วันอาทิตย์, เมษายน 5, 2026

หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยออนไลน์

หน้าแรก บล็อก หน้า 1830

ธ.ก.ส.มอบน้ำดื่ม-อาหารกล่อง

0

http://www.natethip.com/news.php?id=4046
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

ช็อก! รถไฟทางคู่สายเหนือ-สายอีสาน เคาะประมูลสูง ห่างสายใต้ลิบ!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=4045
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

โต้กลับโควิด!

0

http://www.natethip.com/news.php?id=4044
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

AOREST บริการจัดดอกไม้งานศพแบบครบวงจรตอบโจทย์โลกวิถีใหม่ด้วยทีมงานมืออาชีพ

0

พิมพ์ไทยออนไลน์// ผู้สื่อข่าวรายงานว่า AOREST ร้านพวงหรีด ขายส่งดอกไม้และบริการจัดดอกไม้งานศพและงานพิธีการต่าง ๆ มาพร้อมบริการและมาตรฐานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ซึ่งตั้งอยู่ในย่านปากคลองตลาด ด้วยทีมงานมืออาชีพมีประสบการณ์กว่า 10 ปี ในการบริการรับจัดดอกไม้หน้าศพ หน้าเมรุและจำหน่ายของใช้ต่าง ๆ แบบครบวงจร สำหรับงานศพอย่างพวงหรีดและมาลาซึ่งมีให้เลือกอยู่หลากหลายแบบหรือจะจัดตามความต้องการของคุณลูกค้าก็มีบริการ เพียงแค่ลูกค้าแจ้งรายละเอียดรูปแบบและกำหนดโทนสีของดอกไม้ที่ต้องการเราก็พร้อมประเมินราคาได้ในทันทีรับรองว่าสวยถูกใจอย่างแน่นอน แถมราคายังเป็นมิตรเริ่มต้นเพียงหลักพันบาท สำหรับคุณภาพของดอกไม้เราได้ใช้ดอกไม้ที่มีทั้งความสดใหม่และสวยงามนำมาจัดแต่งและส่งมอบให้กับลูกค้า ทำให้เราสามารถรับประกันได้ว่าลูกค้าจะได้สินค้าที่มีคุณภาพสมราคาแน่นอนอีกทั้งยังตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกไม่มีเวลาในการจัดเตรียมงานด้วยตัวเองโดยทางเรานั้นมีทีมงานคุณภาพคอยให้บริการลูกค้าอย่างเป็นมืออาชีพ และเพื่อเพิ่มความสะดวกขึ้นไปอีกขั้น AOREST ได้มีการเพิ่มบริการสำหรับสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งการสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์และ Line official ของร้าน เพื่อการบริการที่เข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมภายใน 5 นาที สำหรับการสั่งผ่าน Line official พร้อมบริการการจัดส่งที่พร้อมจัดส่งมาที่หน้างานได้เลยภายในเวลา 24 ชั่วโมงในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการไว้อาลัยและแสดงความเสียใจสำหรับทุกการจากไป ด้วยการบริการจัดดอกไม้อย่างประณีตและสวยงามเพื่อแสดงความไว้อาลัยให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ เราพร้อมบริการทุกออเดอร์ด้วยใจจริง หากสนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ https://www.aorest.com/ ,Line official account : @Aorest หรือจะสั่งซื้อง่าย ๆ ผ่านทางเบอร์ 094-867-2795 :Cr;มณสิการ รามจันทร์

“โฮมโปร” สาขาเอกมัย – รามอินทรา เข้มยกระดับมาตรการความปลอดภัย “หยุดป่วยหยุดเชื้อโควิด-19” เปิดให้บริการแล้ว

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “โฮมโปร” สาขา “เอกมัย-รามอินทรา”จัด ยกระดับทุกขั้นตอน ในการควบคุมการแพร่กระจายโรคและได้แก้ไขคัดกรองนำเสนอแผนงานมาตรการเชิงรุก ต่อหน่วยงานสาธารณสุข สำนักงานลาดพร้าว และได้ผ่านการพิจารณา อนุญาต เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่  7 มิ.ย. 2564โดยการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกค้า และพนักงาน ดังนี้

