หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์, ข่าวพิมพ์ไทย, pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
ทีพีไอ
วันที่

เว็บวัดท่าซุง
ต้านทุรจิต กับ ส.ท.ช.
เรื่องผีๆกฏของกรรม



สาระน่ารู้

"วาติกันเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุด มีเนื้อที่ประมาณ 0,44 ตารางกม..จริงอ่ะ"

Thai WikiPedia


หมวดหมู่ :: ข่าวเด่นประเด็นร้อนส่งข่าวนี้ให้เพื่อน
ศึกนางพญา 2 วัง ชิงเก้าอี้ “แม่ทัพเพื่อไทย” “เจ้าแม่วังจันทร์ฯ” หัก “แม่เลี้ยงเมืองเหนือ” เหตุ “เจ๊แดง” โผล่ประกบ “น้องปู” - “สมชาย” ต้องโร่ไปดูไบ

อัฟเมื่อ วันที่ 08 กันยายน 2561 เวลา : 13:56:44

ศึกนางพญา 2 วัง ชิงเก้าอี้ “แม่ทัพเพื่อไทย” “เจ้าแม่วังจันทร์ฯ” หัก “แม่เลี้ยงเมืองเหนือ” เหตุ “เจ๊แดง” โผล่ประกบ “น้องปู” - “สมชาย” ต้องโร่ไปดูไบ


        พิมพ์ไทยออนไลน์ // เคานท์ดาวน์นับถอยหลังอีกไม่ถึง 6 เดือน ก็จะล่วงเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นหมุดหมายแรกของ “ปฏิทินเลือกตั้ง” ที่กากันไว้ 24 กุมภาพันธ์ 2562 กันแล้วด้วยไทม์ไลน์ที่งวดเข้ามาทุกที บวกกับการเข้ามาประจำการใหม่ ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่แม้จะยังไม่สมประกอบ มี 2 เก้าอี้ว่างรอทีมงานมาเติมให้เต็ม แต่ก็ดูเหมือนว่า “5 เสือ กกต.” ภายใต้การนำของ นำโดย “ทูตปุ๊” อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. จะ “ฟิตแอนด์เฟิร์ม” เป็นพิเศษตั้งแต่รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ก็อัพเดทความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมสำหรับการควบคุมการเลือกตั้งออกมาเป็นระลอก เหมือนเป็นการ “บิลต์” บรรยากาศเตรียมรับการเลือกตั้งกันไปกลายๆ

         ทั้งการกางตัวเลข ส.ส.เขตแต่ละจังหวัด ทั้ง 350 เขต ที่ปรากฏว่า มี 41 จังหวัด ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น หรือล่าสุด เปิดแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. ขีดเส้นเสร็จสรรพไม่เกินเดือนมกราคมศกใหม่ ได้ 250 ส.ว.สรรหาครบถ้วน

        อย่างไรก็ตาม ก็ยังเกิดภาวะ “อิหลักอิเหลื่อ” กันอยู่พอสมควร ทั้งการที่ “กฎหมายลูก 2 ฉบับ” ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.ยังไม่มีผลบังคับใช้ อันเป็น “ข้ออ้าง” นำมาสู่การลดระดับมาตรการ “ปลดล็อกการเมือง” เป็นเพียง “คลายล็อก” ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เท่านั้น

        ตลอดจน “ข่าวอินไซด์” ที่ทำให้ใครต่อใครในสนามการเมือง กระทั่ง “รมต.ใน คสช.” เองก็ยังส่งเสียงหึ่งๆ ทำนอง “ไม่มั่นใจ” ว่าจะมีการเลือกตั้งคล้ายๆ กัน

        เอาเข้าจริงความชัดเจนของ “ปฏิทินเลือกตั้ง” นั้น ก็ไม่ต้องดูไหนไกล ดูได้จากท่าทีของ “คนใน คสช.” ก็คงพอคำนวณ วัน ว. เวลา น. ได้ว่าเมื่อไรจะมีการตั้งคูหาให้ประชาชนกาบัตร

        ตามคิวที่ “เดือนกันยายนนี้” ทาง “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับ “อนาคตทางการเมือง” ซึ่งผ่านไปสัปดาห์หนึ่งแล้ว ก็ยังออกไปในเชิง “กั๊ก” สงวนท่าทีอยู่

        แต่ใครต่อใครก็รู้ยังไงซะ “ลุงตู่” ที่ติดเงื่อนไข ไม่สามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ก็ “ไปต่อแน่” อยู่แค่ว่า จะไปต่อในรูปแบบใด จะมีชื่อติดมาตั้งแต่ “โผแรก” บัญชีผู้เสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ในฐานะ “นายกฯ คนใน” หรือรอเป็น “ฮีโร่” โผล่มาใน “โผสอง” ตามคิว “นายกฯคนนอก” ในกรณีที่รัฐสภาเลือก “นายกฯคนใน” จากโผแรกไม่ลงตัว

