หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์, ข่าวพิมพ์ไทย, pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
ทีพีไอ
วันที่

เว็บวัดท่าซุง
ต้านทุรจิต กับ ส.ท.ช.
เรื่องผีๆกฏของกรรม



สาระน่ารู้

"ตาของนกกระจอกเทศใหญ่กว่าหัวสมองของมันซะอีก..ว่าแล้ว "

Thai WikiPedia


หมวดหมู่ :: สกู๊ปเด่นประจำสัปดาห์ส่งข่าวนี้ให้เพื่อน
พระพุทธรูปทองคำ ถูกโบกปูนซ่อนไว้มีที่ไหนบ้าง ! เผยออกมาแล้วหลายองค์ ที่ถูกซ่อนอยู่ก็ยังมี !!

อัฟเมื่อ วันที่ 25 ตุลาคม 2561 เวลา : 13:05:21
พระพุทธรูปทองคำ ถูกโบกปูนซ่อนไว้มีที่ไหนบ้าง ! เผยออกมาแล้วหลายองค์ ที่ถูกซ่อนอยู่ก็ยังมี !!
หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตร

 

         พิมพ์ไทยออนไลน์ // แต่โบราณกาลมา ชาวพุทธ ไม่ได้มองพระพุทธรูปเป็นแค่วัตถุ แต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญทางจิตใจ เมื่อเห็นว่า พระพุทธรูปองค์ใด เสี่ยงต่อมนุษย์ใจบาป โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่สร้างจากวัตถุมีค่า เช่นทองคำ ก็จะเอาปูนโบกปิดซ่อนไว้ ให้ดูเป็นของไม่มีราคา แต่ก็มีค่าทางจิตใจเหมือนเดิม เพราะเป็นการเห็นด้วยปัญญา ด้วยใจ ไม่ใช่เห็นแค่ตา แต่เมื่อคนที่ซ่อนไว้ ตายไปไม่มีใครรู้เห็น พระพุทธรูปที่ถูกซ่อน จึงเป็นความลับอยู่ตลอด จนกว่าจะถูกพบโดยบังเอิญ ซึ่งก็มีการพบแล้วหลายองค์ และที่ยังไม่พบ ก็คงมีอยู่ไม่น้อย

        พระพุทธรูปที่ถูกซ่อนไว้และถูกค้นพบเป็นข่าวเกรียวกราวที่สุดในยุคนี้ คงไม่มีองค์ไหนที่สร้างความตื่นเต้นได้เท่า พระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตร ซึ่งพบเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘ จากนั้นก็ค้นพบพระพุทธรูปทองคำแบบนี้อีกหลายองค์ แต่พระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตรเป็นองค์ใหญ่ที่สุด หนักถึง ๕ ตัน และเป็นทองคำบริสุทธิ์ที่สุด จนกินเนสบุ๊คต้องบันทึก

        ตามประวัติที่สำนักนายกรัฐมนตรีพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๔ กล่าวไว้ว่า

        “เดิมพระพุทธรูปทององค์นี้ ประดิษฐานอยู่ที่พระวิหารหลวง วัดมหาธาตุ กรุงสุโขทัย แต่แล้วหายสาบสูญไปเพราะมีผู้เอาปูนปั้นหุ้มไว้ ต้นเหตุของการเอาปูนหุ้มสันนิษฐานได้ ๓ ประการ ประการที่ ๑ หุ้มตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ขุนหลวงพะงั่ว) เสด็จขึ้นไปตีอาณาจักรสุโขทัย ชาวสุโขทัยกลัวจะอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำลงมา จึงปั้นปูนหุ้มไว้ ประการที่ ๒ หุ้มเพราะครั้งนั้นข้าศึกจะมาทำลายหรือเอาไฟสำรอกเอาทองออก ครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อพุทธศักราช ๒๓๑๐ เพราะครั้งนั้นข้าศึกได้เอาไฟเที่ยวสุมสำรอกเอาทองคำเสียอเนกอนันต์ เช่นพระพุทธศรีสรรเพชญ์ ก็ถูกข้าศึกเอาไฟสุมละลายลงมาทั้งองค์ ประการที่ ๓ ขุนนางผู้ใหญ่คนใดคนหนึ่งคงจะขึ้นไปพบเห็นเข้า เมื่อปรากฏว่ามีพระพุทธลักษณะงดงามมาก ก็ใคร่จะอัญเชิญมาประทับประดิษฐานที่วัดแห่งสกุลของตน หรือครั้งนั้นอาจไม่ทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองก็ได้ เพราะเอาปูนปั้นหุ้มไว้หนามาก แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏหลักฐานว่า เท่าที่อยู่ วัดโชตินาราม (วัดพระยาไกรฯ) นั้น คงมาเมื่อ รัชกาลที่ ๓ นี่เอง”