ลูกค้า
• ทำความสะอาดอุปกรณ์รถเข็น (Cart Service) และมีบริการถุงมือสำหรับลูกค้า
• ทำความสะอาดจุดบริการลูกค้า (Customer Service) และห้องน้ำ ทุก 1 ชั่วโมง
• เพิ่มจุดคัดกรอง เพิ่มน้ำยาฆ่าเชื้อพรมดักฝุ่นทางเข้า-ออก และเพิ่มจุดวางแอลกอฮลอล์
• ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านระบบ Internet Banking และ QR Payment เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสพนักงาน
• คัดกรองพนักงานที่เข้ามาปฏิบัติงาน ต้องผ่านการตรวจ Swab Test ปลอดเชื้อ 100%
• พนักงานที่เข้าปฏิบัติงาน ได้รับการฉีดวัคซีน 95% ( ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2564) อย่างน้อย 1 เข็ม
• ลดความแออัด ของจำนวนพนักงาน เหลือเพียง 25%
• พนักงานทุกคนต้อง สวมหน้ากาก Face Shield และถุงมือ อย่างเคร่งครัดพื้นที่
• เพิ่มการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ และสินค้าทุกวันหลังจากปิดให้บริการ ช่วงเวลา 21.00 – 22.30 น.
• บริหารพื้นที่ ลดความแออัดให้มากกว่ามาตรฐานที่ 12.7 ตร.ม./คน (สาธารณสุขกำหนด 5 ตร.ม./คน)ทั้งนี้ โฮมโปร ขอยืนยันว่า เราตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เราจะยึดการปฏิบัติตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เป็นประจำทุกวัน ขอให้ทุกท่านมั่นใจ และไว้วางใจในการใช้บริการอย่างปกติ-ช้อปมั่นใจ ปลอดภัยที่โฮมโปร :Cr;มณสิการ รามจันทร์

