วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 1854

กลุ่มผู้เสียหาย​ ค้านประกัน​ “ประสิทธิ์​ เกียวก๊ก”​ผู้ต้องหา

0

พิมพ์ไทยออนไลน์​ // กลุ่มผู้เสียหายคดี”ประสิทธิ์​ เจียวก๊ก”ยื่นคำร้องศาลค้านประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหา เกรงหอบทรัพย์หลบหนี


วันที่ 28 พค.​ 64​ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายที่ร่วมลงทุนกับเครือข่ายธุรกิจของนายประสิทธิ์ ​เจียว​ก๊ก​ ผู้ต้องหาคดีที่ร่วมกันกับนายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ รองประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือนายประสิทธิ์ และพวกรวม 6 คน ฉ้อโกงประชาชนฯ มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท เดินทางมายื่นคัดค้านการประกันตัวนายประสิทธิ์​และนายกิตติศักดิ์ เนื่องจากมีความกังวลว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดีนี้

โดยหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการมาให้กำลังใจ และขอความเมตตาจากศาลฯ เพื่อคัดค้านการประกันตัวนายประสิทธิ์ เพราะกังวลว่า จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้ง นายประสิทธิ์ มีพฤติกรรมการฟอกเงินซุกซ่อนทองคำไว้จำนวนมาก จึงกังวลว่าจะนำเอาทรัพย์สินทั้งหมด หลบหนีไป


นอกจากนี้ในช่วงบ่าย กลุ่มผู้เสียหาย จะนำหลักฐานมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการโอนซื้อขายหุ้นของบริษัท พุทธธรรมประกันภัย จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง เส้นทางการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ต้องหาที่ใกล้ชิดกับนายประสิทธิ์เนื่องจากอ้างว่า ทางกลุ่มผู้ต้องหา มีการซื้อขายหุ้นมูลค่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งกลุ่มผู้เสียหาย มองว่า เป็นการยักย้ายถ่ายเทเงินและทรัพย์สินต่างๆของเครือข่ายกลุ่มนี้ อีกด้วย

Cr.: ทวีศักดิ์​ ชิตทัพ​ ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

 

“ทุเรียนนนท์” สุกพร้อมบุกห้าง!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=4000
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

สองล้อลู่ “ควีนส์สิริกิติ์” สนามที่ 3 คุมเข้มป้องกันโควิด ไม่มีผู้ชม “ไทยพีบีเอส” ยิงสด

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // ศึกสองล้อลู่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “ควีนส์สิริกิติ์” สนามที่ 3 วางมาตรการป้องกันโควิด-19 เข้มข้นมากกว่าเดิม ไม่มีผู้ชมในสนาม แต่ให้ชมผ่าน “ไทยพีบีเอส” ที่ขนอุปกรณ์ชุดใหญ่มาถ่ายทอดสดให้ชม พร้อมทั้งชมผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ Thaicycling Association ได้ตลอดการแข่งขัน
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ เตรียมจัดแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “ควีนส์สิริกิติ์” ประจำปี 2564 ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal (ไม่มีผู้ชม) ที่เวลโลโดรม หัวหมาก จำนวน 3 สนามติดต่อกัน โดยมีโปรแกรมดังนี้ สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม, สนามที่ 4 ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน และสนามที่ 5 สนามสุดท้าย ระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ตามคู่มือของสมาคมฯ ที่ผ่านการเห็นชอบจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. อย่างเคร่งครัด พร้อมมาตรการษที่เข้มข้นมากกว่าเดิม

