https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1160592182110058655
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน
https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1160592182110058655
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์
(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน
พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 63 เวลา 16.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ณ วัดสะเดา อำเภอวังทอง เพื่อพบปะเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งพูดคุยกับกลุ่มผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน อาทิ ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กในครอบครัวฐานะยากจน โดยตนได้ร่วมกับ นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ทีม พม. One Home จังหวัดพิษณุโลก
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันแก้ปัญหาต่างๆ ได้แก่ เงินสงเคราะห์สำหรับช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ เตียงลม อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ ทุนการศึกษา ครอบครัวอุปถัมภ์ และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนกลุ่มดูแลผู้สูงอายุและคนพิการในชุมชน ด้วยวิทยากรและวัสดุอุปกรณ์สำหรับการฝึกอาชีพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
นายจุติ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ตนได้ปล่อยคาราวาน “รถรัฐบาลสัญจร” เพื่อให้บริการต่างๆ และรับเรื่องร้องทุกข์ประชาชนในพื้นที่ทั่วจังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 เช่น คนตกงาน คนว่างงาน ไม่มีงานทำ ปัญหาความยากจน หนี้สิน แม่เลี้ยงเดี่ยว ความรุนแรงในครอบครัว และสิทธิสวัสดิการต่างๆ เช่น เงินเด็กแรกเกิด เบี้ยความพิการ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น
นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า รถรัฐบาลสัญจร นับเป็นคันแรกที่นำร่องลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยให้รัฐมนตรีและข้าราชการทุกหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง และหากปัญหาใดแก้ไขไม่ได้ ขอให้ส่งเรื่องมายังคณะรัฐมนตรี และเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวง พม.
จึงได้มาลงพื้นที่เพื่อสำรวจปัญหาต่างๆ ของประชาชน โดยรถรัฐบาลสัญจรเคลื่อนที่ออกไปตามหมู่บ้านและอำเภอต่างๆ ของจังหวัดพิษณุโลก แล้วนำมาแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น นอกจากนี้ หากประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม สามารถโทรแจ้ง สายด่วน พม. 1300 ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกปัญหา 24 ชั่วโมง
:Cr;มณสิการ รามจันทร์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์ ทีมเอ ผงาดถ้วยรางวัลชนะเลิศ คะแนนรวมเยาวชนหญิงและชาย การแข่งขัน อีแกท ยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ นครสวรรค์ ส่วน ธีรพัฒน์ ชมชื่น จากสมาคมกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษ และ ดวงกมล คงทอง โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา ได้รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมชายและหญิง ไปครอง
การแข่งขัน อีแกท ยกน้ำหนักเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่ง จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ที่โรงยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายของการชิงชัย
รุ่น 87 กก.หญิง ภควดี รัตนิน จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เอ เจ้าของสถิติเยาวชนประเทศไทย กวาดเรียบ 3 เหรียญทอง จากท่าสแนตช์ 80 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 101 กก. น้ำหนักรวม 181 กก. ส่วน ธิตินันท์ มอญศรี สโมสรยกน้ำหนักเชียงใหม่ WL เอ คว้า 3 เงิน จากท่าสแนตช์ 74 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 92 กก. น้ำหนักรวม 166 กก. เหรียญทองแดง 2 จอมพลัง โดย รุ่งนภา เพ็ชรเรือง จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช เอ ได้ไป 2 เหรียญ จากท่าสแนตช์ 72 กก. น้ำหนักรวม 157 กก. และ บุลภรณ์ คงจีน จากชมรมยกน้ำหนักเทศบาลเมืองทุ่งสง ได้ 1 เหรียญ จากท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 86 กก.

รุ่น 102 และ 109 กก.ชาย แข่งขันรวมกัน แต่แจกเหรียญแยกรุ่น รุ่น 102 กก.ชาย ประเสริฐศิลป์ ไชยบุดดี สมาคมกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษ เอ กวาด 3 เหรียญทอง ท่าสแนตช์ 103 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 130 กก. น้ำหนักรวม 233 กก. รุ่น 109 กก. อิทธิศักดิ์ อาษานอก โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา กวาด 3 เหรียญทองเช่นกัน จากท่าสแนตช์ 123 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 156 กก. น้ำหนักรวม 279 กก.
