พิมพ์ไทยออนไลน์ // สิ้นสุดการรอคอย “ปัญญา ประดับศรี” นักชกจากจังหวัดอุบลราชธานี โชว์ฟอร์มเก่งคว่ำ “ยักษ์แคระ” วันเฮง ซีพีเอฟ คว้าแชมป์โลกสภามวยโลกWBC รุ่นสตอรอว์เวต105ปอนด์ ผงาดเป็นแชมป์โลกคนที่49ของไทย ได้สำเร็จ และหยุดสถิติไร้พ่ายของวันเฮงไว้ที่ครั้งที่ 54 ในการเจอกันเป็นคู่เอกนำรายการศึกซีพีเอฟ ยอดมวยโลก นัดสายเลือด วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ที่ เทศบาลนครนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ “เสี่ยตังค์” โปรโมเตอร์ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ร่วมแสดงความยินดีกับแชมป์คนใหม่
คู่เอก วันเฮง ซีพีเอฟ (แดง) ป้อองกันแชมป์โลกสภามวยโลก(WBC) รุ่นสตอรว์เวต ครั้งที่ 13 กับ ปัญญา ประดับศรี(น้ำเงิน) หรือ เพชรมณี

สี่ยกแรก วันเฮงเปิดเกมรุกต้อนแย๊บ นำสาวหมัดได้รวดเร็ว มีลูกเก๋าจิ้มหมัดขวาฉายต่อเนื่อง แต่ด้านปัญญาที่มาดีไม่มั่วอาศัยจังหวะฉาบฉวยต่อยท้องสลับฮุบสวนโต้ได้สนุกเร้าใจ มีจังหวะพลาดไปหัวโขกจึงโดนกรรมการเตือน2ครั้ง โดยคะแนนรวมกรรมการให้เพชรมณีนำอยู่ 2 ต่อ1เสียง ยก5 และ ยก6 วันเฮง เร่งฮึดลุยบี้ออกหมัดชุดได้ชัดเจน ปัญญาโดนแล้วมีสะดุ้ง ต้นยก 7 วันเฮงสปีดเดินเร็วฮุบซ้ายอัปเปอร์คัตขวาเข้าเป้าน่ากลัว ปัญญาถอยรับมีสะดุ้งแต่พอตั้งหลักได้มาชิงโยกต่อยท้องสลับบนำเอาคืนสนุกดุเดือดสะใจแฟน ยก 8 ปัญญาโดนแล้วเก็บอาการได้ อาศัยลูกหนักดักทุบท้องตัดลำตัวมีลูกจิ้มหมัดตามแล้ววนออกข้างได้สวยงาม โดยคะแนนรวมทั้งหมด 8 ยก ปัญญานำอยู่77-75 ทั้งสามเสียง
สี่ยกสุดท้าย วันเฮงพยายามเดินออกหมัดชุดเคืนแต่ทำๆหยุดๆ ปัญญาไม่สะเทือน มีลูกโต้เถียงไม่รับฝ่ายเดียว ปลายมาชิงจังหวะต่อยหมัดดักเอาวันเฮงโดนสะสมแล้วทำได้ไม่จะแจ้ง ครบ 12 ยก ปัญญาคว้าชัยชนะไปครอง ด้วยคะแนน 115-113 ทั้งสามเสียง

ส่วนคู่อื่นๆมีดังนี้ ก้องฟ้า ซีพีเอฟ ชนะน็อก ยูกิฮิโร่ มินามิ (ญี่ปุ่น)ยก 4, รุ่งฤทธิ์ ส.วิเศษกิจ ชนะน็อก เรืองเดช ศิษย์ชาญสิงห์ ยก 2, เพชร ซีพีเอฟ ชนะน็อก เสือน้อย สิงห์มนัสศักดิ์ ยก 3 และ เพชรหิรัญเล็ก วรวินิจ ชนะน็อก เหล็กเพชร ชนะน็อก เหล็กเพชร ศิษย์ชาญสิงห์ ยก 2
เสี่ยตังค์ เผยว่า ขอแสดงความยินดีกับแชมป์คนใหม่ ส่วนวันเฮงตนเข้าใจว่าหยุดเคลื่อนไหวไปนาน ทำให้ร่างกายอืด แต่ด้วยสถานการณ์ของประเทศที่ยังไม่เปิดประเทศปกติ อาจทำให้คู่นี้มีโอกาสรีแมตท์อีกครั้ง
สำหรับ ฉัตรชัย สาสะกุล เทรนเนอร์ของปัญญา หลังจบเกมนี้ ได้รับรางวัลเทรนเนอร์ยอดเยี่ยมสภามวยโลกจากการทำให้ปัญญาได้แชมป์โลกครั้งนี้ โดย พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ รองประธานสภามวยโลก และ พ.อ.ธนพล เลขานุการบริหารสภามวยแห่งเอเซีย มอบรางวัล
Cr. : นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์




โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายภาพถ่าย มอบให้กับมูลนิธิเด็กโสสะ ซึ่งให้ความช่วยเหลือเด็กยากไร้ อุปการะในหมู่บ้านเด็กโสสะ สมุทรปราการ

เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ กล่าวคือ ทุกชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปอดมากถึง 2.4 ราย หรือ 21,371 รายต่อปี นอกจากนี้ คนไทยส่วนใหญ่ถึง 70% ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดมักพบในระยะที่ 4 หรือระยะลุกลาม ซึ่งมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี ไม่ถึง 5%
ในโอกาสนี้ คณะทำงานมะเร็งปอดเพื่อคนไทย (Thai Lung Cancer Group: TLCG) จึงจัดงานขึ้นภายใต้ชื่อ “ล้ำยุคสู้มะเร็งปอด 2020” เพื่อสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์ถึงความรุนแรงของโรค ความเสี่ยง
รวมถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ช่วยให้เข้าใจความหลากหลายของโรคมะเร็งปอดมากขึ้น พร้อมนำเสนอทางเลือกใหม่ในการรักษาที่ตรงจุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอด ภายในงานยังเปิดตัวแพลตฟอร์ม
‘LungAndMe’ ผู้ช่วยดิจิทัลที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค การรักษา และการดูแลตนเอง เพื่อให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งปอดและผู้ดูแลเข้าถึงคำแนะนำที่ถูกต้องและเชื่อถือได้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ www.LungAndMe.com, Facebook.com/LungAndMe, Line: @LungAndMe และ YouTube: LungAndMe

ทำให้แพทย์ต้องวินิจฉัยอย่างถี่ถ้วนและเลือกแนวทางการรักษาที่ตรงจุด เพื่อให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวต่อไปได้”
ส่วนการเกิดมะเร็งปอดนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าควันบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง ไม่ว่าจะมาจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่ด้วยตนเองหรือได้รับควันบุหรี่มือสองจากการอยู่ใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณและระยะเวลาที่สูบ มีการศึกษาพบว่าหากสูบบุหรี่วันละ 35 มวน โอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอดก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 50 เท่า ทั้งนี้
นอกจากปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว มะเร็งปอดยังอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของลักษณะทางพันธุกรรมหรือยีนในร่างกายที่กลายพันธุ์ กรณีนี้มักพบในผู้ป่วยอายุน้อย ไม่มีประวัติสูบบุหรี่ หรือไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ในครอบครัว” เห็นได้ชัดว่าโรคมะเร็งปอดมีสาเหตุการเกิดที่หลากหลายและอาจพบได้แม้ในคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง
ทุกวันนี้ ความก้าวหน้าของนวัตกรรมการวินิจฉัยและการรักษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจความหลากหลายของโรคมะเร็งปอด สำหรับประเด็นนี้
ในทางกลับกัน ชนิดเซลล์ขนาดไม่เล็กกลับพบมากถึง 80-85% ส่วนผู้ที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งปอดมาก่อนหรือไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงก็อาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดได้ โดยมีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ของยีนชนิดเซลล์ขนาดไม่เล็ก ในบรรดาการกลายพันธุ์ของยีนทั้งหมด พบว่าการกลายพันธุ์ประเภท Epidermal Growth Factor Receptor (EGFR) มีโอกาสพบได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนเอเชียที่ไม่สัมผัสกับควันบุหรี่ พบยีนกลายพันธุ์ EGFR ถึง 50% เมื่อเทียบกับยีนกลายพันธุ์ประเภทอื่น” ดังนั้น เทคโนโลยีการวินิจฉัยทางการแพทย์สมัยใหม่จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ทราบลักษณะการกลายพันธุ์ของยีนได้ชัดเจนและครบถ้วน ทั้งยังช่วยให้แพทย์กำหนดแนวทางการรักษาและเลือกยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย หรือที่เรียกว่า “การรักษาแบบจำเพาะบุคคล (personalized treatment)” ซึ่งส่งผลให้การรักษาและการกำจัดเซลล์มะเร็งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด