หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์, ข่าวพิมพ์ไทย, pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
ทีพีไอ
วันที่

เว็บวัดท่าซุง
ต้านทุรจิต กับ ส.ท.ช.
เรื่องผีๆกฏของกรรม



สาระน่ารู้

"เมืองแรกในโลกที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน คือ กรุงลอนดอน..อ้าว เหรอ "

Thai WikiPedia


หมวดหมู่ :: ข่าวเด่นประเด็นร้อนส่งข่าวนี้ให้เพื่อน
เปิดใจ “จิตตนาถ” ย้ำจุดยืน “สนธิ” ปฏิรูปประเทศเท่านั้น ไม่ใช่ตั้งพรรค (ชมคลิป)

อัฟเมื่อ วันที่ 10 ตุลาคม 2561 เวลา : 09:25:20

เปิดใจ “จิตตนาถ” ย้ำจุดยืน “สนธิ” ปฏิรูปประเทศเท่านั้น ไม่ใช่ตั้งพรรค (ชมคลิป)


         พิมพ์ไทยออนไลน์ // “จิตตนาถ” ย้ำจุดยืน “สนธิ ลิ้มทองกุล” ต้องปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง เผยในเรือนจำ “จตุพร” แค่ไปเล่าไอเดียให้ฟัง ไม่ได้ตกลงกันจะตั้งพรรค ย้ำ การเมืองทุกวันนี้ยังไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อได้ ถ้าเดินหน้าเลือกตั้งจะกลับซ้ำรอยเดิม พรรคการเมืองจะมีแค่ 2 ฝ่าย อะไหล่ทักษิณ กับไม่ใช่อะไหล่ทักษิณ ชี้ สลายสีเสื้อ ต้องสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ให้ทุกคนมีสิทธิทำมาหากินเท่าเทียมกัน นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือผู้จัดการ ให้สัมภาษณ์ในรายการ NEWS HOUR ทางสถานีโทรทัศน์ NEWS1 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ต.ค. กรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะจับมือกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช.และนายยงยุทธ ติยะไพรัช สลายสีเสื้อเพื่อก่อตั้งพรรคการเมืองในนามพรรคเพื่อชาติ ว่า เรื่องนี้ยังงงๆ อยู่ แต่ไล่ข่าวไปมาทราบว่าต้นตอเริ่มจากรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ของ นายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ที่ได้สัมภาษณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และมีการตั้งหัวข้อให้เข้าใจว่านายสนธิกำลังจะจับมือกับนายจตุพรตั้งพรรคการเมือง

นายจิตตนาถ กล่าวต่อว่า โดยข้อเท็จจริงจริงแล้ว ถ้าหากฟังจากที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ก็คือว่า ตอนอยู่ในเรือนจำทุกคนไม่มีหัวโขน ก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ ซึ่งก็คือพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเฉยๆ แต่แนวคิดที่ว่าจะตั้งพรรคการเมืองที่เป็นเกาะกลางนั้น เป็นความคิดของนายจตุพรเอง จากการที่ตนได้ไปเยี่ยมนายสนธิ ก็บอกว่า นายจตุพร มาหา ก็เป็นการมาพูดคุยแลกเปลี่ยนก็แค่ฟังไอเดียเฉยๆ ที่มาของเรื่องจริงๆ ก็เท่านี้คิดว่า นายจตุพร คงพยายามคุยเรื่องทางออกของบ้านเมือง แต่นายสนธิมีจุดยืนอยู่แล้วว่า ต้องมีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งสถานเดียว แต่ตอนนี้ยังไม่มีการปฏิรูป พอการเลือกตั้งใกล้เข้ามาก็มีแต่นักการเมืองที่ขยับตัว ไม่เห็นมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เมื่อ 4 ปีก่อน คุณเกลียดนักการเมืองเกือบตาย แต่ตอนนี้สิ่งที่คุณเห็นมีแต่นักการเมืองขยับตัว แล้วเลือกตั้งไปก็จะเหมือนเดิม นายสนธิ จึงยืนยันว่า ควรจะมีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เป็นแนวทางที่ชัดเจน หลังจากนายจตุพรให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยฯ แล้ว สื่อโดยเฉาะช่อง 3 ก็เอาไปพาดหัวว่า สลายสีเสื้อเหลือง-แดง “สนธิ” จับมือ “จตุพร” ตั้งพรรคเพื่อชาติ ช่องอื่นๆ ก็เอาไปออก ทำอินโฟกราฟิกก็แชร์กันไปจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากที่ตนออกมาปฏิเสธข่าวแล้ว ทีนิวส์ ของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ก็ยังไปพาดหัวว่า “จบไหม? ลูกชายสนธิพูดแล้ว เคลียร์ชัดจับมือจตุพรผุดพรรคเพื่อชาติ พร้อมประกาศจุดยืน!” ราวกับว่า ตนคอนเฟิร์มเรื่องที่นายสนธิจับมือนายจตุพร แล้วนายสนธิญาณก็เอาไปแชร์ในเฟซบุ๊ก แล้วก็มีไฮไลต์มีคำว่า “ผมไม่ชอบ อย่าเอามาหากิน” ก็ไม่พาดให้ชัดเจนว่าเป็นใครพูด เป็นตัวอย่างของสื่อมวลชนที่เต้าข่าว แล้วทำให้เกิดความเสียหาย เหมือนกรณีที่พรรคสีฟ้าเคยปล่อยข่าวหาว่ารับเงินทักษิณ