รุ่นมากกว่า 87 กก.หญิง สิราวรรณ ตินะโส โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ เอ กวาด 3 เหรียญทอง จากท่าสแนตช์ 87 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 106 กก. เเละน้ำหนักรวม 193 กก. ส่วน บุญญาภัทร บุญช่วย โรงเรียนศรีขรภูมิพิสัย สพม.33 คว้า 3 เหรียญเงิน จากท่าสแนตช์ 86 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 97 กก. น้ำหนักรวม 183 กิโลกรัม บุษยมาศ สงวนศักดิ์ จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เอ ได้ 3 เหรียญทองแดง จากท่าสแนตช์ 73 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 96 กก. น้ำหนักรวม 169 กก.
รุ่นมากกว่า 109 กก.ชาย รุ่งสุริยา ปัญญะ จากโรงเรียนบ้านไผ่ ขก.5 กวาด 3 เหรียญทอง จากท่าสแนตช์ 135 กก. ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 183 กก. ทำลายสถิติเยาวชนประเทศไทยของตัวเองที่ทำไว้ 182 กก. และ น้ำหนักรวม 318 กก. ส่วน วริศ สุขใส จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง คว้า 2 เหรียญเงิน จากท่าสแนตช์ 130 กก. น้ำหนักรวม 285 กก. 1 เหรียญทองแดง จากท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 155 กก. ขณะที่ ชัยยศ พิชัยช่วง สมาคมกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษ เอ ได้ 1 เหรียญเงิน ท่าคลีนแอนด์เจอร์ค 159 กก. 2 เหรียญทองแดง จากท่าสแนตช์ 121 กก. น้ำหนักรวม 280 กก.

สรุปรางวัลคะแนนรวม เยาวชนหญิง ทีมชนะเลิศ ได้เเก่ โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์ เอ 626 คะแนน, อันดับ 2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช เอ 606 คะแนน, อันดับ 3 โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เอ 586 คะแนน, อันดับ 4 โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี เอ 574 คะแนน
ส่วนเยาวชนชาย ทีมชนะเลิศ สมาคมกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษ เอ 669 คะแนน, อันดับ 2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช เอ 635 คะแนน, อันดับ 3 โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์ เอ 628 คะแนน, อันดับ 4 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ เอ 568 คะแนน,
ขณะที่รางวัลคะแนนรวม เยาวชนหญิงและชาย ทีมชนะเลิศ คือ โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครสวรรค์ เอ 1,254 คะแนน, อันดับ 2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช เอ 1,241 คะแนน และอันดับ 3 โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี เอ 1,083 คะแนน โดยนักกีฬายอดเยี่ยมชาย ธีรพัฒน์ ชมชื่น รุ่น 55 กก.ชาย จากสมาคมกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษ ได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน พร้อมทำลายสถิติเยาวชนประเทศไทย ขณะที่นักกีฬายอดเยี่ยมหญิง ดวงกมล คงทอง รุ่น 81 กก.หญิง จากโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา ได้ 3 เหรียญทอง ทำลายสถิติเยาวชนและประชาชนประเทศไทย
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // ลูกพระนาง” มรภ.สวนสุนันทา มีฮึดช่วง 10 นาทีสุดท้าย เปิดบ้านไล่เจ๊า “แข้งสาวเมืองเจดีย์ใหญ่” มรภ.นครปฐม 2-2 แบ่งไปคนละแต้ม ศึกลูกหนังโกแฮร์ยูลีกหญิง
การแข่งขันฟุตบอลโกแฮร์ลีกอุดมศึกษาหญิงแห่งประเทศไทย หรือ “โกแฮร์ยูลีกหญิง” ประจำปี 2563 ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน “ลูกพระนาง” มรภ.สวนสุนันทา ประเดิมการย้ายสนามเหย้าไปเล่น ที่สนามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รับการมาเยือนของ “แข้งสาวเมืองเจดีย์ใหญ่” มรภ. นครปฐม