ทำสปาที่บ้านง่ายนิดเดียวในราคาหลักร้อย จากรายามณี@MBK

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อยากเพิ่มความสวยความสุขภาพดีให้ผิว อยากผ่อนคลายราวกับอยู่ท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ อยากชิลประหนึ่งกำลังจิบชาละมุนอยู่ในคาเฟ่ อยากคุ้มกับความสวยตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าในราคาเริ่มต้นหลักร้อย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพและเคล็ดลับดี ๆ จากร้าน “รายามณี” (Rayamanee) ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าคนไทย ต่างชาติทั้งยุโรปและตะวันออกกลาง จะมาเป็นผู้ช่วยสำคัญในการปรนนิบัติผิวของคุณด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมีทุกสิ่งครบครันพร้อมจะเนรมิตที่อยู่อาศัยของคุณเป็นสปาชั้นเลิศได้ง่ายนิดเดียว จะมีอะไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลยเปลี่ยนห้องน้ำเป็นสปาสุดหรู
เริ่มจากสร้างบรรยากาศในห้องน้ำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายด้วย น้ำมันหอมระเหย (Aroma Oil) หยดใส่เตาเทียน เตาไฟฟ้า เครื่องพ่นควัน หรือหยดใส่อ่างน้ำนอนแช่ตัวเพลินๆ รับสัมผัสกลิ่นหอม
หลังจากอาบน้ำชำระผิวด้วยสบู่หรือเจลอาบน้ำแล้ว ต่อด้วยการขัดสีฉวีวรรณผิวให้สบายตัวด้วย เกลือขัดผิว Body salt scrub in oil หรือจะใช้ ครีมขัดผิว Body cream scrub ครีมสครับ เนื้อนุ่มละเอียดไม่ทำร้ายผิว เม็ดสครับที่มีกลิ่นหอมอโรม่าจากธรรมชาติและกลิ่นดอกไม้ให้ความรู้สึกสดชื่น อาทิ อัลมอนด์ ใยบวบ สารสกัดมะขาม สารสกัดแตงกวา สารสกัดฝรั่ง กลิ่นหอมจากอัญชัน มีให้เลือกตามความชอบ ซึ่งเคล็ดลับการขัดผิวให้ขจัดเซลล์ผิวหนังและสิ่งสกปรกออกไปได้ดีก็คือการขัดผิวไปในทิศทางขึ้น แถมยังช่วยกระตุ้นในเรื่องของระบบหมุนเวียนเลือดได้ดี จากนั้นนวดวนเป็นวงกลมในบริเวณที่ต้องการกระชับสัดส่วนที่มีการสะสมของไขมัน เช่น บริเวณต้นขา หรือหน้าท้อง
สปาหน้าฟื้นบำรุงผิวออร่ากระจาย
ฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาชุ่มชื่นด้วยเจลมาส์กหน้าว่านหางจระเข้ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากแตงกว่าเข้มข้น ทาไว้ก่อนนอนทิ้งไว้ทั้งคืน หรือจะใช้สูตรโคลนพอกหน้าที่มีสารสกัดนำเข้าจากญี่ปุ่นผสมสารสกัดแตงกวาเข้มข้น พอกทิ้งไว้ 10-15 นาทีพอโคลนเริ่มแห้งรีบล้างออก เช็ดหน้าให้สะอาดและตามด้วยเจลมาส์กหน้าอโรเวร่าบำรุงผิวให้หน้าสวยฉ่ำเด้ง
สปามือให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส
ถนอมผิวมือง่าย ๆ หลังจากล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลล้างมือ ขั้นตอนที่ 1 ใช้บอดี้ครีมสครับหรือเกลือสครับผิวตัวขัดวนเบา ๆ โดยเฉพาะตามซอกมือและเล็บ รวมทั้งฝ่ามือ แล้วล้างน้ำเปล่า ขั้นตอนที่ 2 เลือกแช่มือให้เนียนนุ่มได้หลากวิธี เช่น แช่มือในน้ำอุ่นผสมน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกทิ้งไว้ 15-30 นาที หรือ จะแช่ด้วยน้ำนมบำรุงผิว (Milk Bath) ผสมน้ำอุ่น หรือ จะมาส์กมือด้วยเจลที่ใช้กับผิวหน้าก็สามารถเอามาใช้กับมือได้ทั้งแบบล้างออกและไม่ต้องล้าง ขั้นตอนที่ 3 ทาบำรุงผิวด้วยแฮนด์ครีมและนวดเบา ๆ ให้ครีมบำรุงซึมเข้าผิวมากที่สุด ถ้ามีถุงมือแนะนำมาสวมและเข้านอน ตื่นเช้ามามือจะนุ่มชุ่มชื่น บอกลาผิวแห้งกร้าน รายามณีมีครีมบำรุงมือหลายกลิ่นให้เลือก อาทิ ลาเวนเดอร์ (Lavender) ,ตะไคร้ (Lemongrass) ,อัญชัน (Butterfly pea) ,กุหลาบ (Rose) ,มะพร้าว (Coconut) ,มะลิ (Jamine rice) ,มะม่วง (Mango) ,พีช(Peach) ,ดอกบัว (Lotus) ,ลีลาวดี (Frangipani) เป็นต้น
สปาเพื่อสุขภาพและผ่อนคลายเท้า
เดินมาทั้งวัน ถ้าได้สปาเท้าช่วยให้เลือดไหลเวียนดีลดความปวดเมื่อยตึงน่องและขา ลดการเกิดเส้นเลือดขอด โดยแช่น้ำอุ่นกับเกลือทำให้เท้านุ่มและลดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่น จากนั้นใช้สครับขัดผิวเท้า แช่ครีมน้ำนมบำรุงผิว หรือจะใช้โลชั่นหรือแฮนด์ครีมบำรุงมือที่มีก็สามารถนำมาใช้นวดเบาๆ ใส่ถุงเท้าสวมขณะนอน ตื่นเช้ามาเท้าจะนุ่มรู้สึกสบายจิบชาดอกไม้ กรุ่นกลิ่นหอมละมุนจากธรรมชาติ
ช่วงนี้ WFH ระหว่างวันหรือบ่าย ๆ จัดชาอุ่น ๆ จิบไปทำงานไปเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า รายามณีแนะนำ ชาดอกไม้ออร์แกนิคเลอดี (LERDEE) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เลือกสรรค์ดอกไม้นานาพันธุ์จากฟาร์มเกษตรอินทรีย์บนดอยสูงของประเทศไทยคุณภาพส่งออกประเทศอังกฤษ กลิ่นหอมอโรม่าจากดอกไม้ธรรมชาติ รสชาติละมุน ทำให้รู้สึกสดชื่น อาทิ ชาดอกอัญชัญ ชาดอกเก๊กฮวย ชาดอกกุหลาบ ชาดอกมะลิ ชาดอกลาเวนเดอร์ ชาดอกบัว และ ชากุหลาบ จะชงอุ่น ๆ ค่อยๆ จิบ หรือ เติมน้ำผึ้ง หรือ น้ำมะนาว ก็จะได้เครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจ ช่วยให้ผ่อนคลาย และยังดูแลผิวพรรณให้สดใส บำรุงสุขภาพช่วยระบายอ่อน ๆ อีกด้วย ล่าสุดยังจัดโปรโมชัน ดังนี้ แบบซองราคา 129 บาท ยิ่งซื้อยิ่งคุ้ม 3 ซอง 350 บาท 6 ซอง 699 บาท นอกจากนี้ยังมีแบบเซตชุดชาพร้อมชงให้ได้ฟินทั้งบรรยากาศและรสชาติ โดยไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์ให้ยุ่งยากเพราะในเซตมีครบทั้งกาชงชา ฐานอุ่นเทียนชารูปหัวใจ ถ้วยชา เทียนไร้ควัน และชารสชาติต่าง ๆ ในหลากหลายราคาให้เลือก
เรียกว่าครบเครื่องทุกเรื่องสปา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ถึงช่วงนี้ต้องอยู่บ้านก็ผ่อนคลายได้ ใครที่สนใจและกำลังมองหาผลิตภัณฑ์อโรม่าตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย แวะมาได้ที่ร้าน รายามณี (Rayamanee) ชั้น 3 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ :Cr;มณสิการ รามจันทร์ 