นายจิตตนาถ กล่าวอีกว่า นายสนธิมีจุดยืนว่าต้องปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้งอยู่แล้ว และถ้าจะถามเรื่องมุมมองการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญออกแบบให้ไม่มีพรรคไหนใหญ่จริง แล้วจะบริหารได้อย่างไร ในที่สุดก็แบ่งเป็น 2 ฝั่งเหมือนเดิม คือ

พรรคที่เป็นอะไหล่ของทักษิณ กับพรรคไม่เป็นอะไหล่ทักษิณ อย่างพรรคเพื่อชาติ ของนายจตุพร วันก่อนนายจตุพรไปแถลงข่าวกับบิ๊กจิ๋ว บอกว่า การเมืองต้องมีรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาผ่าทางตัน แต่อยู่ๆ มาเปลี่ยนเป็นตั้งพรรคเพื่อชาติ แล้วคิดว่าจะก้าวข้ามทักษิณได้หรือ คิดว่าพรรคเพื่อชาติจะเป็นแค่พรรคเล็กๆ เป็นหนึ่งในลูกไร่เท่านั้น ตั้งขึ้นรองรับเอาไว้ไม่มีประโยชน์คำว่าสลายสีเสื้อแดงเหลืองมาจับมือกัน นักการเมือง รัฐประหารไม่ใช่คำตอบ ถามว่า แล้วนายจตุพร นายยงยุทธ ตั้งพรรคทำไม นายสุเทพตั้งพรรคทำไม ถ้าการเมืองไม่ใช่คำตอบ พวกคุณนั่นแหละกระสันต์เล่นการเมือง พวกแกนนำอยากเล่นการเมือง แล้วพรรคหนึ่งก็โหน คสช. ส่วนอีกพรรคหนึ่งก็โหนทักษิณ แล้วคนสิบล้านที่ให้คุณมาปฏิรูปหายไปไหนการสลายสีเสื้อเราต้องปฏิรูปจริงๆ ปฏิรูปกติกาใหม่ของประเทศ ทำกฎหมายให้มีความเป็นธรรม แล้วคำว่าปฏิรูปประเทศ นายสนธิเริ่มพูดเป็นคนแรก นายสุเทพเอาไปใช้ต่อในการรวบรวมมวลมหาประชาชน แล้วบิ๊กตู่เอาพูดต่อ ให้ คสช.ได้คะแนนิยม แต่ก็ไม่ทำตาม ซึ่งถ้าทำตามจะเป็นประโยชน์มาก ทั้งนี้ การปฏิรูปในความหมายของนายสนธิก็คือต้องทำให้มีประชาธิปไตยทางการค้า ทางเศรษฐกิจ ให้คนมีสิทธิทำมาหากินเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ทุนใหญ่เอาเปรียบทุนเล็ก ให้ทุกคนทำมาหากินได้ ไม่ว่าสีเสื้อไหน ความคิดแตกต่างทางการเมืองจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ คำว่าสลายสีเสื้อไม่ใช่แกนนำต่างสีมาจับมือฮั้้วกันแสวงหาอำนาจ แต่เป็นการที่ประชาชนจับมือร่วมกันเข็มมุ่งคือการปฏิรูปการเมืองและทำให้มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ

นายจิตตนาถ กล่าวอีกว่า นายจตุพรอาจจะขายไอเดียการตั้งพรรคจริง แต่นายสนธิไม่ได้เอาด้วย แต่ก็ไม่ขวาง พร้อมย้ำจุดยืนของนายสนธิที่เห็นว่า การเมืองทุกวันนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ จะต้องปฏิรูปการเมืองจริงๆ ไม่ใช่ให้นักกฎหมายมาเขียนกติกาอะไรกันก็ไม่รู้แล้วก็ทำไม่ได้จริง และต้องมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ พร้อมแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ต้องมีการปรองดองระหว่างรัฐกับประชาชน ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้มี Grab มี Air bnb มีอะไรต่างๆ นานา รัฐบาลจะผ่อนปรนให้ประชาชนสามารถทำมาหากินจากสิ่งพื้นฐานที่ตัวเองมีได้ไหม เช่น บ้าน หรือว่า รถ ที่เขาต้องผ่อนอยู่แล้วแล้วก็ทำมาหากินได้ หรือเรื่องของโรงขยะรัฐบาลก็อยากให่มีในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ประชาชนมีใครอยากจะได้โรงไฟฟ้าขยะไว้หน้าบ้านบ้าง รัฐกับประชาชนก็ต้องปรองดองกัน ถ้าจะทำโรงไฟฟ้าก็ทำ EIA ให้เรียบร้อยก่อนไหม ไปทำอยู่ในสถานที่ที่มันมิดชิดดีไหม บริหารจัดการให้ดีก่อนดีไหม

คำต่อคำ “จิตตนาถ ลิ้มทองกุล” เปิดใจ

เติมศักดิ์- กรณีที่เป็นข่าวลือในวันนี้ว่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ยงยุทธ ติยะไพรัช จตุพร พรหมพันธุ์ จับมือกันตั้งพรรคเพื่อชาติ มาฟังข้อเท็จจริงจาก คุณจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และ CEO ในเครือผู้จัดการนะครับ

