หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์, ข่าวพิมพ์ไทย, pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
ทีพีไอ
วันที่

เว็บวัดท่าซุง
เรื่องผีๆกฏของกรรม



สาระน่ารู้

"ผู้ที่เกิดเดือนมกราคม - มีนาคม มีแนวโน้มเป็นโรคจิตและโรคคลั่งมากกว่าเดือนอื่นๆ..โล่ง "

Thai WikiPedia


หมวดหมู่ :: สกู๊ปเด่นประจำสัปดาห์ส่งข่าวนี้ให้เพื่อน
ความรักของ พ่อ แผ่ไพศาลทั่วด้ามขวาน 4,685 โครงการพระราชดำริ

อัฟเมื่อ วันที่ 17 ตุลาคม 2560 เวลา : 15:03:35
ความรักของ พ่อ แผ่ไพศาลทั่วด้ามขวาน 4,685 โครงการพระราชดำริ

         พิมพ์ไทยออนไลน์ // พื้นดินทุกตารางนิ้วในประเทศไทย ไม่มีที่ไหน ที่ "พ่อหลวง" ไม่เสด็จไป เบื้องหลังเส้นทางเสด็จฯ ของในหลวง ร.๙ เต็มไปด้วยความยากลำบากขรุขระฝ่าฝุ่นแดง ทุกย่างพระบาทเต็มไปด้วยความทุรกันดาร แต่พระองค์ไม่เคยหวั่นพระราชหฤทัยแม้แต่น้อย จุดสีแดงในแผนที่ประเทศไทยที่เห็น คือ โครงการในพระราชดำริ 4,685 โครงการ พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายคิดค้นตกสัปดาห์ละ 2 โครงการ ตลอดการครองราชย์ 70 ปี ในพระราชหฤทัยของพระองค์ทรงมีแต่ประชาชน

        แผ่พระเมตตา...จากเหนือจดใต้

        รู้ไหมว่าในหลวงรักเราแค่ไหน คำตอบคือ เท่าไปดวงจันทร์

        ปี 2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรเป็นระยะทาง 15,473 กิโลเมตร ปี 2513 เป็นระยะ 20,787 กิโลเมตร ปี 2517 ระยะทาง 30,687 กิโลเมตร ทรงเยี่ยมราษฎรมากขึ้นทุกปี มีคนบอกว่าเพียง 17 ปี ก็เท่ากับระยะทางไปถึงดวงจันทร์ ตลอดชีวิตการทรงงานเพื่อลูกๆ ของพระองค์ เท่ากับทรงเสด็จไปกลับดวงจันทร์ถึงสองรอบ

        เหมือนสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า I love you to the moon and back ทรงรักเรากว้างใหญ่ขนาดนั้น

        ดังจะเห็นได้จากภาพจุดสีแดงที่กระจายตัวทั่วแผนที่ประเทศไทย เป็นที่ตั้งโครงการในพระราชดำริ 4,685 โครงการ บ่งบอกให้เรารู้ถึง “ความรัก” ของพ่อหลวง ที่มีต่อลูกหลานชาวไทย เปรียบได้กับความรักที่แผ่ไพศาลครอบคลุมไปทั่วด้ามขวานทอง

        นอกจากนี้ พระองค์ยังรับสั่งให้ทำงานโครงการหลวงแบบ “ปิดทองหลังพระ” คือตั้งใจทำงานอย่างเงียบๆ ไม่โฆษณาออกตัว เพราะเป็นโครงการส่วนพระองค์ และเป็นโครงการต้นแบบที่ทรงริเริ่มเพื่อให้รัฐบาลเอาไปสานต่อ

        เริ่มจากภาคเหนือ “ดอยอ่างขาง” ถือเป็นโครงการหลวงแห่งแรกของประเทศไทย สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ทำการปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นของประเทศได้

        ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2512 ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ทั้งไม้ผล ไม้ดอก ผักเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ตามแนวพระราชดำริที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” ซึ่งต่อมาพระองค์ ได้พระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”

        ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรเสมือนหนึ่งเป็นความทุกข์ของพระองค์ เช่นเดียวกับภาคอีสาน ที่ผืนดินมีแต่ความแห้งแล้งทุกข์ยาก พระองค์ได้ทรงคิดค้น “ฝนหลวง” ชโลมความชุ่มชื้นสู่ผืนดินไทย ถือเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการทำฝนเทียมโดยพระเจ้าแผ่นดินทรงลงพระหัตถ์ด้วยพระองค์เอง

        โครงการพระราชดำริฝนหลวง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2498 ระหว่างที่พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ย่านบริเวณเทือกเขาภูพาน ทรงสังเกตว่ามีปริมาณเมฆมากปกคลุมเหนือพื้นที่ระหว่างเส้นทางบิน แต่ไม่สามารถรวมตัวจนเกิดเป็นฝนตกได้ทั้งที่เป็นช่วงฤดูฝน ทำให้หลายพื้นที่ต้องประสบปัญหาแห้งแล้งและขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากปัญหาฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วงนาน ทรงใช้หลักวิทยาศาสตร์ ให้กำเนิด “ฝนหลวง” แก้ปัญหาน้ำแล้ง

        รวมถึง ภาคใต้ เช่น โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นโครงการที่พระองค์ทรงพระราชทานพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ในเรื่องน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้ง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เมื่อกว่า 20 ปีก่อน จากนั้น รัฐบาลได้สนองพระราชดำริ โดยเฉพาะการสร้างประตูระบายน้ำ “อุทกวิภาชประสิทธิ์” ซึ่งเป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทาน

        ประตูแห่งนี้สามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่ทางการเกษตร จนทำให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ต้องอพยพละทิ้งถิ่นฐานกลับมาประกอบอาชีพในพื้นที่ของบรรพบุรุษได้อีกครั้ง การฟื้นตัวของสภาพแวดล้อมทำให้ในแหล่งน้ำธรรมชาติมีสัตว์น้ำเพิ่มมากยิ่งขึ้น.

ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/livelite/detail/9600000105562

 

 

hots ©

 
pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.06 วินาที

pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