หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์, ข่าวพิมพ์ไทย, pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
ทีพีไอ
วันที่

เว็บวัดท่าซุง
ต้านทุรจิต กับ ส.ท.ช.
เรื่องผีๆกฏของกรรม



สาระน่ารู้

"นีล อาร์มสตรอง ผู้เหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรก ด้วยเท้าซ้ายของเขา..แล้วไงล่ะ "

Thai WikiPedia


หมวดหมู่ :: ข่าวเด่นประเด็นร้อนส่งข่าวนี้ให้เพื่อน
จับตา รบ. ล็อกสเปกที่ดินมักกะสัน ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ใน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

อัฟเมื่อ วันที่ 05 สิงหาคม 2561 เวลา : 14:21:55

จับตา รบ. ล็อกสเปกที่ดินมักกะสัน ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ใน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน


         พิมพ์ไทยออนไลน์ // “รสนา” จับตารัฐบาลมีแนวโน้มจะยกกิจการการรถไฟในส่วนกำไรให้เอกชนมาร่วมทุนและบริหาร ส่วนระบบรางที่ต้องใช้งบประมาณจะเก็บไว้ให้การรถไฟฯ ดูแล และลงทุนเอง เห็นได้จากความไม่ชอบมาพากล ผนวกเอาที่ดินมักกะสันให้กับกลุ่มทุนใหญ่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แถมตั้งราคาเช่าที่ดินต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมหาศาล

        วันนี้ (5 ส.ค.) นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "รสนา โตสิตระกูล" หัวข้อ “จับตาการล็อกสเปกที่ดินมักกะสันให้กับกลุ่มทุนใหญ่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน”

         การรถไฟฯ เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการสาธารณะด้านคมนาคมต่อประชาชนด้วยราคาย่อมเยา อันเป็นพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และเป็นเจตนารมณ์ในการก่อตั้งรัฐวิสาหกิจเพื่อให้รัฐจัดทำกิจการด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน

        แม้การรถไฟไทยจะขาดทุนมีหนี้เป็นแสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะเจตนารมณ์ของรถไฟไทย คือเป็นบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนในราคาถูก จึงไม่เคยปรับราคาค่ารถไฟตั้งแต่ปี 2528 แต่แม้การรถไฟฯ จะขาดทุนเป็นแสนล้านบาท แต่ก็มีทรัพย์สินที่เป็นที่ดินทำเลทองจำนวนมากที่มีมูลค่ารวมๆ แล้วกว่า 6 แสนล้านบาท ดังตัวอย่างที่ดินมักกะสัน ที่เป็นที่หมายปองของกลุ่มทุนรายใหญ่ในประเทศ

         รัฐบาล คสช.เข้ามาจัดการกับรัฐวิสาหกิจหลายๆ แห่งในลักษณะการจะแยกทรัพย์สิน และผ่องถ่ายกิจการที่สามารถหากำไรได้ไปให้เอกชน ใช่หรือไม่

        กรณีการรถไฟฯ รัฐบาล คสช.มีแนวทางจะแยกเป็น 3 บริษัท คือ บริษัทบริหารทรัพย์สิน บริษัทเดินรถ และบริษัทระบบราง มีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะให้ 2 บริษัทแรกที่สามารถทำกำไรได้จะให้เอกชนมาร่วมทุนและบริหาร อาจเป็นกระบวนการแปรรูปที่หลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจใช่หรือไม่ ส่วนระบบรางที่ต้องใช้งบประมาณ จะเก็บไว้ให้การรถไฟฯ ดูแล และลงทุนเอง ใช่หรือไม่

        ข้ออ้างของรัฐบาลคือรัฐวิสาหกิจบริหารขาดทุน ไม่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นเหตุผลที่จะยกกิจการส่วนกำไรให้เอกชนบริหาร ใช่หรือไม่

        นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เล่าว่า “ผมไปเจออาจารย์ท่านหนึ่ง นั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปดอนเมือง เขาบอกว่าค่าโดยสาร 4 บาทตั้งแต่เป็นอาจารย์ จนแต่งงาน มีภรรยา ก็ยัง 4 บาท ผมมีลูก จนลูกผมโตก็ 4 บาท ลูกเรียนจบ ทำงานแล้วก็ยัง 4 บาท อยู่อย่างนี้ นี่ไงครับ ผมถึงบอกรถไฟเป็นบริการสาธารณะ จะขึ้นค่าโดยสารทียากมากๆ”

        กิจการอย่างการรถไฟเป็นการบริการสาธารณะ รัฐบาลในอดีตจึงมีนโยบายรับภาระขาดทุนเพื่อให้ค่าเดินทางมีราคาต่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนรายได้น้อย จึงไม่มีการปรับราคามากว่า 30 ปี

        หากรัฐบาลอ้างว่าการรถไฟฯ ขาดทุน จึงต้องแยกกิจการเดินรถให้เอกชนบริหาร เอกชนก็ทำได้ทางเดียวคือขึ้นราคาค่าโดยสารเอากับประชาชนอย่างเป็นธรรม วิธีแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ต้องให้เอกชนทำ เพราะการรถไฟฯ ก็ทำได้หากรัฐมีนโยบายไม่ให้กิจการรถไฟขาดทุนดังที่เป็นอยู่และรายได้ทุกบาททุกสตางค์ก็จะยังตกอยู่กับรัฐซึ่งก็คือกลับคืนไปสู่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจตัวจริงนั่นเอง