        วัดโชตินาราม เป็นวัดที่พระยาไกรโกษา (บุญมา) กรมพระคลังวังหน้า ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างมาตั้งแต่ยังเป็นพระยาโชฎึกราชเศรษฐีในรัชกาลที่ ๓ แต่พอสมัยรัชกาลที่ ๕ ย่านบางคอแหลมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นทำเลที่บริษัทฝรั่งเข้ามาเช่าทำท่าเรือกันมาก วัดพระยาไกรก็เลยถูกบุกรุกแคบลงทุกทีจนกลายเป็นวัดร้าง บริษัทอิสเอเชียติก จำกัดได้ขอเช่าเป็นที่ทำการของบริษัท เมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็ได้รื้อถอนเสนาสนะสงฆ์ที่หักพังจนหมดสิ้น เหลือเพียงพระอุโบสถที่มีพระพุทธรูปปูนปั้นและพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่เท่ากันเพียง ๒ องค์ ซึ่งยากต่อการขนย้าย ส่วนพระขนาดย่อมถูกอัญเชิญไปไว้ตามวัดต่างๆ หมดแล้ว ในปี ๒๔๗๘ ทางคณะสงฆ์ จึงมีเถระบัญชาให้ วัดไตรมิตรวิทยาราม กับ วัดไผ่เงินโชตนาราม ไปอัญเชิญพระพุทธรูป ๒ องค์นี้ ไปเก็บรักษาไว้ ทางวัดไผ่เงินโชตนารามไปก่อน จึงเชิญพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ซึ่งอยู่ด้านหน้าไป วัดไตรมิตร จึงอัญเชิญพระพุทธรูปปูนปั้นที่เหลืออยู่มา

        ความใหญ่โตขององค์พระเมื่ออัญเชิญขึ้นประทับบนรถบรรทุกที่บริษัทอิสเอเชียติกส่งมาช่วยขนย้ายนั้น ปรากฏว่า องค์พระยิ่งสูงขึ้นไ ปมาก ต้องคอยเอาไม้ค้ำสายไฟ สายโทรศัพท์ และสายไฟรถรางให้พ้นพระเกตุมาลามาตลอดทางจนถึง วัดไตรมิตร ตอนนั้น ยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ ส่วนโบสถ์วิหารของ วัดไตรมิตร ก็เก่าเต็มทนใกล้พังเต็มที บริเวณวัดมีสภาพเป็นที่ลุ่ม มีสระคูคลอง น้ำท่วมขังเกือบทั่วบริเวณวัด ยังหาที่เหมาะสมให้ไม่ได้ จึงสร้างแค่เพิงสังกะสีกันแดดกันฝนให้อยู่ข้างพระเจดีย์หน้าโบสถ์ไปก่อน แล้วบอกกล่าวทั่วไปว่า ใครอยากได้ก็จะยกให้ มีหลายวัดต้องการนำไปเป็นพระประธาน แต่ก็ขาดแคลนพาหนะที่จะขนไปได้ บางรายก็ติดขัดที่เส้นทางรถเข้าไม่ถึง จนรายสุดท้าย ขอไปเป็นพระประธานที่ วัดบ้านบึงบวรสถิตย์ ชลบุรี แต่แล้วก็เปลี่ยนใจว่า ไม่งามสมกับที่จะเป็นพระประธาน

         จนในปี ๒๔๙๘ มีการเตรียมงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษในปี ๒๕๐๐ วัดไตรมิตร เกิดความสงสารพระพุทธรูป ที่ไม่มีใครเหลียวแล จึงสร้างวิหารให้เป็นที่ประดิษฐาน แต่ขณะขนย้ายเข้าวิหารใน วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๙๘ เชือกที่สอดใต้องค์พระขึ้นเกี่ยวกับกว้านยก ทานน้ำหนักไม่ได้เกิดขาด ทำให้องค์พระหล่นลงกระแทกพื้นคอนกรีต ปูนที่พอกกะเทาะออก เห็นเนื้อในเป็นทองคำสุกปลั่ง จึงจัดการกะเทาะออกทั้งองค์ พบว่า ไม่มีรอยบุบสลาย แต่ก็เก็บเป็นความลับไว้ จนมาเป็นข่าวเกรียวกราวในปลายปี ๒๔๙๙

        จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ เป็นที่ยอมรับกันว่าพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ งดงามอย่างหาที่ติไม่ได้ พุทธลักษณะสันนิษฐานว่า สร้างในสมัยกรุงสุโขทัย และผู้ที่สร้างพระพุทธรูปทองคำขนาดนี้ได้ ก็ต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคทีเดียว แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่า ใครเป็นผู้สร้าง นอกจากสันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็นพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพราะเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของ กรุงสุโขทัย และโปรดให้สร้างพิหารหลวงขึ้นกลางกรุงสุโขทัย เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญต่างๆ ซึ่งหลักศิลาจารึกก็กล่าวไว้ว่า

        “...กลางกรุงสุโขทัยนี้มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารส มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันงาม...”

        พระพุทธรูปองค์นี้หน้าตักกว้าง ๓.๑๐ เมตร สูงจากฐานถึงยอดพระเกตุมาลา ๓.๙๔ เมตร ถอดออกได้เป็น ๙ ชิ้น มีความบริสุทธิ์ของเนื้อทองจากฐานขององค์พระ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่อยขึ้นไปถึงพระพักตร์มีความบริสุทธิ์ของทอง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนยอดเป็นทองคำเนื้อแท้ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ และมีน้ำหนักเฉพาะส่วนยอดนี้ ๔๕ กิโลกรัม

        ใน พ.ศ.๒๕๓๓ กินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า พระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำใหญ่ที่สุดในโลก และตีราคาไว้ ๒๘.๕ ล้านปอนด์ เมื่อเทียบกับราคาทองคำในปัจจุบันคงต้องเปลี่ยนตัวเลขนี้อีกมาก

        ใน พ.ศ.๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามพระพุทธรูปทองคำของวัดไตรมิตรนี้ มีนามทางราชการว่า “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” เพื่อเป็นสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคลสืบไป

        ใน พ.ศ. ๒๕๔๙ วัดไตรมิตรวิทยารามเห็นว่าวิหารหลังเก่าของหลวงพ่อทองคำซึ่งสร้างมาแต่ พ.ศ.๒๔๙๘ อยู่ในสภาพทรุดโทรมและคับแคบ ไม่สะดวกแก่การรับนักท่องเที่ยวหลายชาติหลายศาสนาที่มาชม และเป็นโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชครบ ๖๐ ปี และเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษาใน พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงได้จัดโครงการสร้างมหามณฑปหลังใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร โดยมีประชาคมนักธุรกิจเขตสัมพันธวงศ์ ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมสมทบ มีงบประมาณการก่อสร้าง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งงบประมาณสนับสนุน ๒๕๐ ล้านบาท เริ่มลงมือก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๔๙ เป็นอาคารหินอ่อนทรงไทย ๓ ชั้น ปิดทองในส่วนที่เป็นลวดลาย และเนื่องจากมีพื้นที่ก่อสร้างแคบ จึงเป็นอาคารทรงสูง ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับศาสนสถานอื่นๆ ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ อีก ๒ ชั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนบอกเล่าความเป็นมาของย่านเยาวราช

        เมื่อมีข่าวเกรียวกราวว่าพบพระพุทธรูปทองคำที่วัดไตรมิตร จากนั้นก็มีข่าวว่าวัดอื่นๆพบพระพุทธรูปทองคำที่ซ่อนไว้แบบนี้อีกหลายองค์ เช่น พระพุทธรูปทองโบราณที่วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่

        พระพุทธรูปองค์นี้หน้าตักกว้าง ๑ เมตรเศษ ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหลังเก่า สันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินอัญเชิญมาจากเมืองเหนือในสมัยกรุงธนบุรี ต่อมาสมเด็จพระสุริเยนทรามาตย์ ราชินีในรัชกาลที่ ๒ ทรงสร้างโบสถ์ใหม่ และทรงเห็นว่าพระประธานองค์เดิมไม่ใหญ่พอจึงทรงสร้างพระประธานองค์ใหม่ แล้วทรงแปลงพระอุโบสถเก่าเป็นพระวิหาร ต่อมาพระวิหารหลังนี้ก็ถูกทอดทิ้งให้รกร้าง มีผู้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์เล็กๆไป เหลือแต่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ถูกทอดทิ้งไว้จนมีต้นไม้เลื้อยขึ้นปกคลุม

