝึกซ้อม หรือเป็นทุนการศึกษา ซึ่งสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ส่งไปจำนวน 3 คน ได้แก่ ด.ญ..ลิลลี่, นายฑิฆัมพร สุรินทรฑะ และ “ปอปอ” น.ส.พิยดา พีรมธุกร แชมป์ประเทศไทยประเภทเยาวชน และ ประชาชน วัย 16 ปี ปัจจุบันอยู่อันดับ 36 ของโลก และ อันดับ 6 ของเอเชีย

ผลปรากฏว่า สหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติคัดเลือก มอบทุนการศึกษา ให้กับ น.ส.พิยดา พีรมธุกร เป็นนักกีฬาทุนของสหพันธ์เป็นเวลา 1 ปี พร้อมกับมอบทุนการศึกษาอีกจำนวน 5,000 ฟรังค์สวิส หรือ ประมาณ 175,013 บาท เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ได้รับทุนการศึกษาอีก 46 คน ใน 23 ประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่นักกีฬายิมนาสติกของไทย ได้รับทุน โดยที่ผ่านมาเป็นนักกีฬาญี่ปุ่น และ ยุโรปจะได้รับกันอย่างต่อเนื่อง
น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ รองประธานสหพันธ์ยิมนาสติกแห่งเอเชีย และ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นความภาคภูมิใจของสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย และ เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ เนื่องจากเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของวงการยิมนาสติกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญเป็นคนแรกของนักกีฬายิมนาสติกไทย ที่ได้รับเกียรติ ได้รับทุนจากสหพันธ์ยิมนาสติกนานาชาติ อย่างน้อยก็ทำให้นักกีฬายิมนาสติกของไทย อยู่ในสายตาของนักกีฬายิมนาสติกทั่วโลก

ในส่วนของการเตรียมทีมชาติไทย ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการทีมชาติไทย เผยว่า สมาคมเตรียมส่งนักกีฬายิมนาสติกลีลา เข้าแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบกิสถาน เดือนมิถุนายนจะส่งประเภทกรุ๊ป 6 คน ประกอบด้วย น.ส.ชุติกาญจน์ ผิวผ่อง, น.ส.ปัณฑิตา ทองสอง, น.ส.ภรณ์นัชชา เจตธำรง, น.ส.ชลธิชากร จรรย์โกมล, น.ส.สุพิชา ปิ่นฟั่น , น.ส.ณวิตา วิบูลย์ธีรวุฒิ และประเภทเดี่ยวอีก 2 คน คือ น.ส.พิยดา พีรมธุกร และ น.ส.ธัญชนก ค้าไม้ ร่วมแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
“ในระดับเอเชีย ยอมรับว่าเป็นงานที่ยาก เนื่องจากต้องเจอกับ ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้ รวมทั้งเจ้าภาพ อุซเบกิสถาน แต่สิ่งที่ได้แน่ ๆ ก็คือ ประสบการณ์ที่จะพัฒนาสู่แชมป์เอเชียในอนาคต และเป้าหมายสำคัญการคว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ปลายปีนี้ ที่เวียดนาม

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

“ไอโอซี” เดินตามแผนจัดโอลิมปิก ส่งทีมแพทย์ ช่วยงาน “โตเกียวเกมส์”

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // โธมัส บาค ประธานไอโอซี ยืนยันผ่านมายัง คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์หญิงชาวไทย ถึงเวลานี้ ไอโอซี เดินหน้าตามแผนเดิม การจัดโอลิมปิก โตเกียว 2020 ระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-8 ส.ค.นี้ ไอโอซีเตรียมที่จะส่งทีมแพทย์ ไปช่วยญี่ปุ่นเจ้าภาพ เพื่อสนับสนุนการทำงานในช่วงโตเกียวเกมส์ อีกด้วย
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) กล่าวว่า ได้รับการยืนยัน จาก คริสเตียน คลาว ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรของไอโอซี ล่าสุดว่า โธมัส บาค ประธานไอโอซี มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะเดินหน้า ตามแผนเดิม การจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 ระหว่างวันที่ 23 ก.ค.-8 ส.ค.นี้ ที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น แม้จะมีกระแสต่อต้านจากหลายฝ่ายในเวลานี้ก็ตาม
ขณะเดียวกัน โธมัส บาค ประธานไอโอซี ได้วางโปรแกรมใหม่ จะเดินทางไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น วันที่ 11 ก.ค. หรือก่อนพิธีเปิดโตเกียวเกมส์ เริ่ม 12 วัน ากเดิม จะต้องไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการจัดแข่งขัน ภายเดือนพ.ค.นี้ แต่ถูกเลื่อนออกไปก่อน ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่น