        ตามคิวที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย แจกแจงขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับอนาคต “ลุงตู่” ไว้ว่า ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญหากจะลงสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องลาออกจากตำแหน่งก่อนหน้านี้ ดังนั้นจะต้องใช้ช่องทางอื่นตามรัฐธรมนูญ คือต้องมีเสียงข้างมากในสภาฯ เห็นชอบ ซึ่งต้องไปดูว่าพรรคการเมืองได้เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาหรือไม่ เพราะหากไม่มีการเสนอชื่อ ก็จะถือว่าเป็นบุคคลภายนอก

        “ทั้งนี้การดำเนินการต้องผ่านขั้นตอนที่ หนึ่ง สองและสาม จนกระทั่งถึงทางตันแล้ว จึงจะกลับไปสู่การเปิดช่องให้เอาบุคคลที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีที่พรรคเสนอ รัฐธรรมนูญระบุไว้ดังนี้” นายวิษณุ กล่าว

        ตลอดจนกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า ผู้ที่ว่ากันว่าเป็น “คีย์แมนพรรคทหาร” อย่าง อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เตรียมลาออกสละ “เรือแป๊ะ” เพื่อไปขับเคลื่อน “พรรคพลังประชารัฐ” จนต้องออกมาบอกปัดแก้ข่าวกันพัลวัน

        ที่น่าจับตามองที่สุด เห็นจะเป็น “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะ “พี่ใหญ่ คสช.” ที่เพิ่งเปรยกับสื่อว่า “พอแล้ว โดนด่าพอแล้ว” ทำท่าจะปิดฉากตำนาน “บิ๊กบราเทอร์ส” แค่รัฐบาล คสช.ชุดนี้ กลับปึ๋งปั๋งขึ้นมาลุยสร้างผลงานสารพัด แล้วยังมี “เพจมุมน่ารักของลุงป้อม” ที่เปิดตัวออกมาไล่เรี่ยกัน ขยับแรงแบบนี้เห็นทีจะ “ยังไม่พอ” อย่างปากว่า พร้อมทั้งหล่นสัญญาณออกมาด้วยว่า “ก็ควรจะเป็นนายกฯต่อไป เพื่อทำงานต่อให้จบ” เมื่อกล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของ “น้องตู่” ส่วนตัวเองนั้นยังไม่ขอพูดถึงอนาคต

        แต่ในระหว่างที่ “ฝ่ายคุมอำนาจ” ยังดึงรอ “จังหวะบางประการ” อยู่ ความเคลื่อนไหวของฟากฝั่ง “นักการเมือง - นักเลือกตั้ง” ก็เริ่มคึกคักขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะ “กลุ่มสามมิตร” ภายใต้การนำของ สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ที่ระยะหลังเริ่ม “บินเดี่ยว” พร้อมทีมงานเท่านั้น ด้วยคู่หูอย่าง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เริ่มเฟดตัวหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

        จังหวะเดินแรงหมิ่นเหม่จะ “ออฟไซต์” ผิดกติกาที่ คสช.ตีเส้นไว้นี่เอง ก็ทำให้พรรค-กลุ่มการเมืองอื่นต้องเริ่มขยับเช่นกัน จนเกิด “เบรกแตก” ไฝว้กันก่อนกำหนด ตามคิวที่ “แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำเสื้อแดง ที่แปรพักตร์มาเข้ากับกลุ่มสามมิตร ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตรนครราชสีมา โผล่ไปยื่นร้องเรียนกับ “กกต.โคราช” เพื่อให้ยุบ “พรรคภูมิใจไทย” อ้างว่ามีการพาประชาชนในพื้นที่ไปเที่ยวเพื่อหวังผลทางการเมือง พร้อมกับ มีการเก็บบัตรประชาชนของประชาชนจำนวนหนึ่งไว้

        หลัง “สุภรณ์” ยื่นเรื่องไม่นาน ก็เป็นคิวของ “บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาตอบโต้ทันควันว่า พรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะดำเนินคดีกับ “สุภรณ์” พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเรียงตัว

         และทำเอา “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดือดปุดๆ ด่ากราดว่า เป็นการใช้วิธีการสกปรกทำลายคู่แข่ง.

