วันเสาร์, กันยายน 12, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 2254

นายสราวุธ ประธานจัดกิจกรรม สำนักงานศาลครบ 20 ยกระด้บเป็นสากลปี

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // นายสราวุธ ประธานจัดกิจกรรม สำนักงานศาลยุติธรรมครบ 20 ปี เข้าสู่ D-Cout(Digital Court)​ ยกระดับการดำเนินงานศาลให้เป็นสากล เก็บข้อมูลออนไลน์ศาลทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.  63 ที่ศาลยุติธรรม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นประธาน เป็นประธานจัดกิจกรรม สำนักงานศาลยุติธรรมจึงดำเนินงานมาครบ 20 ปี ขึ้นอย่างเรียบง่าย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดย นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นประธานในพิธีสงฆ์ ถวายปิ่นโตภัตตาหาร และจตุปัจจัยไทยธรรม แด่เจ้าอาวาสวัดสิริกมลาวาส พร้อมคณะสงฆ์อีก 9 รูป ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ชั้น 12

จากนั้นเวลา 08.00 น. นายสราวุธ  เป็นประธานมอบรางวัลการแข่งขันนวัตกรรมการบริหารคดีและนวัตกรรมการบริการของหน่วยงานภายในศาลยุติธรรมตามระเบียบของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมที่มุ่งเน้นให้บุคลากรภายในสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อใช้ในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผลการแข่งขันมีดังนี้
รางวัลด้านนวัตกรรมการบริหารคดี ได้แก่ “ระบบบันทึกการปิดหมายด้วยแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมและพิกัด GPS” ของศาลจังหวัดเบตง
รางวัลชมเชย ได้แก่ “โปรแกรมระบบปฏิบัติงานศูนย์ไกล่เกลี่ย” ของศาลจังหวัดเดชอุดม   และ“ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร Management Information Systems (MIS) for Executive ผ่าน Application บนมือถือ” ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9
รางวัลด้านนวัตกรรมการบริการ ได้แก่ “ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะด้วยบัตรประชาชนใบเดียว”
ของคณะทำงานบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีดิจิทัลของศาลยุติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรี
รางวัลชมเชย ได้แก่ “โปรแกรมจัดทำบัญชีค่าฤชาธรรมเนียมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์” ของศาลจังหวัดนครราชสีมา

มีการมอบรางวัลการประกวดภาพยนตร์สั้นหัวข้อ “สิทธิและหน้าที่ของผู้ต้องหา  และจำเลยในการขอปล่อยชั่วคราว” ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่การปล่อยชั่วคราว และสนับสนุนให้การบังคับคดีผู้ประกัน ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวิทยา ทองอยู่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์ นางสาวอมราพร แผ่นดินทอง นักเขียนบทและอาจารย์สอนเขียนบทภาพยนตร์ และนายสุพจน์ พงษ์พรรณเจริญ พิธีกรและนักแสดง ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน โดยมีทีมที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย
ประเภทมัธยมศึกษา
-รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “โอกาส ?” ทีม Mind Bro Production
จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๒
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน “ผมไม่ใช่แพะ” ทีม SJ PRODUCTION
จากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “สิทธิของเราใช้ซะ” ทีม Blurfilmproductions
จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
-รางวัลชมเชย ได้แก่ ผลงาน “แพะรับบาป…” ทีม สกัดดาวรุ่ง (S.K.D)
จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล
และผลงาน “ผู้ต้องหาที่ถูกทอดทิ้ง” ทีม ToSchool
จากโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

ประเภทระดับอุดมศึกษา
-ไม่มีผู้ใดได้รับรางวัลชนะเลิศ
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน “The choice ทางเลือกสีเทา” ทีม HOLOLO
จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “ออย ผู้บริสุทธิ์” ทีม 43KY Studio
จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
-รางวัลชมเชย ได้แก่ ผลงาน “ความยุติธรรมรากหญ้า” ทีม THE MOON
จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยรังสิต

ประเภทประชาชนทั่วไป
-รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “คืนความยุติธรรม” ทีม สังกะลี
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน “FLY” ทีม ACTITEM
-รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “แม่” ทีม Insign film
-รางวัลชมเชย ได้แก่ ผลงาน “อิสรภาพใบเดียว” ทีม ดรีมทีม พิคเจอร์
และผลงาน “คนขับแท็กซี่” ทีม ราหูฟิล์ม
-รางวัล popular vote ได้แก่ ผลงาน “The number” ทีม สิบหมื่น
จากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย (โครงการ วมว.) และโรงเรียนสตรีวิทยา
นอกจากนี้ ในวันที่ 20 และ 28 สิงหาคม ๒๕๖๓ สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้จัดกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหากฎหมายออนไลน์ทั่วประเทศ ทั้งในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี)
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายและสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ อีกด้วย

นายสุริย้ณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมมีการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังตั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนให้ศาลยุติธรรมเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Court ในปี ค.ศ. 2020 นี้ โดยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นสากล ด้วยการพัฒนาทั้งบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ด้านเทคโนโลยีเรากำลังเร่งพัฒนาการสร้างระบบบล็อกเชน (Blockchain) แบบ On premise คือระบบติดตั้งในหน่วยงานที่เป็นลักษณะโครงข่าย

เพื่อเก็บข้อมูลออนไลน์ของศาลทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินงานไปแล้ว 91 % โดยศาลยุติธรรมไทยถือเป็นหน่วยงานราชการแห่งแรกของโลกที่ใช้ระบบนี้ โดยขั้นตอนต่อไปคือเตรียมการฝึกอบรมบุคลากร และเจ้าหน้าที่ศาลที่จะมาเป็นแอดมิน (Admin) และผู้ใช้งาน ทั้งนี้ คาดว่าระบบบล็อกเชน (Blockchain)  น่าจะเริ่มใช้งานได้ในปี 2564

นอกจากนี้ในระบบออนไลน์ที่เราได้ดำเนินการสำเร็จแล้ว เตรียมจะเปิดตัวภายในเร็ว ๆ นี้
ก็คือการชำระค่าคัดถ่ายเอกสาร ค่าส่งคำคู่ความ ค่าเอกสารรับรองคดี รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ผ่านระบบที่สะดวกแก่ประชาชนทั่วไป เช่น ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่อให้การใช้บริการศาลยุติธรรมผ่านระบบออนไลน์มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนการดำเนินโครงการจัดให้มีระบบไบโอเมทริกซ์ ใช้การสแกนม่านตา (Iris code) เพื่อคัดกรองและยืนยันตัวบุคคลในคดีนั้น ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการด้านงบประมาณ

อย่างไรก็ตามในส่วนของระบบที่ได้มีการจัดทำและพัฒนาไปแล้วคือ ระบบซีออส (CIOS) ที่ให้ความสะดวกแก่คู่ความและทนายความในการติดตามสำนวนและคัดถ่ายเอกสารผ่านทางระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมงนั้น ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเข้าใช้ (Users) จำนวน 24,743 ราย นอกจากนี้ ในช่วงของสถานการณ์โควิด – 19 ที่ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปต้องปรับวิถีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal
ในส่วนของศาลยุติธรรมได้นําระบบไกล่เกลี่ยออนไลน์มาใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และปลอดภัยจากสถานการณ์ การแพร่กระจายของไวรัสโควิด – 19 ด้วย ซึ่งนับตั้งแต่เดือน ก.พ. – ส.ค. 63 ที่ผ่านมา ยอดรวมคดีที่เข้าสู่ระบบดังกล่าวในศาล 215 แห่ง ทั้งสิ้น 17,958 คดี ซึ่งไกล่เกลี่ยสำเร็จ 10,362 คดี ไม่สำเร็จเพียง 906 คดี