เปิดเกมทั้งคู่แลกเพลงรุกกันสูสี ก่อนที่เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จาก สุทธินันท์ สัมพัดทองแหลน นาที 25 จากนั้น ทีมเยือนที่ทำได้ดีกว่า พัง 2 ประตูรวด จาก ภัทรบุญ คงประทีป นาที 36 และ กัญญาภัค ขาวผ่อง นาที 45 แซงนำ 2-1 เมื่อจบครึ่งแรก

ครึ่งหลัง มรภ. สวนสุนันทา โหมรุกหนัก และประสบความสำเร็จได้ประตูตีเสมอในช่วง 10 นาทีสุดท้าย จาก ภัคจิรา ต.เจริญสุขดี นาที 82 ทำให้จบเกมเสมอกัน 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน โดย มรภ.สวนสุนันทา มี 19 แต้ม จาก 13 นัด รั้งอันดับ 4 ของตารางต่อไป เช่นเดียวกับ มรภ.นครปฐม ที่มี 13 แต้ม จาก 13 นัด เท่ากัน อยู่อันดับ 7 ของตารางเหมือนเดิม
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // แฟน ๆ กีฬาอาชา จับตามอง “ท็อปไนต์” ม้าแข่งชื่อดัง “กลุ่มคนไทย” เจ้าของ ล่าแชมป์ “สิงคโปร์ ทริปเปิ้ล คราวน์ ซีรีส์” ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 21 พ.ย.นี้ ที่สนามสิงคโปร์ เทิร์ฟ คลับ เผย “ท็อปไนต์” ดีกรีและสถิติไม่ธรรมดา ถูกยกเป็นหนึ่งในตัวเต็ง แถมมีชื่อที่จะลงประชันกับยอดอาชาของโลกจากสหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น รายการ “Longines Hongkong Cup 2020” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 112 ล้านบาท ที่เกาะฮ่องกง เดือน ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่วงการกีฬาม้าแข่งของไทย สนามต่าง ๆ ยังไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ โดย สมาคมกีฬามาแข่งไทย ที่มี “เสธ.น้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นนายกสมาคมฯ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อจัดการแข่งขันกีฬาม้าแข่งชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โดยไม่มึการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ช่วงเดือน ก.พ.ปีหน้า ทั้งนี้เพื่อร่วมเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาม้าแข่ง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 นั้น
ในส่วนของวงการกีฬาม้าแข่งโลก ตอนนี้มีทัวร์นาเม้นท์ที่แฟนกีฬาม้าแข่งชาวไทยและเอเชีย ให้ความสนใจก็คือ รายการ “สิงคโปร์ ทริปเปิ้ล คราวน์ ซีรีส์” (Singapore Triple Crown Siries) ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 21 พ.ย.นี้ ที่สนามสิงคโปร์ เทิร์ฟ คลับ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในเที่ยวที่ 10 เป็นรายการแข่งชิงถ้วย “สิงคโปร์ โกล์ คัพ” (Singapore Gold Cup) ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 23 ล้านบาท

ความน่าสนใจของ “สิงคโปร์ ทริปเปิ้ล คราวน์ ซีรีส์” คือการมีม้าเก่งของกลุ่มคนไทยจากสิงคโปร์ ที่ชื่อ “ท็อปไนต์” (Top Knight) สังกัดคอก Falcon Racng No 7 Stable ลงชิงชัยรายการนี้ด้วย ที่สำคัญ ท็อปไนต์ เป็น 1 ในม้าเต็งที่จะคว้าชัยอีกด้วย นอกจากนี้ม้าแข่งท็อปไนต์ ยังมีรายชื่อส่งแข่งรายการระดับโลกอย่าง “ลองจินส์ ฮ่องกง คัพ 2020” (Longines Hongkong Cup 2020) ชิงเงินรางวัล 28 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 112 ล้านบาท เดือน ธ.ค.นี้ ที่สนามแข่งม้านานาชาติ SHATIN RACECORDE เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งมีม้าติดอันดับโลก ส่งรายชื่อแข่งอย่างคับคั่งทั้งจากเครือสหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และอีกหลายชาติ รวมทั้งม้าแข่งมินิสเตอร์ (Minister) เบอร์ 5 กลุ่มคิง เพาเวอร์ ลงแข่งขันด้วย
สำหรับ ม้าแข่งท็อปไนต์ มีสถิติวิ่ง 19 ครั้ง ชนะที่ 1 รวม 9 ครั้ง ชนะที่ 2 รวม 6 ครั้ง ชนะที่ 3 รวม 1 ครั้ง ปัจจุบัน ล่าเงินรางวัลไปแล้ว 1,698,643 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 39 ล้านบาท.