พลเอกเดชา กล่าวว่า สำหรับมาตรการจัดการแข่งขันทั้ง 3 สนาม นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ ต้องลงทะเบียนสมัครแข่งขันผ่านเว็บไซต์ของสมาคมฯ พร้อมทั้งแนบผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยวิธีการ PCR Test ที่มีผลเป็น “ลบ” มาในระบบด้วย ซึ่งผลตรวจต้องภายใน 72 ชั่วโมงก่อนแข่งขัน รวมทั้งต้องรายงานบันทึกการเดินทาง (Timeline) ล่วงหน้าก่อนการแข่งขัน 14 วัน เมื่อมาถึงสนามแล้วให้สแกน QR Code เพื่อตรวจสอบรายชื่อ พร้อมทั้งสแกน QR Code ลงทะเบียน “หมอชนะ” จากนั้นสแกน QR Code “ไทยชนะ” เพื่อเช็คอิน มีการตรวจวัดอุณหภูมิ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จักรยาน และล้างเท้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าสนาม
สิ่งสำคัญที่สุดนักกีฬาที่เข้าแข่งขัน จะต้องทำประกันอุบัติเหตุ รวมทั้งจะต้องทำบัตรอนุญาตแข่งขัน (License) ทุกคน เมื่อเข้าไปในสนามแล้วให้นั่งประจำที่ของตัวเองโดยเว้นระยะห่าง ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน ส่วนการอบอุ่นร่างกาย ให้นักกีฬาใช้พื้นที่ส่วนกลางที่จัดไว้ให้ โดยมีการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ขณะที่พิธีมอบรางวัล ให้นักกีฬาหยิบเหรียญรางวัลคล้องคอเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัส แข่งขันเสร็จให้กลับบ้านหรือที่พักทันที และต้องสแกน QR Code “ไทยชนะ” เพื่อเช็คเอ้าต์ ก่อนออกจากสนาม

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ในสนามที่ 3, 4 และ 5 แข่งขันแบบปิด ไม่อนุญาติให้มีผู้ชมในสนาม แฟนกีฬาจักรยานชมผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไฟล์ Thaicycling Association และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เท่านั้น ซึ่งมีโปรแกรมถ่ายทอดสดในสนามที่ 3 ดังนี้ วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไฟล์ Thaicycling Association เวลา 08.00-12.00 น. และ 13.00-15.00 น., วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไฟล์ Thaicycling Association เวลา 08.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น., วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไฟล์ Thaicycling Association เวลา 08.00-12.00 น. และ 13.00-14.00 น., ถ่ายทอดสดทางไทยพีบีเอส เวลา 14.00-16.00 น.
โปรแกรมการแข่งขันมีดังนี้ วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. ประชุมผู้จัดการทีมที่ห้องประชุมเสรี ไตรรัตน์, เริ่มแข่งขันเวลา 08.00 น. รอบคัดเลือก ทีมสปรินต์, เปอร์ซูต บุคคล, ทีมเปอร์ซูต, สแครชต์ และคีริน, วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม เริ่มเวลา 08.00 น. แข่งขันไทม์ไทรอัล รอบชิงชนะเลิศ ทุกรุ่น และทีมสปรินต์ รอบชิงชนะเลิศ, สปรินต์ 200 เมตรไทม์ไทรอัล รอบคัดเลือก, สปรินต์ บุคคล รอบคัดเลือก และรอบรองชนะเลิศ, วันที่ 30 พฤษภาคม เวลา 08.00 น. รอบชิงชนะเลิศทุกรายการ ได้แก่ เปอร์ซูต บุคคล, สปรินต์ บุคคล, ทีมสปรินต์, สแครชต์, คีริน.