ปีนี้ในส่วนของศาลยุติธรรมครบรอบ 138 ปี ไปเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ในช่วง 20 ปี หลังจากที่สำนักงานศาลยุติธรรมจะถูกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ได้มีบทบาทสำคัญในการรับนโยบายของประธานศาลฎีกา มาปฏิบัติเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายตุลาการในการพิจารณาพิพากษาคดีได้เป็นอย่างดี มีส่วนในการส่งเสริมให้บทบาทของศาลยุติธรรมดำเนินไปอย่างเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซง ปรับตัวและพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องต่อบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชนทุกคนได้อย่างแท้จริง โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว

Cr.: นายทวีศักดิ์ ชิตทัพ ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

สำนักข่าวเนตรทิพย์-ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1159788163110056335
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จัดโครงการ “รถไฟฟ้าส่งต่อความรู้สู่มือน้อง” ครั้งที่ 2

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จัดโครงการ “รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ส่งต่อความรู้สู่มือน้อง” ครั้งที่ 2 มอบสื่อการเรียนรู้ , หนังสือ , วัสดุอุปกรณ์ พร้อมปรับปรุงพื้นที่สันทนาการในห้องสมุด ให้แก่โรงเรียนวัดลาดกระบัง
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่าเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมที่บริษัทให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรม CSR ต่างๆ และช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก และเยาวชน ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต รวมทั้งช่วยส่งเสริมโรงเรียน หรือสถานศึกษาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ให้มีสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงได้จัดโครงการ “รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ส่งต่อความรู้สู่มือน้อง” ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องหลังโครงการประสบความสำเร็จอย่างมากในครั้งแรกที่ได้ร่วมทำโครงการกับรงเรียนสุเหร่าทับช้าง โดยโครงการ “รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ส่งต่อความรู้สู่มือน้อง” ครั้งที่ 2 ได้ดำเนินการมอบสื่อการเรียนรู้ , หนังสือ , วัสดุอุปกรณ์ พร้อมปรับปรุงพื้นที่สันทนาการในห้องสมุด ให้แก่โรงเรียนวัดลาดกระบัง โดยมีพิธีเปิดโครงการ และมอบอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนต่างๆ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา
หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข Call Center 1690 หรือ www.srtet.co.th , www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link:Cr;มณสิการ รามจันทร์

ACT เปิดตัวเครื่องมือใหม่ “จับโกงงบโควิด”

0

http://www.natethip.com/news.php?id=2836
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

EU เพิ่มรายชื่อสารเคมีอันตราย

0

http://www.natethip.com/news.php?id=2835
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

“พาณิชย์” ชวนรวย! เปิดพื้นที่ห้างขายของฟรี

0

http://www.natethip.com/news.php?id=2834
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