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // การแข่งขันยิมนาสติกชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 40 ประจำปี 2563 ที่ ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย จ.สุโขทัย เมื่อ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา แข่งขันเป็นวันที่ 2 คู่ที่น่าสนใจมีดังนี้
ยิมนาสติกแอโรบิคมีการชิงชัย 5 เหรียญทอง ประเภทคู่ผสม รุ่นยุวชน ดูความน่ารักโดยคู่ที่โชว์ความสมบูรณ์ความสวยงาม และพร้อมเพรียงของท่าได้ดีที่สุด คือคู่ของ “น้องพอ” ด.ช.พอพิสุทธิ์ ศรีคันธะรักษ์ กับ “น้องพรีม” ด.ญ.อรินรดา อร่ามเรือง จากทศคำไชยยิม ทีมเอ ทำได้ 14.600 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครอง เหรียญเงิน ด.ช.เจตน์ ฉันทกาญจน์ กับ ด.ญ.อิสรีย์ ผลภาค จากยิมนาสติก เค.เอส สกอร์ ทำได้ 13.450 คะแนน เหรียญทองแดง ด.ช.ชวิน วิชิตรไตรภพ กับ ด.ญ.กัญญารินทร์ ยอดทองเลิศ ศูนย์ฝึก มกช.สุโขทัย ทำได้ 12.050 คะแนน

ประเภททีม 3 คน รุ่นยุวชน เหรียญทอง ทีม Bangkok Gymnastics Club ประกอบด้วย ด.ญ.เชอรีนา รูฟโฟโล, เด็กหญิงพิมพ์พณัชชา วิพุธกุล และเด็กหญิงคีตภัทร ทวินนท์ ทำได้ 14.950 คะแนน, เหรียญเงิน ทีมThe Dream Gym ทีมเอ ทำได้ 14.650 คะแนน และเหรียญทองแดง ชมรมยิมนาสติกจังหวัดพัทลุง ทีมเอ ทำได้ 13.150 คะแนน
ประเภททีม 3 คน รุ่นเยาวชน เหรียญทอง ทศคำไชยยิม ทีมเอ ประกอบด้วย เด็กหญิงชนัญชิดา ใจรักปรีดามิตร, เด็กหญิงณะฐรีย์ มงคลไวย์ และเด็กหญิงณัฎฐชัญญา มงคลไวย์ ทำได้ 16.900 คะแนน เหรียญเงิน ชมรมยิมนาสติกศิลป์จังหวัดสมุทรสาคร ทำได้ 16.350 คะแนน และเหรียญทองแดง จากเดอะดรีมยิม ทีมเอ ทำได้ 14.850 คะแนน

ประเภทหญิงเดี่ยว “น้องจ๋า” ชวิศา อินทกุล เหรียญเงิน ประเภทคู่ผสม ซีเกมส์ 2019 จากยิมนาสติก เค.เอส โชว์ผลงานสมราคา คว้าเหรียญทองตามคาด ทำสกอร์รวม 20.200 คะแนน เหรียญเงิน ไอรดา ปานท้าว โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี 18.550 คะแนน และเหรียญทองแดง สุภัสสร วัชราภรณ์ จากจินตนา 18.300 คะแนน
ประเภทชายเดี่ยว ชนกพล เจียมสุขใจ ทีมโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โชว์ลีลาสุดพริ้ว คว้าเหรียญทอง 21.050 คะแนน เหรียญเงิน พีระพงษ์ พจนโกสีย์ เหรียญเงินซีเกมส์ 2019 ประเภทคู่ผสม จากยิมนาสติก เค.เอส 19.150 คะแนน และเหรียญทองแดง ธนวัฒน์ บุบผาชาติ ศูนย์ฝึกยิมนาสติก มกช.สุโขทัย 15.500 คะแนน
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // การแข่งขัน มวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 ที่ เวทีมวย โรงยิมฝึกซ้อม 2 ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา มีคู่ที่น่าสนใจ ดังนี้