        ต่อมา พระสุขุมธรรมาจารย์ เจ้าอาวาส ได้ทำความสะอาดวิหารร้าง จนในวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๙ ขณะทำความสะอาดพระประธานองค์เก่า ปูนที่พระอุระก็กะเทาะออก เห็นเนื้อในเป็นทองสีสุกงาม จึงโจษขานกันทั่วไป ที่ฐานมีอักษรโบราณจารึกไว้ ซึ่ง นายฉ่ำ ทองคำวรรณ บรรณารักษ์โท กรมศิลปากร ถอดความได้ว่า

        “พระพุทธศาสนายุกาลล่วงได้ ๑๙๖๓ ตรงกับปีเถาะ เดือน ๓ ขึ้น ๑ ค่ำ สมเด็จท้าวพระยาศรียศราช...(ชำรุดอ่านไม่ได้)...มีพระประสาทะศรัทธาทรงบำเพ็ญพระราชทานแบ่งพระราชกุศล ๒ สถาน คือพระราชทานถวายเป็นภัตตาหารแด่พระนนทปัญญาเถระเจ้าส่วนหนึ่ง พระราชทานถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธรูปทองโบราณองค์นี้ส่วนหนึ่ง ในพระราชพัสดุคือที่ดิน เริ่มแต่สระน้ำไปจนถึงดงหวายรวมเนื้อที่ ๖ ไร่ ...(ชำรุดอ่านไม่ได้)...ส่วนพระราชโอรสธิดาและพระชายาพร้อมด้วยพระราชทรัพย์สมบัติทั้งมวล ขอถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธรูปทองโบราณองค์นี้ ตราบจนสิ้นพระประยูรวงศ์แห่งพระราชโอรสธิดาและพระชายา เมื่อสิ้นพระประยูรวงศ์นี้แล้ว ท่านผู้ใดเลื่อมใสศรัทธาจะบูรณะพระพุทธรูปทองโบราณองค์นี้ได้ก็เชิญเถิด”

        ต่อมา มีการสร้างศาลาตรีมุข เป็นอาคารคอนกรีต ๓ มุข มีประตูเหล็กเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองโบราณ และอัญเชิญมาไว้เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ แต่ปัจจุบันเพื่อความปลอดภัยได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ในพระวิหารหลังใหญ่

        เมื่อมีการพบพระพุทธรูปทองคำที่วัดไตรมิตร จึงมีผู้รบเร้าให้วัดมหรรณพารามสำรวจดู “หลวงพ่อพระร่วง” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อร่วง” พระพุทธรูปในพระวิหารซึ่งอัญเชิญมาจากวัดโคกสิงคาราม เมืองศรีสัชนาลัย ในรัชกาลที่ ๓ รุ่นราวคราวเดียวกับพระทองคำวัดไตรมิตร ทางวัดมหรรณ์ฯก็ใจถึง ลอกทองและรักตรงพระอุระด้านขวาออกกว้างประมาณ ๑ ศอกเพื่อดูเนื้อใน ก็ปรากฏว่าเป็นสีทองเหลืองอร่ามเหมือนทองคำ เจ้าหน้าที่ กรมศิลปากร มาพิสูจน์ก็พบว่า มีเนื้อทอง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีรอยต่อ ๙ แห่ง ถูกยึดไว้ด้วยหมุดให้ติดกัน เหมือนพระพุทธรูปทองคำ วัดไตรมิตร เช่นกัน

        พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย หน้าตักกว้าง ๑ วา ๑ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้ว สูง ๑ วา ๓ ศอก ๑ คืบ ๗ นิ้ว ประดิษฐานอยู่ในวิหารตลอดมาจนปัจจุบัน

        ต่อมา ในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๐๐ หนังสือพิมพ์ลงข่าวกันเกรียวกราวอีกว่า พบพระพุทธรูปทองคำ ๒ องค์ หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉาบปูนปิดทับไว้เหมือนกัน องค์หนึ่งมีสีทองอร่ามใส อีกองค์หนึ่งมีสีค่อนข้างไปทางนาก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยตอนปลาย กรุงสุโขทัย รุ่นเดียวกับพระพุทธชินราชที่ พิษณุโลก

        ยังมีอีกหลายวัดที่พบพระพุทธรูปทองคำแบบนี้ ทั้งเปิดเผย และไม่ยอมเปิดเผย เชื่อกันว่า ยังมีพระพุทธรูปทองคำถูกซุกซ่อนอยู่ในรูปแบบนี้อีก โดยยังไม่มีใครรู้ความลับ.

ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000105393

 

 

 

 

 

 

hots ©

 
pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.05 วินาที

pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