หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์, ข่าวพิมพ์ไทย, pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
ทีพีไอ
วันที่

เว็บวัดท่าซุง
ต้านทุรจิต กับ ส.ท.ช.
เรื่องผีๆกฏของกรรม



สาระน่ารู้

"วาติกันเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุด มีเนื้อที่ประมาณ 0,44 ตารางกม..จริงอ่ะ"

Thai WikiPedia


หมวดหมู่ :: ข่าวเด่นประเด็นร้อนส่งข่าวนี้ให้เพื่อน
ประชาธิปัตย์ ย้ำจุดยืน ไม่เอา "บิ๊กตู่" ให้จับมือเพื่อไทยเหรอ…เหม็นขี้หน้า !

อัฟเมื่อ วันที่ 13 มีนาคม 2562 เวลา : 16:34:52

ประชาธิปัตย์ ย้ำจุดยืน ไม่เอา


        พิมพ์ไทยออนไลน์ // วันที่ 13 มี.ค. ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานกรรมการนโยบายพรรค และ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงย้ำจุดยืนของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และไม่จับมือกับ พรรคเพื่อไทย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล

        นายจุติ กล่าวว่า หลายคนอาจสงสัยและสับสนว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์มาประกาศจุดยืนในตอนนี้ ตนเห็นว่าถ้าทุกคนถอดอารมณ์ออกจากเหตุการณ์แล้วมองด้วยสติ ข้อเท็จจริง จะเห็นว่าทุกพรรคการเมืองแข่งขันกันเพื่อเป็นที่หนึ่ง และเป็นแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเป็นการแข่งกันด้วยนโยบายที่ต้องนำเสนอให้กับประชาชน

        วันนี้ตนคิดว่าความมีอารมณ์ได้กลบนโยบายดีๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการนำเสนอ ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวลา 200 กว่า สัปดาห์ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อนำมาจัดทำเป็นนโยบายของพรรค เพื่อตอบโจทย์ในปัญหาต่างๆ และเมื่อเราได้เป็นรัฐบาลก็จะสามารถลงมือทำได้ทันที นี่คือข้อแตกต่างของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคอื่นคำถามว่าเราจะไปจับมือกับพรรคการเมืองใด ไม่สำคัญเท่าการมีกิน มีใช้ มีเงินเก็บพอ และชำหนี้ได้ ลูกหลานเรียนจบมีงานทำแน่นอน ผมคิดว่าสังคมลืมเรื่องพวกนี้ไป ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงอยากบอกว่าเราจะมาโฟกัสตรงนี้มากกว่าการเมือง เราจะไม่แก้เกมการเมือง แต่เราจะแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน“สิ่งที่อยากให้ประชาชนมั่นใจ ประชาธิปัตย์บอกเป็นครั้งที่ 100, 200 แล้ว ว่าไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน และเพื่อไทยก็ชัดเจนว่าไม่จับมือกับเรา พูดง่ายๆ ต่างคนก็ต่างประกาศว่าเหม็นขี้หน้ากัน” นายจุติ กล่าวเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่าวันนี้เรามีของดี คือนโยบายในการแก้ไขปัญหา การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ประชาชนเลือกว่าพรรคใดจะเข้ามาแก้ไขปัญหาของท่านได้ดีที่สุด และอยากจะบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มีทีมเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ซึ่งพรรคอื่นไม่มี โดยเราจะทำให้สิ่งที่ถูกต้อง จะไม่ทำให้ประเทศต้องเสียหาย ฐานะทางการคลัง การเศรษฐกิจของประเทศต้องไม่เสียหายตนอยากเตือนสติพี่น้องประชาชนว่าอย่าเลือกด้วยความสะใจ เหมือนอย่างกรณีที่ประเทศอังกฤษ ให้ประชาชนลงมติออกจากสหภาพยุโรป ซึ้งตอนนั้นประชาชนของเขาไปลงมติด้วยความเบื่อ จนทำให้ขณะนี้เศรษฐกิจของอังกฤษ ย่ำแย่ลง และอกไม่กี่วันจะถึงการเลือกตั้งแล้ว ขอให้ประชาชนดูที่นโยบายของแต่ละพรรค บางพรรคอยู่ในมุมมืด ได้แต่เพียงแสดงจุดยืนทางการเมืองขอถามว่าเพียงแค่การแสดงจุดยืนทางการเมืองจะสามารถแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้จริงหรือไม่ ซึ่งตนบอกเลยว่าไม่ได้ฝาก ‘เทือก’ ประชาชนมีกินก่อนค่อยทะเลาะ