Cr. :นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

จารึกประวัติศาสตร์สำเร็จ!!! “ตูน บอดี้สแลม” ร่วมวิ่งธงชาติไทย “ดร.ก้องศักดิ” พอใจคนเชียร์หลายล้าน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // พี่น้องคนไทยรวมพลังใจครั้งใหญ่ ร่วมจารึกหน้าประวัติศาสตร์ พิชิตภารกิจสุดหิน “วิ่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” วิ่งต่อเนื่อง 61 วัน ผ่าน 35 จังหวัด รวมระยะทาง 4,606 กม. “ตูน บอดี้สแลม” วิ่งไม้สุดท้ายถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่งมอบธงไตรรงค์ผืนประวัติศาสตร์ถึงมือทัพนักกีฬา เจ้าตัวเผยรอเชียร์ทัพโอลิมปิกหน้าจอ ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ด้าน ผู้ว่าการ กกท.เป็นปลื้มกระแสตอบรับล้นหลาม ชี้คนติดตามกิจกรรมวิ่งธงชาติไทยระบบโซเชียลมีเดียหลายล้านคน
ความเคลื่อนไหวกิจกรรมประวัติศาสตร์ “FLAG OF NATION วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กม. เทียบเท่าระยะทางกรุงเทพฯ ไปยังกรุงโตเกียว จัดขึ้นเพื่อรวบรวมกำลังใจจากพี่น้องคนไทยส่งต่อถึงนักกีฬาทีมชาติไทย เมื่อ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายของกิจกรรมวิ่งธงชาติไทย

ในวันสุดท้ายระยะทางวิ่งรวม 29 กม. เริ่มเช้าตรู่ ออกสตาร์ทจากสำนักงานกกท.จ.สมุทรปราการ ไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีพี่น้องนักวิ่งชาวไทยสับเปลี่ยนกันร่วมวิ่งธงชาติไทยส่งท้ายกันอีก 20 ชีวิต
ทั้งนี้เมื่อขบวนวิ่งเคลื่อนถึงลานจอดรถระยะยาว โซนซี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ศิลปินชื่อดัง เป็นตัวแทนพี่น้องชาวไทย วิ่งธงชาติไทยไม้สุดท้าย มุ่งหน้าสู่อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
“ตูน บอดี้สแลม” ใช้เวลาราวๆ 20 นาที วิ่งนำธงไตรรงค์ผ่านระยะทาง 4.5 กม.สุดท้าย ถึงอาคารผู้โดยสารชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนโบกสะบัดธงชาติไทยปลิวไสว ผ่านเส้นชัยใน กม.ที่ 4,606 ถือเป็นส่งสัญญาณว่าการวิ่งรวมพลังใจครั้งยิ่งใหญ่แบบต่อเนื่องและยาวนานถึง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กม. เพื่อส่งกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกไทย ได้สิ้นสุดลงและบรรลุเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภายหลังธงชาติไทยถูกวิ่งถึง กม.ที่ 4,606 “ตูน บอดี้สแลม” นำธงชาติไทยขึ้นปักแท่นพักธง เตรียมส่งมอบต่อให้กับนักกีฬาไทย เพื่อนำไปใช้ในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ซึ่งในขั้นตอนและพิธีการดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และ พลเอก รณชัย มัญชุสุนทรกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน
ทั้งนี้ธงชาติไทยผืนประวัติศาสตร์นี้ จะถูกเก็บรักษา ปักไว้ในแท่นพักธงภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะถูกส่งอย่างเป็นทางการอีกครั้งให้กับคณะนักกีฬาทีมชาติไทย ที่จะออกเดินทางไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ต้นเดือน ก.ค.นี้
ตูน บอดี้สแลม เปิดใจว่า ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างมากๆ ในการร่วมส่งต่อธงชาติไทยเข้ามายังเส้นชัยใน กม.ที่ 4,606 กม. เชื่อว่าการออกมาร่วมกันส่งต่อกำลังใจตลอด 61 วัน ในการวิ่งทั่วประเทศ จะสร้างพลังบวกให้กับกองทัพนักกีฬาไทยที่ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
“น่าเสียดายที่มาเกิดการระบาดของโควิด-19 ก่อน ความตั้งใจเดิมที่ผมจะบินไปดูการแข่งขันที่ญี่ปุ่น คงไม่เกิดขึ้นแล้ว ขอตามเชียร์และชมการแข่งขัน นักกีฬาไทยทุกคนที่หน้าจอแทน ขอทุกคนมุ่งมั่น ทำหน้าที่อย่างสุดกำลัง สุดฝีมือและสุดหัวใจ ไม่ว่าจะแพ้ หรือได้รับชัยชนะกลับมา ตราบใดที่ทุกคนทำเต็มที่ แฟนกีฬาๆ ก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างทุกคน”

ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่าพี่น้องคนไทยทุกคน พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยในการเดินทางไปทำหน้าที่ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์และพาราลิมปิกเกมส์ ถึงแม้จะต้องพบอุปสรรค จนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดกิจกรรมหลายครั้ง เพื่อให้สอดกับสถานการณ์ภายใต้การระบาดของโควิด-19 แต่ทุกคนทุกภาคส่วนพร้อมใจ ร่วมมือและช่วยกันทำให้กิจกรรมเดินหน้าต่อไปได้จนจบ
“กิจกรรมการวิ่งธงชาติไทยตลอด 61 วัน 35 จังหวัดได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนในการออกมาร่วมทำกิจกรรรม ส่วนกระแสตอบรับก็นับทะลุเป้า โดยมีคนเข้ามาดูและติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดียหลายล้านคน รวมถึงทางช่องทางทีวีด้วย ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ ซึ่งในอนาคตก็มีแนวโน้มที่เราจะจัดกิจกรรมเพื่อสร้างบรรยากาศและการมีส่วนร่วมของพี่น้องชาวไทยในลักษณะนี้ขึ้นอีก”
ผู้ว่าการ กกท. เผยอีกว่า ช่วงเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนก่อนถึงโอลิมปิกเกมส์ กกท. ได้กำชับให้สมาคมกีฬาและนักกีฬาที่ผ่านควอลิฟายไปแล้ว เก็บตัวแบบระบบปิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เชื่อว่าท้ายที่สุดจะมีนักกีฬาราวๆ 40 คนที่ได้โควตาไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์รอบสุดท้าย
พลเอก รณชัย มัญชุสุนทรกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กิจกรรมวิ่งธงชาติไทย ต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด 4,606 กม. ครั้งนี้สำเร็จอย่างงดงาม พี่น้องคนไทยให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้เกิดการรับรู้ว่ากีฬาโอลิมปิกเกมส์ใกล้จะเริ่มแล้ว และที่สำคัญเรามีนักกีฬาเดินทางเข้าไปร่วมการแข่งขันด้วย

รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เผยอีกว่า ที่ผ่านมา เจ้าภาพ ญี่ปุ่น ออกมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนญี่ปุ่น หรือนักกีฬาที่จะเดินทางไปแข่งขันอยู่เรื่อยๆ โดยยึดหลักความปลอดภัยในด้านสุขภาพของทุกคนเป็นสำคัญ ซึ่งหลายๆ ประเทศก็ให้ความเชื่อมั่นว่าญี่ปุ่นพร้อมที่จะเดินหน้าจัดการแข่งขันอย่างปลอดภัยในรูปแบบนิวนอร์มัลด้วย
อนึ่งการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 23 ก.ค. – 8 ส.ค. 64 ที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น แฟนๆ กีฬาสามารถร่วมชม เชียร์และลุ้นนักกีฬาไทยกันแบบสดๆ ผ่านทางช่อง ThaiTBS, NBT, PPTV, NEW18, ทรูโฟร์ยู24, GMMTV25, T-Sports และ AIS PLAY

Cr. :นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

“เพชรมณี-น็อคเอาท์” ร่วมทีมแชมป์โลก จิตอาสา ช่วยแพทย์สนาม “รพ.พระนั่งเกล้า”