คู่แรกรอบ 8 คน “น้องเมษา”นิลาวัลย์ เตชะสืบ เหรียญทองซีเกมส์ 2019 กับเหรียญทองแดงเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ชกให้ทีมสโมสรราชนาวี พบกับ ภูวราภัทร ม้าชัย อดีตทีมชาติทีมพิทักษ์สันติราษฏร์ ยกแรก นิลาวัลย์ ที่สูงยาวกว่า เป็นฝ่ายยิงหมัดตรงเข้าที่หน้าสลับลำตัวเข้าใส่ ภูวราภัทรไปได้อย่างชัดเจนจะแจ้ง สู่ยก 2 นิลาวัลย์ ที่ชกเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำเนื้อ ๆ เน้น ๆ จนหมดยกที่ 3 เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปขาดลอย คว้าเหรียญทองแดงตุนเอาไว้ พร้อมเข้ารอบรองชนะเลิศ
ต่อด้วย “เจ้าเหลิม” ธิติสรรค์ ปั้นโหมด ทีมชาติไทยโควตาโอลิมปิก 2020 ชกให้สโมสรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบกับ วุฒิชัย ยุระชัย กำปั้นทีมชาติสโมสรกองทัพบก ยกแรกเกมสูสี รอชิงจังหวะออกหมัด ธิติสรรค์ ชกเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำกว่า ยกที่2 ธิติสรรค์ ออกมาเดินไล่ยิงหมัดซ้าย-ขวาเข้าที่หน้าของ วุฒิชัย ได้อย่างจะแจ้งกว่า ยกสุดท้าย ธิติสรรค์เป็นฝ่ายคุมเกม ยิงหมัดชุดเข้าลำตัวสลับไปหน้าไปตลอด จนหมดยก ธิติสวรรค์ชนะคะแนนเข้ารอบรองชนะเลิศไปได้อย่างสวยงาม

ผลคู่อื่น รอบ 8 คน (ชิงเหรียญทองแดง) รุ่น 48 กก. หญิง กนกวรรณ ไชยแก้ว (โรงเรียนกีฬาจ.ศรีสะเกษ) แพ้คะแนน ปานประดับ ปลอดสัย(ราชนาวี),ธณวรรณ ทองดวง(กองทัพอากาศ) ชนะอาร์เอสซียก 1 สรรพศิริ แช่มลออ(สโมสรกีฬาจ.ชุมพร),ฐิติมา ศรีบุญเรือง(ภานุรังสี) ศุภ ฟ้าธรณีแสง(ลูกประดู่), รัชนีกร สีกระโดน(สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ชนะผ่าน ศิริวรรณ พึ่งปัญญา(ตำรวจ), รุ่น 57 กก. หญิง เนรัญชญา เชื้อคำจันทร์(ภานุรังษี) แพ้คะแนน ธารทิพย์ วรรณพรม(สำนักงานตำรวจแห่งชาติ),นพเกตุ ศรีสวัสดิ์(โรงเรียนกีฬาอบจ.พิษณุโลก) ปรีดากมล ถิ่นทับไทย(ตำรวจ),อภิษฏา ทันท่าหว้า(กองทัพอากาศ) ชนะผ่าน ศิริโสภา ศิริศักดิ์(ผู้ครองฟ้า)
รุ่น 49 กก. สมัคร แซ่หาญ (กองทัพบก) ชนะคะแนน สืบพงษ์ พรมเดื่อ(สำนักงานตำรวจแห่งชาติ),ณัฐวุฒิ บัวใหญ่(โรงเรียนกีฬาจ.อ่างทอง) แพ้คะแนน ฤทธิอมร แสงสว่าง(โรงเรียนกีฬาอบจ.พิษณุโลก),ธนรัช แสงเพชร(ตำรวจ) ชนะคะแนน ณัฐพงษ์ ท้วมเจริญ(ราชนาวี),กุลวัชร บุญละ(กองทัพภาค3) แพ้คะแนน พงศกร ไพโรจน์วิรุฬห์(มาบตาพุด),รุ่น 52 กก. วันเฉลิม แซ่หาญ(ราชนาวี) ชนะคะแนน แสนชัย ห้องแก้ว(ภานุรังสี) , ฉลองชัย มีนิลดี(กองทัพภาค 3 ) ชนะผ่าน สุรสิทธิ์ หลวงโปธา(กองทัพภาคที่2), ปฎิภาณ อุทัยดา(ตำรวจ) ชนะคะแนน ขวัญชัย ห้องแก้ว(โรงเรียนกีฬาอ.บ.จ.พิษณุโลก)

รุ่น 57 กก. ศราวุฒิ สุขเทศ(สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ชนะคะแนน สุทิน มาสุข(กองทัพอากาศ),อมฤต เยาว์ดำ(กองทัพบก) ชนะผ่านอนุชา เกิดปรี(สโมสรกีฬาสิงห์บุรี),พละบดี ผลดิลก(ลูกประดู่)ชนะคะแนน มงคล อาจวิเชียร(กองทัพภาค2) ,รุตชการณ์ จันทร์ตรง(ราชนาวี) ชนะคะแนน พลวัฒ บุญเกิ่ง(สโมสรกีฬาจ.อ่างทอง)