        เมื่อถามว่า ล่าสุด พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังยืนยันที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ โอกาสที่ พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ พปชร. เหมือนเช่นพรรค เพื่อไทย ใช่หรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาน้อยสำหรับการหาเสียงแล้ว ตนจึงตั้งใจที่จะมุ่นเน้นเรื่องนโยบายมากว่า จะไม่เสียสมาธิกับเรื่องจะไปจับมือกับใคร เพราะการจะจับมือกับใคร เราต้องฟังเสียงประชาชน วันที่ 24 มี.ค. ที่จะบอกว่า จะเอาใครเป็นรัฐบาล ตอนนี้ ยังคาดเดาไม่ได้ว่า ประชาชนจะเราหรือคนอื่น แต่ยืนยันว่า เราจะฟังและเคารพเสียงประชาชนอย่างแน่นอน เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเสียงของประชาชน บอกว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ จะยินยอมไปร่วมรัฐบาลหรือไม่

        นายจุติ กล่าวว่า ตนจะไม่ตอบคำถามที่ว่า “ถ้า” เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยออมากล่าวหาว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่มติพรรค นายจุติกล่าวว่า แล้วตอนนี้ คนที่ออกมาพูดเป็นมติพรรคหรือไม่ พรรคไหนประชุมได้บ้าง

        เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคร่วมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ปราศรัยว่า การที่ พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แสดงว่าจะจับมือกับ พรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า เราพูดเป็นครั้งที่พันแล้วว่า จะไม่จับมือกับ พรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันว่า ไม่จับกับเรา ไม่เข้าใจหรืออย่างไร ต่อให้พูดเป็นหมื่นหน ประชาชนก็ฟังรู้เรื่องแล้วว่า สองพรรคนี้ เหม็นขี้หน้าซึ่งกันและกัน เพราะมีคำตอบอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ความเห็นอะไรอีก แต่อยากจะให้ประชาชน ไปดูนโยบายพรรค และตัดสินใจด้วยสติ ว่าจะมอบความไว้วางใจ ให้กับใครต่อไป

        ต่อข้อถามว่า การปราศรัยของ นายสุเทพ มีการโจมตีหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ตรงนี้จะแก้ไขอย่างไร เพราะอาจจะมีผลต่อฐานเสียงของพรรค เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่เราลงพื้นที่หาเสียงอยบ่างหนัก ไม่มีประชาชนคนไหน บอกให้ไปจับมือกับใคร มีแต่บอกว่าจะแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนอย่างไร พวกเขาหิว ขอกินอิ่มก่อนแล้วค่อยทะเลาะกันได้หรือไม่ เราก็ต้องนำเสนอนโยบายว่าจะแก้ให้เขาและทำตามนั้น โดยทำให้ประชาชนอิ่มก่อนแล้วค่อยทะเลาะกัน ไปแก้รัฐธรรมนูญหรืออะไรภายหลัง ส่วนที่หลายพรรคพยายามชวนทะเลาะกับเราเรื่องจุดยืนนั้นเพราะพวกเขาไม่มีนโยบายที่จะมานำเสนอหรือไม่ ดังนั้นขอให้เอานโยบายมานำเสนอดีกว่า

        นี่คือวินัยการต่อสู้ของเรา เขาก็สู้แบบนั้น ถ้าเราสู้ผิดก็แพ้ แต่ถ้าเขาสู้ผิดเขาก็แพ้ แต่สิ่งที่เราแพ้คือจุดยืนที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ เราแพ้ตามอุดมการณ์ เพราะทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว ส่วนประชาชนจะยอมรับหรือไม่ เราก็ฟังเสียงประชาชน ครั้งนี้จะเห็นข้อแตกต่างว่า เราใช้นโยบายที่กระชับ โดยแก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง แม้จะไม่เกือบทุกเรื่อง ซึ่งพรรคอื่นไม่มี

        “การแสดงครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ประชาชนที่รู้สึกงุนงง สับสนว่า เกิดอะไรขึ้น ได้รับความชัดเจน ไม่ใช่เป็นการออกมาช่วย นายอภิสิทธิ์ ”นายจุติ กล่าว

        นโยบายเกทับสร้างความขัดแย้ง

        ด้าน นายกรณ์ กล่าวว่า นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ของเราตอบโจทย์ความต้องการประชาชน และการพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีกว่านโยบายของ พปชร. เพราะที่ผ่านมา พปชร.เน้นนโยบายที่ส่งเสริมทุนใหญ่ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มองว่าประชาชนทั่วไปในระดับฐานราก และชนชั้นกลางถูกละเลยมานาน นโยบายประชาธิปัตย์จึงเน้นคนวัยทํางาน และผู้มีรายได้น้อย