0

พิมพ์ไทยออนไลน์ // สองแชมป์โลกปัจจุบันของไทย เพชรมณี ซีพีเอฟ และ น็อคเอาท์ ซีพีเอฟ สละเวลาร่วมคณะจิตอาสา ชมรมวีรบุรุษแชมป์โลกไทย นำโดย เขาทราย แกแล็คซี่ และ อดีตแชมป์โลกรุ่นพี่ ทั้ง ฉัตรชัย สาสะกุล ,ศิริมงคล สิงห์วังชา รวมทั้ง สมาน ส.จาตุรงค์ พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนร่วมสมทบทุน นำอาหารข้าวกล่อง น้ำดื่ม มอบให้ ตัวแทนแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลสนาม ซึ่งดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด
เมื่อวันที่ 27 พ.ค.64 กิจกรรมจิตอาสาดังกล่าว เป็นวันที่ 11 ตั้งเป้าไว้หนึ่งเดือนเต็ม คณะตัวแทน ชมรมวีรบุรุษแชมป์โลกไทย หลังปรุงอาหารข้าวกล่อง ที่บ้านจิตอาสา กม.27 วันนี้เป็นคิว ไก่ผัดพริกหวานราดข้าว 150 กล่อง พร้อมได้รับ ข้าวมันไก่อีก 150 กล่องจาก สมาน ส.จาตุรงค์ นำมาสมทบ ,มีน้ำดื่ม 5 แพ็ค จาก ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง ผอ.โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์) และนายกสมาคม ส.บ.ม.ท.(ผู้บริหาร โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย) ส่งมอบน้ำดื่มเพื่อสมทบกับเครือข่ายแกนนำจิตอาสาพัฒนาสังคม ,พรสวรรค์ ป ประมุข และ ศูนย์การเรียนรู้มวยไทยต้านภัยยาเสพติดหมู่บ้านพระปิ่น 3 และสนับสนุนน้ำดื่มตลอด 1 เดือน จาก คุณสุกานดา มิตรศาสตร์

ทั้งหมดนำไปมอบให้ ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ รพ.สนาม ที่ดูแลผู้ป่วยโควิดที่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยมี นพ.มณเฑียร เพ็งสมบัติ ผอ.โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ,ทันตแพทย์หญิง ศรัญญา จิรธนานันท์ ผู้ช่วยผอ.โรงพยาบาลฯ เป็นตัวแทนรับมอบ เป็นไปอย่างรวบรัด ตามมาตรการเฝ้าระวังไวรัสโควิด ของ ศบค. อย่างเคร่งครัด
เขาทราย เผย กิจกรรมวันนี้เป็นวันที่ 11 ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หนึ่งเดือน ล่าสุดได้รับเงินสนับสนุนจากคุณนริส สิงหวังชา เจ้าของไอเดียโอนเงินให้งวดที่สองจำนวน 3 หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าอาหารจากจำนวนทั้งหมด 9 หมื่นบาท ขอขอบพระคุณ รวมทั้งมี แชมป์โลกขวัญใจชาวไทยคนปัจจุบัน เพชรมณี ซีพีเอฟ (ปัญญา ประดับศรี) และ น็อคเอาท์ ซีพีเอฟ สองแชมป์โลกรุ่นเล็กชาวไทย “เจ้าโอ๋” ศิริมงคล สิงห์วังชา ,ฉัตรชัย สาสะกุล และ สมาน ส.จาตุรงค์ เจ้าของธุรกิจร้านข้าวมันไก่ ที่บ้าน ซอย 14 หมู่บ้าน”บ้านฟ้าลากูน” ย่านคลอง 2 จ.ปทุมธานี นำข้าวกล่องมาร่วมสมทบอีกด้วย ตลอดจนผู้สนับสนุนอีกมากมายหลายท่าน ที่ร่วมสละเวลา อุทิศตนให้กับกิจกรรมจิตอาสาตลอดมา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาร่วมส่งมอบอาหาร เนื่องจากต้องเฝ้าระวังวิกฤตไวรัส ในช่วงอันตรายตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่แพทย์ ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

Cr. :นายวิชัย แสงทวีป ผู้สื่อข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์

