หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไลน์, ข่าวพิมพ์ไทย, pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
ทีพีไอ
วันที่

เว็บวัดท่าซุง
ต้านทุรจิต กับ ส.ท.ช.
เรื่องผีๆกฏของกรรม



สาระน่ารู้

"เมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดคือ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น..ว่าจะไปอยู่แล้วเชียว "

Thai WikiPedia


หมวดหมู่ :: ข่าวเด่นประเด็นร้อนส่งข่าวนี้ให้เพื่อน
กสทช. ยุ่ง ขิงโอนเอนเป็นสนต้องลม !

อัฟเมื่อ วันที่ 02 สิงหาคม 2561 เวลา : 11:15:40

กสทช. ยุ่ง ขิงโอนเอนเป็นสนต้องลม !


         เห็นข่าว นายกฯ “บิ๊กตู่” ออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง ที่ถูกสื่อวิจารณ์รัฐเอื้อเอกชน เปิดทางบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาร่วมงานขับเคลื่อนด้านต่างๆ ร่วมกับรัฐบาล ชุบมือเปิบโครงการต่างๆ ไปพร้อมกับยืนยันว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรให้กับเอกชนแม้แต่น้อย

        แต่บทพิสูจน์ของคำพูดกับการกระทำนั้น ดูจะเป็นสิ่งที่สังคมเอง ยังคงต่างกังขา !

        อย่างเรื่องของมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 ที่รัฐบาลประกาศจะ “คืนความสุข”ให้ประชาชนได้ดูบอลโลก 2018 ที่รัสเซียกันฉ่ำปอดนั้น เห็นได้ชัดว่า ความปรารถนาดีของรัฐบาลและนายกฯ และ “บิ๊กป้อม”ที่ต้องการคืนความสุขให้ประชาชน โดยรัฐบาลถึงกับออกหน้าเสื่อเชื้อเชิญบริษัทเอกชน 9 รายมาร่วมลงขันวงเงินกว่า 1400 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า มาให้ประชาชนได้ชมฟรีกันนั้น

        ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สุดท้ายแล้ว ค่ายสื่อสารยักษ์ที่อ้างสิทธิ์ว่าเป็นตัวแทนที่ดูแลชลิขสิทธิ์กลับ”ชุบมือเปิบ” ไปรายเดียว โดยที่บริษัทเอกชนผู้ร่วมลงขันรายอื่น ๆ แทบไม่ได้อะไรกลับไป แถมควันหลง การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2018 ที่จบลงไปนั้น ยังทำเอาองค์กรของรัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลอย่าง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปริแตกดังโพล๊ะ  จ่อจะเรียกแขกให้งานเข้าจากการดำเนินนโยบาย “ไม้หลักปักเลน”

        จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่เห็นชัด เริ่มมาจาก บริษัท“ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป” ที่อ้างเป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 จาก “ฟีฟ่า”ดอดไปยื่นฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ กล่าวหา บริษัท เอสบีเอ็น(SBN) ในเครือ AIS ผู้ให้บริการแพร่ภาพโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ผ่านแอปพลิเคชั่น AIS Play และ AIS Play Box จนศาลมีคำส่ังให้ระงับการแพร่ภาพ

        ทำเอาคอบอลที่ดูรายการทีวีผ่านแอพ  AIS pay และPlay Box กว่า 5 ล้านคน ออกมาร้องแรกแหกกระเชอ เผชิญ”จอดำ” ฟากฝั่ง เอไอเอส จึงยื่นอุทธรณ์กรณีดังกล่าว โดยยืนยัน มีสิทธิ์แพร่ภาพรายการทีวีภาคพื้นที่ถ่ายทอดสดการแข่งขัน เพราะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศ กสทช. (Must have-Must carry)  อีกทั้งก่อนที่บริษัทจะดำเนินการแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดังกล่าว ก็ได้มีหนังสือสอบถามไปยัง กสทช. ในเรื่องนี้ซึ่งก็ได้รับการยืนยันนั่งยันจาก กสทช. เองว่า สามารถทำได้ เพราะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ Must haveและ must carry ที่กสทช. กำหนดไว้