เอ็กโก กรุ๊ป ปิดดีลซื้อหุ้น 28% “ลินเดน โคเจน”โรงไฟฟ้าก๊าซสหรัฐฯ

0

http://www.natethip.com/news.php?id=4043
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

สำนักข่าวเนตรทิพย์-ท้องกินข้าว สมองกินข่าว!

0

https://timeline.line.me/post/_dRwLP9ryDNNCNElq786ZFgDnUlb3FkZ4wdgFcto/1162311317810058933
Cr. : ต้นฉบับจาก สำนักข่าวเนตรทิพย์ ออนไลน์

(อ่านเพิ่มเติม : ลิ๊งค์เว็บไซต์-เนตรทิพย์ ออนไลน์-ด้านบน)

 

 

 

“ตามรอยพ่อฯ” ก้าวสู่ปีที่ 9 สร้างองค์ความรู้ผ่านบทเรียนออนไลน์ “คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติ”ตอกย้ำบทบาท “สื่อพอดี” สร้างแรงบันดาลใจ”ศาสตร์พระราชา” ให้คนไทยสู้ทุกวิกฤตอย่างยืน

0

พิมพ์ไทยออนไลน์//ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เดินหน้าสู่ปีที่ 9 ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 มุ่งทำหน้าที่ “สื่อพอดี” ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชาวไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่การลงมือปฏิบัติ อันจะเป็นเกราะป้องกันจากวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ 9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน” ด้วยการจัดทำบทเรียนออนไลน์ “คู่มือสู่วิถี กสิกรรมธรรมชาติ” เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาทฤษฎีและแนวทางการปฏิบัติ พร้อมด้วยคลิปให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจจาก 7 บรมครู เผยแพร่บนเว็บไซต์ของและเฟซบุ๊กของโครงการฯ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีที่จังหวัดนครราชสีมา และพระนครศรีอยุธยา และกิจกรรมประกาศความสำเร็จ 9 ปีของโครงการที่จังหวัดสระบุรี และรายการ “เจาะใจ” โดยวางมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้นจัดทัพรับมือโรคระบาด
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความ ‘สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ เตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะทำงานยึดมั่นถือมั่นในการทำงานอย่างมีสติมาตลอดระยะเวลา 9 ปี ของการดำเนินโครงการตามรอยพ่อฯ ซึ่งไม่ว่าจะเกิดปัญหาหรือวิกฤตใดก็ตาม ทั้งวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยแล้ง หมอกควัน วิกฤตด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และวิกฤตด้านการเมือง ศาสตร์พระราชา คือ องค์ความรู้ในการจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน ก็จะเป็นทางรอดที่ยั่งยืนในทุกวิกฤต ทำให้เราสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างพอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น ทั้งยังสามารถแบ่งปันและสร้างรายได้ เป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก ความอดอยากขาดแคลนอาหารในโลกจะมีขึ้นอย่างแน่นอน คนที่แม้ไม่เจ็บป่วยก็จะได้รับผลกระทบจากการไม่มีอาหารกิน ฉะนั้นจึงต้องสร้างฐาน 4 พอ คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น ให้แน่น ให้พึ่งตนเองให้ได้จริง ต้องมั่นคงแข็งแรงพอ จึงจะมีกำลังไปช่วยคนอื่นให้รอดไปด้วยกัน โดยเชื่อมั่นว่าความสามัคคีของเครือข่ายและคนไทยทุกคนจะเป็นพลังให้เรารอดจากทุกวิกฤตได้อย่างยั่งยืน”
นายไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างยิ่งกับคนไทยทุกคน มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติและเครือข่ายจึงได้เตรียมการวางแผนรับมือกับวิกฤตในครั้งนี้ เบื้องต้นได้จัดทัพรับมือโรคระบาด โดยแบ่งทีมทำงานออกเป็น 5 ทีม ได้แก่
1. ทีมบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) มีหน้าที่รวมรวมข้อมูลแปลงของสมาชิกเครือข่ายทั้งหมดในแต่ละจังหวัด รวมทั้งวัด โรงเรียน ชุมชน เพื่อเก็บข้อมูลของทุกศูนย์และแปลงของสมาชิกเครือข่าย หากเกิดการล็อกดาวน์จะใช้ข้อมูลนี้ให้ความช่วยเหลือกันได้ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับลุ่มน้ำ
2. ทีม CMS (Crisis Management Survival Camp) มีหน้าที่เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข่าวสารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ แจ้งเตือนภัย เพื่อพัฒนาและเตรียมพร้อมไปสู่ขั้นการเป็นศูนย์พักพิงหลุมหลบภัย หรืออาจไปถึงขั้นเป็น Hospitel ทั้งในระดับ เล็ก(บ้าน) กลาง ใหญ่ โดยยึดหลักป้องกันบำบัด ฟื้นฟู
3. ทีมพอรักษา มุ่งเป้าเร่งด่วนเรื่องโควิด-19 โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ป้องกัน (ผู้ไม่ป่วย) บำบัด (ผู้ที่ป่วยอยู่) และฟื้นฟู (ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว) โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและยาที่ควรใช้ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ตามข้อมูลจากทางแพทย์แผนปัจจุบัน-ไทย-จีนและทางเลือกอื่น ๆ
4. ทีมสื่อพอดี มีหน้าที่นำข้อมูลของทั้ง 3 ทีม มาสื่อสารต่อยอดและเผยแพร่ เพื่อให้ข้อมูล ให้ความรู้ แนะทางออก ผ่านช่องทางทางการเผยแพร่ต่าง ๆ
5. ทีมข้อมูล มีหน้าที่จัดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และออกแบบการจัดเก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนเครือข่าย เพื่อฝ่าวิกฤตที่กำลังเผชิญในปัจจุบันและอนาคต ในภาวะวิกฤตเช่นนี้เราไม่ควรรอความหวังหรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานไหน ต้องพึ่งพาตัวเองและพึ่งพากันเองให้ได้มากที่สุด เชื่อมั่นว่าความสามัคคีของเครือข่ายและคนไทยทุกคนจะเป็นพลังให้เรารอดจากทุกวิกฤตได้อย่างยั่งยืน