ศิลปินนักร้อง “อ๊อด โอภาส” ปลื้ม!! รับเงินกรมธรรม์เก่าคืน ชวนคนไทยเช็กสิทธิที่ กองทุนประกันชีวิต ช่วยบรรเทาความเดือนร้อนช่วงโควิดระบาด

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณโอภาส ทศพร หรือ “อ๊อด โอภาส” ศิลปิน นักร้อง ชื่อดัง เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของการขอรับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความคืนจาก กองทุนประกันชีวิต หรือ กปช. ว่า ตัวเองได้ทราบข่าวจากช่องทางสื่อโซเชียล มีเดีย ว่าถ้าหากเราทำประกันชีวิตไว้แล้วลืมไปรับเงิน เงินของเราก็จะถูกนำไปรวมไว้ที่กองทุนประกันชีวิต และสามารถทำเรื่องขอเงินคืนได้ โดยใช้หมายเลขบัตรประชาชนกรอกลงในโปรแกรม ตรวจสอบสิทธิเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ บนหน้าเว็บไซต์ของกองทุนฯ https://lifeif.appspot.com/enquiry และสอบถามจากเพื่อนเพื่อให้แน่ใจพร้อมเช็กสถานะของกองทุนประกันชีวิต หลังทราบข้อเท็จจริงจึงดำเนินการขอรับเงินดังกล่าวคืน