GITกระตุ้นพัฒนาสมาร์ทจิวเวลรี่ยุค New Normal

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//จีไอทีกระตุ้นผู้ประกอบการจิวเวลรี่ไทยปรับตัวรับยุค New Normal หนุนออกแบบและพัฒนาเครื่องประดับแนวใหม่ เน้นประโยชน์ใช้สอยคู่ความงดงาม ตอบโจทย์ผู้บริโภคหันมาซื้อของด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ พร้อมอวดโฉมผลงานการออกแบบเครื่องประดับที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในงานแถลงข่าวการจัดงานโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 14 หรือ GIT’s 14th World Jewelry Design Awards 2020 โดยมี คุณนันทวัลย์ ศกุนตนาค ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “New Jewelry – not just another beauty เครื่องประดับยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม โดยได้รับเกียรติจาก คุณดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ คุณวรรณพร โปษยานนท์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Harper’s Bazaar Thailand และ คุณอรธิรา ภาคสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมเสวนา ณ ห้อง รีเจนซี่บอลรูม 2 โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิทนางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันจีไอที กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาเครื่องประดับธรรมดาอีกต่อไป แต่ต้องการเครื่องประดับที่มีประโยชน์ใช้สอยอื่นๆ ด้วย เป็นสมาร์ท จิวเวลรี่ เช่น ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและความปลอดภัยของมนุษย์ โดยที่ผ่านมา จีไอทีได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นักออกแบบแถวหน้าของเมืองไทย และผู้ประกอบการ นำผลงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องประดับในเชิงพาณิชย์ คือ เครื่องประดับสุขภาพที่มีคุณสมบัติฟอกอากาศ สามารถดักจับอนุภาคของฝุ่น PM 2.5 ทำให้อนุภาคฝุ่นหล่นลงสู่พื้น เหลือแต่อากาศที่สะอาดปราศจากฝุ่นควันกลับสู่ธรรมชาติ มีความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเปิดตัวผลงานต้นแบบให้คนทั่วไปได้เห็นช่วงปลายเดือนนี้ขณะเดียวกัน เพื่อกระตุ้นให้นักออกแบบได้สร้างสรรค์เครื่องประดับที่เป็นมากกว่าเครื่องประดับทั่วไป ปีนี้ สถาบันฯ ได้จัดการประกวดออกแบบเครื่องประดับครั้งที่ 14 หรือ GIT’s 14th World Jewelry Design Awards 2020 ภายใต้แนวคิด Beyond Jewelry: Artistic Elegance of Gems“เราเปิดกว้างให้นักออกแบบได้สร้างสรรค์ผลงานโดยไม่จำกัดวัสดุที่ใช้ เพื่อให้ได้เครื่องประดับดีไซน์สุดสร้างสรรค์ โดดเด่นด้วยอัญมณีอันล้ำค่างดงาม และยังมีประโยชน์ใช้สอยอื่นนอกจากการเป็นเครื่องประดับด้วย”การประกวดในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากบรรดานักออกแบบเครื่องประดับทั่วโลก และมีความเป็นสากลมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยมีนักออกแบบส่งผลงานเข้าประกวดรวมทั้งหมด 352 ชิ้นงาน ซึ่งเป็นผลงานของนักออกแบบต่างชาติมากถึง 183 ชิ้นงาน จาก 28 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี จีน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย อิหร่าน ตุรกี อินเดีย และประเทศในแอฟริกา และอีก 169 ชิ้นเป็นผลงานของนักออกแบบชาวไทย ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นมีความคิดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ด้านประโยชน์ใช้สอยที่เป็นมากกว่าเครื่องประดับได้อย่างน่าประทับใจกรรมการทั้งนี้ สถาบันฯ ร่วมกับพันธมิตรได้นำแบบวาดเครื่องประดับที่ได้รับคะแนนสูงสุดจำนวน 4 แบบ ไปผลิตเป็นเครื่องประดับจริง โดยจะประกาศผลผู้ชนะรางวัลและจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผลงานดังกล่าว ในวันที่ 18 กันยายน 2563 การประกวดครั้งนี้มีรางวัลมูลค่ารวมกว่า 9,500 เหรียญสหรัฐ โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี นอกจานี้ รองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 1,500 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ และรางวัลชมเชย 1 รางวัล เงินรางวัล 1,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่เกียรติยศ:Cr;มณสิการ รามจันทร์

“นายกสมาคมฯ” ขอบคุณ “กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี” ตอบรับกู้วิกฤตฟุตบอลไทย