        เราไม่ขายแต่ GDP เราชูดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ (PITI) ซึ่งเป็นการวัดการพัฒนาที่เป็นตัววัดความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง เราเน้นการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เก็บภาษีเศรษฐี ดูแลคนรายได้ปานกลาง และให้สวัสดิการพื้นฐานแก่ผู้มีรายได้น้อย ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10 % ทุกกลุ่มแต่คนรวยได้ประโยชน์สูงสุด ปชป.ไม่ลดคนรวยชัดเจน ในแง่นิติบุคคล ประชาธิปัตย์ ลดให้เฉพาะเอสเอ็มอีเท่านั้น

        จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นพรรคใด โดยเฉพาะ พปชร.ชี้แจงตัวเลขเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ในแต่ละนโยบาย ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีการกำหนดไว้ว่า ต้องเปิดเผยแค่ไหนอย่างไรบ้าง ทั้งตัวเลขที่จะใช้ในแต่ละนโยบายและที่มาของแหล่งเงิน หากหาเสียงแล้วทำไม่ได้ หรือใช้งบประมาณจนเป็นปัญหาต่อประเทศ ก็อาจนำมาซึ่งต้นเหตุแห่งความขัดแย้งใหม่ได้อีก

        “ผมมีความกังวลเรื่องของการเกทับกันด้วยตัวเลขที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย แต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่แสดงให้ประชาชนเห็นว่าวงเงินโดยรวมที่จำเป็นต้องใช้ในการขับเคลื่อนทุกนโยบายที่นำเสนอเป็นเงินเท่าไหร่ และที่มาของเงินทุนรวมถึงผลกระทบต่อวินัยทางการเงินการคลังจะกระทบพี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีอย่างไร ซึ่งยังไม่มีพรรคอื่นนำเสนอ


         “ดังนั้น ด้วยเหตุผลทางนโยบายอย่างเดียวเท่านั้นจึงเป็นเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้อง เป็นแกนนำหลักการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้” นายกรณ์ กล่าว

        “ประยุทธ์” หมดเวลาพิสูจน์ตัวเอง
        ขณะที่ นายองอาจ กล่าวว่า การประกาศจุดยืนของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการแสดงจุดยืนรอบด้าน ที่ตรงไปตรงมา และไม่มีอะไรแอบแฝง แต่อยู่บนพื้นฐาน ด้วยเหตุผลหลายด้านคือ

        1.พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงศักยภาพให้เห็นชัดเจนในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน

        2.พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจแฝงโดยมิชอบเกินขอบเขต เพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ที่เห็นได้ชัดคือ การปกปิดข้อมูลหลายด้าน จนเกิดข้อครหาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น มีหลายโครงการที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งใช้กลไกอำนาจรัฐ แทรกแซงองค์กรอิสระ และ

        3. พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าไม่อยากให้ใช้วาทกรรมการสืบทอดอำนาจ และที่ระบุสิ่งพรรคการเมืองทำกันขณะนี้ทุกคนก็อยากเป็นนายกฯ ก็คือการสืบทอดอำนาจทางการเมืองเหมือนกัน ซึ่งการที่พล.อ.ประยุทธ์กำลังใช้ตรรกะที่บิดเบี้ยวโดยสิ้นเชิง

        ผู้ที่เสนอตัวเป็นแคนดิเดตของพรรคการเมืองต่างๆล้วนเป็นการเสนอตัวเป็นนายกฯตามระบอบประชาธิปไตยปกติ ต่างจากพล.อ.ประยุทธ์ที่เข้ามาโดยการยึดอำนาจ และอ้างว่าจะเข้ามาปฏิรูป และแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น แต่กลับทำตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพฤติกรรมที่เอาเปรียบนักการเมือง โดยใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองที่ออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้

        สิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นกระบวนการของการสืบทอดอำนาจชัดเจน ซึ่งไม่ใช่วาทกรรมการเมือง พล.อ.ประยุทธ์มีทั้งพฤติกรรม และกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่องว่าสืบทอดอำนาจ

        “พรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนพฤติกรรม และกิจกรรมของพล.อ.ประยุทธ์ให้ทำเพื่อการสืบทอดอำนาจต่อไป เพราะ 5 ปีที่ผ่านมาถือว่าได้พิสูจน์ตัวเองเพียงพอแล้ว ควรเปิดโอกาสให้นักการเมืองอาชีพตามปกติในระบอบประชาธิปไตยเสนอตัวทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนเพื่อที่จะนำพาประเทศนี้เดินหน้าต่อไป” นายองอาจ กล่าว.

ขอขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์
https://www.khaosod.co.th/election-2019/news_2304109

 

 

 

 

 

hotnews ©

 
pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.03 วินาที

pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