รุ่น 63 กก. บรรจง สินศิริ(กองทัพบก) ชนะผ่าน สุธี ชูการ(ราชทัณฑ์),นฤเทพ กลิ่นษร(โรงเรียนกีฬาอบจ.พิษณุโลก) แพ้คะแนน ศักดา รวมธรรม(สำนักงานตำรวจแห่งชาติ),คุณาธิป ปิดนุช (ราชนาวี) แพ้คะแนน สมชาย วงษ์สุวรรณ(กองทัพอากาศ),ศรัณย์ ศรีอ่วมปู่(โรงเรียนกีฬาจ.สุพรรณบุรี) แพ้คะแนน ทิวาจันทะคำภา(กองทัพภาค2)
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ // “บิ๊กโก” พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ตัวแทนสภามวยโลก(WBC) ประชุมทีมควบคุมการแข่งขัน “ศึกซีพีเอฟ ยอดมวยโลก” ให้รักษามาตรฐานการแข่งขันอย่างเคร่งครัด ต้องโปร่งใสเที่ยงตรง หวังยกระดับการตัดสินไทยในเวทีระดับโลก
ที่ สำนักงานสภามวยแห่งเอเซีย (WBC Asia) เมื่อวันที่ 20 พ.ย. พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ รองประธานสภามวยโลก และประธานสภามวยแห่งเอเซีย ในนามตัวแทนสภามวยโลก เป็นประธานประชุมทีมงานควบคุมการแข่งขัน ศึกซีพีเอฟ ยอดมวยโลก นัดประวัติศาสตร์สายเลือดไทย “วันเฮง ซีพีเอฟ” ปัองกันแชมป์โลกWBC รุ่นสตรอว์เวต 105 ปอนด์ กับ “ปัญญา ประดับศรี” (เพชรมณี) รองแชมป์โลกอันดับ 3 วันศุกร์ที่ 27 พ.ย.นี้ ที่ เวทีมวยชั่วคราว ลานหน้าเทศบาลนครนครสวรรค์ จ.นครสค์
“บิ๊กโก” เผยการชกครั้งนี้ ลุ้นทำสถิติไร้พ่ายสูงสุดของโลกของ วันเฮง สภามวยโลกอนุมัติให้ใช้กรรมการชาวไทยยกชุดทำหน้าที่ ได้แก่ รศ.ดร.ธาวุฒิ ปลื้มสำราญ (ผู้ชี้ขาดบนเวที), อ.มณฑล สุริยะจันทร์ , อ.นพรัตน์ ศรีเจริญ, พ.อ.พงษ์พันธุ์ รัตนสุนทร (ให้คะแนน 3 คน) ส่วนสักขีพยาน มิสเตอร์ เควิน นูน (ไอร์แลนด์) และ นายสุรพจน์ พงษ์จิวานิช สักขีพยานร่วม
สำหรับการตัดสินครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติสูงสุดกรรมการชาวไทย พร้อมย้ำให้ทุกคนให้ความสำคัญมากๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะทำได้ ให้รักษามาตรฐานการแข่งขันอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงตรง เต็มความสามารถ เพื่อจะได้ยกระดับกรรมการไทยสู่ระดับโลก ภายใต้การยอมรับของ มัวริซิโอ สุไลมาน ประธานใหญ่สภามวยโลก ผู้อนุมัติให้ทำหน้าที่
การตัดสินครั้งนี้ใช้กรรมการชาวไทย และมีการให้คะแนน(นอกรอบ)จากทีมงานสภามวยโลกที่มัวริซิโอแต่งตั้งด้วย เพื่อตรวจเช็คการทำหน้าที่กรรมการไทย
ทั้งนี้อังคารที่ 23 พ.ย.นี้ เวลา 9.00 น.จะมีการประชุมใหญ่จากประธานใหญ่สภามวยโลก เพื่อมอบนโยบาย ผ่านวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ให้กับทีมงานผู้ตัดสินชุดนี้อีกที
รายการนี้ “เสี่ยตังค์” โปรโมเตอร์ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ จัดถ่ายทอดสดทางช่อง 7 เอชดี เวลา 13.45 -15.45 น. พร้อมคู่ประกอบรายการ เพชร ซีพีเอฟ พบ เสือน้อย สิงห์มนัสศักดิ์, ก้องฟ้า ซีพีเอฟ พบ มินามิ ซาซากิ(ญี่ปุ่น), รุ่งฤทธิ์ ส.วิเศษกิจ พบ เรืองเดช ศิษย์ชาญสิงห์ และ เพชรหิรัญเล็ก วรวินิจ พบกับ เหล็กเพชร ศิษย์ชาญสิงห์