        ก่อนที่โลกโซเชียล จะร่วมกันขุดคุ้ยข้อมูลตีแสกหน้า ประกาศ “มัสต์แคร์รี่” ของ กสทช. ที่ว่า ก็เป็นหลักเกณฑ์ที่ กสทช. และทรูวิชั่นส์เอง มีส่วนในการผลักดันเพื่อ “แก้ลำ” หลังจากที่ในอดีต เคยถูกบริษัทเอกชนที่ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก “ลูบคม”เอาเมื่อ 4 ปีก่อน เพราะไม่สามารถจะส่ังให้ผู้ถือลิขสิทธิ์ ยินยอมให้นำรายการฟรีทีวีที่ถ่ายทอดรายการแข่งขัน ไปแพร่ภาพบน “แพลตฟอร์มทีวีแบบบอกรับสมาชิก”  หรือเคเบิ้ลทีวีได้ ต้องปล่อยให้จอดำ  จึงเรียกร้องให้ภาครัฐและ กสทช. ผุดมาตรการแก้ลำรับมือผู้ถือลิขสิทธิ์จอมแสบ ไม่ให้อาศัยช่องว่างจำกัดสิทธิ์ ในการเผยแพร่รายการแข่งขันกีฬาสำคัญๆ ของมวลมนุษยชาติได้อีก !

        แถมก่อนหน้า ทั้ง“ ทรูวิชั่นส์”และ กสทช. เอง ยังได้ทดสอบกฎเหล็กตามประกาศ Must carry ที่ว่านี้ กับกรณีที่   บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ประกอบกิจการฟรีทีวีดิจิทัลช่อง 33 HD ที่ได้รับสิทธิ์รายการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชั่นส์ ลีก 2018 ระหว่าง วันที่ 15 พฤษภาคม - 8 กรกฎาคม 2561 ที่มีหนังสือแจ้งให้ ทรูวิชั่นส์ ระงับการแพร่ภาพช่อง 3HD ที่มีการแข่งขันรายการดังกล่าวที่ ทรูวิชั่นส์ นำไปถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ของบริษัท แต่ทรูวิช่ันส์ ได้มีหนังสือโต้แย้งยืนยันว่า ตนเองเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการบนโครงข่ายที่ไม่ใช่คลื่นความถี่ มีหน้าที่จะต้องเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป เพื่อให้สมาชิกทรูวิชั่นส์ ได้รับบริการดังกล่าวได้โดยตรงอย่างต่อเนื่อง ตามประกาศ กสทช. (ประกาศ Must carry) โดยที่ สำนักงาน กสทช.เอง ก็มีหนังสือยืนยันเช่นกัน

        แล้ว “ทรูวิชั่นส์” ถือสิทธิ์อะไรจะมา “ชุบมือเปิบ” อ้างตนเองได้ลิขสิทธิ์แต่ผู้เดียว ห้ามใครอื่นแพร่ภาพรายการทีวีภาคพื้น ที่ต้องถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2018 ที่ว่านี้

        เจอไม้นี้เข้าก็ทำเอาทั้งทรูวิชั่นส์ และ กสทช. ถึงกับนั่งไม่ติด เพราะคำพิพากษาของศาลที่ ทรู นำมากล่าวอ้าง เป็น "ยันต์กันผี"สั่งให้  AIS Play จอดำนั้น เริ่มถูกตั้งคำถามว่า ขัดแย้งกับคำพิพากษาของ ศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ ?  แถมสัญญาลิขสิทธิ์ที่อ้างต่อศาล

ว่าถูกละเมิดนั้น  ยังถูกตั้งคำถามถึง Right License จากฟีฟ่าว่า มีจริงหรือไม่ด้วยอีก !