สวัสดีครับ คุณจิตตนาถ

จิตตนาถ- สวัสดีครับ

เติมศักดิ์- เรื่องนี้มีที่มาอย่างไรครับคุณจิตตนาถ

จิตตนาถ- นั่นสิครับ ผมก็ยังงงอยู่เลย อยู่ๆ ก็เห็นเผยแพร่กันทางเฟซบุ๊ก เท่าที่ทราบผมเห็นพวกเพจของข่าวช่อง 3 ผมก็เลยสอบถามไป ไล่ข่าวไปไล่ข่าวมาก็เริ่มจากรายการของคุณดนัย ทางช่องสปริงนิวส์ ก็ได้มีการพูดคุยกับคุณจตุพร

เกี่ยวกับเรื่องพรรคของคุณจตุพร แล้วเท่าที่เห็น เท่าที่ผมดูจาก foot ก็เห็นมีการตั้งตัวพาดหัวข้อ ซึ่งเป็นทำนองให้คนเข้าใจกันว่า สะพัดว่าสนธิลิ้มกำลังจะจับมือกับจตุพร-ยงยุทธ ตั้งพรรคการเมืองสายกลางขึ้นมา

เติมศักดิ์- ถ้าอย่างนั้นเราไปดูต้นตอของกระแสข่าวลือนี้กันหน่อย

จิตตนาถ- น่าจะเป็นตรงนี้ล่ะที่เป็นต้นตอ

เติมศักดิ์- ว่าการสัมภาษณ์ของคุณจตุพรในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ในเช้าวันนี้เป็นอย่างไร เนื้อหาเป็นอย่างไร แล้วตรงกับที่พาดหัวกันหรือเปล่า

(***คลิปรายการเจาะลึกทั่วไทย***)

เติมศักดิ์- นั่นคือคลิปสัมภาษณ์คุณจตุพร จากรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ เมื่อช่วงเช้า ตกลงว่าทั้งเรื่องการพูดคุยกับคุณสนธิ ทั้งเรื่องการจับมือกันตั้งพรรคเพื่อชาติ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

จิตตนาถ- ข้อเท็จจริง ถ้าฟังคุณจตุพรดีๆ นะครับ คุณจตุพรบอกว่า อยู่ข้างในคุกมันไม่มีหัวโขน มันเป็นคนที่ติดคุกเหมือนกัน เราก็มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน คำว่า “พูดคุยแลกเปลี่ยน” ก็คือ แค่พูดคุยแลกเปลี่ยนเฉยๆ แต่คอนเซปต์ที่คุณ

จตุพรบอกว่าอยากจะตั้งพรรคเพื่อชาติขึ้นมาเป็นเกาะกลาง เพื่อที่จะทำอะไรให้กับบ้านเมืองต่อไปนั้น ก็คือเป็นความต้องการของคุณจตุพรเอง คุณจตุพรบอก ผมคิดว่าน่าจะตั้งเป็นพรรคลักษณะแบบนี้นะ ผมได้ไปเยี่ยมคุณสนธิมา คุณ

สนธิก็เล่าว่า คุณจตุพรมาพูดคุย มาหา ได้เจอหลวงปู่บ้าง ได้เจออะไรบ้าง ที่โรงพยาบาล ก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเฉยๆ แต่แลกเปลี่ยนก็คือว่า แค่ฟังไอเดียเฉยๆ เหมือนคุณเติม คุณเก๋ คุยกับผม เสนอว่า คุณปั๊บ ผมอยากทำอย่างนี้

ผมก็ว่า ก็ดีนี่ คุณก็ทำสิ แต่จะเป็นไปได้จริงไหมก็เป็นเรื่องของคุณนะ อันนี้มันไม่เกี่ยวกับผมแล้ว เพราะว่าจุดยืนของผม กับคุณเติม กับคุณเก๋ อาจจะไม่เหมือนกันในเรื่องประเภทอย่างนี้ ก็คือแค่รับฟังเฉยๆ ที่มาจริงๆ เรื่องมันก็เท่านี้เอง

เติมศักดิ์- ไม่ได้ไปมีการคุยกันว่า เสื้อแดง เสื้อเหลือง ควรจะจับมือกันตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเป็นเกาะกลางสักพรรคหนึ่ง ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้เลยใช่ไหมครับ

จิตตนาถ- ผมคิดว่าคุณจตุพรคงจะพยายามเสนอไอเดีย ก็เหมือนกับว่า brain storm กันถึงทางออกประเทศไทยอยู่ แต่ว่าคุณสนธิก็มีทางออกที่ชัดเจนของคุณสนธิอยู่แล้ว เพราะอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า คุณสนธิ มองว่า ถ้าประเทศไทย

จะไปรอดได้ มันต้องปฏิรูปสถานเดียวเลย ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งสถานเดียวเลย ลองนึกดูนะครับว่า เลือกตั้งไปแล้วตอนที่ยังไม่มีการปฏิรูป เราเห็นเลยว่าตอนนี้พอมีบรรยากาศเลือกตั้งกำลังคืบคลานเข้ามา ใกล้เข้ามา ที่มันดูแล้วจะเป็นจริง

ได้ จะเห็นเลยว่ามีแต่เรื่องนักการเมืองขยับตัวทั้งนั้น นักการเมืองขยับตัว ผมถามว่าไม่เห็นจะมีอะไรที่มันเป็นประโยชน์กับประชาชนแม้แต่เรื่องเดียวเลย ผมถึงบอกว่า แล้วเมื่อ 4 ปีก่อน คุณเกลียดนักการเมืองกันเกือบตาย ตอนนี้สภาพที่