        ทางที่เหมาะสม รัฐบาลควรกำหนดนโยบายหารายได้อย่างยั่งยืนจากทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อมาจุนเจือการขาดทุนในส่วนของบริการเพื่อให้การรถไฟฯ อยู่ได้ และให้บริการสาธารณะที่มีมาตรฐานแก่ประชาชนต่อไป ด้วยราคาที่เป็นธรรม มิใช่ยกทรัพย์สินที่ดินไปให้เอกชนทำกำไร รวมทั้งยกกิจการการเดินรถให้เอกชนผูกขาดค้ากำไร เพราะประชาชนจะเดือดร้อนจากการคิดราคาค่าโดยสารแบบธุรกิจเอกชน

        รัฐบาล คสช.มีแนวโน้มถ่ายโอนทรัพย์สินและกิจการของรัฐวิสาหกิจในส่วนของการเดินรถที่หากำไรได้ไปให้กลุ่มทุนใหญ่ ใช่หรือไม่ ดังจะเห็นได้จากการผนวกเอาที่ดินมักกะสันไปเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ที่เตรียมเปิดให้เอกชนยื่นซองประมูลแข่งขันกันในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

        การโยงโครงการรถไฟความเร็วสูงเข้ากับกิจกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากล ซึ่งอาจทำให้ตั้งข้อสังเกตได้หรือไม่ว่าเป็นการล็อกสเปกให้กับกลุ่มทุนระดับชาติเพียงไม่กี่รายที่สามารถจับมือกับผู้ประกอบกิจการรถไฟความเร็วสูงในต่างประเทศที่จะเข้าครอบครองที่ดินแปลงนี้ และยังมีการตั้งราคาเช่าที่ดินต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมหาศาล ยิ่งกว่านั้นยังมีแผนจะโอนกิจการแอร์พอร์ตลิงก์ให้เอกชนบริหาร โดยให้เอกชนจ่ายชดเชยให้การรถไฟฯ เพียง 1.3 หมื่นล้านบาท ทั้งๆ ที่ในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว การรถไฟฯ ใช้เงินงบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาท และการรถไฟฯ ยังมีหนี้ที่ต้องผ่อนชำระอีก 3 หมื่นล้านบาท

        การดำเนินการดังกล่าวจึงถูกตั้งคำถามว่าเป็นโครงการที่อาจทำให้รัฐและประชาชนเสียประโยชน์อย่างมโหฬารหรือไม่ หรือมิฉะนั้นอาจมีการตั้งคำถามว่า นี่เป็นการทุจริตคอร์รัปชันขนาดใหญ่หรือไม่ ที่เปิดให้มีการถ่ายโอนทรัพย์สินและกิจการของรัฐไปให้เอกชน โดยยอมให้รัฐได้รับเงินชดเชยต่ำกว่าเงินที่รัฐลงทุน เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนโดยไร้เหตุผลหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการตีมูลค่าที่ดินมักกะสันเพื่อให้เช่า 50+49ปี ในราคาเพียงตารางวาละ 6 แสนบาท ทั้งๆ ที่ที่ดินในบริเวณใกล้เคียงมีมูลค่า 1.8-2 ล้านบาทต่อตารางวา

        โดยที่โครงการแอร์พอร์ตลิงก์เป็นโครงการที่รัฐลงทุนเอง บริหารเอง ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่รัฐทำเองครบทุกเรื่องเกี่ยวกับระบบราง รัฐบาลจึงควรส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจบริหารกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดการทุจริตคอร์รัปชัน ให้เป็นต้นแบบในการที่รัฐจะบริหารระบบขนส่งทางรางให้สมบูรณ์แบบดังพระราชปณิธานที่พระพุทธเจ้าหลวงได้ทรงริเริ่มการรถไฟไทยขึ้น พร้อมให้ทรัพย์สินที่ดินเพื่อการพัฒนารัฐวิสาหกิจไทยด้านการคมนาคมทางรางอย่างทันสมัยเป็นที่พึ่งของประชาชน รัฐบาลเป็นเพียงผู้บริหาร มิใช่เจ้าของทรัพย์สินสาธารณะ ดังนั้นจึงไม่ควรยกกิจการและทรัพย์สินสาธารณะมูลค่ามหาศาลเหล่านี้ให้แก่เอกชนง่ายๆ ดังที่กำลังทำอยู่ โดยไม่ไถ่ถามประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินตัวจริง

        โครงการรวบหัวรวบหางทรัพย์สิน และกิจการสาธารณูปโภค สาธารณูปการของรัฐให้เอกชนทำแทนรัฐวิสาหกิจ ย่อมทำให้เกิดคำถามในความโปร่งใสของรัฐบาล คสช.หรือรัฐบาลใดก็ตามที่มีนโยบายเกี่ยวกับกิจการรัฐวิสาหกิจในลักษณะดังกล่าว จนอาจขาดความชอบธรรมในการที่รัฐบาลจะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของประชาชนต่อไป ใช่หรือไม่???

(เชิญอ่านข่าวไทยโพสต์)
https://www.ryt9.com/s/tpd/2864150

ขอขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/politics/detail/9610000077517

 

 

hotnews ©

 
pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.02 วินาที

pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