        ก่อนที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. จะวิ่งพล่านเคลียร์หน้าเสื่อกันให้วุ่น โดย กสทช. ได้เรียกผู้บริหาร ทรูวิชั่นส์ เข้าไปชี้แจงกรณีดังกล่าว ก่อนจะออกมา แถลงเป็นวรรคเป็นเวร ยืนยันว่า ไม่ได้ห้ามการแพร่ภาพรายการดังกล่าวบน AIS Play Box  แต่สิ่งที่ทรูวิชั่นส์ ไปฟ้องต่อ ศาลทรัพย์สินทางปัญญา คือ การห้ามการแพร่ภาพผ่านแอปพลิเคชัน  AIS Play  ที่ถือเป็นบริการ OTT : Over the Top ที่ไม่อยู่้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้ภายใต้ประกาศ Must carry ของ กสทช. ซึ่งเท่ากับเป็นการ “หักดิบ” มติของ กสทช. ก่อนหน้า ก่อนที่ กสทช. จะมีคำสั่ง

        ให้เอสบีเอ็น และ เอไอเอส ดำเนินการแพร่ภาพรายการฟรีทีวีบน AIS Play Box เพื่อไม่ให้ถูกสมาชิกร้องแรกแหกกระเชอจนงานเข้า

        ในขณะที่ บริษัท เอไอเอส เอง แม้จะสามารถแพร่ภาพรายการทีวีภาคพื้นบนกล่อง SIA Play Box ได้ แต่บริษัทก็ได้ยื่น อุทธธรณ์ คำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยเหตุที่ว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการบนโครงข่ายอื่นที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ที่บริษัทได้รับ
จาก กสทช. นั้น  เป็นใบอนุญาตให้แพร่ภาพบนแพลตฟอร์มเดียวกับที่ ทรูวิชั่นส์ คือให้บริการ  IPTV  ที่เป็นบริการแพร่ภาพผ่าน แอปพลิเคชั่น ที่ให้บริการทั้ง Mobile และ กล่อง  ไม่ได้เป็นการให้บริการ OTT  เช่นที่ กสทช. บางคนในฟากฝั่งกิจการโทรคมนาคม ยกเมฆขึ้นมา

        ดังนั้น หากสิ่งที่ ทรูวิชั่นส์ และ กสทช. ยืนกรานกรณีถ่ายทอดสดรายการแข่งขันวอลเล่ย์บอลเนชั่นส์ ลีก 2018 คือสิ่งที่ตนเองทำได้ตามใบอนุญาต  กรณี AIS Play และ Play box ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานเดียวกันทุกกระเบียดนิ้ว ก็ต้องยืนอยู่บนหลักเกณฑ์เดียวกัน ด้วยเหตุดังกล่าว เอไอเอส จึงยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของ ศาลทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อหวังสร้างบรรทัดฐานของการแพร่ภาพรายการทีวีภาคพื้นตามประกาศ กสทช. ในอนาคตว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรกันแน่ !  

        ขณะที่ควันหลงจากที่ กสทช. โอนเอนเป็น “สนต้องลม”ก่อนหน้านั้น ก็จ่อจะเรียกแขกให้งานเข้าอีก เมื่อจู่ๆ บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น ในเครือทรูวิชั่นนส์ ได้ออกโรงร้องเรียนไปยัง กสทช. ให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบการของ บริษัท SBN  โดยระบุว่าการที่ บริษัท เอสบีเอ็น จำกัด ดำเนินการเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018  บน AIS Play Box บนแอปพลิเคชั่นเดียวกับ AIS Play  ซึ่งถือเป็นการให้บริการบนโครงข่าย OTT ที่ไม่ถือว่า อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ Must carry ของ กสทช. นั้น ถือว่า เอสบีเอ็น ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท ทำให้บริษัทเสียหาย จึงขอให้ กสทช. มีคำส่ังให้ เอสบีเอ็น และ เอไอเอส ต้องชดเชยความเสียหายให้แก่ ทรูวิชั่นส์ ด้วยวงเงินกว่า 580 ล้านบาท !

        เล่นเอาทั้ง กสทช. และ SBN แทบไปไม่เป็น  เพราะหากคำสั่งทางปกครองของ กสทช.ที่ส่ังให้ AIS Play Box ดำเนินการแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ภาคพื้นตามประกาศ กสทช. (ประกาศ Must carry) ก่อนหน้า กลายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แพร่ภาพของ ทรูวิชั่นส์ ที่ต้องให้บริษัทชดเชยความเสียหายกว่า 580 ล้านบาทแล้ว  ก็คงทำเอาประกาศ กสทช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ Must have – Must carry ที่ กสทช. ยืนยันนั่งยัน มาโดยตลอดว่า สอดคล้องกับคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด และไม่ขัดหรือแย้ง พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2535 นั้น กลายเป็น “กระดาษเช็ดตูด” เป็นแน่ !