        งานนี้ก็มีการตีความกันต่างๆนานาว่า มูลเหตุที่แม้เกิดขึ้นเพราะเกมชิงพื้นที่ใน “โคราช” เท่านั้น หรือเป็น “ฝ่ายสามมิตร” ที่ต้องการประกาศศึกกับ “ค่ายสีน้ำเงิน” ของ “เสี่ยหนู” ที่มี “เสี่ยเป็ด” เนวิน ชิดชอบ เป็นแบ็คอัพ กันแน่

        แต่ความเคลื่อนไหวที่ได้รับความน่าสนใจที่สุด หนีไม่พ้นความเป็นไปของ “พรรคเพื่อไทย” ในเครือ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตรที่โผล่มาปักหลักโซ้ยติ่มซำอยู่ที่เกาะฮ่องกง พร้อม “น้องปู”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน เปิดทางให้ “แกนนำ - ลิ่วล้อ” บินไปซูฮก พร้อมพูดคุยทิศทางยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ต้อนรับโอกาสที่ “รัฐบาล คสช.”เตรียมจะ “คลายล็อกการเมือง” ในช่วงเดือนกันยายนนี้

        ท่ามกลางกระแสข่าวการวางตัว "แม่ทัพ" ที่จะเข้าสู้ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ ที่มีการ “โยนหิน” ชื่อแคนดิเดตออกมาไม่ซ้ำแต่ละวัน ไล่ตั้งแต่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สามีของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ดีกรีอดีตนายกฯผู้ไม่เคยเข้าทำเนียบฯ ที่หวังใจว่า จะได้ร่วมพลิกขั้วการเมือง และปลดเปลื้อง “รอยด่าง” ในอดีต กับการเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งอย่างสง่าผ่าเผย

        แต่พลันมีข่าวจากโต๊ะจีนที่ฮ่องกง ในทำนอง “นายใหญ่” ที่นอกจากล็อกสเปกว่าต้อง “สายเลือดชินวัตร” โดยอ้างผลโพลที่ไปซาวเสียงจากชาวบ้านมาไม่พอ ยังต้องเป็น “คนรุ่นใหม่” เพื่อหวัง “รีแบรนด์ดิ้ง”สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ให้กับ “พรรคทักษิณ” ก็ทำให้ชื่อของ “สมชาย” ถูกยัดลงลิ้นชักทันที

        ก่อนที่จะมีการกระพือชื่อ “อาจารย์เชน” ผศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายหัวแก้วของ “สมชาย” กับ “เจ๊แดง” ออกมาแทน แต่ไม่ทันไร “คุณแม่แดง” ก็ออกมาปฏิเสธ ประมาณว่า “ลูกชายอิชั้นไม่สนใจการเมือง”

        ลูกก็เลยไหลมาเข้าท่าง “เสี่ยพงศ์” ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ บอสใหญ่เอสซี แอสเสท สามี “คุณแม่เอม” พินทองทา ชินวัตร ที่เคยถูกโยนชื่อออกมาหยั่งกระแสเมื่อหลายเดือนก่อนอีกครั้ง ไม่นานก็มีการออกมาปฏิเสธของ “เสี่ยพงศ์” ที่ส่งข้อความกับลูกน้องในบริษัทฯว่า “ยังไม่ไปไหน” สยบข่าวไปอีกระลอก

         จากนั้นก็เป็นคิวของ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาสยบข่าวอีกชั้นว่า ไม่เกิน 7 วันหลังคลายล็อก พรรคจะเคาะคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคแน่นอน คำถามมีว่า “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” กับ “แม่ทัพระบอบทักษิณ” คนใหม่นั้นจะเป็นคนๆเดียวกันหรือไม่ เพราะเมื่อชั่งน้ำหนักกันแล้ว ผู้ที่จะได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรค ที่แต่ละพรรคใส่ได้ 3 ชื่อต่างหากที่มีความสำคัญมากกว่า

        ประเด็นนี้นอกเหนือจากถูกนำไปโยนขึ้นโต๊ะคุยกับ “นายใหญ่” แล้ว ก็ยังตัวจริงเสียงจริงก็ยังอยู่ในสายตาของ “คุณหญิงอ้อ” คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ อดีตภรรยาของทักษิณ ที่ใครต่อใครรู้ว่าคือตัวจริงเสียงจริงของ “ระบอบแม้ว” ตลอด

        แม้ว่า “ทักษิณ” ในฐานะเจ้าของพรรคจะล็อกสเปก “ว่าที่ทายาท” ไว้ว่าต้องเป็น “คนรุ่นใหม่-เลือดชินวัตร” เท่านั้น แต่มุมมองของ “บ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้า” นั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และได้ใช้สิทธิ์ “วีโต้” ทั้ง 3 ชื่อที่อยู่ในตะกร้า ไม่ว่าจะเป็น “สมชาย - หลานเชน - เขยพงศ์” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        ด้วย “เจ้าแม่วังจันทร์ฯ” ไม่ต้องการให้ “คนในครอบครัว” เข้าไปข้องแวะกับการเมืองอย่างเต็มตัวเหมือนสมัย “ทักษิณ” ลงไปบู๊ด้วยตัวเอง จนทำให้ “คนในบ้าน” จ่างต้องเจอ “สะเก็ดระเบิด” กันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นตัวเองในคดีที่ดินรัชดา หรือชะตากรรมของ “ลูกโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ที่ยังสลัดไม่หลุดชนักฟอกเงินกรุงไทย