คุณเห็นก็คือ มีแต่นักการเมืองขยับตัว แล้วเป็นยังไงครับ เลือกตั้งไปแล้วก็เป็นเหมือนเดิมไหม มันก็เป็นเหมือนเดิม ฉะนั้นคุณสนธิก็ยังยืนยันในแนวคิดว่า เราจะต้องมีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อันนี้ก็เป็นแนวทางที่ชัดเจนของคุณสนธิ หรือ

แม้แต่คุณสนธิเอง ก็ได้แลกเปลี่ยนกับหลวงปู่พุทธะอิสระ ต่างฝ่ายต่างก็ผลัดกันเลกเชอร์ หลวงปู่ท่านก็เลกเชอร์คุณสนธิ คุณสนธิท่านก็เลกเชอร์หลวงปู่ คุณสนธิเองก็บอกว่า จะให้ผมเห็นด้วยกับหลวงปู่ทุกเรื่อง ก็คงไม่ใช่ เพราะก็มีบาง

เรื่องที่ผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วย เพราะว่าบางครั้งการบริหารของรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ ณ ปัจจุบัน ก็เป็นกรอบแคบๆ ที่ไม่สามารถจะแก้ปัญหาการเมืองในระยะยาวได้ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนข้างจากข้างคุณทักษิณมาแล้ว ขอให้อยู่อย่างนี้ แล้วจะไป

ต่อได้ไหม มันต้องมีอะไรมากกว่านี้เพื่อชาติ เพื่อบ้านเมืองได้ หลวงปู่อาจจะ favor ผู้มีอำนาจบางคน นิยมชมชอบ เป็นแฟนคลับ เป็นติ่งบางคน แต่คุณสนธิบอกว่า ผมอาจจะไม่ได้เป็นติ่งเหมือนกับหลวงปู่ แต่ถ้าหลวงปู่จะทำ หลวงปู่จะ

เดินทางนั้นจริงๆ ผมก็ไม่ขวาง ก็เรื่องของหลวงปู่ แต่ผมเองผมก็มีจุดยืนของผม ซึ่งผมก็หวังว่าต่างคนก็ต่างจะเคารพจุดยืนกัน

เติมศักดิ์- เราได้ฟังต้นตอของข่าวนี้ในแง่ของการให้สัมภาษณ์ของคุณจตุพร แต่ว่าหลังจากการสัมภาษณ์นี้ก็มีสำนักข่าวหนึ่ง คือ ช่อง 3

อุษณีย์- เอาไปแปลงซะ

เติมศักดิ์- แปลงสาร เราไปดูหน่อยว่าพาดหัวของช่อง 3 เขียนว่าอย่างไร “สลายสีเสื้อเหลือง-แดง สนธิ จับมือ จตุพร ตั้งพรรคเพื่อชาติ” เอาเฉพาะพาดหัว พาดหัวแบบนี้บิดเบือนหรือไม่ อย่างไร

จิตตนาถ- ก็คิดว่ายังไล่ะครับ มันก็พาดไว้แล้วว่า สนธิ จับมือจตุพร ตั้งพรรคเพื่อชาติ คนไทยก็อ่านหนังสืออยู่แค่นี้ล่ะครับ แล้วตัว infographic ประเภทนี้ก็แชร์กันไปในโซเชียลสนุกสนาน เพราะช่อง 3 เอาไปออก ช่องอัมรินทร์ก็เอาไปออก

ไทยรัฐก็เอาไปออก ใครก็เอาไปออก มันเลยกลายเป็น talk of the town กันทั้งบ่ายเลย มันก็แค่นี้เอง

เติมศักดิ์- หลังจากช่วงบ่าย คุณจิตตนาถให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ และเว็บไซต์ mgronline ก็นำไปเผยแพร่ คุณจิตตนาถดับกระแสข่าวลือนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าหลังจากนั้น ทีนิวส์ ของคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ก็ไปพาดหัวอย่างที่เรา

จะเห็นนะครับ “จบไหม? ลูกชายสนธิพูดแล้ว เคลียร์ชัดจับมือจตุพรผุดพรรคเพื่อชาติ พร้อมประกาศจุดยืน”

อุษณีย์- คือสำนักข่าวพาดหัวบิดไปขนาดนี้แล้ว ตัวคุณสนธิญาณแชร์ต่อด้วยนะ ในเฟซบุ๊ก

จิตตนาถ- “จบไหม?” อีกด้วยนะ พูดราวกับว่าผมคอนเฟิร์มว่า สนธิ จับมือกับจตุพรแล้วนะ พูดราวกับคอนเฟิร์มอย่างนั้นเลย แล้วไปดูตัวใหญ่ที่เขาไฮไลต์ไว้ เห็นไหม เขาบอกว่า “ผมไม่ชอบ อย่าเอามาหากิน” ไหนล่ะ ไม่เห็น quote ชื่อ

ผมเลย อย่าเอาอะไรมาหากิน อย่าเอาพ่อผมมาหากิน ผมพูดนี่ คุณสนธิญาณก็ต้องพูดให้ชัดสิ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของสื่อมวลชนที่อยากจะเต้าข่าว หรืออะไร เราก็จะเห็น แล้วมันก็เกิดความเสียหายเข้าไปใหญ่เลย

