วันจันทร์, กันยายน 1, 2025

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 2128

รพ.พระรามเก้า เผยเทคโนโลยี“S-Patch Cardio” เครื่องมือติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ Real-time ในวันหัวใจโลก ยกระดับสู่ Digital Hospital เต็มรูปแบบ

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดตัวเทคโนโลยีดูแลโรคหัวใจ “S-Patch Cardio” เครื่องมือติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ Real-time จัดเก็บข้อมูลบนระบบ Cloud server ส่งข้อมูลถึงแพทย์หัวใจด้วยความสะดวกรวดเร็ว สามารถวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจได้อย่างชัดเจน และถูกต้อง ยกระดับสู่ Digital Hospital เต็มรูปแบบ ในงานวันหัวใจโลก “ฝากหัวใจ…ให้เราดูแล”

นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า เผยว่า โรงพยาบาลพระรามเก้ามีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นสู่การเป็น Digital Hospital ที่ไม่ใช่เพียงแค่นำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเดียวเท่านั้น แต่เรามีมุมมองว่าเทคโนโลยีนั้นต้องตอบโจทย์การดูแลสุขภาพทั้งในมิติของการป้องกันและการรักษา มีความทันสมัย เข้าถึงง่าย สะดวกสบาย ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ผู้ป่วยยุค New normal ดังนั้นในงานวันหัวใจโลกจึงถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการดูแลรักษาสุขภาพ และแสดงถึงความพร้อมที่จะยกระดับในฐานะ Digital Hospital ได้เป็นอย่างดี

“สถิติองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก แม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีแนวโน้มการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในงานวันหัวใจโลก “ฝากหัวใจ…ให้เราดูแล” สถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า จึงได้เปิดตัว “S-Patch Cardio” เทคโนโลยีติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง มาใช้ในการดูแลสุขภาพหัวใจ“S-Patch Cardio” คือเครื่องติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ Real-time ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง หรือมากกว่า เป็นลักษณะของ Continuous Single-lead EKG หรือ Single lead Holter Monitoring ใช้งานโดยการติดกับตัวผู้ป่วยได้โดยตรง เครื่องมือมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาเพียง 11 กรัม ไม่มีสายระโยงระยาง ทำให้ผู้ใช้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด ซึ่งข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะถูกจัดเก็บบนระบบ Cloud server และสามารถส่งข้อมูลที่บันทึกจากสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ไปถึงแพทย์หรือโรงพยาบาลได้โดยตรง เพื่อให้แพทย์ด้านหัวใจสามารถทำการวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง ปลอดภัย ช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจหรือหัวใจวายเฉียบพลันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้าน นายแพทย์สุทัศน์ คันติโต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลพระรามเก้า เผยว่า “S-Patch Cardio” เป็นเครื่องมือวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดต่างๆ จาก Guideline ของ European Society of Cardiology ที่สามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจหรือหัวใจวายเฉียบพลัน หลังจากการติดตั้งอุปกรณ์บริเวณกลางหน้าอกของผู้ป่วยแล้ว แพทย์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ใช้งานได้แบบแบบ Real-time เมื่อแพทย์เห็นข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจจากผู้ใช้ส่งผ่านระบบ Cloud server แพทย์ที่อยู่ปลายทางก็สามารถเห็นข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ทันที ส่งผลให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น”“แต่เดิมแล้วโรงพยาบาลพระรามเก้า มีเครื่องมือทางการแพทย์ Holter Monitor ที่ใช้ในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ซึ่งมีสายระโยงระยาง น้ำหนักตัวเครื่องค่อนข้างมาก เกิดความไม่สะดวกสบาย และอาจจะกระทบกับกิจวัตรประจำวันของผู้ใช้งานก็เป็นได้ โรงพยาบาลพระรามเก้าจึงนำเอาเครื่องมือที่ทันสมัย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนในยุคดิจิทัลนั่นคือเครื่อง “S-Patch Cardio” ที่มีนำหนักเบา ไม่มีสายระโยงระยาง และที่สำคัญไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ คนในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจโดยตรงที่อาจมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ, ผู้ที่มีอาการสงสัยหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ใจสั่น หวิวๆ หน้ามืด เป็นลบ วูบ, ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น นักกีฬาที่ออกกำลังกายหนัก ทำงานหนัก อดนอน รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการติดตามการเต้นของหัวใจในกิจกรรมต่างๆ” นายแพทย์เสถียร กล่าวเสริมอย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจากเครื่อง S-Patch Cardio ของโรงพยาบาลพระรามเก้า จะเข้ามายกระดับคุณภาพพื้นฐานการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างเห็นผล แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจอย่าง นายแพทย์สุทัศน์ ก็ได้เสริมถึงการดูแลสุขภาพเบื้องต้นให้ห่างไกลจากโรคหัวใจ เช่น การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ทานอาหารบำรุงหัวใจ การรักษาสุขภาพจิตให้ดี และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 1270 / Website: www.praram9.com / Line: https://lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital :Cr;มณสิการ รามจันทร์
++++++++++