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าการหาแหล่งเงินเข้ามาแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการฟุตบอลไทย ว่า “ล่าสุดได้มีการพูดคุยกับ นาย สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และได้รับการยืนยันว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้วงการฟุตบอลไทยสามารถเดินต่อไปได้ในช่วงวิกฤตที่ยากลำบากเช่นนี้”
“ต้องขอขอบคุณ คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี ที่แสดงน้ำใจและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ สำหรับการช่วยเหลือนั้น สมาคมฯจะคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุด ในการนำเงินเข้ามาขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทย ซึ่งหากมีความชัดเจนในเรื่องของจำนวนเงินจะแจ้งให้ทราบต่อไป”
พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมฯ กล่าวถึง กรณีที่ ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ร่วมแถลงข่าวเรื่องการใช้เทคโนโลยี VAR การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ประจำฤดูกาล 2563 ว่า
“การนำเทคโนโลยี VAR มาใช้ในการตัดสิน เกิดขึ้นตามนโยบายของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซึ่งถือเป็นชาติแรกในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังเป็นอันดับต้นๆ ในทวีปเอเชีย และไม่กี่ประเทศของโลก โดยได้มีการพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร นำเทคโนโลยี VAR เข้ามาเพื่อให้การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการอื่นๆ ที่จัดขึ้นโดยสมาคมฯ มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด และต้องใช้ความพยายามและเวลาเป็นอย่างยิ่งจนได้รับการอนุมัติรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติในที่สุด จึงเห็นได้ว่านี่คือเจตนารมณ์ของสมาคม ที่ต้องการยกระดับและพัฒนาวงการฟุตบอลไทยมาตั้งแต่แรก หากไม่มีวิกฤตโควิด-19 และปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกับบริษัท ทรู วิชั่นฯ ซึ่งทำให้เงินค่าลิขสิทธิ์หายไป 800 ล้านบาท ผมเชื่อว่าสมาคมไม่ยกเลิกการใช้เทคโนโลยี VAR อย่างแน่นอน”
“ส่วนกรณีเรื่องความชัดเจนการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ทั้งนี้ ในการลงมติของสโมสรสมาชิก เมื่อวันที่ 14 เมษายนทีผ่านมา มีความเห็นเป็นให้กลับมาแข่งขัน วันที่ 12 กันยายนนี้ และจบฤดูกาล เดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งกำหนดการดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ และยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม”
“เรื่องเงินสนับสนุน สมาคมฯ จัดสรรเงินสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิ์บางส่วนให้กับทีมสโมสรสมาชิก ในทุกฤดูกาล เมื่อ บริษัท ทรูวิชั่น จำกัด ยืนยันจะถ่ายทอดสด ถึงแค่วันที่ 25 ตุลาคมนี้ จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินสนับสนุนของทีมสโมสรสมาชิก ซึ่งขณะนี้สมาคมฯ กำลังดำเนินการเจรจาเพื่อหาผู้ถ่ายทอดหรือ ถือลิขสิทธิ์รายใหม่ เพื่อนำเงินมาจัดสรรให้แก่ทีมสโมสรสมาชิก และช่องทางการถ่ายทอดสด จำนวนนัดที่จะมีการแพร่ภาพหากกระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้น สมาคมฯ จะแจ้งให้ทราบโดยเร็วต่อไป”
“สำหรับการตรวจสอบงบดุล งบกำไร-ขาดทุน รายรับ-รายจ่าย ของสมาคม นั้น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีสถานะเป็นนิติบุคคล และได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด.55 ตาม ม.68 และ ม.69 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวเป็นเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะ”
“นอกจากนี้สมาคมฯ ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อชี้แจงงบดุล งบกำไร-ขาดทุน รายรับ-รายจ่าย ต่างๆ ของสมาคมฯ และได้ส่งเอกสารทั้งหมดให้แก่สโมสรสมาชิกก่อนการประชุม 30 วัน เป็นการเฉพาะ โดยในปี 2563 ได้จัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่ห้องประชุม ชั้น 24 ตึก 25 ชั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
“หากยังมีข้อสงสัยประการใด สามารถติดต่อประสานงานเพื่อขอรับคำชี้แจงจากทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์โดยตรงได้”

 

 Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

“อีมิเน้นท์ แอร์” หนุน สนุกเกอร์ ระเบิดศึกสอยคิว 6 แดง อีมิเน้นท์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 26-30 ส.ค.นี้

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// “อีมิเน้นท์ แอร์” หนุน สนุกเกอร์ เตรียมระเบิดศึกสอยคิว 6 แดง อีมิเน้นท์ ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค. ที่ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ โดยปีนี้ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย”รัชพล ภู่โอบอ้อม ร่วมประลองกับจอมคิวชั้นนำของเมืองไทยรวม 32 คน เพื่อหาสุดยอดนักสนุ้ก 6 แดง เมืองไทย ฟันเงินรางวัล 2.4 แสนบาท โดย อีมิเน้นท์ แอร์ จัดกิจกรรมแจก แอร์ แก่ผู้โชคดี ที่แค่ทายว่าใครจะเป็นแชมป์ ส่ง SMS รับรางวัลง่ายๆ 42 รางวัล

นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนาย วสุพล สุนทรวสุ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม บริษัท อีมิเน้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด, นายสรินทร บุญภากร บริษัททรูวิชั่น กรุ๊ป จำกัด, นายจุติ ไกรเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท และนายศักดา รัตนสุบรรณ อุปนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ร่วมงานแถลงข่าวและพิธีจับสลากแบ่งสายการแข่งขันสนุกเกอร์ อีมิเน้นท์ 6 แดง ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ภัตราคาร โฮคิทเช่น พระราม 3

โดยการแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดงชิงชนะเลิศประเทศไทย ปีนี้ ในรอบสุดท้าย จะเริ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค.นี้ ที่ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ชิงเงินรางวัลรวม 8 แสนบาท โดยแชมป์จะคว้าเงินรางวัล 240,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ที่สลักชื่อไว้ในถ้วยทำเนียบแชมป์ ซึ่งในรอบ 32 คนสุดท้าย โดยทรูวิชั่น จะทำการถ่ายทอดสดทุกวัน วันละ 3 รอบ ซึ่งปีนี้จะมี “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย”รัชพล ภู่โอบอ้อม จอมคิวขวัญใจชาวไทย อดีตแชมป์สนุ้ก 6 แดง ประเทศไทย ปี 2557 พร้อมทั้ง “กร นครปฐม”ภาสกร สุวรรณวัฒน์ แชมป์ 6 แดง เมื่อปีที่แล้ว, “นุ้ก สงขลา”กฤษณัส เลิศสัตยาทร จอมคิวมือ 1 ประเทศไทย และนักสนุกเกอร์ชื่อดังอีกหลายคน

“บิ๊กฮง”สุนทร นายกสอยคิวไทย กล่าวว่า การแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทยปีนี้ เราได้ อีมิเน้นท์ แอร์ มาเป็นสปอร์นเซอร์หลัก ซึ่งต้องยอมรับว่า ช่วงนี้กีฬาสนุกเกอร์ไทยกำลังได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาชาวไทย หลังจากที่ “หมุ ปากน้ำ”นพพล แสงคำ ได้สร้างผลงานในการแข่งขันสนุกเกอร์ ชิงแชมป์โลก ได้ดีมาก สามารถผ่านเข้าถึงรอบ 16 คนสุดท้าย รวมทั้ง “เอฟ นครนายก”เทพไชยา อุ่นหนู นักสนุ้กมือ 20 ของโลก ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้่นกัน ทำให้วงกาสรสอยคิวไทยบูมมากพอสมควร ตนจึงเชื่อว่า สนุ้ก อีมิเน้นท์ 6 แดง จะมีแฟนสอยคิวเข้ามาชมกันอย่างมากแน่นอน เพราะรายการนี้ทางรัฐบาลได้อนุญาติให้มีผู้ชมได้แล้ว

ขณะที่ นาย วสุพล สุนทรวสุ ผอ. อีมิเน้นท์ฯ เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีครบรอบ 42 ปี อีมิเน้นท์ แอร์ ซึ่ง อีมิเน้นท์ ได้ให้การสนับสนุนการแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดง ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ในปีนี้ โดยใช้ขือ “อีมิเน้นท์ 6 แดง ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ” โดยจัดให้มีกิจกรรมทายผลแชมป์สนุ้ก 6 แดง โดยส่งม SMS พิมพ์ R ตามด้วยชื่อผู้ชนะ ส่งมาที่ # 4504299 ซึ่งกิจกรรมทายแชมป์ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 26-30 ส.ค. โดยมีรางวัล 1-3 จะได้เคื่องปรับอากาศ อีมิเน้นท์ 12,000 BTU รุ่น Firsseries จำนวน 3 รางวัล และรางวัลอื่นๆ รวม 42 รางวัล นอกจากนี้ เรายังมีกิจกรรมเล่นเกมส์ บน เฟสบุ๊ค Eminent Air เพื่อทายผู้เล่นทำแต้มสูงสุดของการแข่งขันในแต่ละวัน โดยของรางวัล คือ Voucher Lineshop ส่วนลด 1,000 บาท วันละ 5 รางวัล จำนวน 20 รางวัล และกิจกรรมแจกบัตเข้าชมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ
จำนวน 50 ใบ