        ไม่แต่เท่านั้น ทรูวิชั่นส์ ยังดอดไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาแก่ บริษัท SBN และ AIS กรณีแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ภาคพื้นรายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 บนแอปพลิเคชั่นที่เป็นบริการ OTT ว่า กระทำผิดหลักเกณฑ์ กสทช. เข้าด้วยอีก

        โดยมีรายงานข่าวยืนยันว่า ในการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ บก.ปอศ. ดังกล่าว ได้อ้างว่าเป็นคำสั่งของ “บิ๊กป้อม” ที่ต้องการให้ บก.ปอศ. ดำเนินการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ทำเอาเจ้าหน้าที่ ปอศ. กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ไม่รู้จะเดินไปอย่างไรดี เพราะไม่สามารถจะขอเอกสารหลักฐานยืนยันได้ว่า มีใบสั่งของ “บิ๊กป้อม” จริงหรือไม่  หรือกำลังมีใครอาศัยชื่อ “บิ๊กป้อม” แสวงหาผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อตนเองหรือเปล่า

        มาถึงจุดนี้ จึงก่อให้เกิดคำถามไปยัง นายกฯ บิ๊กตู่ ในขณะที่รัฐบาลยืนยัน ไม่ว่าเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทเอกชนใดๆ  แต่กรณีมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัฐบาลประกาศจะคืนความสุขให้ประชาชน โดยยอมออกหน้าดึงบริษัทเอกชนมาร่วมลงขันไปกว่า 1400 ล้านบาท ก่อนจะมอบหมายให้ บริษัททรูวิชั่นส์ ไปเจรจาซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดมาให้ประชาชนคนไทยได้ดูนั้น

        ถึงวันนี้ เห็นได้ชัดเจนว่า บริษัทเอกชนรายดังกล่าว ไม่เพียงจะ ”ชุบมือเปิบ” จำกัดการถ่ายทอดด้วยอ้างสิทธิ์ เป็นผู้ได้รับลิสิทธิ์และดูแลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดในประเทศไทยแล้ว ยังจัดผังรายการถ่ายทอด ที่เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตนเองเป็นหลัก เป็นต้นว่า หากจะดูระบบ 4K ที่มีความคมชัดเสมือนจริง จะต้องซื้อแพคเกจพิเศษจากทรูวิชั่นเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ ไม่ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนบางราย ดังที่สื่อตั้งข้อกังขากันหรือ ?    

        และยิ่งสำหรับ กสทช.ที่ ฯพณฯท่าน นายก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคำสั่งที่ 7/2561 ให้ยกเลิก และระงับกระบวนการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  ล้มกระดานสรรหา กสทช. ไปก่อนหน้า โดยยังคงให้ กสทช. รักษาการชุดเก่ายังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยนั้น

        การปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ที่โอนเอนเป็น “สนต้องลม” จนจ่อจะเรียกแขกให้งานเข้า  ยังไม่ถือเป็นบทพิสูจน์แห่งความฟอนเฟะขององค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ ที่วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถูกทุนการเมือง และผลประโยชน์ครอบงำ จนไม่หลงเหลือเครดิตแห่งความเป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระอีกหรือ ?

 

 

 

hotnews ©

 
pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ
PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.02 วินาที

pimthaionline, pimthaionline.net, pimthaionline.com, หนังสือพิมพ์, หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย, พิมพ์ไทยออนไลน์, สำนักข่าว, สำนักข่าวพิมพ์ไทยออนไล,น์ ข่าวพิมพ์ไท,ย pimthai, สื่อมวลชน, สทช, ส.ท.ช., เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ, ยื่นหนังสือ, ปูนทีพีไอ, TPI, polene, ณัชพล, โรจน์ถาวร, ประธานเครือข่าย, สหภาพ, แรงงาน, ข่าวแรงงาน, ข่าวสหภาพ