 

“TCEB” ผสานพลัง เดินหน้า”ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์” บูมไมซ์พัทยา

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// ผู้สื่อข่าวรายงานว่า”TCEB” ผสานพลัง เดินหน้า”ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์” บูมไมซ์พัทยา
ทีเส็บเริ่มแผนแม่บทใหม่ พร้อมดึงงานเข้าสู่พื้นที่ อีอีซี ไม่ต่ำกว่า 15 งาน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติ รองรับการจัด Thailand International Air Show เต็มรูปแบบในปี 2568
เมืองพัทยา เป็น 1 ใน 6 ไมซ์ซิตี้ของประเทศไทย (กรุงเทพมหานคร, พัทยา, เชียงใหม่, ขอนแก่น, ภูเก็ต และ สงขลา) และเป็นไมซ์ซิตี้เพียงเมืองเดียวเมืองเดียวในภาคตะวันออก
โดยพื้นที่แห่งนี้มีความพร้อมในด้านรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนและธุรกิจบริการ มีที่พัก โรงแรมและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ที่เหมาะแก่การจัดประชุมและงานแสดงสินค้านานาชาติ เช่น ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา – NICE และ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช พัทยา – PEACH ฯลฯ
ที่ผ่านมา เมืองพัทยามีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เดินทางสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประสบการณ์การรองรับการจัดงานประชุม งานแสดงสินค้านานาชาติ และเมกะอีเวนท์มากมาย ทำให้พัทยาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่พร้อมรองรับงานไมซ์ได้อย่างครบวงจร
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือแต่เดิมที่รู้จักกันในชื่อพื้นที่ อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา EEC เป็นหนึ่งในแผนที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเขตส่งเสริมรองรับกิจการพิเศษ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และกิจการอุตสาหกรรมอย่างน้อย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ปัจจุบัน EEC เข้าสู่การพัฒนาเฟสที่ 3 มุ่งเน้นอุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย เทคโนโลยี องค์ความรู้ และทรัพยากรมนุษย์ เป้าหมายคือการผลักดันให้เกิดการลงทุนในพื้นที่เพื่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ รองรับการเป็นประตูสู่พื้นที่การลงทุนในเอเชีย ด้านความคืบหน้าของโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา) การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis) ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มีกำหนดจะแล้วเสร็จพร้อมรองรับกิจการอย่างเต็มศักยภาพภายในปี พ.ศ. 2569
จากศักยภาพของพื้นที่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้เตรียมแผนเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยงานแสดงสินค้านานาชาติผ่านแผนแม่บท 3 ปี “ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์” มุ่งเน้นการสร้างงานใหม่และการขยายงานลงสู่พื้นที่ “อีอีซี” ในฐานะจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับนักลงทุนทั่วโลก และเมืองพัทยา ในฐานะไมซ์ซิตี้แห่งแรกของประเทศไทย
โดยไม่นานที่ผ่านมา ทีเส็บได้นำคณะสื่อมวลชนร่วมเดินทางลงพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อรับฟังทิศทางการดำเนินงานตามแผนแม่บท “ ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์” โดยเริ่มต้นกันที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