เติมศักดิ์- “อย่าเอามาหากิน” นี่หมายถึงว่า อย่าเอาคุณสนธิมาหากินในการจะตั้งพรรคการเมืองสักพรรคหนึ่ง

จิตตนาถ- ผมพูดไปในคลิปเสียงเรียบร้อยแล้วครับว่า
ผมไม่ชอบ อย่าเอาพ่อผมมาทำมาหากิน ผมขอเถอะ ใช่ไหมครับ แต่นี่คือตัดหัวสั้นๆ แล้วก็มาพาดอย่างนี้ แล้วก็ไม่รู้ใครพูดด้วย

อุษณีย์- แล้วคนที่เข้าไปคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของคุณสนธิญาณ ก็เป็นไปในแนวนี้หมดเลย เข้าใจว่าจับมือกันเรียบร้อยแล้ว

จิตตนาถ- ครับ ก็เหมือนเคยมีครั้งหนึ่งที่มีกระแสว่าคุณสนธิไปรับเงินคุณทักษิณ ก็มาจากพรรคสีฟ้าบางพรรค คนตัวสูงๆ โย่งๆ ที่ยอมรับว่าพูด ปล่อยข่าว ลักษณะอย่างนี้ก็เหมือนกัน แล้วคิดดูสิครับว่าคุณสนธิอยู่ในเรือนจำ คุณสนธิห่าง

ไกลจากการเมือง คุณสนธิอยู่ในเรือนจำก็อยู่ในสภาพของผู้ต้องขัง เพราะฉะนั้นเราให้คุณสนธิอยู่สบายๆ อยู่อย่างสงบๆ หน่อยได้ไหม ไม่อย่างนั้นก็ อะไรๆ ก็มายุ่งกับกูทั้งนั้นเลย ท่านก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับใคร เพียงแต่ว่าแนวคิดของคุณสนธิ

ที่ท่านคุยกับผมแล้วก็แชร์กันออกมา ก็คือ หนึ่ง บ้านเมืองจำเป็นต้องมีการปฏิรูปก่อน คุณเลือกตั้งไป ถามผมเรื่องมุมมองการเลือกตั้ง คุณเลือกตั้งไป รัฐธรรมนูญออกแบบอยู่แล้วว่ามันไม่มีพรรคไหนที่ใหญ่จริงๆ ในเมื่อไม่มีพรรคไหน

ใหญ่จริงๆ แล้ว มันจะบริหารอย่างไร อย่างเก่งก็อยู่กันได้แค่ปีเดียว อาจจะไม่ถึงปีด้วยซ้ำ มันก็ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้ ขนาดตอนนี้มี ม.44 เป็นองคาพยพ ยังไม่สามารถจะบริหารต่อไปได้เลย มันก็จะกลายเป็นว่า ในที่สุดก็แบ่ง

เป็นสองฝั่งเหมือนเดิม ฝั่งที่เป็นอะไหล่ของคุณทักษิณ กับฝั่งที่ไม่เป็นอะไหล่ของคุณทักษิณ อย่างกรณีพรรคเพื่อชาติของคุณจตุพร ถ้าถามผม ผมก็ต้องถามกลับทั้งคุณจตุพร และคุณยงยุทธ ว่า โอเค คุณจตุพรออกมาจากเรือนจำ ก็พูด

เห็นไปออกกับบิ๊กจิ๋ว ก็โอเค บ้านเมืองต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อที่จะผ่าทางตัน เลือกตั้งไป อันนั้นก็ยังฟังดูเข้าที เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นคุณจตุพรอยู่กับบิ๊กจิ๋ว เครดิตมันก็เลยดูแปลกๆ แปร่งๆ แต่ถามว่าเขาพูด เขาคิด อย่างที่ผมคิดไหม เขา

ก็คิดเหมือนที่ผมคิด จู่ๆ วันนี้เปลี่ยนจากคอนเซปต์นี้แล้ว มาเป็นการตั้งพรรคเพื่อชาติขึ้นมา เห็นไหมครับ จู่ๆ แกก็เปลี่ยนคอนเซปต์ของแกขึ้นมา

ทีนี้ พรรคเพื่อชาติก็อย่างที่เรียน คุณจะก้าวข้ามคุณทักษิณได้เหรอ ใช่ไหม คุณยงยุทธ คุณจตุพร มันก็ต้องไปอยู่ในส่วนของพรรคอะไหล่อยู่แล้ว ฉะนั้นในส่วนตัวผม ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อชาติไม่ได้สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย ก็เป็นแค่หนึ่ง

ในพรรคเล็กๆ หรือเป็นหนึ่งในนอมินี เป็นหนึ่งในลูกไล่ของเขาเท่านั้นเอง ตั้งมารอบรับเอาไว้ มันก็ไม่มีประโยชน์

เติมศักดิ์- คุณจิตตนาถจะสังเกตว่า คำว่า “สลายสีเสื้อ” หรือคำว่า “แดง-เหลือง มาจับมือกันเถอะ เพราะเราได้รับบทเรียนแล้วว่านักการเมืองก็ไม่ใช่คำตอบ รัฐประหารก็ไม่ใช่คำตอบ” คำขวัญแบบนี้มันถูกเอามาหากินอยู่เรื่อยๆ ทั้งใน