โดยที่ผ่านมาเราได้เปิดรับศิษย์ เครือข่าย คนมีใจ และประชาชนที่สนใจมาเป็นอาสาสมัครให้กับทีมงานขับเคลื่อนทั้ง 5ทีม ตามความถนัดเฉพาะด้านของแต่ละคน ซึ่งการรวมกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและพึ่งพากันในยามวิกฤตด้วยองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาจะทำให้เราทุกคนอยู่รอดปลอดภัย”ตามรอยพ่อฯ ปี 9 เดินหน้าภารกิจ “สื่อพอดี”
ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด เปิดเผยว่า “โครงการตามรอยพ่อฯ พร้อมที่จะเข้าไปเสริมและสนับสนุนยุทธศาสตร์การเตรียมการรับมือวิกฤตโควิด-19 ของมูลนิธิฯ อย่างเต็มที่ ในฐานะสื่อพอดี เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกิดการนำองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาไปลงมือปฏิบัติจนเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่โครงการตามรอยพ่อฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 9 ผ่านกิจกรรมลงพื้นที่และการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศกว่า 20,000 คน และยังมีผู้ที่ได้รับความรู้และแรงบันดาลใจจากสื่อที่โครงการผลิตขึ้นอีกมากมาย โดยเราจะมุ่งทำหน้าที่นี้อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องเพื่อสื่อสารว่าศาสตร์พระราชาคือทางรอดจากทุกวิกฤตอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ โครงการตามรอยพ่อฯ ปี 9 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน’ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยเน้นช่องทางออนไลน์เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีไฮไลท์คือการจัดทำบทเรียนออนไลน์คู่มือสู่วิถีกสิกรรมธรรมชาติในรูปแบบบทความและวีดิทัศน์ บอกเล่าเนื้อหาเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ รวม 14 บท เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำองค์ความรู้ไปลงมือทำเองได้ หากติดขัดหรือสงสัยเรามีช่องทางถามตอบในสื่อออนไลน์ของโครงการทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊กและไลน์ (@inspiredbytheking)
นอกจากนั้น โครงการตามรอยพ่อฯ ปี9 ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีที่ จ.นครราชสีมา และพระนครศรีอยุธยา ณ พื้นที่ของคนมีใจที่นำศาสตร์พระราชาไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ เพื่อให้ผู้สนใจได้มาเรียนรู้และเกิดแรงบันดาลใจผ่านการทำกิจกรรมลงแขกอย่างโบราณ และยังกำหนดจะจัดงานสรุปผลการดำเนินโครงการ 9 ปี ที่ สวนล้อมศรีรินทร์ จ.สระบุรี ที่เป็นจุดเริ่มต้นโครงการอีกด้วย โดยจะวางมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและ การเว้นระยะห่างของผู้ร่วมกิจกรรมอย่างเข้มข้น และส่งท้ายด้วยการรวบรวมคนต้นแบบและบรมครูผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการฯ ตลอดทั้ง 9 ปี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจในรายการเจาะใจซึ่งจะออกอากาศทางช่อง MCOT HD”สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู้วิกฤต
ด้านนายโจน จันใด ผู้ก่อตั้งสวนพันพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ และประธานธรรมธุรกิจ กล่าวแนะนำการดำเนินชีวิตในช่วงวิกฤตโรคระบาดนี้ว่า “เราประเมินไม่ได้ว่าเหตุการณ์จะยาวนานขนาดไหน การรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นแล้วหวังว่าเราจะดีขึ้นเอง ก็ดูจะเป็นความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่แทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำ คือ การกลับมาคิดถึงการพึ่งตนเองในเรื่องของอาหารเป็นอันดับแรก เราจะหาอาหารมาจากไหน ถ้าอยู่ในเมืองก็อาจต้องคิดถึงการปลูกอาหารเองง่าย ๆ เช่น การเพาะถั่วงอก หรือการปลูกผักแนวตั้ง อีกวิธีหนึ่งคือการเชื่อมต่อกับกลุ่มเกษตรกรที่เขาทำอยู่แล้ว ให้เขาส่งวัตถุดิบมาให้ ซึ่งควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสภาวะปกติด้วย ที่เราควรจะรู้แหล่งที่มาของอาหารที่เราบริโภค ฉะนั้นการเชื่อมต่อกันอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในสภาวะปัจจุบัน การหันกลับมาพึ่งตนเองมากขึ้น กลับมาพึ่งกันเองมากขึ้น ต่อให้ระบบพังหรืออะไรจะเกิดขึ้นเราก็ยังอยู่ได้ นี่คือแนวทางที่เราควรจะต้องกลับมาใคร่ครวญพิจารณา เครือข่ายของเรามีครบทุกอย่างไม่ว่าจะข้าว ปลา กะปิ เกลือ ผัก ฯลฯ และยิ่งถ้าคนสนใจทำแบบนี้มากขึ้นจะทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจแนวใหม่ ระบบการค้าแนวใหม่ ที่ทำให้คนได้คุยกันตรงมากขึ้นโดยไม่อ้อม นี่คือสิ่งที่ผมเห็นว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ นี่คือแนวโน้มที่จะทำให้เราอยู่ได้ในช่วงโควิด-19”

ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

เกี่ยวกับโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน
โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ตามแผนหลัก 9 ปี ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ ๆ ละ 3 ปี ระยะแรก คือ การตอกเสาเข็ม สร้างการรับรู้ ระยะที่ 2 การแตกตัว เป็นการขยายผล สร้างคน สร้างครู สร้างเครื่องมือเพื่อยกระดับเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระยะที่ 3 การขยายผลเชื่อมโยงทั้งระบบ ซึ่งเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับสู่การแข่งขันได้ ต่อยอดการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานให้เกิดความยั่งยืนขึ้น ด้วยการเดินตามบันได 9 ขั้น ไปสู่ความพอเพียงตามแนวทางศาสตร์พระราชา และการวางรากฐานการพัฒนามนุษย์ เพราะหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนและพัฒนา คือ คน โครงการจึงพยายามสร้างคน จากคนมีใจ สู่เครือข่าย และแม่ทัพผู้พาทำ เพื่อร่วมกันสืบสานศาสตร์พระราชาต่อไป   :Cr;มณสิการ รามจันทร์