อุตสาหกรรมอวกาศ (Space Industry) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานยุคดิจิทัลที่สำคัญอย่างยิ่ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 5.6 หมื่นล้านบาท อัตราการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมอื่นถึง 10% (ข้อมูลปี พ.ศ. 2562) GISTDA ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอวกาศ จึงเร่งสนับสนุนพัฒนาและประยุกต์เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
กิจการด้านอุตสาหกรรมอวกาศที่คนทั่วไปรู้จัก เช่น การสำรวจอวกาศ การขนส่งทางอวกาศ ระบบการหาตำแหน่งทั่วโลก (GPS) และ ดาวเทียมและระบบควบคุมเพื่อการต่าง ๆ (เช่น ดาวเทียมสื่อสาร สำรวจพื้นที่และทรัพยากร พยากรณ์อากาศ และทางทหาร)
ทีเส็บ เล็งเห็นพันธกิจของ GISTDA ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนแม่บทไทยแลนด์ ล็อกอิน อีเวนท์ คือ การยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการจัดงานไมซ์ระดับโลก จึงเป็นที่มาของการจับมือกันระหว่าง TCEB และ GISTDA ในฐานะพันธมิตรภายใต้แผนแม่บทนี้ และในฐานะเจ้าภาพร่วมการนำหนึ่งในงานแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมอากาศยานที่ใหญ่ที่สุด
นั่นคือ Thailand International Air Show ลงพื้นที่ EEC ที่เริ่มต้นปูทางสู่การจัดงานตั้งแต่ปี 2566-2568 นอกจากเป็นการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานผ่านการจัดงานไมซ์แล้ว อุตสาหกรรมอากาศยานยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศโดยตรง ทำให้ส่งเสริมการพัฒนาและแลกเปลี่ยนนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมอวกาศในคราวเดียวกัน
กิจกรรมเยี่ยมชมอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ประกอบไปด้วยการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและปฏิบัติการด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย
1.ศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาเชิงกลยุทธ์และปฎิบัติการด้านการบินและอวกาศ (SOAR – Strategic and Operation Aerospace Research Center) หนึ่งในศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศของ GISTDA วิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมกิจการด้านการบินและอวกาศ เช่น ระบบวางแผนถ่ายภาพด้วยดาวเทียมสำรวจโลก (OPTEMIS) ระบบวิเคราะห์และบริหารจัดการการจราจรทางอากาศ (GISAVIA) และ ระบบบริหารจัดการกิจกรรมบั้งไฟและโคมลอย (บำเพ็ญ)
2.ห้องปฎิบัติการด้านวัสดุและโครงสร้างการบินและอวกาศ (GALAXI Lab) ครอบคลุมการดำเนินงานด้านนวัตกรรมการบินและอวกาศ เช่น การวิจัยพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต (โครงการอากาศยานไร้คนขับเพดานสูง การพัฒนาคุณสมบัตินาโนสำหรับชิ้นส่วนอากาศยาน) การพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมไปถึงการให้บริการทดสอบและวิจัยแก่หน่วยงานต่าง ๆ
3.ห้องทดลองวิจัยด้านวงโคจรในอวกาศ (AstroLab) เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศด้านกลศาสตร์วงโคจรของประเทศไทยแบบครบวงจร มีทั้งการวิจัยและพัฒนาด้านกลศาสตร์วงโคจรในอวกาศที่เน้นการพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อเพิ่มความแม่นยำสำหรับการคำนวณวงโคจรของวัตถุในอวกาศ การพัฒนาเพื่อให้ประเทศไทยสามารถสร้างดาวเทียมได้เอง รวมไปถึงการวิจัยที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของดาวเทียมจากขยะอวกาศหรืออุกกาบาตและด้านสภาพอวกาศ
4.ห้องปฏิบัติการ Microsatellite ศูนย์ออกแบบประกอบและทดสอบดาวเทียมขนาดเล็ก ขนาดตั้งแต่ 3U-12U หรือน้ำหนักตั้งแต่ 3 กิโลกรัม ถึง 120 กิโลกรัม เพื่อใช้ในกิจการและอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศไทย
จากนั้นได้เดินทางสู่ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ท่ามกลางบรรยากาศมุมสูง บนชั้น 32 ที่มองเห็นความงดงามของพัทยาได้อย่างอิ่มตา ต่อด้วยกิจกรรมเสวนาภายใต้แผนแม่บท “ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์”