“ผมได้ข่าวจากช่องทางโซเชียล มีเดีย พอทราบข่าวแบบนี้และได้เคยส่งเบี้ยประกันชีวิตไว้นานมากแล้วอาจมีลืมขอรับเงินคืน ลำดับแรกเลยได้สอบถามจากกลุ่มเพื่อนๆ ว่าแกเคยมีใครทำแบบนี้บ้าง ซึ่งเพื่อนๆ บอกว่า เขาเคยตรวจสอบสิทธิแบบนี้ผ่านโปรแกรม และได้รับเงินคืนมาแล้วด้วย ผมก็ตรวจสอบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตอีกว่า กองทุนประกันชีวิตเป็นใคร น่าเชื่อถือไหม ซึ่งพบว่า กองทุนประกันชีวิต เป็นหน่วยงานของภาครัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีความน่าเชื่อถือ มีตัวตนจริงไม่ใช่ของปลอม มีหน้าเว็บไซต์ของกองทุนฯ ก็เลยกรอก ชื่อ นามสกุล และหมายเลขบัตรประชาชน ของเราลงในโปรแกรมตรวจสอบสิทธิฯ เขาจะมีช่องให้กรอก และก็พบว่าเรายังมีสิทธิในเงินของเราที่เคยทำประกันชีวิตที่ลืมไปรับอีกจำนวนหนึ่ง”
หลังจากนั้นเขาได้ติดต่อไปยังกองทุนฯ เพื่อทำเรื่องขอรับเงินคืนตามขั้นตอน โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอรับเงินคืนจากหน้าเว็บไซต์ของกองทุนฯ http://lifeif.or.th/page/listview/17/53/?p=1&type=&year=&month=
เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวลงแบบฟอร์ม และเมื่อกรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ได้รวบรวมเอกสารอื่นๆ ตามที่กองทุนฯ ระบุ คือ สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาหน้าสมุดธนาคารที่มีหมายเลขบัญชีของเขา แล้วใส่ซองส่งไปรษณีย์ไปที่กองทุนประกันชีวิตตามที่อยู่ของกองทุนฯ และกองทุนฯ ได้จ่ายเงินโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารให้เรียบร้อยแล้วสะดวกมาก
“เมื่อก่อนทำงานเยอะมาก ยุ่งตลอด แต่วันนี้พอมานั่งนึกๆ ดู เราก็มีทำประกันไว้หลายที่ บางฉบับขาดส่งไปแล้ว บางฉบับส่งครบได้เงินคืนแล้วก็มี และที่เป็นประกันออมทรัพย์เขาส่งมาให้ที่บ้านก็มี พอดีมีเว็บไซต์กองทุนฯ ให้ตรวจสอบสิทธิฯ ก็ลองเช็กดูอีกทีเผื่อเราพลาดอะไรเพราะตอนนั้นทำประกันเยอะมากหลายบริษัท มีอะไรให้เช็กก็เป็นเรื่องที่ดี บางทีตกหล่นแล้วเราไม่รู้ ลืมไป ซึ่งก็ต้องขอบคุณ กองทุนประกันชีวิต ที่มีระบบออนไลน์ง่ายๆ มาช่วยเตือนเราในยามที่หลงลืมและทำให้ได้เงินของเรากลับคืนมาจำนวนหนึ่งในท่ามกลางสถานการณ์โควิดระบาดเช่นนี้”
คุณอ๊อด โอภาส กล่าวอีกว่า ก็อยากขอเชิญชวนประชาชน ที่เคยส่งเบี้ยประกันชีวิตไประยะเวลาหนึ่งจนลืมและยังไม่ได้ขอรับเงินคืน ถ้ามีโอกาสอยากให้เข้าไปตรวจสอบสิทธิในโปรแกรมของกองทุนฯ ที่หน้าเว็บไซต์ https://lifeif.appspot.com/enquiry กรอกข้อมูลไม่ยากและไม่ใช่เรื่องหลอกลวงเพราะได้รับเงินคืนมาแล้ว เราอาจโชคดีได้รับเงินที่เคยส่งประกันแล้วลืม ในช่วงโควิดระบาดได้
“ผมจะให้ความสำคัญกับการทำประกันชีวิตและประกันภัยเป็นอย่างมากเพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับตัวเอง ชีวิตคนอะไรก็เกิดขึ้นได้ คนเราเจ็บป่วยกันได้ เกิดอุบัติเหตุได้ อย่างช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสควิด-19 นี้ ก็ได้ซื้อประกันติดเชื้อ และแพ้วัคซีนด้วย ซื้อประกันรถยนต์แบบเปิด ปิด ช่วงไหนใช้รถก็เปิด ช่วงไหนไม่ใช้รถก็ปิด เราก็จ่ายน้อยลง อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัดไปในยุคนี้ ฉะนั้น ถ้าพอจัดสรรเงินส่วนหนึ่งมาทำประกันได้ตามกำลังที่มีนะครับ ก็อยากให้ทำ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเดินทางบ่อยๆ หรือสุขภาพ เผื่อว่าต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งก็มีค่าชดเชยรายได้ให้เลือกซื้อได้ด้วย เพราะอย่างเราทำงานก็ไม่อยากเสียรายได้ แม้จะไม่เท่ารายได้ตามปกติที่มีก็ตาม ชีวิตคนเราอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทำประกันไว้ไม่เสียหายอะไรครับ” คุณอ๊อด โอภาส กล่าว.
ในขณะที่กองทุนประกันชีวิต โดยคุณจรัญ สอนสวัสดิ์ ผู้จัดการ กล่าวเสริมว่ากรณีของคุณอ๊อดโอภาส แสดงให้เห็นเด่นชัดว่าทำประกันชีวิตไว้แล้วไม่สูญเปล่า จึงขอเชิญชวนทุกท่านใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ยิ่งในสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ยิ่งจำเป็น
“กองทุนประกันชีวิต สร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจ คุ้มครองสิทธิผู้เอาประกันภัย”
:Cr;มณสิการ รามจันทร์

ทช.ไม่รอช้าขานรับนโยบายรัฐบาล “สร้างถนนรองรับ EEC”

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3999
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

เตือนอย่าเชื่อคนง่าย.. ระวังถูกหลอกให้กู้ยืมเงินผ่านสื่อดิจิทัล-ออนไลน์

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3998
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

น่าจะทำตั้งนานแล้ว! นายกฯปลื้มทางหลวงสวยขึ้น

0

http://www.natethip.com/news.php?id=3997
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)