ไอโอซีเมมเบอร์หญิงชาวไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ โธมัส บาค ประธานไอโอซี ระบุเพิ่มเติมว่า ภายในหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 จะเป็นสถานที่ที่ปลอดเชื้อโควิด-19 และการแข่งขันจะเน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก จนถึงตอนนี้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่จะไปพักในหมู่บ้านนักกีฬาช่วงแข่งขัน ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 75 เปอร์เซ็นต์ โดยไอโอซี วางเป้าหมายเมื่อถึงช่วงแข่งขัน นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ เข้าพักในหมู่บ้านนักกีฬา จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
คุณหญิงปัทมา กล่าวอีกว่า เซโกะ ฮาชิโมโตะ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันโตเกียวเกมส์ ได้รับการยืนยันจาก โธมัส บาค ประธานไอโอซี ว่า ไอโอซี จะส่งทีมแพทย์ชุดพิเศษมาช่วยงานเจ้าภาพ ช่วยดูแลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และความปลอดภัยของสุขภาพทุกคนเพิ่มเติมด้วย

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

“วิ่งธงชาติไทย” ก้าวเข้าสู่วันที่ 54 กำลังใจยังล้นหลาม ใกล้ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // กำลังใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะทาง “วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” ครั้งประวัติศาสตร์ ใกล้พิชิตเป้าหมาย หลังวิ่งแล้ว 4,202 กม. โดยในวันที่ 54 วิ่งเพิ่มอีก 99 กม. ถึงจันทบุรี เป็นจังหวัดที่ 31 ที่ธงไตรรงค์เคลื่อนผ่าน พ่อเมืองสระแก้ว เปิดหัววิ่งผลัดแรก พร้อมพี่น้องในจังหวัด ก่อนปรับรูปแบบใช้รถแห่ที่ จ.จันทบุรี ทำให้ 7 วันสุดท้าย เหลือระยะทางอีกเพียงแค่ 404 กม.เท่านั้น จะวิ่งครบ 4,606 กม.
ความเคลื่อนไหวกิจกรรมประวัติศาสตร์ “FLAG OF NATION วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กม. เทียบเท่าระยะทางกรุงเทพฯ ไปยังกรุงโตเกียว เพื่อรวบรวมกำลังใจจากพี่น้องคนไทยส่งต่อถึงนักกีฬาทีมชาติไทย ล่าสุดเมื่อ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการวิ่งต่อเนื่องวันที่ 54 จาก จ.สระแก้ว มายัง จ.จันทบุรี ระยะทาง 99.9 กม.

สำหรับการวิ่งธงชาติไทยในวันที่ 54 ออกสตาร์ทกันที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ได้รับเกียรติจาก นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เชิญธงชาติไทย พร้อมนำขบวนผู้บริหารในจังหวัดร่วมวิ่งเป็นระยะทางสั้นๆ 500 ม. ก่อนส่งต่อธงชาติไทยให้ “สันติ มุนาบี” ผู้อำนวยการสำนักงานกกท.จังหวัดสระแก้ว ช่วยวิ่งอีก 500 ม.
หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของพี่น้องนักวิ่งชาวสระแก้ว ซึ่งได้รับการผ่อนปรนให้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งธงได้ สับเปลี่ยนกันออกมาวิ่งต่อภายใต้มาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดอย่างเข้มงวด และทันทีที่ขบวนธงเคลื่อนเข้าถึงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ฝ่ายจัดฯเปลี่ยนรูปแบบมาใช้ขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์แทนการวิ่งเพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของ จ.จันทบุรี

ทั้งนี้รถแห่ประชาสัมพันธ์เริ่มต้นเคลื่อนขบวนออกส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทย จากโรงเรียนบ้านทับช้าง อ.สอยดาว ไปตามเส้นทาง มาจนมาถึงบริษัท โตโยต้า จันทบุรี (1972) สาขาสอยดาว จ.จันทบุรี จุดหมายปลายทางของวันที่ 54 และเป็นจังหวัดที่ 31 ที่ธงชาติไทยถูกวิ่งผ่าน พร้อมกับขยับระยะทางสะสมเพิ่มขึ้นมาเป็น 4,202 กม.แล้ว ทำให้เหลือเพียง 7 วันสุดท้าย เหลือระยะวิ่งรวมอีกแค่ 404 กม.เท่านั้น จะครบเป้าหมาย 4,606 กม. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า มองว่ากิจกรรมนี้เป็นการสร้างพลังและกำลังใจของพี่น้องคนไทยไปสู่นักกีฬาทีมชาติไทยที่จะไปร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้ดีที่สุด ซึ่งจ.สระแก้ว ยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 35 จังหวัดที่ธงชาติไทยวิ่งผ่าน ขอส่งแรงใจแรงเชียร์ไปให้นักกีฬาไทยทุกคนคว้าชัยชนะและความสำเร็จกลับมา