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า นโยบายของทีเส็บในการเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านแคมเปญส่งเสริมการจัดงานไมซ์ เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลายลง และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไมซ์ให้กลับมาเดินหน้าต่อไปได้ผ่านการกระตุ้นด้วยแผนแม่บท ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ โดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนด้านงานแสดงสินค้านานาชาติเป็นหลักผ่านการประสานประโยชน์กับพันธมิตรหลักอย่าง อีอีซี และ เมืองพัทยา ในการสนับสนุนด้านต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนด้านการเงินในการจัดงานแบบปกติใหม่ (new normal) การสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการสำรวจพื้นที่ ค่าประชาสัมพันธ์งาน รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับการอำนวยความสะดวกเมื่อเจ้าของงานเลือกสร้างงานใหม่หรือขยายงานเดิมมาลงยังพื้นที่ อีอีซี และ พัทยา
แผนแม่บทนี้จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติ ภายใต้การจัดงานงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ อีอีซี ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การจัดการภัยธรรมชาติ และการรับมือโรคระบาด รองรับผู้ประกอบการด้วยสิทธิประโยชน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การจัดงานประสบความสำเร็จ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญสนับสนุนและแผนแม่บท ไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนท์ จากทีเส็บได้ที่
exhibitions@tceb.or.th
กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้ทีเส็บมาพร้อมกับวิทยากรรับเชิญที่มาร่วมพูดคุยถึงความพร้อมและความคืบหน้าของแผนแม่บทดังกล่าว ได้แก่ ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี, คุณรัตนชัย สุทธิเดชานัย ที่ปรึกษาเมืองพัทยาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และ คุณธเนศ จันทร์เจริญ คณะทำงาน บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ ยูทีเอ / หัวหน้าคณะทำงานด้านวางแผนกลยุทธ์ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) , คุณกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โดยมีคณะสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 30 สำนัก
จากนั้นเดินทางสู่ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา และเข้าร่วมงานดินเนอร์ทอล์คริมชายหาด เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทีเส็บ โรงแรมดุสิตธานี และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว และการนำเสนอสินค้าชุมชนเข้ากับกิจกรรมของทีเส็บโดยเย็นวันนี้ มีตัวอย่างของดีชุมชนในพัทยามาจัดแสดง ให้ชม ชิม ช้อป และร่วมลองทำด้วยตัวเองอีกด้วย
อาทิ การสาธิตการทำพวงมโหตร ชมรมผู้สูงอายุตำบลบางเสร่ , เวิร์คช้อปหน้ากากงิ้ว จากชุมชนจีนโบราบ้านชากแง้ว , กุยช่ายไส้ผัก-ฮ่อยจ๊อปู เมนูอร่อย ชุมชนบ้านชากแง้ว , สลัดโรลดอกไม้ เมนูจากผักออร์แกนิค โดยชุมชนวังน้ำดำ อ.บ้านบึง , สาธิตทำผ้าบาติก จากชุมชนบ้านเก่า ตลาดบางเสร่ อ.สัตหีบ
นับเป็นการผสานความพร้อมของศักยภาพที่มีในพื้นที่ เพื่อเตรียมเดินหน้าทันทีหลังสถานการณ์ณ์แพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง ซึ่งถือเป็นมิติแห่งความร่วมมือ ที่สามารถดึงพลังของแต่ละหน่วยงานออกมาเพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไป โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน;Cr:มณสิการ รามจันทร์ 

ชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทยร่วมออกบูธ Job Expo Thai 2020

0

ชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทยร่วมออกบูธ Job Expo Thai 2020

ให้ความรู้ “กฎหมายการจ้างงานคนพิการ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ 2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ 2556 ตามมาตรา 33 และ35 พร้อมทั้งยังให้การต้อนรับ ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และนำเยี่ยมชมบูธต่าง ๆ ภายในงาน JOB EXPO THAILAND 2020วันที่ 28 กันยายน 2563 นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย ให้การต้อนรับ นายสุเเทพ ชิตยวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมด้วยนางพรปวีณ์ วิชิต รองอธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมนำเยี่ยมชมบูธต่าง ๆ ภายในงาน JOB EXPO THAILAND 2020 ทั้งยังพบปะพูดคุยกับผู้สมัครงานและนายจ้าง/สถานประกอบการ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้หางานทำ และร่วมมอบของรางวัลให้แก่ผู้ชนะในการเล่นเกมส์ชิงรางวัลภายในงาน พร้อมทั้งมาเยี่ยมบูธ “สมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย” และ ให้กำลังใจน้องๆเยาวชนคนพิการ ให้มีงานทำ

“ลูกพระนาง” บุกแชร์แต้มปทุมธานี ขึ้นที่4 บอลโกแฮร์ยูลีกหญิง

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// การแข่งขันฟุตบอลโกแฮร์ลีกอุดมศึกษาหญิงแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นัดที่ 5 ของฤดูกาล เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. ที่ สนามราชคราม ที่ “แข้งสาวเมืองดอกบัว” มหาวิทยาลัยปทุมธานี เปิดบ้านรับ “ลูกพระนาง” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เกมนี้ เจ้าบ้านมามี “ส้มโอ”ญาดา เซ่งย่อง ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย และ “ไหม”ธนีกานต์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทยนำทีม ส่วน “แม้ว” นิภาวรรณ ปัญโญสุข และ “หมิว” ศิลาวรรณ อินต๊ะมี 2 กองกลางทีมชาติชุดใหญ่ ที่เข้ามาร่วมทีมในนาทีสุดท้ายของเส้นตายการเสริมทัพ ไม่พร้อมลงสนาม ขณะที่“ลูกพระนาง”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเกมนี้กลับมาฟูลทีม “ยูมิ” กัญญารัตน์ อากิกาว่า หายเจ็บกลับมาลง
ราชภัฏสวนสุนันทา เกมนี้ เจ้าบ้านมามี “ส้มโอ”ญาดา เซ่งย่อง ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย

และ “ไหม”ธนีกานต์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทยนำทีม ส่วน “แม้ว” นิภาวรรณ ปัญโญสุข และ “หมิว” ศิลาวรรณ อินต๊ะมี 2 กองกลางทีมชาติชุดใหญ่ ที่เข้ามาร่วมทีมในนาทีสุดท้ายของเส้นตายการเสริมทัพ ไม่พร้อมลงสนาม ในขณะที่“ลูกพระนาง”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเกมนี้กลับมาฟูลทีม “ยูมิ” กัญญารัตน์ อากิกาว่า หายเจ็บกลับมาลงสนามได้แล้ว “เบนซ์” ภัคจิรา ต.เจริญสุขดี กัปตันทีม “แพง” พิมพ์ชนก มนัสสนิท กองกลาง และ “เปียโน” วนัสนันท์ อิ่มทิม ผู้รักษาประตูตัวเก่ง ลงเล่นครบ
ครึ่งแรก เกมยังสูสีกัน แต่สภาพสนามที่มีฝนตกลงมาก่อนหน้าเกมจะเริ่ม เป็นอุปสรรคในการครองบอลของทั้งสองทีมพอสมควร ช่วงแรกทีมเยือนดูดีกว่า แต่เจ้าบ้านตั้งหลักได้ ครองเกมบุกโต้กลับได้บ่อยครั้งขึ้น นาทีที่ 16 เจ้าถิ่นพลาดประตูจากลูกโทษที่จุดที่ “ยูมิ”กัญญารัตน์ อากิกาว่า กองกลาง “ลูกพระนาง” ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ และเป็น “ลิง”ขนิษฐา ผิวอ่อน ที่กดเต็มข้อ แต่ “เปียโน” วนัสนันท์ อิ่มทิม เหยียดเท้าสกัดออกไปได้ ทำให้ ปทุมธานี พลาดโอกาสนำ จากนั้นต่างทำอะไรกันไม่ได้ สกอร์ครึ่งแรกอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลังเกมยังก้ำกึ่งสูสีกัน ทีมเยือนมีโอกาสส่องประตู บ่อยครั้ง แต่กลับยิงไปให้ “ส้มโอ”ญาดา เซ่งย่อง รับกินหมด ท้ายเกม ปทุมธานี พลาดโอกาสนำอีกครั้งจากลูกที่ “ไหม”ธนีกานต์ ถวายพานให้ “หมวย”สุกัญญา ลำเพ็ง ซัดไกล 18 หลา บอลพุ่งชนเสาไกลกระดอนออกมา สวนสุนันทารอดตายไปได้อีกหน จบเกมเสมอกัน 0-0 แบ่งคะแนนกันทีมละ 1 แต้ม

 

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

“พิมพ์รดา-ทรรศพร” ซิวแชมป์เทนนิสอาชีพ ไทยแลนด์ แชมป์เปี้ยนชิพ(2)