ด้าน”ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” อดีตนักสนุ้กมือ 3 ของโลก กล่าวว่า ตนรู้สึดตื่นเต้นที่ได้กลับมาร่วมแข่งขันอีก 1 ปี เพราะสนุกเกอร์ 6 แดง ถือว่าเป็นเกมที่สนุก เร้าใจ ซึ่งนักกีฬาทุกคนสามารถชนะ-แพ้ ได้ตลอด โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2551 แชมป์ 6 แดง ประเทศไทย ไม่เคยซ้ำหน้ากันเลย ตนอาจจะเป็นคนแรกที่คว้าแชมป์ได้ 2 สมัย ก็ได้ แต่คงยาก เพราะน้องๆเก่งๆมีมาก ซึ่งใครจะเป็นแชมป์ปีนี้ อยากให้แฟนสนุ้กมาเชียร์กันเยอะๆ
สำหรับผลการจับสลากแบ่งสายรอบแรกมีดังนี้ สาย เอ “กร นครปฐม”ภาสกร สุวรรณวัฒน์ , “แซก โซโฟน”นพดล แสงนิล, “กิ๊ก พิษณุโลก”สันติภาพ วงศ์มหาชัย, “โกมินทร์ ประประแดง”ธนภัทร มะนานวม, สายบี “ตัวเล็ก สำโรง”ไพฑูรย์ ผลบุญ, “หนู ดาวดึงส์”นพดล นภจร, “เปา โพธิ์สามต้น”สุชาติ สุขเลี่ยม, “ขวัญ สระบุรี”สุชาครีย์ พุ่มแจ้ง, สาย ซี “แมน นครปฐม”ธนวัฒน์ ถิรพงศ์ไพบูลย์, “ชิม ศิษย์ต่าย”กอบกิจ พลาจิณ, “เปา จันท์”ชินภัทร์ คำสัตย์, “ลูกคริส เอเชียคิว”พีรบูรณ์ พิมพ์ดี, สาย ดี “อาร์ท ฟีโน่”อัครเดช วีระสัตรา, “รมย์ สุรินทร์”ประพฆติ ชัยธนสกุล, “นุ้ก จันท์”ยุทธภพ ภาคพจน์, “โฟล์ค รังสิต”กฤษดา ชุ่มจิตต์, สาย อี “สีนิล ศิษย์

เป้า”สิทธิชัย เชี่ยวชาญ, “ปุ๋ย อัมรินทร์”สุศิพงษ์ นิ่มวงศ์ษา, “ตุ้ม รัชดา”ตุ้มทอง ชื่นบาน, “นุ้ก คอนหวัน”ปรมินทร์ ด่านจิรกุล, สาย เอฟ “แจ๊ค สระบุรี”เดชาวัต พุ่มแจ้ง,
“นุ้ก สงขลา”กฤษณัส เลิศสัตยาทร, “หนึ่ง มุกดาหาร”ศราวุธ กาญจนานุรักษ์, “พุธ รังสิต”พุธกานต์ ขิมสุข, สาย จี “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย”รัชพล ภู่โอบอ้อม, “นัท แปดริ้ว”นิธิวรรธก์ กาญจนศรีล “แจ๊ค มาบข่า”ทศพร เข็มน้อย, “เอฟ สากล”สงขลา จริงจิตร, สาย เอช “ไฟว์ นครนายก”บุญญฤทธิ์ เกียรติกุล, “จิ๋ว เชียงราย”พชร มาเยอะ, “ท็อปจันท์”พงศกร จงใจรักษ์, “เช็ค นครนายก”รัชโยธิน โยธารักษ์

 

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์