เชิงของข่าว และในเชิงของจุดยืนทางการเมือง คุณจิตตนาถมองอย่างไร

จิตตนาถ- “แดง-เหลือง มาจับมือกันเถิด นักการเมืองไม่ใช่คำตอบ” ผมถามว่า แล้วคุณจตุพร กับคุณยงยุทธ จะตั้งพรรคเพื่อชาติทำไมล่ะ ถ้านักการเมืองไม่ใช่คำตอบ คุณสุเทพไปตั้งพรรค รปช.ทำไม ถ้านักการเมืองไม่ใช่คำตอบ ก็พวก

คุณนั่นล่ะกระสันอยากที่จะลงการเมือง หรือแม้แต่แกนนำบางคน เราจะเห็นเลยแกนนำก็จะมีสองฝั่ง ก็จะไปจับมือกันลง พรรคการเมืองฝั่งหนึ่งก็โหน คสช. โหนทหาร อีกฝั่งหนึ่งก็โหนคุณทักษิณ ในที่สุดตัวเองก็แปรสภาพเป็นนักการเมือง

หมด แล้วสิ่งที่คนสิบกว่าล้านคนเขาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปมา สรุปแล้วมันหายไปไหนแล้วล่ะ ผมก็อยากจะถามทุกคนกลับ แต่วิธีการสลายสีเสื้อจริงๆ ตามที่ผมได้เรียนไปแล้ว ที่ผมได้คุยกับคุณสนธิ มี 2 ประเด็น ประเด็นหนึ่งก็คือว่า

เราต้องปฏิรูปประเทศจริงๆ ปฏิรูปกติกาใหม่ของประเทศ ปฏิรูปกฎหมายให้มีความยุติธรรม นี่ก็คือหนึ่งล่ะ อันที่สอง เป็น gimmick ที่คุณสนธิพูดขึ้นมา น่าสนใจครับ อย่าลืมนะครับคำว่าปฏิรูปประเทศ คุณสุเทพไม่ได้เป็นคนพูดคนแรก

นะครับ เจ้าของการปฏิรูปประเทศคือคุณสนธิเป็นคนพูดออกมานะครับ ไม่ใช่คุณสุเทพ แล้วได้เอาสโลแกนนั้นไปใช้ต่อ คุณสุเทพได้เอาสโลแกนนั้นไปใช้ต่อในการที่จะรวมมวลมหาประชาชนเข้ามาด้วยกัน เพราะมองว่าประชาชนมาถึงทาง

ตันแล้ว ต่อมาบิ๊กตู่ก็เอาไปต่อ ทำให้ คสช.มีคะแนนนิยม แต่ผมถามว่ามีใครทำบ้างสักคน ไม่มีใครทำสักคน แต่สโลแกนหรือแนวคิดใหม่ที่คุณสนธิเสนอออกมา ถ้าผู้มีอำนาจเอาไปใช้ จะมีประโยชน์มากเลย คุณสนธิบอกว่า อีกแนวคิด

หนึ่งของการสลายสีเสื้อ นอกจากการปฏิรูปแล้ว ประเทศไทยจะต้องมีประชาธิปไตยทางด้านการค้า และประชาธิปไตยทางด้านเศรษฐกิจ นั่นหมายความว่าคุณต้องทำให้คนมีสิทธิมีเสียงในการทำมาหากินอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าคุณ

ให้ทุนใหญ่เอาเปรียบทุนเล็ก ให้สามารถมีการแข่งขันได้ ให้มีเงินทุนที่หมุนเวียนได้ นี่คือสิ่งที่คุณสนธิบอก ถ้าประเทศไทยมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นคนสีเสื้อไหน มีแนวความเชื่อแบบไหน แต่ทุกคนถ้าปากท้องดี

รู้สึกว่าโอเค มีความเป็นธรรมที่ทำมาหากินได้ ความคิดแตกต่างทางด้านการเมืองจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

เติมศักดิ์- หมายความว่า คำว่าสลายสีเสื้อ ในความหมายของคุณสนธิ ไม่ใช่แกนนำของสีหนึ่งจับมือกับแกนนำอีกสีหนึ่ง ฮั้วกัน ตั้งพรรคการเมือง เพื่อแสวงหาอำนาจ ไม่ใช่ แต่เป็นการที่ประชาชน ไม่ใช่หางเครื่่องของอำนาจฝ่ายใดฝ่าย

หนึ่ง แต่เป็นประชาชนร่วมกันเข็มมุ่งการปฏิรูปบ้านเมือง เข็มมุ่งคือทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ไม่มีความเหลื่อมล้ำ

จิตตนาถ- ใช่ ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ และประชาธิปไตยทางการค้า สำคัญมากกว่าประชาธิปไตยทางการเมืองอีก ระบบจะเป็นประชาธิปไตย หรือไม่เป็นประชาธิปไตย ขอให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ขอให้ประเทศมีกรปฏิรูปแล้ว

กฎหมายใช้ได้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ขอให้การทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ว่าคุณจะมีสีหรือไม่มีสี หรือว่าคุณจะใหญ่ขนาดไหน ก็โดนโดยอยู่ภายใต้กฎหมายที่เท่าเทียมกัน ตรงนี้มันไม่มีสีเสื้อแล้ว คุณต้องยอมรับว่าจะพูดกันไปกี่ร้อยรอบกี่

พันรอบ ความเชื่อทางด้านการเมืองของคนต่างคนก็ต่างกัน มันไม่สามารถเป็นในเรื่องเดียวกันได้ เพราะว่าคิดไม่เหมือนกัน แต่จุดร่วมที่เรามีความแฟร์ของสังคมอยู่ด้วยกัน มีกฎหมายที่รองรับ มีประเทศที่ปฏิรูปทุกอย่างได้ ผมว่าอันนี้ไม่