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// นักหวดสาวดีกรีทีมชาติไทย เหรียญทองแดงซีเกมส์ ครั้งที่ 30 อัญชิสา ฉันทะ (ประจวบคีรีขันธ์) เข้ารอบชิงชนะเลิศ หลังหวดชนะ วรรษชล สวัสดี (พิษณุโลก) 2-1 เซต 6-2, 4-6, 6-2 การแข่งขันเทนนิสอาชีพ ไทยแลนด์ แชมป์เปี้ยนชิพ (2) พรีเซนเต็ด บาย เอส เอ ที ชิงเงินรางวัลรวม 600,000 บาท รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี
ประเภทหญิงเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ มือวาง 4 อัญชิสา ฉันทะ (ประจวบคีรีขันธ์) ชนะ วรรษชล สวัสดี (พิษณุโลก) 6-2, 4-6, 6-2 อัญชิสา เข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยจะพบกับ พิมพ์รดา จัตวาพรวนิช (กรุงเทพฯ) ชนะ มือวาง 3 พัชรินทร์ ชีพชาญเดช (ขอนแก่น) 6-4, 2-6, 7-5

ประเภทชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ มือวาง 2 กษิดิศ สำเร็จ (กรุงเทพฯ) ชนะ มือวาง 3 คงทรัพย์ คงคา (กรุงเทพฯ) 6-0, 6-0 กษิดิศ เข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยจะพบกับ กฤติน โกยกุล (พังงา) ชนะ มือวาง 4 พล วัฒนกูล (ปทุมธานี) 3-5 (พล ขอยอมแพ้ เนื่องจากเจ็บท้อง)
ประเภทชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ ธนเพชน ฉันทะ (ประจวบคีรีขันธ์) คู่กับ ปรัชญา อิสโร (สงขลา) คว้าแชมป์ หลังหวดชนะ พีระภัทร เด็ดทองหลาง (สมุทรปราการ) คู่กับ ธนภัทร นิรันดร (นนทบุรี) 6-1, 6-2
ประเภทหญิงคู่ รอบชิงชนะเลิศ พิมพ์รดา จัตวาพรวนิช (กรุงเทพฯ) คู่กับ ทรรศพร นาคหล่อ (กรุงเทพฯ) คว้าแชมป์ หลังหวดชนะ กมลวรรณ บัวแย้ม (ชลบุรี) คู่กับ พัชรินทร์ ชีพชาญเดช (ขอนแก่น) 2-6, 6-0, 11-9 (ซุปเปอร์ไทเบรก)
ประเภทคู่ผสม รอบชิงชนะเลิศ ธมจันทร์ มอมขุนทด (นครราชสีมา) คู่กับ ศุภศิษฏ์ อภิธนวิทย์ (นนทบุรี) คว้าแชมป์ หลังหวดชนะ ภัทรวดี อธิษฐ์โภคิน (กระบี่) คู่กับ ปรัชญา อิสโร (สงขลา) 4-6, 6-3, 12-10 (ซุปเปอร์ไทเบรก)

มอบรางวัล…..นายวิเชษฐ์ ทีปกากร รองเลขาธิการสมาคมกีฬาเทนนิสฯ มอบโล่รางวัลให้แก่ นักกีฬาที่ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ประเภทชายคู่, หญิงคู่ และคู่ผสม เทนนิสอาชีพ ไทยแลนด์ แชมป์เปี้ยนชิพ (2) พรีเซนเต็ด บาย เอส เอ ที ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 28 กันยายน

 

Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

จัดกิจกรรมดีๆ “น้องสนุกพี่สุขใจ”

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3061
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