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์
พิมพ์ไทยออนไลน์ //. สมศักดิ์ เผยให้การช่วยเหลือชาวบุรีรัมย์เขียนจดหมายร้อง ลูกสาวถูกจับยาเสพติด ไม่มีเงินสู้คดี สั่งกองทุนยุติธรรมเข้าช่วยเหลือประกันตัว พร้อมหาทนายให้ แนะใครเดือดร้อนไร้ที่พึ่งแจ้ง ยธ.จังหวัดได้ทุกแห่ง พร้อมช่วยเหลือ-ให้คำแนะนำ
วันที่ 20 พ.ย 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับจดหมายขอความเป็นธรรมจาก นายเกรียงไกร วงแหวน ว่าบุตรสาวถูกเจ้าพนักงานปกครอง จ.บุรีรัมย์ จับกุมโดยกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษปรเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ร่วมกันครอบครองยาเสพติด ซึ่งบุตรสาวถูกคุมขังอยู่ที่ เรือนจำ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยอ้างว่าบุตรสาวของเขาไม่ได้ทำผิด และไม่มีทนายความและค่าธรรมเนียมศาลในการต่อสู้คดี จึงอยากให้ช่วยเหลือ โดยหลังจากได้รับจดหมายดังกล่าว นายสมศักดิ์ได้สั่งการให้ ทางยุติธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือผ่านทาง กองทุนยุติธรรม ซึ่งได้อนุมันติเงินประกันตัวบุตรสาวของนายเกรียงไกร และปัจจุบันศาลให้ประกันตัวกลับบ้านได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งล่าสุด นายเกรียงไกรได้เขียนจดหมายด้วยลายมือส่งมาขอบคุณนายสมศักดิ์
นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมมีการจัดตั้ง กองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกระบวนการยุติธรรม
การช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
คำขอการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา
โดยทางกองทุนยุติธรรมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 269,350,000 บาท ซึ่งในเรื่องการช่วยเหลือต่างๆเหล่านี้ประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้ เราคงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสิทธิที่ตนเองมี
“หากใครก็ตามที่เดือดร้อน พบกับปัญหาในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการขาดทนายเพื่อสู้คดี หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีต่างๆ ให้แจ้งเรื่องหรือร้องเรียนได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัด และเรามีกองทุนยุติธรรมที่จะให้การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายๆต่างๆ รวมทั้งมีเงินชดเชยให้กับเหยื่อจากความเสียหายในคดีอาญาด้วย โดยผมจะเร่งสั่งการให้มีการประชาสัมพันธ์แนะนำวิธีการและสิทธิแก่ประชาชนโดยเร็ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานให้มากที่สุด”นายสมศักดิ์ กล่าว
Cr. : นายทวีศักดิ์ ชิตทัพ ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์