ขณะที่ “พัชรพร จันทร์แช่ม” ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ เทศบาลตำบลคลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งออกมาร่วมวิ่งในกม.ที่ 4,152 เผยว่า ภูมิใจมากๆ ที่ได้ร่วมลงวิ่งธงชาติไทย และเป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจจากพี่น้องคนไทย เชียร์นักกีฬาทีมชาติไทย ขอฝากคำอวยพรและขอให้ทุกคนสู้อย่างเต็มที่ คว้าเหรียญโอลิมปิกกลับมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยให้ได้
ด้านการวิ่งธงชาติไทยวันศุกร์ ที่ 21 พ.ค. 64 จะวิ่งกันต่อเนื่องเป็นวันที่ 55 ใช้เส้นทางจาก บริษัท โตโยต้า จันทบุรี (1972) สาขาสอยดาว ไปสนามกีฬาจังหวัดจันทบุรี ระยะทาง 67.3 กม. แฟนๆ กีฬาและประชาชนชาวไทย สามารถติดตามชมการไลฟ์สด พร้อมให้กำลังใจนักวิ่ง ทีมงาน และนักกีฬาทีมชาติไทยได้ที่เฟซบุ๊ก Road to Tokyo 2020 ตลอดทั้งวัน

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

“โควิด-วัคซีน” ช่างย้อนแย้ง! ดีที่สุดคือ..ฉีดเร็วที่สุด! แต่ Walk-in ยังไม่มีวัคซีน!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3981
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

ทิปโก้ฟูดส์ฯ มอบผลิตภัณฑ์ร่วมรับมือกับสถานการณ์โควิด-19

0

 

http://www.natethip.com/news.php?id=3980
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

BPP โชว์ Q1/64 กำไรมั่นคง รุกขยายพอร์ตธุรกิจไฟฟ้าอย่างสมดุล

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3979
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

ชี้ตลาดที่อยู่อาศัย ปี 64 กทม.-ปริมณฑลยอดขาย 3.1 แสนล้าน แต่สต๊อกเหลืออื้อ!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3978
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

MBKประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ในรูปแบบการจัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) โดยมี นายบันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการ และ นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ รองประธานกรรมการและประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ประชุมออนไลน์ พร้อมด้วย นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ (ที่ 5 จากซ้าย) นายกษมา บุณยคุปต์ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ (ที่ 6 จากซ้าย) นางผาณิต พูนศิริวงศ์ กรรมการอิสระและกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน (ที่ 4 จากซ้าย) และ นายหัชพงศ์ โภคัย กรรมการ (ที่ 3 จากซ้าย) รวมถึงคณะกรรมการ คณะผู้บริหารและผู้ตรวจสอบบัญชีที่เข้าร่วมประชุมที่บริษัทและผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความห่วงใยผู้ถือหุ้นต่อความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19
ณ ห้องสัมมนา ชั้น 8 อาคารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ :Cr;มณสิการ รามจันทร์

หนังม้วนเก่า..วาระแห่งชาติแก้ทุจริต ปาหี่ประมูลรถไฟฟ้าสีส้มยังไม่กล้าแตะ

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // วงการรับเหมาสัพยอกวาระแห่งชาติแก้ไขปัญหาทุจริตและคอร์รัปชันของนายกฯลุงตู่ ยกโครงการปาหี่เปิดประมูลหาเอกชนเข้าร่วมทุนรถไฟฟ้า สายสีส้มของรฟม.และ กขค.อนุมัติควบรวมธุรกิจค้าปลีกจนมีอำนาจเหนือตลาดแทบจะผูกขาดประเทศ แต่ไม่เห็นนายกฯและรัฐบาลจะขยับทำอะไรหรือลงโทษใคร

หลังจาก “บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯออกมาเชิญชวนประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยระบุว่าปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนและการพัฒนาประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย รัฐบาลจึงประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม (อ่านเพิ่มเติม : https://www.matichon.co.th/politics/news_2725970)

แหล่งข่าวในวงการรับเหมา เปิดเผยว่านโยบายปราบทุจริตคอร์รัปชันของนายกฯข้างต้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด ที่ผ่านมาก็แทบจะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นรูปธรรมเห็นได้จากดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันของประเทศไทย ยังคงอยู่ในระดับ 104 ของโลก ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อนแต่อย่างใด โดยยังคงรั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของอาเซียน

ทั้งนี้หากจะยกตัวอย่างโครงการประมูลอื้อฉาวที่เกิดขึ้น โดยที่รัฐบาลและนายกฯแทบจะไม่เคยล่วงลูกลงไปดูแลแต่อย่างเห็นเห็นได้ชัดจาก โครงการเปิดประมูลหาเอกชนเข้าร่วมลงทุนในคึรงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ที่ถูกเปิดโปงอย่างหนักว่าเป็นแค่มหกรรมปาหี่จัดประมูลเพื่อหวังประเคนโครงการไปให้กลุ่มทุนรับเหมายักษ์ที่มีความสนิทชิดเชื้อกับผู้บริหาร รฟม.หรือไม่นั้น จึงทำให้โครงการถูกร้องเรียน และถูกฟ้องร้องคาราคาซังอยู่ที่ศาล ทั้งล่าสุดยังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) หอบสำนวนสอบสวนกว่า 1,200 หน้ายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบกราวรูดผู้เกี่ยวข้องกับการประมูลมาแล้ว

ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ยังมีคำสั่งให้รับฟ้องคดีที่ บมจ.บีทีเอส ยื่นฟ้องผู้บริหารรฟม.และคณะกรรมกาสรนคัดเดลือกตามมาตราร 36 กรณีมีพฤติกรรมใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการแก้เกณฑ์ประมูลคัดเลือก และสั่งล้มประมูลโครงการนี้เพื่อเอื้อเอกชนอีกด้วย

“ความอื้อฉาวในการจัดประมูลโครงการรถไฟฟ้า สายสีส้มที่มีการแก้ไขเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกกลางอากาศ จนถูกบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมประมูลฟ้องต่อศาลปกครอง จนกระทั่งศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและให้เพิกถอนเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกเจ้าปัญหาดังกล่าว ก่อนที่ รฟม.จะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อหวังจะเดินหน้าโครงการ แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีความคืบหน้า ก็ตัดสินใจชิงออกประกาศล้มประมูลโครงการดังกล่าวไปเพื่อหวังจะเปิดประมูลใหม่ภายใต้หลักเกณฑ์เจ้าปัญหาที่ว่า แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เห็นนายกฯและรัฐบาลจะได้แสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นอะไรเลย”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าในการประมูลรถไฟฟ้า สายสีส้มได้ทำให้ประเทศชาติประชาชนสูญเสียโอกาสในการใช้บริการรถไฟฟ้าสายนี้ และในอนาคตอันใกล้ รฟม.ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลโครงสร้างรถไฟฟ้า สายสีส้ม ส่วนตะวันออก(ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี)ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ในขณะที่โครงการส่วนตะวันตกและการประมูลหาเอกชนเข้าร่วมลงทุนทั้งหมดจะต้องล่าช้าออกไปมากกว่า 1-2 ปี ความเสียหายส่วนนี้ก็ไม่เห็นนายกฯและรัฐจะมีคำสั่งลงโทษผู้รับผิดชอบใดๆ แม้แต่น้อย

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ “คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.)” เสียงข้างมากไฟเขียวอนุมัติการควบรวมธุรกิจค้าปลีกค้าส่งยักษ์ ระหว่างบริษัทซี.พี.รีเทลดีเวลลอปเมนท์จำกัด ในเครือซี.พี.กับ บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) เมื่อปลายปี 2563 ด้วยมูลค่าดีลกว่า 3.3 แสนล้านบาท และทำให้ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของกลุ่มซี.พี.ที่มีอำนาจเหนือตลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและมีส่วนแบ่งการตลาด 69.3% ทะยานขึ้นมามีอำนาจเหนือตลาดและมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 83% จนแทบจะผูกขาดตลาดค้าปลีกค้าส่งแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งล่าสุด มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ 36 องค์กรผู้บริโภค ที่ร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้ให้เพิกถอนมติคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.)ต่อกรณีดังกล่าว เพรา หากปล่อยให้รวมกิจการต่อไปจะเพิ่มอำนาจครอบงำธุรกิจอย่างมหาศาล – ปิดทางเลือกผู้บริโภค – ทำลายกิจการรายย่อย – เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมจนเกินกว่าจะเยียวยาได้

“ตลอดช่วงที่ผ่านมา ไม่เห็นว่ารมต.พาณิชย์ และรัฐบาล รวมถึงนายกฯจะได้แสดงความจริงใจในการเข้าไปตรวจสอบกรณีดังกล่าว ทั้งที่ทุกฝ่ายเรียกร้องให้รัฐได้เข้ามาตรวจสอบกรณีควบรวมกิจการที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นการทุจริตเชิงนโยบายที่ชัดเจน แม้แต่กรรมการแข่งขันทางการค้าเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยก็ยังออกโรงเรียกร้องให้สังคมได้ร่วมกันตรวจสอบ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ยังผลให้รัฐบาลถูกสัพยอกว่าเป็นรัฐบาลเพื่อนายทุนมาโดยตลอด.

Cr. : matichon.co.th