ว่าใครเขาก็รับได้

เติมศักดิ์- ถ้าจุดร่วมเป็นอย่างที่ว่านี้ ปฏิรูปบ้านเมือง ทำให้เกิดประชาธิปไตย ทั้งในเชิงการเมืองและเศรษฐกิจ

จิตตนาถ- ใช่ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ผมถามว่า ถ้าเกิดว่าราคาน้ำมันของเมืองไทยลงเท่ากับที่มาเลเซียทำเปโตรนาสได้ ผมถามว่าคนที่มีแนวคิดเสื้อเหลืองชอบไหม ชอบ คนเสื้อแดงก็ชอบ เพราะว่าคุณก็ได้ benefit หมด นี่คือประชาธิปไตย

ไงครับ ไม่ใช่ว่าคุณเป็นราษฎร คุณเป็นคนตัวเล็กธรรมดาแล้วคุณต้องมานั่งเติมน้ำมันแพงอยู่ นี่คือผมยกตัวอย่าง หรือแม้แต่การแข่งขัน อย่างตอนนี้มีกรณีเรื่องของโรงไฟฟ้ากันอยู่ เจ้าหนึ่งก็กลัวว่า ปตท.บริษัทใหญ่ จะมาผูกขาดและจะได้

เปรียบในแนวดิ่ง ปตท.เองก็บอกทำตามกติกา ผมถามว่าถ้าเรามี player ที่มันมากขึ้น มันโอเคไหม มันก็ควรจะโอเคไม่ใช่หรือ หรือแม้แต่เรื่องโรงกลั่น เถียงกันเกือบตาย เมืองไทยมีโรงกลั่นอยู่ไม่กี่แห่ง หลายแห่งก็ถือหุ้นโดยบริษัทเดียว

กันล่ะ บริษัทใหญ่ บริษัทรัฐ ผมถามว่าถ้าคุณมีประชาธิปไตยทางการค้าทางเศรษฐกิจ แล้วสมมุติว่ามีเอกชนเข้ามาอีกประมาณ 6-7 ราย เข้ามาแข่งราคา แล้วเขากลั่นและเขาขายถูกกว่า อย่างนี้มันจะเกิดตัว market ใหม่ขึ้นมา มันจะเกิด

market prize ใหม่ขึ้นมาเลย นี่ไงคือประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นระดับมหภาค หรือระดับไมโคร นี่คือประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและการค้า และคู่กับการปฏิรูป แล้วความปรองดองมันจะมาเอง เพราะคนก็มองแล้วว่าการเมือง

เป็นแค่แนวความคิดเท่านั้นเองครับ

เติมศักดิ์- ก็คือหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะสีฟ้า เคยสีฟ้า ไม่ว่าตอนนี้คุณจะสีเขียว สีเหลือง หรือสีแดง ถ้ามีจุดร่วมจุดเดียวกัน มันก็คุยกันได้

จิตตนาถ- ใช่ ก็คนธรรมดาต้องจ่ายภาษีตั้งเท่าไร แล้วทำไมบริษัทใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่รัฐถึงไปช่วยเขาเรื่องภาษีล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอะไร หรือแม้แต่ฟิลลิป มอริส เองก็เคยโดนพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ก็ทำ

เรื่องภาษีอีก คุณทักษิณเองก็เรื่องภาษีอีก อย่างนี้มันก็ไม่เกิดความเป็นประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและการค้าสิ ต้องให้มันมีความแฟร์เหมือนกัน แล้วทุกอย่างมันจบแน่นอน

เติมศักดิ์- แต่ปฏิเสธความฉาบฉวยที่ว่า แกนนำแดงคนหนึ่ง แกนนำเหลืองคนหนึ่ง เจอกันในคุก เจอกันในเรือนจำ คุยกันแล้วก็คิดจะมาตั้งพรรค อย่างนี้ไม่มี

จิตตนาถ- ไม่มีครับ การเมืองทุกวันนี้ยังไม่ใช่คำตอบที่ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้ครับ

เติมศักดิ์- ไม่ใช่การคุยเพื่อแสวงอำนาจ เราไม่มี เราปฏิเสธ

จิตตนาถ- ปฏิเสธครับ

เติมศักดิ์- หรือแม้จะมีความพยายามมาคุยเรื่องนี้ คุณสนธิก็ปฏิเสธ

จิตตนาถ- ก็บอกแล้วไงครับว่า คุณอยากทำ ผมไม่ขวาง เรื่องของคุณ คุณเติมศักดิ์เสนอมา ผมก็รับฟัง ก็ดี คุณก็เอาสิ ก็เรื่องของคุณสิ คุณก็ทำสิ

เติมศักดิ์- คุณจตุพรขายไอเดียนี้จริง? ว่าอยากตั้งพรรคที่เป็นเกาะกลาง แต่คุณสนธิ ท่าทีคือ ... ขออีกครั้งครับ

จิตตนาถ- ก็รับฟัง เหมือนคุณเติมมาเสนอผม ผมก็เออ แต่ผมก็มี way ของผมอยู่นะ

เติมศักดิ์- ผมอ่านข่าวสดเมื่อช่วงเย็นๆ มีคำหนึ่งเขาอ้างแหล่งข่าวว่า คุณสนธิพูดว่า เออ เอาสิ แดงว่าอย่างไร พันธมิตรฯ เอาด้วย นี่ไปเต้าข่าวกันถึงขนาดนี้เลย