ทัพอีสปอร์ตชิงเดือด ศึกSAT-SISAKET ศรีสะเกษปลื้ม ยันพร้อมลุยจัดกีฬาใหญ่

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// ปิดฉากศึกกีฬาSAT-SISAKET ทัพอีสปอร์ตร่วมชิงชัยสุดเดือด ทีม Newgenerationova ผงาดเจ้า AOV ขณะที่ จิรพันธุ์ พลบูรณ์ (Sunshiro) ครองแชมป์ PES2020 ส่วน ภูวิศ จิตธรรมวงศ์ คว้าสุดยอดเกมTekken7 เจ้าภาพศรีสะเกษสุดปลื้มช่วยให้มีเงินสะพัด ประกาศยันพร้อมรับจัดกีฬารายการใหญ่ในอนาคต
นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานพิธีปิดการแข่งขันกีฬารายการ “SAT-SISAKET ESPORTS World Invitation 2020” (เอสเอที-ศรีสะเกษ อีสปอร์ตส์ เวิลด์ อินวิเตชั่น 2020) รวมทั้งร่วมมอบเงินรางวัล และถ้วยรางวัลให้กับนักกีฬาชนะเลิศ โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต 1 ในฐานะนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ, นายแสนพล อู่วิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและสิทธิประโยชน์กกท. นายวุฒิชัย ชัยจิตย์ ผู้อำนวยการกองบริการอาคารและกิจกรรมกีฬา กกท. และนายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ร่วมด้วยที่ Theatre Hall อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ฉลองพระชนมายุ 5 รอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา

รายการนี้มีนักกีฬาเข้าชิงชัยกว่า 300 คน 3 ประเภทเกมคือ AOV, Tekken7 และ PES2020 สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ใช้เป็นทัวนาเมนต์การเก็บสะสมคะแนน เพื่อคัดเลือกตัวทีมชาติไทย เตรียมความพร้อมเข้าแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ไทยเป็นเจ้าภาพปีหน้า ภายในงานมีกิจกรรมและร้านค้า 50 ร้าน การแสดง และนิทรรศการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬา เพื่อการท่องเที่ยวของไทย การให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอีสปอร์ต
ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษกล่าวอีกว่า รายการนี้ถือเป็นส่งเสริมจังหวัดในเรื่องการเป็นสปอร์ต ซิตี้ ตามนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการให้กีฬาเป็นวิถีชีวิต กีฬาเป็นอุตสาหกรรม และกีฬาส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าอีสปอร์ตเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ช่วยให้ก่อเกิดรายได้หมุนเวียน และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดศรีสะเกษได้ ทั้งนี้ ยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของกระจายรายได้หลังจากผ่านพ้นช่วงวิกฤตโควิด-19

“ทุกครั้งที่ศรีสะเกษเราจัดกิจกรรมจะมีการประเมินทุกรอบโดยใช้สถานบันทางวิชาการอย่างมหาวิทยาลัย ประเมินแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นว่า การที่มีคนเดินทางมายังจังหวัดของเรา ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา ผู้ติดตาม และผู้จัด ได้มีผลทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างไร ที่ผ่านมาเราสามารถสร้างรายได้จากการจัดกีฬาตรงนี้ได้อย่างมาก เพราะกีฬาช่วยให้เกิดประโยชน์หลายด้าน พร้อมกับยืนยันว่า ศรีสะเกษพร้อมจัดกีฬารายการใหญ่ๆ ต่อไปในอนาคต”
ด้านผลการแข่งขันมีการชิงชัยกันอย่างสุดเดือด เพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่ง และลุ้นคัดเลือกติดทีมชาติไทย ปรากฏว่า ประเภทเกม AOV แชมป์เป็นทีม Newgenerationova รับเงินรางวัล 120,000 บาท, อันดับ 2 ทีม ADMINMIE TEEVIRUS ESPORTS รับเงินรางวัล 60,000 บาท และอันดับ 3 ทีม UDON SAHAK DK CHIPPER รับเงินรางวัล 30,000 บาท
ประเภทเกม PES2020 แชมป์ จิรพันธุ์ พลบูรณ์ (Sunshiro) รับเงินรางวัล 120,000 บาท, อันดับ 2 เป็น เธียรวิทิต ศรีนาม (LYNX_BEZT45) รับเงินรางวัล 60,000 บาท และอันดับ 3 ณัฐวัฒิ ไตรประวัติ (Ak_Dragon) รับเงินรางวัล 30,000 บาท
ส่วนประเภทเกม Tekken7 แชมป์ได้แก่ ภูวิศ จิตธรรมวงศ์ (Uncle Ben) รับเงินรางวัล 120,000 บาท, อันดับ 2 นพรุจ เหมภมร (Talon|Book) รับเงินรางวัล 60,000 บาท และอันดับ 3.จีรพงศ์ มงคลสมบัติศิริ (Juiestorm) รับเงินรางวัล 30,000 บาท

 

 Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

วันเฮง ป้อง เพชรมณี 27 พ.ย. บิ๊กโก ดันโผเปาไทยยกชุด ห้ามศึกคู่ประวัติศาสตร์

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// ศึกสายเลือดไทยรุ่นเล็กลงตัว “ยักษ์แคระ” วันเฮง จอมสถิติโลกไร้พ่าย ป้องกันครั้งที่ 13 ฟาด เพชรมณี มวยสีเสื้อเดียวกัน ลงตัว 27 พ.ย. “บิ๊กโก” ดันเปาไทยยกชุด การันตีมาตรฐานผู้ตัดสินระดับโลกเป็นครั้งแรก
ที่ สำนักงานใหญ่ สภามวยแห่งเอเชีย ย่านพหลโยธิน ซอย 3 กทม.เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา “บิ๊กโก” พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ประธานใหญ่ สภามวยแห่งเอเชีย WBC Asia และ รองประธาน สภามวยโลก WBC มอบให้นายมนตรี วีระประวัติ เป็นประธานคณะกรรมการจัดอันดับ นักชกประจำเดือน กันยายน 63 สรุปสาระสำคัญดังนี้
จากกรณี “ยักษ์แคระ” วันเฮง ซีพีเอฟ เจ้าของสถิติโลก แชมเปี้ยนไร้พ่ายเพียงหนึ่งเดียว (สถิติชนะรวด 54 ครั้ง) มีกำหนดลงตัวจะทำศึกสายเลือด ป้องกันแชมป์ มินิมั่มเวต 105 ปอนด์ สภามวยโลก กับ เพชรมณี ซีพีเอฟ แชมป์สภามวยแห่งเอเชีย และรองอันดับ 5 WBC วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ในประเทศไทย

ด้าน พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ได้เสนอสภามวยโลก ขออนุมัติคณะกรรมการผู้ตัดสินชาวไทยทั้งชุด ทำหน้าที่ในครั้งนี้ และเนื่องด้วยเป็นช่วงวิกฤตไวรัสโควิด เพื่อความปลอดภัยและมาตรการเฝ้าระวังต่างๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาทำหน้าที่
“ถือเป็นศึกมวยโลก WBC ศึกสายเลือดครั้งแรก ที่ใช้กรรมการชาติเดียวกันยกชุด และถือโอกาสนี้การันตีให้โลกรับรู้ว่า มาตรฐานของผู้ตัดสินชาวไทยนั้นเทียบเท่าระดับโลก มีความเป็นสากล ที่เราจะได้โชว์ศักยภาพให้เห็น ถือเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งและน่าจะเป็นคุณประโยชน์ต่อวงการมวยบ้านเราอย่างมาก”

รศ.ดร.ธาวุฒิ ปลื้มสำราญ รองประธาน และหัวหน้าคณะกรรมการและผู้ตัดสิน สภามวยแห่งเอเชีย กล่าวว่า นับเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งและเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับคณะกรรมการ ที่จะได้ทำหน้าที่ผู้ตัดสินมวยโลกศึกสายเลือดนัดสำคัญไฟต์นี้ ตนจะนำทีมกรรมการเข้ารับโอวาทจาก พล.ต.อ.โกวิท อีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติครั้งนี้ สำหรับคณะกก.ชุดประวัติศาสตร์ ผู้ห้ามบนเวที ได้แก่ รศ.ดร.ธาวุฒิ ปลื้มสำราญ ,กรรมการให้คะแนน 3 คน อ.วิสุทธิ์ ยิ่งอุปการ,นายธนวัฒน์ วงสาสาร,พ.อ.พงษ์พันธุ์ รัตนสุนทร และ สักขีพยาน เควิน นูน (ไอร์แลนด์)
ส่วนนักมวยยอดเยี่ยม ประจำเดือนก.ย.63 ของ สภามวยแห่งเอเชีย ได้แก่ ชายน้อย วรวุฒิ จากผลงานป้องกันแชมป์ ซูเปอร์แบนตั้มเวต ชนะน็อก โจเอล ควอง (ฟิลิปปินส์) ยก 4 นักชกเกียรติยศ เพชรมณี ซีพีเอฟ คว้าแชมป์รุ่นสตรอว์เวต ชนะทีโคเอ วิเชษฐ์ แสงประคน ยก 4

 

 Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

เจรจาธุรกิจ!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3060
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)