        อีกทั้งยังรู้ดีว่าความรู้สึกของ “เมียนักการเมือง” หรือ “เมียนายกฯ” เป็นเช่นไร จึงมี “ประกาศิต” ว่า ห้าม “เขยพงศ์” ที่เพิ่งอุ้มชูขึ้นครองอาณาจักรเอสซีแอสเสท และกำลังไปได้ดีในเชิงธุรกิจ เข้าสู่ถนนการเมืองเด็ดขาด ด้วยไม่อยากให้ “ลูกเอม” ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นตัวเองในอดีต หากแต่กับ “สมชาย - หลานเชน” นั้น เหตุผลของ “บ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้า” ต่างออกไป หาใช่เป็นห่วงเป็นใย “เครือญาติ” ที่จะกลายเป็นเป้าโจมตี แต่ไม่ต้องการให้ “แม่เลี้ยงเมืองเหนือ” ขึ้นมาเป็นใหญ่มากกว่า

        ด้วยตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2544 ที่ “ทักษิณ” เข้าสู่ “อำนาจ” อย่างเต็มตัวนั้น การนำพารัฐบาลและพรรคไทยรักไทย กระทั่งพรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย นั้นก็มี “เจ้าแม่วังจันทร์ฯ” ร่วมกำกับดูแลมาตลอด หลายครั้งโผล่ไปในหัวโต๊ะในที่ประชุมพรรคก็มีบ่อยๆ

        จึงได้รู้เช่นเห็นชาติวีรกรรมของ “น้องสะใภ้” ที่เคยตั้งตัวเป็น “เจ้าแม่วังบัวบาน” แม้ไม่มีตำแหน่งแห่งที่อย่างเป็นทางการ แต่ก็ใช้ “อำนาจ” เพลิดเพลิน หนักไปในทาง “ชักศึกเข้าบ้าน” จนเป็นเหตุให้อำนาจในมือถูกยึดไปหน้าตาเฉย แล้วนำคดีความเป็นหางว่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในครอบครัว ตลอดจน “ลิ่วล้อ” ที่ออกหน้ามีตำแหน่งอย่างเป็นทางการมาตลอด

        สอดรับกับ “เสียงยี้” จากลูกพรรค ที่เข็ดขยาดและหวั่นใจว่า “ผัวแม่เลี้ยง-ลูกแม่เลี้ยง” จะได้เป็นใหญ่ ด้วยขยาดกับภาวะ “น้ำเลี้ยงตีบตัน” มาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา แล้วยังกลัวว่าหากกลับมาใหญ่ จะยังไม่ทิ้งนิสัย “อมไม่คาย” เหมือนสมัยก่อนอีกด้วย

        เป็นเหตุให้ “เจ้าแม่วังจันทร์ฯ” ต้องส่งสัญญาณแตะเบรกไม่ให้ “ทักษิณ” หยิบชื่อ “คนบ้านวงศ์สวัสดิ์” ขึ้นเป็นใหญ่เป็นโตเด็ดขาด พร้อมยกชื่อ “คนนอกบ้าน” ที่อยู่ในตะกร้าไม่ว่า จาตุรนต์ ฉายแสง- พงศ์เทพ เทพกาญจนา-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์-ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็สามารถหยิบขึ้นมาใช้งาน และ “คอนโทรล” อยู่เบื้องหลังได้

        เมื่อมีแอ็กชันจาก “นายหญิงใหญ่” ก็ทำให้ “พ่อบ้านใจกล้า” อย่าง “ทักษิณ” มีชะงักไปเหมือนกัน

        ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ 2 สามี-ภรรยาแห่ง “วังบัวบาน” ก็ชีพจรลงเท้า ต้องจับเครื่องบินไปประกบ “พี่ชาย - น้องสาว” ถึงเกาะฮ่องกง เท่านั้นยังไม่พอ ฝ่าย “สามี” ยังตามไปล็อบบี้ถึง “ดูไบ”ด้วยหวังใจว่า “พี่ชาย” ไม่หวั่นไหวไปเหมือนคติธรรมที่ว่า “เชื่อเมียแล้วจะเจริญ”

ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/daily/detail/9610000089916

 

 

 

hotnews ©

 
pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.02 วินาที

pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