จิตตนาถ- นั่นสิครับ ไม่มีหรอกครับ เผลอๆ นี่ผมว่า ถ้าจะไปคุยกันง่ายกว่านะ ให้คุณจตุพรไปคุยกับพี่ใสง่ายกว่า นั่นรุ่นเดียวกัน เคยมีภาพจับมือกันมาแล้ว ถ้าคุณเสนอเรื่องๆ ดีให้กับบ้านเมือง เผลอๆ อาจจะโอเคก็ได้ ใครจะไปรู้

เติมศักดิ์- อยากให้คุณจิตตนาถย้ำจุดยืนอีกสักครั้ง ทั้งในส่วนตัวเองและจุดยืนของคุณพ่อ คือคุณสนธิ เกี่ยวกับเรื่องอนาคตของบ้านเมือง ทางออกของบ้านเมืองในมุมมองของทั้งสองท่าน

จิตตนาถ- สองข้อของคุณสนธิ หนึ่ง ต้องมีการปฏิรูป ประเทศต้องปฏิรูปจริงๆ ไม่ใช่ให้นักกฎหมายมาเขียนกติกาอะไรกันก็ไม่รู้ แล้วก็ทำไม่ได้จริง รัฐบาลต้องปฏิรูปจริงๆ อันที่สองก็คือ คุณต้องมีประชาธิปไตยทางการค้าและ

ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ส่วนมุมมองที่สาม เป็นมุมมองของผม เป็นมุมมองในเรื่องของการปรองดอง การปรองดองไม่ใช่การปรองดองกันระหว่างสีเสื้อ แต่การปรองดองที่แท้จริงเป็นการปรองดองระหว่างรัฐกับประชาชน ผมว่าอันนี้ เป็นมิติที่เราควรจะมอง มองให้ดี ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้มี Grab มี Airbnb มีอะไรต่างๆ นานา ผมดูที่คุณเนวินพูด คุณเนวินก็พูดดี บอกว่าบุรีรัมย์มีโมโต จีพี คนมาเป็นแสน แท็กซี่มี 15 คัน ถ้ารัฐ demote ตัวเองหน่อย ให้ประชาชนสามารถทำมาหากินจากสิ่งพื้นฐานตัวเองได้ เช่น บ้าน หรือรถ ที่เขาต้องผ่อนอยู่แล้ว แล้วทำมาหากินได้ นี่ไงคือการปรองดองระหว่างรัฐกับประชาชน หรือบางอย่างความเข้มงวดของรัฐ หรือกฎหมาย มันไม่เข้าท่าเข้าทาง สมมุติเรื่องของโรงขยะ รัฐก็จะ impose ไปว่าจะต้องมีในทุกที่ ทุกอำเภอ และโรงไฟฟ้าขยะถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ตั้งทุกแห่งทั่วประเทศ ผมถามว่าแล้วประชาชนมีใครอยากจะได้โรงขยะอยู่หน้าบ้านบ้าง ก็ไม่มี ฉะนั้นรัฐกับประชาชนก็ต้องปรองดองกัน ถ้า แบบไหนประชาชนบอกว่าโอเค คุณจะทำโรงขยะ ไม่ว่า คุณทำ EIA เรียบร้อยไหม คุณไปทำอยู่ในสถานที่ที่มันมิดชิด ที่มันใหญ่ๆ หรือสถานที่ของรัฐที่คนเขายอมรับได้ไหม คุณบริหารจัดการให้มันดีก่อน นี่คือการปรองดองระหว่างรัฐกับประชาชน ฉะนั้น 3 ข้อครับ

อุษณีย์- ส่งท้ายช่วงนี้ แฟนคุณสนธิอยากทราบว่าตอนนี้คุณสนธิเป็นอย่างไรบ้าง สุขภาพกาย สุขภาพใจ

จิตตนาถ- คุณสนธิ ถ้าสุขภาพกายก็มีกายภาพบำบัดอยู่ เพราะขาค่อนข้างอ่อนแรง ตาก็ไม่ค่อยดีอยู่ มีอาการเวียนหัวบ้าง เพราะว่ากระสุนก็ยังมีผลอยู่ นี่คือสุขภาพกาย แต่ก็โอเคครับ แกก็ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ใน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ อย่างดี แต่แกก็ไม่ได้อยู่ที่ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ นะครับ แกก็อยู่ในแดน แต่มารับการรักษาเท่านั้นเอง ส่วนสุขภาพใจก็ปกติครับ แกก็ได้พูดคุยกับคนหลายๆ คน ก็อยู่ไปครับ อยู่เรือนจำใครจะไปสบายล่ะครับ ก็ต้องอยู่กันไปล่ะครับ

เติมศักดิ์- ทั้งหมดนี้คือความชัดเจนจากลูกชายของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการจับมือตั้งพรรคการเมือง จุดยืนเดียวตอนนี้คือ ประเทศจะเดินต่อไปได้ต้องมีการปฏิรูปบ้านเมือง.

(ชมคลิป)
https://www.youtube.com/watch?v=hRZVFprg-ys

ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/politics/detail/9610000101201

 

 

 

 

 

 

 

hotnews ©

 
pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.02 วินาที

pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